ตรวจสุขภาพประจำปีพนักงาน: คู่มือ HR ตั้งแต่เลือกโปรแกรม เทียบใบเสนอราคา จนถึงวันตรวจ

คู่มือสำหรับฝ่าย HR ที่ต้องจัดตรวจสุขภาพให้พนักงาน ตั้งแต่กฎหมายที่ต้องรู้ วิธีกำหนดรายการตรวจและงบ การเทียบใบเสนอราคา จนถึงการดูแลผลตรวจ พร้อมแม่แบบ Excel ฟรี

อัปเดต อ่านราว 8 นาทีโดยทีมพาร์ตเนอร์ HDmall

ในบทความนี้
  1. กฎหมายเรื่องตรวจสุขภาพพนักงานที่ HR ต้องรู้
  2. 6 ขั้นตอนจัดตรวจสุขภาพประจำปีพนักงาน
  3. รายการตรวจที่โปรแกรมตรวจสุขภาพพนักงานมักมี
  4. ตรวจที่โรงพยาบาล หรือออกหน่วยตรวจที่บริษัท
  5. เทียบใบเสนอราคาด้วยแม่แบบ Excel ฟรี
  6. ดูแลผลตรวจสุขภาพให้ถูกต้องตาม PDPA
  7. ทำให้ตรวจสุขภาพประจำปีคุ้มกว่าเดิม
  8. คำถามที่พบบ่อย

ตรวจสุขภาพประจำปีพนักงาน คือการที่องค์กรจัดให้พนักงานได้รับการตรวจร่างกายและตรวจทางห้องปฏิบัติการปีละครั้ง เพื่อคัดกรองความเสี่ยงสุขภาพตั้งแต่เนิ่น ๆ สำหรับพนักงานส่วนใหญ่เป็นสวัสดิการ แต่สำหรับพนักงานที่ทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง กฎหมายกำหนดให้นายจ้างต้องจัดตรวจ

คู่มือนี้เขียนสำหรับฝ่าย HR และผู้ดูแลสวัสดิการที่ต้องจัดตรวจสุขภาพให้พนักงานหลายสิบถึงหลายพันคน ตั้งแต่เรื่องที่กฎหมายบังคับ วิธีกำหนดรายการตรวจให้เหมาะกับแต่ละกลุ่ม การขอและเทียบใบเสนอราคา การจัดวันตรวจ ไปจนถึงการดูแลผลตรวจซึ่งเป็นข้อมูลอ่อนไหว พร้อมแม่แบบ Excel ให้ดาวน์โหลดฟรี

กฎหมายเรื่องตรวจสุขภาพพนักงานที่ HR ต้องรู้

ไม่มีกฎหมายที่บังคับให้ทุกองค์กรจัดตรวจสุขภาพประจำปีให้พนักงานทุกคน แต่กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานการตรวจสุขภาพลูกจ้างซึ่งทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง พ.ศ. 2563 ภายใต้พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 กำหนดหน้าที่ให้นายจ้างที่มีลูกจ้างทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง เช่น สารเคมีอันตราย เสียงดัง ความร้อน หรือฝุ่น

กรณีสิ่งที่นายจ้างต้องทำ
รับพนักงานเข้าทำงานที่มีปัจจัยเสี่ยงตรวจสุขภาพครั้งแรกให้เสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันที่รับเข้าทำงาน
ระหว่างทำงานตรวจครั้งต่อไปอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือตามระยะเวลาที่ลักษณะงานจำเป็น
เปลี่ยนงานที่มีปัจจัยเสี่ยงต่างจากเดิมตรวจให้เสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันที่เปลี่ยนงาน
ผลตรวจผิดปกติหรือเจ็บป่วยจากงานให้พนักงานได้รับการรักษาทันที หาสาเหตุ และส่งผลตรวจกับการแก้ไขให้พนักงานตรวจความปลอดภัยภายใน 30 วัน
ทุกครั้งที่ตรวจบันทึกผลในสมุดสุขภาพประจำตัวลูกจ้าง ซึ่งทำเป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ และเก็บผลไว้ให้ตรวจสอบได้

จุดที่ HR พลาดบ่อยคือกรณีย้ายแผนก พนักงานที่ย้ายไปทำงานที่มีปัจจัยเสี่ยงต่างจากเดิมต้องตรวจใหม่ภายใน 30 วัน ใช้ผลตรวจประจำปีของแผนกเดิมแทนไม่ได้ ควรให้เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน (จป.) ระบุว่างานใดมีปัจจัยเสี่ยงอะไร ก่อนกำหนดรายการตรวจ

