ไปต่างประเทศช่วงโควิด เตรียมอะไรบ้าง? มีอะไรที่ควรรู้?


เที่ยวช่วงโควิด, ไปต่างประเทศช่วงโควิด, ผู้หญิง, สนามบิน

HDmall สรุปให้!

ขยาย

ปิด

  • แต่ละประเทศเรียกใช้เอกสารในการเข้าประเทศแตกต่างกันออกไป ควรติดต่อสถานทูตประเทศปลายทางที่ประจำในไทยก่อนเสมอ
  • เอกสารหลักๆ ที่ควรเตรียมนอกจากในภาวะปกติ ได้แก่ ใบรับรองแพทย์ (Fit to Fly Health Certificate) ที่ยืนยันว่าสุขภาพร่างกายพร้อม กับใบตรวจผลโควิดแบบ RT-PCR
  • ใบรับรองผลการตรวจทั้ง 2 ชนิด มักต้องใช้ภายใน 72 ชั่วโมงหลังผลออก ดังนั้นจึงควรวางแผนขึ้นเครื่องให้ดีก่อน
  • นอกจากนี้สิ่งที่ควรระวังคืออายุของหนังสือเดินทาง (Passport) ควรเหลือมากกว่า 6 เดือน รวมถึงการขอวีซ่าในประเทศต่างๆ ที่มีมากขึ้นด้วย
  • เปรียบเทียบราคาตรวจโควิด พร้อมใบยืนยันผลการตรวจได้ที่ HDmall.co.th หรือสอบถามรายละเอียดแอดมินได้ที่ไลน์ @hdmall.support

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เกิดข้อจำกัดในการเดินทางไปต่างประเทศมากขึ้น เนื่องจากประเทศปลายทางมีข้อกำหนดต่างๆ มากมายเพื่อป้องกันโรค

สิ่งสำคัญของการเดินทางช่วงนี้คือความยืดหยุ่นของผู้เดินทาง เพื่อปรับตัวให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่างๆ ในบทความนี้ HDmall.co.th จะสรุปข้อมูลที่ควรทราบก่อนเดินทางไปต่างประเทศในช่วงโควิด

ไปต่างประเทศช่วงโควิด ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

การเดินทางไปต่างประเทศช่วงโควิด มีการเตรียมตัวหลักๆ 6 ข้อใหญ่ ดังนี้

1. ตรวจสอบข้อจำกัดของประเทศปลายทาง

สถานการณ์การระบาดของแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน รัฐบาลประเทศต่างๆ จึงอาจมีมาตรการ และข้อจำกัดต่างกันด้วย ควรสอบถามกับสถานเอกอัครราชทูตประเทศปลายทางที่ประจำอยู่ในประเทศไทย เพื่อวางแผนการเดินทาง

โดยสิ่งที่ควรสอบถามเบื้องต้น อาจมีดังนี้

  • สถานการณ์การระบาดของประเทศปลายทาง หากมีความชุกของเชื้อโรค จะได้พิจารณาวางแผนผู้ร่วมเดินทาง หรือหาทางหลีกเลี่ยงได้
  • กฎข้อบังคับในขณะนั้น เช่น มีการจำกัดจำนวนคน กิจกรรม หรือสถานที่ที่สามารถทำได้หรือไม่
  • เอกสารที่จำเป็นต่อการเข้าประเทศ เช่น วีซ่า ใบรับรองแพทย์ (Fit to fly) ใบรับรองผลการตรวจโควิด
  • มาตรการกักตัวของประเทศปลายทาง ในบางประเทศอาจต้องทำการเซ็นใบยินยอมอนุญาตกักตัวด้วย
  • ยารักษาโรคประจำตัว แต่ละประเทศอาจมียารักษาโรคประจำตัวบางชนิดที่ผิดกฎหมาย หากคุณมียารักษาโรคประจำตัวที่จำเป็นต้องใช้ ควรปรึกษาสถานทูตและแพทย์ผู้ดูแล เพื่อพิจารณาหายาทดแทน

2. ตรวจสอบสายการบินที่จะใช้บริการ

เนื่องจากประเทศไทยมีการประกาศมาตรการ และข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง ควรตรวจสอบกับสายการบินถึงประเด็นดังต่อไป

