วัคซีนโควิดซิโนแวค (Sinovac)


HDmall สรุปให้

ขยาย

ปิด

  • วัคซีนโควิดซิโนแวค (Sinovac) หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า “วัคซีนโคโรนาแวค (CoronaVac)” เป็นวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งไทยเรานำเข้ามาเป็นยี่ห้อแรกและเริ่มฉีดตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา
  • วัคซีนโควิดโคโรนาแวค หรือซิโนแวค ใช้เทคโนโลยีการผลิตวัคซีนแบบเชื้อตาย (Inactivated Vaccine) เช่นเดียวกับการผลิตวัคซีนตับอักเสบเอและวัคซีนโปลิโอชนิดฉีด เทคนิคการผลิตนี้แตกต่างจากวัคซีนโควิดไฟเซอร์ โมเดอร์นา และแอสตราเซเนกา 
  • วัคซีนโควิดโคโรนาแวค หรือซิโนแวค ได้รับอนุมัติจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ให้ใช้ในกรณีฉุกเฉินแล้ว เมื่อ 1 มิถุนายน 2564 นับเป็นวัคซีนโควิดชนิดที่ 6 ที่ได้รับอนุมัติ
  • ผู้เข้ารับวัคซีนโควิดซิโนแวคต้องรับวัคซีนจำนวน 2 โดสด้วยกันที่ต้นแขนด้านบน โดยเข็มที่ 2 จะฉีดเว้นระยะห่างจากเข็มแรก 2-4 สัปดาห์ โดยก่อนเข้ารับวัคซีนควรโหลดแอปพลิเคชั่น "หมอพร้อม" เพื่อรับทราบข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด และบันทึกอาการที่เกิดขึ้นหลังจากฉีดวัคซีน
  • อาการไม่พึงประสงค์ที่เปิดขึ้นได้หลังรับวัคซีนโควิดซิโนแวค ได้แก่ อาเจียน ปวดเมื่อยเนื้อตัว อักเสบบริเวณที่ฉีด มีไข้ ปวดศรีษะ อ่อนเพลีย ท้องเสีย อาการดังกล่าวจะไม่รุนแรงหายไปได้เองภายใน 1-2 วันหลังรับวัคซีน ปัจจุบันในไทยยังไม่มีรายงานผู้แพ้วัคซีนโควิด
  • เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจตรวจหาเชื้อโควิด-19 หรือแอดไลน์ @hdcoth

วัคซีนโควิดซิโนแวค (Sinovac) หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า “วัคซีนโคโรนาแวค (CoronaVac)” เป็นวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ยี่ห้อแรกที่ประเทศไทยนำเข้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีน 

โดยเริ่มฉีดให้บุคลากรทางการการแพทย์ กลุ่มเสี่ยงต่างๆ ในพื้นที่ควบคุม 13 จังหวัด และพื้นที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสังคม 4 แห่ง ตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา

หลังการฉีดวัคซีนโควิดซิโนแวคไปแล้วกว่า 30,000 โดส พบผู้มีอาการไม่พึงประสงค์ราว 8 เปอร์เซ็นต์ของผู้เข้ารับวัคซีนทั้งหมด ทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยเริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับวัคซีนชนิดนี้และตั้งคำถามเกี่ยวกับความปลอดภัย

HDmall.co.th จึงได้สรุปข้อมูลที่น่ารู้เกี่ยวกับวัคซีนโควิดซิโนแวค เพื่อความเข้าใจเบื้องต้นก่อนเข้ารับวัคซีนตามที่รัฐบาลกำหนดช่วงเวลาให้แต่ละกลุ่มบุคคลดังนี้

วัคซีนโควิด Sinovac คืออะไร?

วัคซีน "โคโรนาแวค" (CoronaVac) ผลิตโดยบริษัทซิโนแวค ไบโอเทค (Sinovac Biotech) ประเทศจีน วัคซีนชนิดนี้เริ่มมีการพัฒนามาตั้งแต่มกราคม 2020 และเริ่มใช้งานครั้งแรกในประเทศจีนเมื่อเดือนตุลาคมปีเดียวกัน

ทั้งนี้วัคซีนโคโรนาแวค หรือซิโนแวค ใช้เทคโนโลยีการผลิตวัคซีนแบบเชื้อตาย (Inactivated Vaccine) เช่นเดียวกับการผลิตวัคซีนตับอักเสบเอและวัคซีนโปลิโอชนิดฉีด

