พื้นที่สีแดงไม่มีแล้ว! ศบค. ปรับระดับความรุนแรงโควิดเป็น 3 สี มีสีอะไร จังหวัดไหนบ้าง ข้อห้ามเป็นอย่างไร?


HDmall สรุปให้!

ขยาย

ปิด

  • 20 มกราคม 2565 ศบค. ได้มีการปรับระดับพื้นที่สีโควิดทั่วประเทศ จาก 2 สี เพิ่มเป็น 3 สี ได้แก่ พื้นที่สีส้ม พื้นที่สีเหลือง และพื้นที่สีฟ้า โดยมีผลตั้งแต่ 24 มกราคม 2565 เป็นต้นไป
  • ข้อห้ามของพื้นที่สีส้มหลักๆ ได้แก่ ห้ามจัดกิจกรรมรวมคนมากกว่า 500 คน ห้ามบริโภคสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้าน
  • จองวัคซีนทางเลือก Moderna หรือ Sinopharm หรือแอดไลน์สอบถามแอดมินได้ที่ @hdcoth

วันที่ 24 มกราคม 2565 ศูนย์บริหารจัดการโควิด-19 (ศบค.) ได้มีการปรับระดับพื้นที่สีพื้นที่ทั่วประเทศ ดังนี้

  • พื้นที่ควบคุม (พื้นที่สีส้ม) จากเดิม 69 จังหวัด ปรับเป็น 44 จังหวัด
  • พื้นที่เฝ้าระวังสูง (พื้นที่สีเหลือง) จากเดิม 0 จังหวัด เพิ่มเป็น 25 จังหวัด
  • พื้นที่นำร่องท่องเที่ยว (พื้นที่สีฟ้า) 8 จังหวัด และจังหวัดอื่นดำเนินการบางพื้นที่ 18 จังหวัด

ข้อมูลอ้างอิงตามการแถลงข่าวของ ศบค. ประจำวันที่ 20 มกราคม 2565 จึงอาจมีการเปลี่ยนแปลงในภายหลังได้

ตรวจโควิด PCR ราคาถูก

พื้นที่สีส้มมีจังหวัดอะไรบ้าง?

การปรับระดับพื้นที่จากการสรุปของ ศบค. วันที่ 20 มกราคม 2565 กำหนดให้พื้นที่สีส้ม หรือพื้นที่ควบคุม ปรับเป็น 44 จังหวัด ดังต่อไปนี้

  1. ขอนแก่น
  2. ฉะเชิงเทรา
  3. ชุมพร
  4. เชียงใหม่
  5. เชียงราย
  6. ตรัง
  7. ตราด
  8. ตาก
  9. นครนายก
  10. นครราชสีมา
  11. นครศรีธรรมราช
  12. ประจวบคีรีขันธ์
  13. ปราจีนบุรี
  14. พระนครศรีอยุธยา
  15. พัทลุง
  16. เพชรบุรี
  17. แม่ฮ่องสอน
  18. ระนอง
  19. ระยอง
  20. ราชบุรี
  21. ลพบุรี
  22. สตูล
  23. สมุทรปราการ
  24. สมุทรสาคร
  25. สงขลา
  26. สระแก้ว
  27. สระบุรี
  28. สุราษฎร์ธานี
  29. อุดรธานี
  30. อุบลราชธานี
  31. จันทบุรี
  32. กาฬสินธุ์
  33. นครปฐม
  34. น่าน
  35. บุรีรัมย์
  36. พะเยา
  37. มหาสารคาม
  38. มุกดาหาร
  39. ยโสธร
  40. ร้อยเอ็ด
  41. ศรีสะเกษ
  42. สมุทรสงคราม
  43. สุรินทร์
  44. หนองคาย

พื้นที่สีเหลืองมีจังหวัดอะไรบ้าง?