  • ระยะเวลาการให้บริการทั้งเครื่องบินขาเข้า และขาออก
  • เอกสารที่ใช้ในการยืนยันตัวตน และรับอนุญาตขึ้นเครื่อง
  • มาตรการป้องกันโควิดของสายการบิน
  • การบริการด้านอาหาร และเครื่องดื่มบนเครื่อง
  • หากมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ต้องพกติดตัว ควรสอบถามกับสายการบินด้วย
  • สอบถามช่องทางการลงทะเบียน หรือเช็กอิน ผ่านช่องทางออนไลน์
  • ข้อห้าม และข้อควรปฎิบัติในช่วงการแพร่ระบาดขณะอยู่ในสนามบิน

3. เตรียมเอกสารที่จำเป็นต่อการเดินทางช่วงโควิด

เอกสารหลักๆ ที่ต้องใช้ในการเดินทางไปต่างประเทศ อาจมีดังนี้

  • ใบรับรองว่ามีสุขภาพพร้อมเดินทางทางอากาศ (Fit to Fly Health Certificate/Fit to Travel Health Certificate) โดยใบรับรองนี้ไม่ใช่ใบรับรองผลการตรวจโควิดโดยตรง แต่เป็นใบรับรองว่าสุขภาพเหมาะสมต่อการเดินทางหรือไม่ ในหลายประเทศต้องใช้เอกสารชิ้นนี้ก่อนขึ้นบิน ควรตรวจสอบกับสถานทูตของประเทศปลายทาง และสายการบินก่อนว่ารายละเอียดเกี่ยวกับใบรับรองสุขภาพนี้เป็นอย่างไร
  • เอกสารที่ใช้ในการยืนยันตัวตน เช่น บัตรประจำตัวประชาชน ใบอนุญาตขับรถ บัตรประจำตัวข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ใบสุทธิพระสงฆ์ และบัตรประจำตัวคนพิการ
  • หนังสือเดินทาง (Passport) ควรดูให้แน่ใจว่าหนังสือเดินทางยังมีอายุเหลืออีกอย่างน้อย 6 เดือน เพราะบางประเทศอาจไม่อนุมัติให้ผู้ที่หนังสือเดินทางใกล้หมดอายุเข้าประเทศในช่วงนี้
  • ใบรับรองผลการตรวจโควิด (Medical certificate with a laboratory result indicating that COVID -19 is not detected) เป็นใบรับรองตรวจเชื้อโควิดโดยการตรวจแบบ RT-PCR หรือการเก็บตัวอย่างจากการ Swab จมูกและลำคอ โดยในวันขึ้นเครื่องต้องใช้ใบยืนยันนี้หลังออกมาไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง สามารถสอบถามสถานที่ให้บริการตรวจได้เลย
  • ใบอนุญาตขับขี่ต่างประเทศ (International Driving Permit: IDP) หากต้องการใช้ ควรติดต่อสถานทูตของประเทศปลายทางก่อนเดินทาง
  • วีซ่า (Visas) หากประเทศปลายทางต้องขอวีซ่าก่อนเข้าประเทศ ควรเผื่อเวลาติดต่อสถานทูตก่อนเดินทาง

ความถ่ายเอกสารแต่ละชนิดเอาไว้มากกว่า 1 ฉบับ เนื่องจากอาจมีการเรียกเก็บเอกสารจากหลายหน่วยงานของทั้งประเทศไทย และประเทศปลายทาง

ดูรายชื่อสถานที่ตรวจโควิด-19

อ่านขั้นตอนการตรวจโควิด-19

ดูหัวข้ออื่นๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับโควิด-19

4. ตรวจโควิดก่อนขึ้นเครื่อง 1-3 วัน

ประเทศจำนวนมากออกนโยบายเรียกเก็บใบรับรองผลการตรวจโควิดก่อนเข้าประเทศ ควรวางแผนให้ผลตรวจโควิดออกมาก่อนขึ้นเครื่องบิน 1-3 วัน โดยปกติผลตรวจจะออกหลังจากรับการตรวจ 1-2 วัน