การผลิตวัคซีนแบบเชื้อตายหมายความว่า การนำเชื้อไวรัสซาร์ส-โควี-2 (COVID-19) มาเพาะเลี้ยงให้ขยายพันธุ์จำนวนมาก จากนั้นจึงนำมาฆ่าด้วยสารเคมีบางชนิด หรือระดับความร้อนที่เหมาะสม แล้วจึงนำมาผลิตเป็นวัคซีน 

กลไกของวัคซีนโควิดชนิดนี้คือ การเหนี่ยวนำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน หรือแอนติบอดีต้านเชื้อไวรัสเชื้อไวรัสซาร์ส-โควี-2 เพื่อไม่ให้เข้าสู่เซลล์ร่างกายได้นั่นเอง

เทคโนโลยีดังกล่าวแตกต่างจากวัคซีนโควิดของไฟเซอร์ (Pfizer COVID-19 Vaccine) และวัคซีนโควิดของโมเดอร์นา (Moderna COVID-19 Vaccine) ซึ่งเปิดตัวมาก่อนหน้า วัคซีนสองค่ายนี้ต่างใช้เทคโนโลยีการผลิตวัคซีนแบบสังเคราะห์สารดีเอ็นเอ (DNA) หรือสารอาร์เอ็มเอ (mRNA) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่

อีกทั้งยังแตกต่างจาก วัคซีนโควิดของแอสตราเซนากา (AstraZeneca COVID-19 Vaccine) วัคซีนอีกชนิดที่นำเข้ามาฉีดในประเทศไทย ซึ่งเป็นวัคซีนที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตโดยการใช้ไวรัสเป็นพาหะ (Recombynant viral vector vaccine)

วัคซีนโควิดซิโนแวคได้รับอนุมัติใช้แล้วในหลายประเทศ เช่น ตุรกี ยูเครน ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ลาว อุรุกวัย เม็กซิโก บราซิล โคลอมเบีย รวมทั้งประเทศไทย

ล่าสุด 1 มิถุนายน 2564  วัคซีนโคโรนาแวค หรือซิโนแวค ได้รับอนุมัติจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ให้ใช้ในกรณีฉุกเฉินแล้ว นับเป็นวัคซีนโควิดชนิดที่ 6 ที่ได้รับอนุมัติ

วัคซีนโควิด Sinovac มีข้อบ่งใช้อย่างไร?

  • ผู้เข้ารับวัคซีนโควิดซิโนแวคต้องรับวัคซีนจำนวน 2 โดสด้วยกันที่ต้นแขนด้านบน โดยเข็มที่ 2 จะฉีดเว้นระยะห่างจากเข็มแรก 2-4 สัปดาห์ โดยในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดรุนแรง แนะนำให้ฉีดเข็มที่ 2 ห่างจากเข็มแรก 2 สัปดาห์
  • การฉีดวัคซีนโควิดทั้งสองเข็มต้องเป็นชนิดเดียวกัน
  • สำหรับประเทศไทย แนะนำให้ฉีดในผู้ที่มีอายุระหว่าง 18 ปีขึ้นไป ล่าสุดจีนได้พบว่า สามารถฉีดให้ผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไปที่มีสุขภาพดีได้แล้ว (ข้อมูล 7 พฤษภาคม 2564)
  • หากเคยติดเชื้อ COVID-19 แล้ว หลังหายเป็นปกติภายใน 6 เดือน ควรเข้ารับวัคซีนโควิดเพื่อป้องกันโรค ทั้งนี้อาจต้องรอการอัปเดตข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขอีกครั้ง
  • สามารถฉีดวัคซีนโควิดร่วมกับวัคซีนป้องกันโรคชนิดอื่นได้ แต่ต้องเว้นระยะห่างอย่างน้อย 14 วัน หรือขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์

วัคซีนโควิด Sinovac ไม่เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่มีประวัติแพ้วัคซีนอย่างรุนแรง
  • ผู้ที่มีประวัติภูมิแพ้อย่างรุนแรง เช่น แพ้อาหาร แพ้โลหะ
  • ผู้มีไข้ หรือเจ็บป่วยรุนแรง
  • ผู้ป่วยโรคเรื้อรังซึ่งไม่สามารถควบคุมโรคให้อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยได้
  • ผู้ที่มีภาวะทางระบบประสาทรุนแรง
  • ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • หญิงตั้งครรภ์และหญิงที่อยู่ระหว่างให้นมบุตร ยังไม่ควรเข้ารับวัคซีนโควิด เว้นแต่ได้รับการประกาศยืนยันจากกระทรวงสาธารณสุขแล้ว

วัคซีนโควิด Sinovac มีประสิทธิภาพแค่ไหน?