การปรับระดับพื้นที่จากการสรุปของ ศบค. วันที่ 20 มกราคม 2565 กำหนดให้พื้นที่สีเหลือง หรือพื้นที่เฝ้าระวังสูง เพิ่มเป็น 25 จังหวัด ดังต่อไปนี้

  1. กำแพงเพชร
  2. ชัยนาท
  3. ชัยภูมิ
  4. นครพนม
  5. นครสวรรค์
  6. นราธิวาส
  7. บึงกาฬ
  8. ปัตตานี
  9. พิจิตร
  10. พิษณุโลก
  11. เพชรบูรณ์
  12. แพร่
  13. ยะลา
  14. ลำปาง
  15. ลำพูน
  16. เลย
  17. สกลนคร
  18. สิงห์บุรี
  19. สุโขทัย
  20. สุพรรณบุรี
  21. หนองบัวลำภู
  22. อ่างทอง
  23. อำนาจเจริญ
  24. อุตรดิตถ์
  25. อุทัยธานี

ดูรายชื่อสถานที่ตรวจโควิด-19

ดูแนวทางการเดินทางข้ามจังหวัด

ดูหัวข้ออื่นๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับโควิด-19

พื้นที่สีฟ้ามีจังหวัดอะไรบ้าง?

การปรับระดับพื้นที่จากการสรุปของ ศบค. วันที่ 20 มกราคม 2565 กำหนดให้ พื้นที่ฟ้า หรือพื้นที่เฝ้าระวัง มี 8 จังหวัด และจังหวัดอื่นๆ ดำเนินการบางพื้นที่ 18 จังหวัด ดังต่อไปนี้

  1. กรุงเทพมหานคร
  2. กาญจนบุรี
  3. กระบี่
  4. ชลบุรี
  5. นนทบุรี
  6. ปทุมธานี
  7. พังงา
  8. ภูเก็ต

18 จังหวัดที่ดำเนินการบางพื้นที่ ได้แก่

  1. ขอนแก่น (เฉพาะอำเภอเมืองขอนแก่น อำเภอเขาสวนกวาง อำเภอเปื่อยน้อย อำเภอพล อำเภอภูเวียง อำเภอเวียงเก่า และอำเภออุบลรัตน์)

  2. จันทบุรี (เฉพาะอำเภอเมืองจันทบุรี และอำเภอท่าใหม่)

  3. เชียงราย (เฉพาะอำเภอเมืองเชียงราย อำเภอเชียงของ อำเภอเชียงแสน อำเภอเทิง อำเภอพาน อำเภอแม่จัน อำเภอแม่ฟ้าหลวง อำเภอแม่สาย อำเภอแม่สรวย อำเภอเวียงแก่น และอำเภอเวียงป่าเป้า)

  4. เชียงใหม่ (เฉพาะอำเภอเมืองเชียงใหม่ อำเภจอทอง อำเภอดอยเต่า อำเภอแม่แตง และอำเภอแม่ริม)

  5. ตราด (เฉพาะอำเภอเกาะกูด และอำเภอเกาะช้าง)

  6. นครราชสีมา (เฉพาะอำเภอเมืองนครราชสีมา อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอโชคชัย อำเภอปากช่อง อำเภอพิมาย อำเภอวังน้ำเขียว และอำเภอสีคิ้ว)

  7. บุรีรัมย์ (เฉพาะอำเภอเมืองบุรีรัมย์)

  8. ประจวบคีรีขันธ์ (เฉพาะเทศบาลเมืองหัวหิน เฉพาะตำบลหัวหินและตำบลหนองแก)

  9. พระนครศรีอยุธยา (เฉพาะอำเภอพระนครศรีอยุธยา)

  10. เพชรบุรี (เฉพาะเทศบาลเมืองชะอำ)

  11. ระนอง (เฉพาะเกาะพยาม)

  12. ระยอง (เฉพาะเกาะเสม็ด)

  13. เลย (เฉพาะอำเภอเชียงคาน)

  14. สมุทรปราการ (เฉพาะบริเวณพื้นที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ)

  15. สุราษฎร์ธานี (เฉพาะเกาะเต่า เกาะพะงัน และเกาะสมุย)

  16. สุรินทร์ (เฉพาะอำเภอเมืองสุรินทร์ และอำเภอท่าตูม)

  17. หนองคาย (เฉพาะอำเภอเมืองหนองคาย อำเภอท่าบ่อ อำเภอศรีเชียงใหม่ และอำเภอสังคม)

  18. อุดรธานี (เฉพาะอำเภอเมืองอุดรธานี อำเภอกุมภวา อำเภอนายง อำเภอบ้านดุง อำเภอประจัษ์ศิลปาคม และอำเภอหนองหาน)

พื้นที่สีส้ม หรือพื้นที่ควบคุมมีข้อห้ามอะไรบ้าง?