  • หากผลตรวจเป็นบวก (เจอเชื้อ) หน่วยงานสาธารณสุขหรือสถานที่ให้บริการอาจจัดทีมไปรับมาทำการรักษา ไม่ควรเคลื่อนย้ายไปไหนมาไหนด้วยตัวเอง เพราะเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด
  • แต่หากผลตรวจเป็นลบ (ไม่เจอเชื้อ) ติดต่อรับใบรับรองการตรวจโควิด และใบรับรอง Fit to fly ได้ที่สถานที่ให้บริการตรวจ

นอกจากนี้ แม้จะเดินทางไปถึงประเทศปลายทางแล้วก็ยังอาจต้องทำการตรวจซ้ำ หรืออาจมีการกักตัวตามมาตรการของประเทศปลายทาง

5. เตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็น

นอกจากของใช้ส่วนตัวที่เตรียมไปเป็นปกติสำหรับการเดินทาง คุณอาจต้องคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ในช่วงการระบาดของโควิด

  • เจลแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้น 70% ขึ้นไป
  • หน้ากากอนามัย ควรเตรียมไปให้เพียงพอสำหรับใส่ตลอดการเดินทาง เพราะหลายสายการบินไม่อนุญาตให้ถอดหน้ากากขณะอยู่บนเครื่อง
  • ทิชชู่เปียก ใช้สำหรับเช็ดพื้นผิวต่างๆ ทั้งก่อนและหลังสัมผัส
  • อุปกรณ์ทางการแพทย์ส่วนตัว เช่น ถังออกซิเจน
  • ยาประจำตัว หากมียาที่จำเป็นต้องซื้อในต่างประเทศ ควรติดต่อสถานทูตประเทศปลายทางเพื่อสอบถามว่ามีตัวยาชนิดที่ใช้ได้หรือไม่

6. ฉีดวัคซีนโรคที่มีโอกาสติดเชื้อ

ตามคำแนะนำของ Centers for disease control and prevention: CDC ผู้ที่เดินทางไปประเทศอื่นๆ ควรรับการฉีดวัคซีนดังต่อไปนี้ เพื่อลดโอกาสในการรับเชื้อต่างถิ่น

  • วัคซีนหัดเยอรมัน (Measles-Mumps-Rubella: MMR)
  • วัคซันโปลิโอ (Polio)
  • วัคซีนอีสุกอีใส (Chickenpox)
  • วัคซีนไข้หวัดใหญ่ (Influenza)
  • วัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน (Diphtheria-Tetanus-Pertussis)

ปรึกษากับแพทย์ผู้ดูแลหากจำเป็นต้องฉีดวัคซีนเสริมอื่นๆ เช่น ตับอักเสบ

ดูข้อมูลวัคซีนโควิดไฟเซอร์ (Pfizer)

ดูข้อมูลวัคซีนโควิดโมเดอร์นา (Moderna)

เมื่อถึงสนามบินต้องทำอะไรบ้าง?

สายการบินต่างๆ ล้วนมีมาตรการป้องกันโควิดตามที่หน่วยงานสาธารณสุขกำหนด ผู้โดยสารทุกคนต้องใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า

นอกจากนี้อาจมีขั้นตอนต่างๆ มากกว่าปการเดินทางในภาวะปกติ จึงควรมาก่อนเวลาอย่างน้อย 30 นาที เพื่อปฎิบัติตามมาตรการดังนี้

