ไม่ว่าใครก็มีโอกาสเสี่ยงเชื้อ HPV

สาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูก ซึ่งพบได้มากเป็นอันดับ 2 ในผู้หญิงไทย รองจากมะเร็งเต้านม

ประเมินความเสี่ยงของคุณใน 1 นาที

ไม่ต้องกรอกข้อมูลส่วนตัว

เชื้อ HPV ติดง่ายกว่าที่คิด

เริ่มจากคำถามง่ายๆ เพื่อรู้จักความเสี่ยงของคุณ

ผลลัพธ์เป็นข้อมูลเบื้องต้นเพื่อช่วยตัดสินใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค

  • ใช้เวลาประมาณ 1 นาที
  • ไม่ต้องระบุชื่อหรือข้อมูลติดต่อ
คำถามที่ 1 จาก 8

คำตอบของคุณไม่ถูกจัดเก็บและไม่มีการขอข้อมูลส่วนบุคคล

ความเสี่ยง

อยากรู้เรื่อง HPV เพิ่มเติมไหม?

อ่านเรื่องวัคซีน HPV

ผลลัพธ์นี้เป็นการประเมินเบื้องต้นจากคำตอบของคุณเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความเสี่ยงส่วนบุคคล ควรปรึกษาแพทย์

เรื่องสำคัญที่ควรรู้

ข้อมูลสั้นๆ ที่ช่วยให้เห็นภาพของ HPV และเหตุผลที่การป้องกันมีความสำคัญ

  • 100+สายพันธุ์ของเชื้อ HPV ที่พบได้
  • ~90%ของหูดบริเวณอวัยวะเพศเกี่ยวข้องกับสายพันธุ์ 6 และ 11
  • ~70%ของมะเร็งปากมดลูกเกี่ยวข้องกับสายพันธุ์ 16 และ 18

วัคซีน HPV เลือกแบบไหนดี?

รู้หรือไม่? วัคซีน HPV ชนิด 9 สายพันธุ์ มีให้เลือก 2 แบบในไทย

ทั้งสองแบบผ่านการขึ้นทะเบียนถูกต้องจาก อย. ไทย แต่มีความแตกต่างกันในหลายจุดที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

เปรียบเทียบวัคซีน HPV 9 สายพันธุ์ จากอเมริกาและจากจีน
จากอเมริกาผลิตจากยีสต์
จากจีนผลิตจาก E.coli
ขึ้นทะเบียนในไทยตั้งแต่ปี2560(เริ่มใช้จริง 2563)2569
ได้รับการรับรองโดยองค์การอนามัยโลก (WHO)ได้รับแล้วยังไม่ได้รับ
ได้รับการรับรองโดย FDA สหรัฐฯ และ EMA ยุโรปได้รับแล้วยังไม่ได้รับ
ใช้ได้กับเพศไหนบ้างได้ทั้งชายและหญิงได้เฉพาะเพศหญิง
ข้อมูลยืนยันประสิทธิภาพการป้องกันความผิดปกติยืนยันแล้ว 6 กลุ่มโรคมะเร็งปากมดลูก มะเร็งทวารหนัก มะเร็งช่องคลอดและปากช่องคลอด มะเร็งลำคอ และหูดหงอนไก่ยืนยันแล้ว 1 กลุ่มโรคมะเร็งปากมดลูก
ผู้ร่วมการศึกษาครอบคลุมคนจาก 18 ประเทศทั่วโลกศึกษาเฉพาะคนในประเทศจีน
ระยะเวลาติดตามผลลัพธ์ติดตามผลนาน 14 ปีติดตามผลนาน 3 ปี
จำนวนคนที่ฉีดแล้ว200+ ล้านคนทั่วโลกยังไม่มีข้อมูล
ราคา14,000-18,0008,999-11,000

ทั้งสองแบบผ่านการขึ้นทะเบียนถูกต้องจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของไทย ความแตกต่างหลักอยู่ที่แหล่งผลิต ปริมาณข้อมูลงานวิจัยรองรับ และราคา การเลือกแบบไหนขึ้นอยู่กับความต้องการ งบประมาณ และปัจจัยสุขภาพเฉพาะบุคคล แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ และไม่มีเจตนาเปรียบเทียบเพื่อโน้มน้าวการตัดสินใจ

ข้อมูลทั่วไปของ HPV

HPV คืออะไร?