การทดลองวัคซีนซิโนแวคในจีนยืนยันประสิทธิภาพ 78 เปอร์เซ็นต์ในกลุ่มผู้ป่วยโควิดที่มีอาการไม่รุนแรง อย่างไรก็ตาม ตัวเลขการยืนยันประสิทธิภาพของวัคซีนโควิดยี่ห้อนี้กลับแตกต่างไปในหลายประเทศ

เช่น บราซิลยืนยันประสิทธิภาพวัคซีนที่ 78 เปอร์เซ็นต์ แต่ล่าสุดประกาศประสิทธิภาพลดลงมาอยู่ที่ 50.38 เปอร์เซ็นต์ อินโดนีเซียยืนยันในประสิทธิภาพวัคซีนที่ 65.3 เปอร์เซ็นต์ 

ทั้งหมดนี้ถือเป็นผลลัพธ์ที่กว้างมากเมื่อเทียบกับวัคซีนยี่ห้ออื่นๆ อย่างไรก็ตาม การศึกษาประสิทธิภาพของวัคซีนยังคงต้องรอการเก็บข้อมูลต่อไปอีก 6 เดือน หรือ 1 ปี ทั้งในเรื่องของประสิทธิภาพและข้อบ่งใช้ในกลุ่มอายุต่างๆ

เช่นเดียวกับวัคซีนโควิดยี่ห้ออื่นๆ ที่วัคซีนโควิดซิโนแวคยังไม่สามารถระบุได้ว่า ระดับภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นจากการฉีดวัคซีนจะสามารถป้องกันการติดเชื้อ COVID-19 ได้นานแค่ไหน และต้องกระตุ้นภูมิคุ้มกันซ้ำอีกเมื่อใด

องค์การอนามัยโลกประกาศว่า วัคซีนซิโนแวคมีประสิทธิภาพการป้องกันการติดเชื้ออยู่ที่ 51%  และยืนยันป้องกันอาการป่วยรุนแรงและเสียชีวิต 100 เปอร์เซ็นต์ 

วัคซีนโควิดซีโนแวค มีอาการไม่พึงประสงค์อย่างไร?

อาการไม่พึงประสงค์หลังฉีดวัคซีน จริงๆ แล้วพบได้ในการฉีดวัคซีนทุกชนิด แต่สำหรับวัคซีนโควิดน่าจะเป็นที่สนใจมากกว่าวัคซีนชนิดอื่นๆ เพราะเป็นวัคซีนใหม่กำลังเป็นที่จับตามมองนั่นเอง 

ในประเทศไทย ปัจจุบัน (15 มีนาคม 2564) มีรายงานจำนวนผู้มีอาการไม่พึงประสงค์ (adverse reaction) จากการฉีดวัคซีนโควิดซิโนแวค ซึ่งไม่ใช่การแพ้วัคซีน (allergic reaction) ดังนี้

  • อาเจียน 17%
  • ปวดเมื่อยเนื้อตัว 14%
  • อักเสบบริเวณที่ฉีด 13%
  • มีไข้ 11%

นอกจากนั้นยังมีอาการปวดศีรษะ ท้องเสีย ผื่นขึ้น อ่อนเพลีย คลื่นไส้ มีอาการปวด บวมแดง บริเวณที่ฉีดวัคซีน ซึ่งกรมควบคุมโรคยืนยันว่า เป็นอาการที่พบได้เป็นปกติหลังรับวัคซีน อาการดังกล่าวจะไม่รุนแรงและหายได้เองภายใน 1-2 วันหลังรับวัคซีน

ส่วนอาการแพ้วัคซีนโควิดนั้นจะมีอาการรุนแรงกว่ามาก เช่น มีไข้สูง หายใจลำบาก แน่นหน้าอก ปวดศีรษะรุนแรง ปากเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง อาการแพ้รุนแรงบริเวณที่ฉีดวัคซีน 

ณ ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีรายงานเกี่ยวกับอาการแพ้วัคซีนโควิด

เตรียมตัวอย่างไรเมื่อต้องไปรับวัคซีนโควิด?