  • ในพื้นที่ควบคุมนี้จะไม่มีการจำกัดเวลาออกนอกเคหสถานหรือเคอร์ฟิว สามารถเดินทางออกนอกบ้านได้ตลอดเวลา แต่ยังคงห้ามจัดกิจกรรมรวมคนมากกว่า 500 คน สนามกีฬาและการแข่งขันกีฬาในร่มต้องมีผู้ชมไม่เกิน 50% แต่หากเป็นกีฬากลางแจ้งจะมีผู้ชมได้ไม่เกิน 75%
  • โรงภาพยนตร์ โรงมหรสพ การแสดงพื้นบ้านในพื้นที่มีเครื่องปรับอากาศเปิดได้ตามปกติ แต่ควรจัดสรรให้มีจำนวนผู้ชมตามมาตรการที่กำหนด ไม่หนาแน่นจนเกินไป
  • กรณีศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุม สถานที่จัดนิทรรศการ รวมถึงสถานที่ลักษณะเดียวกันในห้างสรรพสินค้า และโรงแรมสามารถจัดได้แต่ต้องมีจำนวนคนไม่เกิน 1,000 คน และดูให้เหมาะสมกับขนาดพื้นที่เพื่อไม่ให้เกิดความหนาแน่นเกินไป
  • กรณีศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า และซิตี้มอลล์ เปิดได้ตามเวลาปกติ เปิดบริการสวนสนุก สวนน้ำ เฉพาะพื้นที่เปิดโล่ง
  • ร้านอาหารทั้งในและนอกศูนย์การค้า สามารถนั่งกินอาหารในร้านได้ (ห้ามบริโภคสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้าน) สามารถให้คณะกรรมการโรคติดต่อประจำจังหวัด พิจารณากำหนดมาตรการ และเวลาเปิด ปิดเพิ่มเติมได้ตามสถานการณ์
  • ร้านเสริมสวย ร้านนวด สปา สถานเสริมความงาม และร้านสักสามารถเปิดบริการได้ตามปกติ แต่ปิดได้ไม่เกิน 24:00 น.

พื้นที่สีเหลือง หรือพื้นที่เฝ้าระวังสูงมีข้อห้ามอะไรบ้าง?

  • ในพื้นที่เฝ้าระวังสูงจะไม่มีการจำกัดเวลาออกนอกเคหสถานหรือเคอร์ฟิว สามารถเดินทางออกนอกบ้านได้ตลอดเวลา แต่ยังคงห้ามจัดกิจกรรมรวมคนมากกว่า 1,000 คน
  • โรงภาพยนตร์ โรงมหรสพ การแสดงพื้นบ้านในพื้นที่มีเครื่องปรับอากาศเปิดได้ตามปกติ แต่ควรจัดสรรให้มีจำนวนผู้ชมตามมาตรการที่กำหนด ไม่หนาแน่นจนเกินไป
  • กรณีศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุม สถานที่จัดนิทรรศการ รวมถึงสถานที่ลักษณะเดียวกันในห้างสรรพสินค้า และโรงแรม สามารถจัดงานได้ตามความเหมาะสม
  • กรณีศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า และซิตี้มอลล์ เปิดได้ตามเวลาปกติ เปิดบริการสวนสนุก สวนน้ำ เฉพาะพื้นที่เปิดโล่ง
  • ร้านอาหารทั้งในและนอกศูนย์การค้า สามารถนั่งกินอาหารในร้านได้โดยเปิดได้ตามเวลาปกติ และจำกัดเวลาในการบริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ไม่เกิน 23.00 น.
  • จำกัดประเภทร้านอาหารที่บริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ได้ต้องเป็นร้านอาหารที่ผ่าน SHA+ หรือ Thai Stop COVID 2 Plus เท่านั้น และตามมาตรการ COVID Free Setting

พื้นที่สีฟ้าหรือพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวมีข้อห้ามอะไรบ้าง?

  • จังหวัดในพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวนี้จะไม่มีการจำกัดเวลาออกนอกเคหสถานหรือเคอร์ฟิว สามารถเดินทางได้ตลอดเวลา และสามารถจัดกิจกรรมรวมกลุ่มได้ตามความเหมาะสม สนามกีฬาและการแข่งขันกีฬาในร่มต้องมีผู้ชมไม่เกิน 75% แต่หากเป็นกีฬากลางแจ้งมีผู้ชมได้ตามความจุของสนาม แต่ต้องมีมาตรการเว้นระยะห่าง
  • โรงภาพยนตร์ โรงมหรสพ การแสดงพื้นบ้านในพื้นที่มีเครื่องปรับอากาศ เปิดได้ตามปกติและมีจำนวนผู้ชมตามมาตรการที่กำหนด 
  • กรณีศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุม สถานที่จัดนิทรรศการ รวมถึงสถานที่ลักษณะเดียวกันในห้างสรรพสินค้า และโรงแรม สามารถจัดงานได้ตามความเหมาะสม
  • กรณีศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า และซิตี้มอลล์ เปิดบริการได้ตามเวลาปกติ สามารถเปิดสวนสนุก และสวนน้ำได้เฉพาะพื้นที่เปิดโล่ง
  • ร้านอาหารทั้งในและนอกศูนย์การค้า สามารถนั่งกินอาหารในร้านได้โดยเปิดได้ตามเวลาปกติ และจำกัดเวลาในการบริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ไม่เกิน 23.00 น.
  • จำกัดประเภทร้านอาหารที่บริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ได้ต้องเป็นร้านอาหารที่ผ่าน SHA+ หรือ Thai Stop COVID 2 Plus เท่านั้น และตามมาตรการ COVID Free Setting

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันในประเทศไทยมีการแพร่กระจายของเชื้อโควิดสายพันธุ์ใหม่อย่าง โอไมครอน ในหลายจังหวัดเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ กระทรวงสาธรณสุขจึงได้มีการยกระดับเตือนภัยโควิดจากระดับ 3 เป็นระดับ 4 โดยมีมาตรการดังต่อไปนี้

  • งดเข้าสถานที่เสี่ยง
  • งดทานอาหารร่วมกัน งดดื่มสุราในร้าน
  • เลี่ยงไปซื้อของในสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก เช่น ตลาด ห้าง
  • เลี่ยงใกล้ชิดผู้อื่นนอกบ้าน
  • งดร่วมกิจกรรมรวมกลุ่มตามเกณฑ์ต่างๆ
  • มาตรการทำงานที่บ้านให้ได้ร้อยละ 50-80
  • ชะลอการเดินทางข้ามจังหวัดหากจำเป็นใช้รถยนต์ส่วนตัว
  • เลี่ยงไปต่างประเทศ
  • หากเข้าประเทศต้องปรับตัวในสถานที่กักกัน

หากคุณอยู่ในจังหวัดที่เชื่อมโยงกับการติดเชื้อ หรือพื้นที่เสี่ยง สามารถดูแพ็กเกจตรวจโควิด-19 ได้ที่ HDmall.co.th ศูนย์รวมบริการสุขภาพ ทำฟัน และความงามที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

รอรับผลได้ภายใน 1-2 วัน ด้วยวิธีการตรวจแบบ Drive-Thru ลดความแออัดและไม่ต้องลงจากรถ จองคิวล่วงหน้าได้ผ่านทางไลน์ @hdmall.support เรามีแอดมินคอยให้บริการตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึงตี 1 ทุกวัน!

ที่มาของข้อมูล

ศูนย์ข้อมูล COVID-19, (https://www.facebook.com/infor...).