HPV (Human Papilloma Virus) เป็นไวรัสที่มีมากกว่า 100 สายพันธุ์ ติดต่อได้ง่ายผ่านการสัมผัสหรือมีเพศสัมพันธ์ ทั้งทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือช่องปาก เป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูกและโรคอื่นๆ ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย

ข่าวดี: ผู้ที่แข็งแรงและมีภูมิคุ้มกันดีมักจะกำจัดเชื้อ HPV ออกไปได้เอง อย่างไรก็ตามมีคนส่วนน้อยที่เชื้อยังคงอยู่ในร่างกายนานกว่า 6 เดือนไปจนถึงหลายปี และอาจนำไปสู่มะเร็งชนิดต่างๆ ในที่สุด

สายพันธุ์ 16, 18

เป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูก มากถึง 70%

สายพันธุ์ 6, 11

เป็นสาเหตุหลัก (90%) ของหูดหงอนไก่

HPV ส่งผลกับร่างกายตรงไหนบ้าง?

ปากมดลูก

โรคที่เกี่ยวข้อง
มะเร็งปากมดลูก (พบบ่อยที่สุดในกลุ่มมะเร็งที่เกี่ยวกับ HPV)
สายพันธุ์ที่มักเป็นสาเหตุ
สายพันธุ์ 16 และ 18 คือสาเหตุหลัก รองลงมาคือ 31, 33, 45
อาการที่อาจพบ
ระยะแรกมักไม่แสดงอาการเลย เมื่อโรคดำเนินไปสักระยะจึงเริ่มมีเลือดออกผิดปกติ (โดยเฉพาะหลังมีเพศสัมพันธ์) ตกขาวผิดปกติ หรือปวดท้องน้อยเรื้อรัง

ช่องคลอด และปากช่องคลอด

โรคที่เกี่ยวข้อง
มะเร็งช่องคลอด, มะเร็งปากช่องคลอด, หูดหงอนไก่
สายพันธุ์ที่มักเป็นสาเหตุ
16, 18 สำหรับมะเร็ง และ 6, 11 สำหรับหูดหงอนไก่
อาการที่อาจพบ
กรณีมะเร็งมักไม่แสดงอาการในระยะแรกเช่นเดียวกับมะเร็งปากมดลูก ส่วนหูดหงอนไก่จะสังเกตเห็นเป็นตุ่มหรือติ่งเนื้อลักษณะคล้ายหงอนไก่บริเวณอวัยวะเพศ อาจมีอาการคันแต่ส่วนใหญ่ไม่เจ็บ

ทวารหนัก

โรคที่เกี่ยวข้อง
มะเร็งทวารหนัก
สายพันธุ์ที่มักเป็นสาเหตุ
16 และ 18 เป็นหลัก
อาการที่อาจพบ
เลือดออกทางทวารหนัก คัน ปวด มีก้อนเนื้อหรือติ่งเนื้อบริเวณทวารหนัก หรือลักษณะการขับถ่ายเปลี่ยนไปจากปกติ

ช่องปาก-ลำคอ

โรคที่เกี่ยวข้อง
มะเร็งช่องปากและลำคอ (พบเพิ่มขึ้นในคนอายุน้อย)
สายพันธุ์ที่มักเป็นสาเหตุ
16 เป็นสายพันธุ์หลักที่พบ
อาการที่อาจพบ
เจ็บคอเรื้อรัง ปวดหู เสียงแหบ ต่อมน้ำเหลืองที่คอบวม หรือน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ

ผู้ติดเชื้อ HPV ส่วนใหญ่ไม่มีอาการแสดงเลยในระยะแรก อาการที่ระบุไว้ข้างต้นมักปรากฏเมื่อโรคดำเนินไปสักระยะแล้วเท่านั้น การตรวจคัดกรองสม่ำเสมอจึงสำคัญกว่าการรอสังเกตอาการ

HPV ไม่ได้กระทบแค่ปากมดลูก แต่ยังเกี่ยวข้องกับหลายอวัยวะ ไม่ว่าคุณจะเป็นเพศไหนหรือมีรสนิยมทางเพศแบบใด

การป้องกัน

วัคซีน HPV

วัคซีนมี 3 ชนิด: 2 สายพันธุ์ (ป้องกัน 16, 18) 4 สายพันธุ์ (ป้องกัน 6, 11, 16, 18) และ 9 สายพันธุ์ (ป้องกัน 6, 11, 16, 18, 31, 33, 45, 52, 58) ซึ่งแบบ 9 สายพันธุ์ป้องกันได้ครอบคลุมกว่าชนิดอื่น ทั้งมะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งทวารหนัก มะเร็งช่องปากและลำคอ และหูดหงอนไก่

ปัจจุบันวัคซีน HPV ชนิด 9 สายพันธุ์ในไทยมีให้เลือกจาก 2 แหล่งผลิต ฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9–45 ปี ทั้งชายและหญิง

  • อายุต่ำกว่า 15 ปี ฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 6–12 เดือน
  • อายุ 15 ปีขึ้นไป ฉีด 3 เข็ม ที่เดือน 0, 1–2 และ 6

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยมักไม่รุนแรงและหายเองได้ใน 2–5 วัน เช่น ปวด บวม แดง บริเวณที่ฉีด ปวดศีรษะ มีไข้ อ่อนเพลีย

วัคซีน HPV จำเป็นสำหรับทุกเพศ ไม่ใช่แค่ผู้หญิง เพราะเชื้อ HPV สามารถก่อโรคมะเร็งชนิดอื่นได้ ไม่ใช่แค่มะเร็งปากมดลูก

การตรวจคัดกรอง

  • แนะนำเริ่มตรวจคัดกรองเมื่ออายุ 25 ปีขึ้นไป
  • วิธีตรวจ: Pap smear, Thin Prep, หรือ HPV DNA Test
  • ความถี่: โดยทั่วไปทุก 1–3 ปี ขึ้นอยู่กับวิธีตรวจและดุลยพินิจแพทย์

การป้องกันขณะมีเพศสัมพันธ์

  • ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ ทั้งทางช่องคลอด ทวารหนัก และออรัลเซ็กซ์ จะช่วยลดความเสี่ยงลงได้มาก
  • ถ้าใช้เซ็กซ์ทอยร่วมกับคู่นอน ควรทำความสะอาดทุกครั้งก่อนใช้ หรือใช้ปลอกครอบและเปลี่ยนทุกครั้งที่เปลี่ยนคู่นอนหรือเปลี่ยนตำแหน่งใช้งาน
  • จำกัดจำนวนคู่นอน หรือพูดคุยกับคู่นอนอย่างเปิดเผยเรื่องประวัติสุขภาพทางเพศ ช่วยลดโอกาสสัมผัสเชื้อใหม่ๆ ได้
  • ไม่มีวิธีป้องกันวิธีเดียวที่ป้องกัน HPV ได้ครบ 100% การใช้ถุงยางอนามัยควบคู่กับวัคซีนและตรวจคัดกรองสม่ำเสมอ คือการป้องกันที่ครอบคลุมที่สุด

ฉีดวัคซีนครบแล้วก็ยังต้องตรวจคัดกรองอยู่ดี เพราะวัคซีนไม่ได้ป้องกันได้ 100% และไม่ครอบคลุมทุกสายพันธุ์

เริ่มประเมินความเสี่ยง

FAQ

คำถามที่พบบ่อย

ฉีดวัคซีน HPV แล้วไม่ต้องตรวจคัดกรองใช่ไหม?

