ตรวจภาวะไวต่ออาหาร 200+ รายการ
ตรวจภาวะไวต่ออาหาร
รู้ใจร่างกาย ทำไมยิ่งกินยิ่งพัง
เซฟเงินเซฟเวลา จบปัญหาอาการเรื้อรัง
สัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม!
บอกลาอาการกวนใจ ดูแลจากต้นเหตุ

อาการไม่รุนแรง แต่เรื้อรัง!
ต้นเหตุอาจมาจาก "อาหาร" ที่กินประจำ

รีวิวจริง จากลูกค้าตัวจริง!
หลายคนทนกับอาการเดิมๆ ที่สะสมมานาน ท้องอืดง่าย กินอะไรก็แน่น ปวดหัวเรื้อรัง ผื่นขึ้น ผิวพัง นอนเท่าไหร่ก็ไม่สดชื่น จนเริ่มสงสัยว่าตัวเองคิดไปเอง ทั้งที่จริงแล้ว… ร่างกายกำลังส่งสัญญาณว่ามีบางอย่างผิดปกติอยู่โดยไม่รู้ตัว!
ดูรีวิวเต็มๆ กดเลยแพ็กเกจสำหรับคุณ
กำลังโชว์ 6 สถานพยาบาล

Bangkok Anti - Aging Center
สาขาสยาม , สาขาบางนา
แถมให้อีกต่อ
- ฟรี! คุณหมออ่านผลทางวิดีโอคอล

N Health
30+ สาขาทั่วประเทศไทย เลือกใกล้บ้านเลย
แถมให้อีกต่อ
- ฟรี! คุณหมออ่านผลทางวิดีโอคอล
คำถามที่พบบ่อย
- แพ้อาหารเฉียบพลัน เกิดจากร่างกายสร้างแอนติบอดีชนิด IgE ตอบสนองต่อโปรตีนในอาหาร ทำให้เกิดอาการรุนแรงทันทีหลังทาน แม้ในปริมาณเพียงเล็กน้อย โดยอาการมักเกิดภายใน 2–30 นาที และไม่เกิน 2 ชั่วโมง เช่น ผื่น ลมพิษ หายใจติดขัด หรืออาการช็อกค่ะ
- ภาวะไวต่ออาหาร เกิดจากร่างกายสร้างแอนติบอดีชนิด IgG แสดงอาการช้าและสะสมจากการทานซ้ำๆ เป็นเวลานาน ทำให้เกิดอาการเรื้อรัง เช่น ท้องอืด ปวดหัวเรื้อรัง เหนื่อยง่าย ผิวแพ้ง่าย หรืออารมณ์แปรปรวนค่ะ
- เพราะบางครั้งเราทานอาหารแล้วเกิดอาการ เช่น ท้องอืด ปวดท้อง หรือผื่นคันโดยไม่ทราบสาเหตุค่ะ การตรวจภาวะไวต่ออาหารช่วยระบุว่าอาหารชนิดใดที่ร่างกายเราตอบสนองไวเกินไป ทำให้สามารถวางแผนทานอาหารได้เหมาะสม ลดอาการที่เกิดขึ้นซ้ำๆ และป้องกันปัญหาเดิมในอนาคตได้ค่ะ
- เหมาะกับคนที่มีอาการไม่ชัดเจนหลังทานอาหาร เช่น ท้องอืด แน่นท้อง ปวดหัวเรื้อรัง ผิวแพ้ง่าย เหนื่อยง่าย อารมณ์แปรปรวน โดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดค่ะ
ไม่ต้องเตรียมอะไรมากเลยค่ะ สามารถรับประทานอาหารและดื่มน้ำได้ตามปกติ และพักผ่อนให้เพียงพอ
แต่มีข้อควรระวังคือ งดทานยาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ ยาแก้ภูมิแพ้ และยากดภูมิเป็นระยะเวลา 1 เดือน แนะนำให้พบแพทย์เพื่อประเมินความจำเป็นในการหยุดยา ก่อนเข้ารับบริการนะคะ
แต่มีข้อควรระวังคือ งดทานยาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ ยาแก้ภูมิแพ้ และยากดภูมิเป็นระยะเวลา 1 เดือน แนะนำให้พบแพทย์เพื่อประเมินความจำเป็นในการหยุดยา ก่อนเข้ารับบริการนะคะ
ตรวจได้นะคะ แต่แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยของคุณแม่และลูกน้อยค่ะ
ไม่จำเป็นต้องตรวจบ่อยค่ะ หากได้ปรับลดหรือหลีกเลี่ยงอาหารตามผลตรวจและอาการดีขึ้นต่อเนื่อง แนะนำตรวจซ้ำในกรณีที่ต้องการประเมินอาการใหม่ หรือเมื่อมีอาการที่สงสัยว่าเกี่ยวกับอาหารชนิดอื่นเพิ่มเติม ก็สามารถตรวจซ้ำทุก 1–2 ปีได้ค่ะ
ไม่จำเป็นค่ะ อาหารบางชนิดสามารถกลับมาทานได้หลังงดพักประมาณ 3–6 เดือน ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ เพื่อให้ร่างกายปรับตัวได้อย่างปลอดภัยค่ะ
ผลตรวจภาวะไวต่ออาหารจะใช้เวลาประมาณ 7–14 วันหลังตรวจค่ะ เมื่อผลออกแล้วลูกค้าสามารถมารับเอกสารรายงานผลที่สาขาได้เลย หรือถ้าไม่สะดวกก็สามารถขอรับผลทางไลน์หรืออีเมลได้ค่ะ
หากผลตรวจไม่พบภาวะไวต่ออาหาร อาการที่เกิดขึ้นอาจมาจากสาเหตุอื่น เช่น แพ้อาหาร เฉียบพลันโรคลำไส้แปรปรวน (IBS) หรือปัญหาสุขภาพอื่นที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหาร แนะนำปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินและวินิจฉัยเพิ่มนะคะ
ส่วนใหญ่คนที่มาตรวจภาวะไวต่ออาหารมักจะไวต่ออาหารประเภทนมและผลิตภัณฑ์จากนม ไข่ แป้งสาลี และถั่วชนิดต่างๆ เช่น ถั่วลิสง ถั่วเหลือง อัลมอนด์ค่ะ อย่างไรก็ตาม ผลจะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลและพฤติกรรมการกินอาหารของแต่ละคนด้วยนะคะ
ผ่อนได้ค่ะ สามารถผ่อน 0% นานสูงสุด 3 เดือน ผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการได้เลยค่ะ