ก่อนขึ้นเครื่องบิน

  1. เข้าด่านตรวจวัดอุณหภูมิ อาจมีการตรวจหลายจุดภายในสนามบิน เช่น ทางเข้าพื้นที่ต่างๆ ประตูเครื่องบิน
  2. ต่อคิวแบบเว้นระยะห่าง ทำให้การเช็กอิน หรือติดต่อพนักงานสายการบินช่วงนี้อาจใช้เวลามากกว่าปกติ เนื่องจากต้องจัดพื้นที่ลดความแออัดภายในสนามบิน
  3. หากสายการบินใดสามารถเช็กอินผ่านทางออนไลน์ได้ พนักงานสายการบินอาจแนะนำให้เช็กอินผ่านมือถือเพื่อความรวดเร็ว และลดความแออัด
  4. ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ ซึ่งมีบริการตามจุดต่างๆ เพื่อลดโอกาสแพร่กระจายเชื้อ
  5. ตรวจสอบเอกสาร สายการบินอาจตรวจเอกสารการเดินทางต่างๆ เช่น พาสปอร์ต ใบรับรองแพทย์ หรือใบรับรองผลการตรวจโควิด
  6. นำสัมภาระขึ้นห้องโดยสาร สามารถพกกระเป๋าถือขึ้นไปได้ 1 ชิ้น และผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิ ล้างมือ อีกครั้งก่อนเข้าเครื่อง ภายในกระเป๋าควรมีหน้ากากอนามัยติดสำรอง รวมถึงทิชชู่เปียกเพื่อใช้เช็ดพื้นผิวหากทำได้

ระหว่างอยู่บนเครื่องบิน

  1. ผู้โดยสารและพนักงานสายการบินทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาการบิน
  2. ผู้โดยสารควรเช็ดทำความสะอาดพื้นผิวต่างๆ ที่ต้องสัมผัสด้วยทิชชู่เปียก หรือแอลกอฮอล์
  3. หลายสายการบินอาจงดจำหน่าย หรือแจกอาหารและเครื่องดื่มระหว่างอยู่บนเครื่อง เพื่อลดโอกาสแพร่กระจายเชื้อ
  4. หากมีอาการเจ็บป่วย ต้องแจ้งกับพนักงานสายการบินทันที เพื่อให้พนักงานสายการบินทำการช่วยเหลืออย่างถูกวิธี

เมื่อถึงสถานที่ปลายทาง

  1. เจ้าหน้าที่อาจตรวจเอกสารเพื่อยืนยันตัวตนอีกครั้ง
  2. เจ้าหน้าที่อาจมีการตรวจวัดอุณหภูมิ หรือตรวจโควิดอีกครั้งตามแต่มาตรการ
  3. กรณีถูกปฎิเสธไม่ให้เข้าประเทศปลายทาง คุณอาจถูกส่งตัวกลับมายังประเทศต้นทาง ในกรณีกลับมาประเทศไทยจะต้องกักตัวใน State quarantine ไม่น้อยกว่า 14 วัน

เมื่อกลับจากการเดินทาง

แม้จะไม่มีอาการใดๆ แต่คุณก็มีโอกาสรับเชื้อโควิดในระหว่างการเดินทาง และสามารถแพร่กระจายเชื้อได้ ดังนั้นสิ่งที่ควรทำอาจมีดังนี้

  1. คุณและผู้ร่วมเดินทาง ควรกักตัวอย่างน้อย 14 วันเพื่อสังเกตอาการ
  2. หากระหว่างกักตัวที่บ้าน มีคนอื่นๆ ที่ไม่ได้ร่วมเดินทางด้วย ควรสวมหน้ากากอนามัยและเว้นระยะห่างเท่าที่จะทำได้ภายในบ้าน
  3. ควรเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิดหลังจากกลับมาแล้ว 3-5 วัน ด้วยวิธี RT-PCR
  4. สังเกตอาการตัวเองอย่างต่อเนื่อง วัดอุณหภูมิตัวเองทุกวัน หากมีอาการผิดปกติควรรีบไปพบแพทย์ทันที
  5. จดบันทึกอาการในแต่ละวัน เพื่อให้เห็นความแตกต่างในกรณีที่อาการแสดงออกไม่ชัด

ใบรับรองแพทย์ Fit to fly คือ อะไร?