6 ขั้นตอนจัดตรวจสุขภาพประจำปีพนักงาน

  1. แบ่งกลุ่มพนักงาน ตามอายุ เพศ และความเสี่ยงของงาน เช่น พนักงานสำนักงานอายุต่ำกว่า 35 ปี พนักงานอายุ 35 ปีขึ้นไป และพนักงานที่ทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง
  2. กำหนดรายการตรวจกับแพทย์ ให้แพทย์ เช่น แพทย์อาชีวเวชศาสตร์ ช่วยกำหนดรายการตามกลุ่ม เพิ่มรายการตามปัจจัยเสี่ยงของงาน และตัดรายการที่ไม่มีข้อบ่งชี้ออก
  3. ตั้งงบ คิดจากจำนวนคนในแต่ละกลุ่มคูณราคาต่อคนของโปรแกรมกลุ่มนั้น ไม่ใช่ราคาเดียวกับทุกคน
  4. ขอใบเสนอราคาอย่างน้อย 3 แห่ง โดยส่งข้อมูลกลุ่มพนักงานและรายการตรวจชุดเดียวกันให้ทุกแห่ง เพื่อเทียบกันได้ตรง
  5. เลือกรูปแบบการตรวจ ระหว่างให้พนักงานไปตรวจที่โรงพยาบาล ออกหน่วยตรวจที่บริษัท หรือผสมกัน
  6. จัดวันตรวจและติดตามผล แจ้งการเตรียมตัว เช่น งดอาหารก่อนเจาะเลือด ส่งผลให้พนักงานโดยตรง และนัดตรวจซ้ำหรือส่งต่อเมื่อผลผิดปกติ

รายการตรวจที่โปรแกรมตรวจสุขภาพพนักงานมักมี

รายการตรวจควรกำหนดโดยแพทย์ตามอายุ เพศ และความเสี่ยงของงาน ตารางนี้เป็นรายการที่ผู้ให้บริการมักเสนอในโปรแกรมตรวจสุขภาพพนักงาน เพื่อให้ HR ใช้คุยกับผู้ให้บริการและเทียบใบเสนอราคาได้

กลุ่มรายการตัวอย่างหมายเหตุสำหรับ HR
พื้นฐานซักประวัติ ตรวจร่างกายโดยแพทย์ วัดความดันโลหิต น้ำหนัก ส่วนสูง และดัชนีมวลกายมีในเกือบทุกโปรแกรม
เลือดและปัสสาวะความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด น้ำตาลในเลือด ไขมันในเลือด การทำงานของไตและตับ ตรวจปัสสาวะรายการตรวจต่างกันตามโปรแกรม ให้ขอรายการละเอียด
ภาพถ่ายทางรังสีเอกซเรย์ปอดบางองค์กรกำหนดสำหรับพนักงานใหม่หรือกลุ่มเสี่ยง
ตามอายุและเพศรายการคัดกรองเพิ่มเติมที่แพทย์แนะนำตามช่วงอายุให้แพทย์กำหนด ไม่ควรเพิ่มทุกรายการให้ทุกคน
ตามปัจจัยเสี่ยงของงานเช่น สมรรถภาพการได้ยินสำหรับงานที่มีเสียงดัง สมรรถภาพปอดสำหรับงานที่มีฝุ่น หรือการตรวจสารเคมีในร่างกายเป็นส่วนที่กฎหมายบังคับสำหรับงานที่มีปัจจัยเสี่ยง ตรวจว่าผู้ให้บริการทำได้ครบ

การตรวจหลายรายการเกินความจำเป็นไม่ได้ทำให้พนักงานสุขภาพดีขึ้น แต่ทำให้งบสูงขึ้น และอาจทำให้ต้องตรวจซ้ำโดยไม่จำเป็น การให้แพทย์กำหนดรายการตามกลุ่มจึงช่วยทั้งเรื่องคุณภาพและงบ

ตรวจที่โรงพยาบาล หรือออกหน่วยตรวจที่บริษัท

ไปตรวจที่โรงพยาบาลหรือคลินิกออกหน่วยตรวจที่บริษัท
เหมาะกับองค์กรที่พนักงานกระจายหลายพื้นที่ หรือมีจำนวนน้อยองค์กรที่พนักงานอยู่ที่เดียวจำนวนมาก
ข้อดีตรวจได้หลากหลายรายการ พนักงานเลือกวันและสาขาได้พนักงานเสียเวลางานน้อย อัตราการเข้าตรวจสูง
ข้อควรระวังพนักงานบางส่วนไม่ไปตรวจ ต้องติดตามมักมีจำนวนขั้นต่ำ และบางรายการตรวจนอกโรงพยาบาลไม่ได้
ควรถามผู้ให้บริการมีสาขาใกล้พนักงานกี่แห่ง นัดผ่านช่องทางไหนจำนวนขั้นต่ำ ใช้พื้นที่เท่าไร ได้ผลตรวจกี่วัน