  • เตรียมร่างกายต้องแข็งแรง ไม่เจ็บป่วย
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • ไม่ควรรับประทานยาลดไข้ หรือยาแก้ปวดก่อนเข้ารับวัคซีนโควิด เพราะยาอาจไปกดภาวะการอักเสบ ทำให้การตอบสนองของวัคซีนลดลง
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว หากรับประทานยาเพื่อควบคุมโรคควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนได้รับวัคซีน
  • ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ควบคุมได้ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจ ไม่ควรหยุดยาเองเพื่อฉีดวัคซีน แต่ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ก่อนทุกครั้ง
  • ผู้ป่วยกลุ่มโรคเลือดออกง่าย ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนได้รับวัคซีน เพราะอาจต้องใช้เวลากดแผลบริเวณที่ฉีดวัคซีนนานขึ้น และหลังฉีดยังเสี่ยงต่อการห้อเลือด หรือมีจ้ำเลือดเกิดขึ้น
  • หากรับประทานยากดภูมิต้านทาน หรือยาสำหรับโรคเรื้อรังอื่นๆ ควรแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง
  • โหลดแอปพลิเคชั่น “หมอพร้อม” หรือ LINE OA หมอพร้อม เพื่อลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิด และรับทราบข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด เช่น สถานที่ฉีดวัคซีน วันที่ฉีดวัคซีน และบันทึกอาการที่เกิดขึ้นหลังจากฉีดวัคซีน 
  • หากมีอาการไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ แนะนำให้กลับไปหาแพทย์ในโรงพยาบาลที่ทำการฉีดวัคซีน หรือไปพบแพทย์ที่ใกล้ที่สุด หากมีอาการรุนแรง

อย่างไรก็ตาม ควรทำความเข้าใจว่า การฉีดวัคซีนโควิดนั้นไม่ได้หมายความว่า จะสามารถป้องกันการติดเชื้อได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เพียงแต่หากติดเชื้อ COVID-19 ก็จะช่วยลดอาการความรุนแรงของโรคลงได้ รวมทั้งช่วยลดอัตราการเสียชีวิต

ดังนั้นทุกคนจึงยังต้องดูแลตนเองอย่างเคร่งครัดโดยการสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าทุกครั้งที่ออกจากบ้าน ดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคลให้ดี หมั่นล้างมือให้ถูกวิธีบ่อยๆ ด้วยสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้น 70% ขึ้นไป

ไม่รับประทานอหาร หรือดื่มน้ำด้วยภาชนะเดียวกันกับผู้อื่น และรักษาระยะห่างทางสังคมเพื่อลดโอกาสการรับเชื้อนั่นเอง

หากสนใจเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 สามารถเปรียบเทียบราคาล่าสุดและแพ็กเกจตรวจหาเชื้อโควิด-19 ได้ที่นี่เลย หรือติดตามข่าวสารวัคซีนโควิดในไทยที่ไลน์ @hdcoth โดยจะมีแอดมินใจดีคอยให้บริการข้อมูล สั่งซื้อแพ็กเกจ และจองคิวนัดหมายทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9 โมงเช้าถึงตีหนึ่ง! แอดเลยไม่ต้องรอ

รวมบทความที่เกี่ยวข้องกับวัคซีนโควิด

ที่มาของข้อมูล

กรมควบคุมโรค, แนวทางการให้วัคซีนโควิด 19 ในสถานการณ์การระบาดปี 64 ประเทศไทย (https://ddc.moph.go.th/uploads/files/1729520210301021023.pdf), 15 มีนาคม 2564.

ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม, ฉีดวัคซีนโควิด-19 ต้องเตรียมตัวอย่างไร (https://chulalongkornhospital.... มีนาคม 2564.

ศ.พญ.ศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล, การเตรียมความพร้อมก่อนฉีดวัคซีนโควิด-19 (https://www.rama.mahidol.ac.th... มีนาคม 2564.

George Citroner, China Has Been Vaccinating Its Population for Weeks: What We Know (https://www.healthline.com/hea...), 15 March 2021.

Prof Yanjun Zhang, PhD., Gang Zeng, PhD., Prof Changgui Li, PhD et al. Safety, tolerability, and immunogenicity of and inactivated SARS-CoV-2 vaccine in healthy adults aged 18-59 years: a randomised, double-blind, placebo-controlled, phase ½ clinical trial (https://www.thelancet.com/article/S1473-3099(20)30843-4/fulltext) ,15 March 2021.

WHO, Coronavirus disease (COVID-19): Vaccines (https://www.who.int/news-room/... March 2021.