ใบรับรองแพทย์ (Fit to Fly Health Certificate) เป็นใบรับรองแพทย์มาตรฐานที่มีการใช้มานานแล้ว โดยจะยืนยันว่าสุขภาพของคุณพร้อมสำหรับโดยสารด้วยเครื่องบิน

สายการบินในหลายประเทศมีการขอใบ Fit to fly ก่อนเข้า และออกประเทศ โดยส่วนมากจะรับเฉพาะใบที่เพิ่งออกมาไม่เกิน 72 ชั่วโมง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละประเทศด้วย

สิ่งที่ใบรับรองแพทย์ Fit to fly ยืนยัน อาจมีดังนี้

  • ยืนยันว่าสุขภาพของคุณพร้อมสำหรับเดินทางด้วยเครื่องบิน เช่น ไม่มีไข้ ไม่มีอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ไม่มีโรคติดเชื้อ
  • ยืนยันว่าสุขภาพด้านร่างกายพร้อมสำหรับเดินทาง เช่น ไม่มีกระดูกหัก
  • ในกรณีที่มีการตั้งครรภ์ จะยืนยันว่าครรภ์ปกติดี และปลอดภัยสำหรับขึ้นเครื่อง (ในกรณีที่ครรภ์อายุมากกว่า 28 สัปดาห์ ควรต้องขอใบรับรองไม่ว่าสายการบินจะต้องการหรือไม่)
  • อาจมีการระบุหมายเหตุในการเดินทาง กรณีที่ต้องพกอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น ถังออกซิเจน

อย่างไรก็ตาม แม้ในใบ Fit to fly จะยืนยันว่าไม่ได้ติดเชื้อโควิด แต่บางประเทศยังคงต้องการใบรับรองตรวจโควิดโดยเฉพาะแยกเป็นอีกใบด้วย ดังนั้นจึงควรสอบถามสถานทูตของประเทศปลายทางก่อนว่าต้องใช้เอกสารทางการแพทย์ชิ้นใดบ้าง

ควรหลีกเลี่ยงอะไรก่อนเดินทางด้วยเครื่องบิน?

หากติดเชื้อโควิดจะไม่สามารถเดินทางได้จนกว่าจะหายดี รวมถึงหากตรวจพบเชื้อก่อนจะเดินทางกลับ ก็จะต้องกักตัวเช่นกัน ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสเชื้อให้มากที่สุด ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการใช้บริการสถานบริการที่มีการอยู่ด้วยกันจำนวนมากเป็นเวลานาน เช่น บาร์ ฟิตเนส โรงภาพยนตร์
  • หลีกเลี่ยงการไปที่ที่มีการชุมนุมของคนจำนวนมาก เช่น ปาร์ตี้ งานแต่งงาน งานศพ อีเว้นท์
  • หลีกเลี่ยงการโดยสารด้วยยานพานะที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก เช่น รถไฟฟ้า เรือโดยสาร รถบัส

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า แม้จะตรวจไม่พบเชื้อก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีการรับเชื้อมาเสมอไป ดังนั้นหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงก่อนเดินทางอาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

หากมีความต้องการเดินทางไปต่างประเทศ ควรทำการตรวจโควิดทั้งก่อนและหลังจากเดินทาง ดูแพ็กเกจตรวจโควิดได้ที่ HDmall.co.th พร้อมสอบถามข้อมูลการออกใบยืนยันผลการตรวจ หรือทักไลน์ @hdmall.support

ที่มาของข้อมูล

All clear travel insurance, Understand the difference between standard Fit-to-Fly Certificates and COVID-19 Fit-for-Travel Certificates, (https://www.allcleartravel.co.uk/blog/fit-to-fly-certificates/).

Centers for disease control and prevention, Testing and international air travel, (https://www.cdc.gov/coronavirus/2019-ncov/travelers/testing-air-travel.html), 2 December 2020.

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย, กพท.ให้ความมั่นใจมาตรการการให้บริการด้านการบินยังเข้มงวด ทั้งสนามบิน การปฏิบัติการบินเส้นทางทั้งในและระหว่างประเทศ ระหว่างสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, (https://www.caat.or.th/th/archives/53307), 25 กันยายน 2563.

ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19), มาตรการป้องกันโรคสำหรับผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร, (https://www.caat.or.th/wp-content/uploads/2020/07/คำสั่งศบค.แนวปฏิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา9_ฉบับบที่6-2.pdf), 30 มิถุนายน 2563.

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน), ข้อควรรู้ก่อนเดินทางไปต่างประเทศในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19, (https://www.airportthai.co.th/th/19470-2/), 31 สิงหาคม 63.