หลายองค์กรใช้แบบผสม ออกหน่วยตรวจที่สำนักงานใหญ่ และให้พนักงานสาขาหรือพนักงานที่พลาดวันตรวจไปตรวจที่โรงพยาบาลหรือคลินิกใกล้บ้าน

เทียบใบเสนอราคาด้วยแม่แบบ Excel ฟรี

ราคาต่อคนเป็นแค่ส่วนหนึ่งของการตัดสินใจ แม่แบบนี้ช่วยเทียบผู้ให้บริการได้ 4 รายพร้อมกัน ทั้งงบรวมตามจำนวนคนในแต่ละกลุ่ม เงื่อนไขที่ HR ควรถาม และคะแนนรวมตามน้ำหนักที่องค์กรกำหนดเอง

แม่แบบเปรียบเทียบใบเสนอราคาตรวจสุขภาพพนักงาน

Excel (.xlsx) · 4 ชีต: วิธีใช้ กลุ่มพนักงาน เปรียบเทียบ และสรุป

ดาวน์โหลดแม่แบบ

คำถามที่ควรใส่ในคำขอใบเสนอราคาทุกครั้ง

  • ราคาต่อคนของแต่ละกลุ่ม และรายการตรวจละเอียดของแต่ละโปรแกรม
  • ตรวจตามปัจจัยเสี่ยงของงานได้ครบหรือไม่ และใครเป็นผู้แปลผล
  • ได้ผลตรวจภายในกี่วัน ส่งผลให้พนักงานอย่างไร และมีแพทย์อธิบายผลหรือไม่
  • มีรายงานสรุปภาพรวมองค์กรแบบไม่ระบุตัวบุคคลหรือไม่
  • เมื่อผลผิดปกติ มีการนัดตรวจซ้ำหรือส่งต่อการรักษาอย่างไร และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มหรือไม่
  • เงื่อนไขการออกหน่วย จำนวนขั้นต่ำ และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ดูแลผลตรวจสุขภาพให้ถูกต้องตาม PDPA

ผลตรวจสุขภาพเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การเก็บและใช้ข้อมูลนี้ต้องมีฐานทางกฎหมายรองรับ และโดยทั่วไปต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง แนวทางที่องค์กรส่วนใหญ่ใช้คือ

  • ให้ผู้ให้บริการส่งผลตรวจละเอียดให้พนักงานโดยตรง
  • องค์กรได้รับเฉพาะข้อมูลที่จำเป็น เช่น ผลสรุปความเหมาะสมกับงาน และรายงานภาพรวมแบบไม่ระบุตัวบุคคล
  • สำหรับงานที่มีปัจจัยเสี่ยง ซึ่งกฎหมายกำหนดให้นายจ้างบันทึกและเก็บผล ให้จำกัดคนเข้าถึง และกำหนดระยะเวลาเก็บให้ชัด
  • ระบุเรื่องนี้ในสัญญากับผู้ให้บริการ และให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) ขององค์กรตรวจ

ทำให้ตรวจสุขภาพประจำปีคุ้มกว่าเดิม

การตรวจสุขภาพที่ดีไม่ได้จบที่วันตรวจ องค์กรที่ได้ประโยชน์มากที่สุดมักทำสามอย่างต่อ คือดูรายงานภาพรวมเพื่อวางแผนสวัสดิการปีถัดไป เช่น ถ้าพนักงานจำนวนมากมีปัญหาเรื่องน้ำหนักหรือความดัน ติดตามให้พนักงานที่ผลผิดปกติได้พบแพทย์จริง และเชื่อมการตรวจสุขภาพเข้ากับสวัสดิการอื่น เช่น วัคซีน ทันตกรรม และการปรึกษาแพทย์ออนไลน์

อ่านต่อ: สวัสดิการสุขภาพพนักงาน ออกแบบอย่างไรให้พนักงานใช้จริง พร้อมเครื่องมือจัดแผนตามกลุ่มอายุ