ไม่จริง เพราะวัคซีนไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อได้ 100% และไม่ได้ครอบคลุมเชื้อทุกสายพันธุ์ จึงยังต้องตรวจคัดกรองตามช่วงอายุที่แนะนำอยู่เสมอ

มีคู่นอนคนเดียว ไม่ต้องฉีดวัคซีนหรือตรวจคัดกรองก็ได้ใช่ไหม?

ไม่ใช่ เพราะเชื้ออาจติดมาก่อนมีคู่คนปัจจุบัน หรือติดโดยไม่แสดงอาการมาก่อน การตรวจคัดกรองจึงยังมีความสำคัญ

เคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว ฉีดวัคซีน HPV ยังได้ผลไหม?

ยังฉีดได้และมีประโยชน์อยู่ แต่ประสิทธิภาพในการป้องกันอาจลดลงเมื่อเทียบกับการฉีดก่อนมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก โดยวัคซีนยังสามารถป้องกันเชื้อสายพันธุ์ที่ไม่เคยติดได้

ตรวจพบเชื้อ HPV แล้ว ยังต้องฉีดวัคซีนอยู่ไหม?

ยังแนะนำให้ฉีด เพราะเชื้อ HPV มีมากกว่า 100 สายพันธุ์ วัคซีนจะช่วยป้องกันสายพันธุ์อื่นที่ยังไม่เคยติดเชื้อ ซึ่งมักเป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูก

ฉีดวัคซีนไม่ครบตามกำหนด เป็นอันตรายไหม?

ควรไปฉีดต่อให้ครบโดสโดยเร็ว จะได้ไม่ต้องเริ่มใหม่ แต่ประสิทธิภาพอาจลดลงหากทิ้งช่วงนานเกินไป หากเว้นระยะห่างจากนัดหมายเดิมมาแล้ว ควรปรึกษาแพทย์ถึงแนวทางที่เหมาะสม

คนท้องฉีดวัคซีน HPV ได้ไหม?

ไม่แนะนำให้ฉีดระหว่างตั้งครรภ์ หากฉีดไป 1–2 เข็มแล้วเพิ่งทราบว่าตั้งครรภ์ สามารถฉีดเข็มที่เหลือหลังคลอดได้โดยไม่ต้องเริ่มใหม่ ส่วนคุณแม่ให้นมบุตรสามารถฉีดได้ตามปกติ

วัคซีน HPV จำเป็นเฉพาะผู้หญิงเท่านั้นใช่ไหม?

ไม่ใช่ เชื้อ HPV ก่อโรคได้ในทุกเพศ ทั้งมะเร็งช่องปากและลำคอ มะเร็งทวารหนัก มะเร็งอวัยวะเพศชาย และหูดหงอนไก่ กลุ่ม LGBTQ ก็มีความเสี่ยงเช่นเดียวกัน

เคยฉีดวัคซีนชนิด 2 หรือ 4 สายพันธุ์ครบแล้ว ต้องฉีดชนิด 9 สายพันธุ์เพิ่มไหม?

โดยทั่วไปไม่จำเป็น เพราะชนิด 2 หรือ 4 สายพันธุ์ก็เพียงพอต่อการป้องกันมะเร็งปากมดลูกแล้ว เว้นเสียแต่ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงหรือแพทย์เห็นสมควร ควรเว้นระยะห่างจากเข็มเดิมอย่างน้อย 1 ปี

รู้ความเสี่ยงแล้ว ก็ต้องดูแลตัวอย่างให้ดีขึ้น

ดูสถานพยาบาลใกล้คุณ

QA: ตารางตรวจสอบลอจิกควิซ

หน้านี้สำหรับทีมงานตรวจสอบเท่านั้น (เปิดด้วย ?qa=1) ตารางด้านล่างคำนวณจากฟังก์ชันเดียวกับที่ควิซใช้จริง เพื่อเทียบกับไฟล์ logic ต้นฉบับ

@‌hdcoth line chat