เนื้อหานี้สรุปเพื่อการวางแผนสวัสดิการ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์หรือกฎหมาย รายการตรวจของพนักงานแต่ละกลุ่มควรกำหนดโดยแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

นายจ้างต้องจัดตรวจสุขภาพประจำปีให้พนักงานทุกคนไหม

ไม่มีกฎหมายที่บังคับให้ตรวจพนักงานทุกคน แต่พนักงานที่ทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง เช่น สารเคมีอันตราย เสียงดัง ความร้อน หรือฝุ่น นายจ้างต้องจัดตรวจครั้งแรกภายใน 30 วันนับแต่วันเริ่มงาน และตรวจอย่างน้อยปีละครั้ง ตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานการตรวจสุขภาพลูกจ้างซึ่งทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง พ.ศ. 2563 สำหรับพนักงานกลุ่มอื่น การตรวจสุขภาพประจำปีเป็นสวัสดิการ

ตรวจสุขภาพประจำปีพนักงานควรตรวจอะไรบ้าง

ควรให้แพทย์กำหนดตามอายุ เพศ และความเสี่ยงของงาน โปรแกรมทั่วไปมักมีการตรวจร่างกายโดยแพทย์ วัดความดันและดัชนีมวลกาย ตรวจเลือดและปัสสาวะพื้นฐาน และอาจมีเอกซเรย์ปอด ส่วนพนักงานที่ทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงต้องเพิ่มรายการตามความเสี่ยงนั้น เช่น สมรรถภาพการได้ยินสำหรับงานที่มีเสียงดัง

ตรวจสุขภาพพนักงานใหม่ต้องตรวจภายในกี่วัน

พนักงานที่ทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงต้องตรวจครั้งแรกให้เสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันที่รับเข้าทำงาน และหากย้ายไปทำงานที่มีปัจจัยเสี่ยงต่างจากเดิม ต้องตรวจใหม่ภายใน 30 วันนับแต่วันที่เปลี่ยนงาน

ควรตั้งงบตรวจสุขภาพพนักงานอย่างไร

คิดจากจำนวนพนักงานในแต่ละกลุ่มคูณราคาต่อคนของโปรแกรมที่เหมาะกับกลุ่มนั้น แทนการใช้ราคาเดียวกับทุกคน แล้วขอใบเสนอราคาอย่างน้อย 3 แห่งด้วยรายการตรวจชุดเดียวกัน แม่แบบ Excel ในบทความนี้คำนวณงบรวมและเทียบผู้ให้บริการให้อัตโนมัติ

บริษัทขอดูผลตรวจสุขภาพของพนักงานได้ไหม

ผลตรวจสุขภาพเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวตาม PDPA การเก็บและใช้ต้องมีฐานทางกฎหมาย และโดยทั่วไปต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง แนวทางที่นิยมคือให้ผลละเอียดส่งถึงพนักงานโดยตรง และองค์กรได้รับเฉพาะผลสรุปความเหมาะสมกับงานและรายงานภาพรวมแบบไม่ระบุตัวบุคคล ควรให้ DPO ขององค์กรตรวจแนวทาง

ออกหน่วยตรวจสุขภาพที่บริษัทหรือไปตรวจที่โรงพยาบาลดีกว่า

ขึ้นกับจำนวนและที่ตั้งของพนักงาน การออกหน่วยเหมาะกับองค์กรที่มีพนักงานจำนวนมากอยู่ที่เดียว เพราะเสียเวลางานน้อยและคนเข้าตรวจมาก ส่วนการไปตรวจที่โรงพยาบาลหรือคลินิกเหมาะกับพนักงานที่กระจายหลายพื้นที่ และตรวจได้หลากหลายรายการกว่า หลายองค์กรใช้ทั้งสองแบบร่วมกัน

แหล่งอ้างอิง

ให้ทีมงานติดต่อกลับ

บอกเราสั้น ๆ ว่าคุณทำธุรกิจอะไร แล้วทีมที่ดูแลเรื่องนั้นโดยตรงจะติดต่อกลับ

หลังจากส่งข้อมูล

  1. ทีมงานติดต่อกลับเพื่อทำความเข้าใจธุรกิจของคุณ
  2. เสนอแนวทางและค่าใช้จ่ายที่เหมาะกับคุณ
  3. เริ่มใช้งาน พร้อมทีมดูแลตลอดทาง

หรือติดต่อโดยตรง

คุณฟาร์ม (Chokthawee Ratanawetwong)

ทีมพาร์ตเนอร์ HDmall

นัดเวลาคุย
สนใจเรื่องไหน เลือกได้หลายข้อ