สวัสดิการสุขภาพพนักงาน: ออกแบบให้พนักงานใช้จริง พร้อมเครื่องมือจัดแผนตามกลุ่มอายุ

งบสวัสดิการที่พนักงานไม่ได้ใช้คืองบที่เสียเปล่า คู่มือนี้ช่วยเลือกประเภทสวัสดิการ ตั้งงบต่อหัว และจัดแผนให้แต่ละกลุ่มพนักงาน พร้อมเครื่องมือที่ใส่ตัวเลขขององค์กรคุณได้

อัปเดต อ่านราว 5 นาทีโดยทีมพาร์ตเนอร์ HDmall

ในบทความนี้
  1. ประเภทสวัสดิการสุขภาพพนักงาน
  2. ทำไมพนักงานไม่ใช้สวัสดิการที่มี
  3. สวัสดิการแบบยืดหยุ่น คืออะไร
  4. ลองจัดแผนสวัสดิการด้วยตัวเลขขององค์กรคุณ
  5. 6 ขั้นตอนออกแบบสวัสดิการสุขภาพพนักงาน
  6. สวัสดิการสุขภาพกับประกันสุขภาพแบบ Copayment
  7. คำถามที่พบบ่อย

สวัสดิการสุขภาพพนักงาน คือบริการและความคุ้มครองด้านสุขภาพที่องค์กรจัดให้พนักงาน เช่น ประกันสุขภาพกลุ่ม ตรวจสุขภาพประจำปี วัคซีน ทันตกรรม และการปรึกษาแพทย์ สวัสดิการที่ได้ผลคือสวัสดิการที่ตรงกับความต้องการของแต่ละกลุ่ม จนพนักงานได้ใช้จริง

หลายองค์กรจ่ายงบสวัสดิการสุขภาพเท่าเดิมทุกปี แต่พนักงานบอกว่าไม่ได้ใช้ หรือใช้ไม่ตรงกับที่ต้องการ ขณะที่ค่ารักษาพยาบาลในไทยเฟ้อเฉลี่ยราว 10–11% ต่อปีในช่วงสามปีที่ผ่านมา ตามบทวิเคราะห์ของ ttb analytics งบที่มีจึงต้องทำงานหนักขึ้น คู่มือนี้ช่วยเลือกประเภทสวัสดิการ ตั้งงบต่อหัว และจัดแผนให้แต่ละกลุ่ม พร้อมเครื่องมือให้ลองจัดแผนด้วยตัวเลขขององค์กรคุณ

ประเภทสวัสดิการสุขภาพพนักงาน

ประเภทช่วยเรื่องอะไรกลุ่มที่มักใช้มาก
ประกันสุขภาพกลุ่ม ผู้ป่วยใน (IPD)ค่ารักษาเมื่อต้องนอนโรงพยาบาลหรือผ่าตัดทุกกลุ่ม เป็นความคุ้มครองพื้นฐาน
ประกันสุขภาพกลุ่ม ผู้ป่วยนอก (OPD)ค่ารักษาเมื่อป่วยเล็กน้อยโดยไม่ต้องนอนโรงพยาบาลพนักงานที่มีครอบครัวหรือโรคเรื้อรัง
ตรวจสุขภาพประจำปีคัดกรองความเสี่ยงสุขภาพตั้งแต่เนิ่น ๆพนักงานอายุ 35 ปีขึ้นไป และงานที่มีปัจจัยเสี่ยง
วัคซีนป้องกันโรค เช่น ไข้หวัดใหญ่ทุกกลุ่ม โดยเฉพาะช่วงก่อนฤดูระบาด
ทันตกรรมขูดหินปูน อุดฟัน และดูแลช่องปากพนักงานอายุน้อย ใช้บ่อยและเห็นค่าชัด
ดูแลสายตาตรวจสายตา แว่น และเลสิกพนักงานที่ทำงานหน้าจอ และกลุ่มอายุมากขึ้น
ปรึกษาแพทย์ออนไลน์ปรึกษาอาการเล็กน้อยได้เร็วโดยไม่ต้องลางานพนักงานอายุน้อยและพนักงานที่ทำงานนอกสถานที่
สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ทุกกลุ่ม แต่ต้องรักษาความเป็นส่วนตัวสูง
การผ่าตัดและการรักษาซับซ้อนทีมช่วยเลือกแพทย์ โรงพยาบาล และราคาที่เหมาะสมพนักงานอายุมากขึ้นและครอบครัว

ทำไมพนักงานไม่ใช้สวัสดิการที่มี

  • แผนเดียวสำหรับทุกคน พนักงานอายุ 25 ปีกับ 50 ปีต้องการสวัสดิการต่างกันมาก
  • ใช้ยาก ต้องสำรองจ่าย เก็บใบเสร็จ หรือจำกัดผู้ให้บริการเพียงไม่กี่แห่ง
  • ไม่รู้ว่ามี หรือไม่รู้ว่าใช้อย่างไร สวัสดิการที่ไม่มีใครอธิบายมักไม่ถูกใช้
  • ไม่รู้ราคาและสิ่งที่ได้ พนักงานจึงไม่กล้าใช้เพราะกลัวต้องจ่ายส่วนต่าง

สวัสดิการแบบยืดหยุ่น คืออะไร

สวัสดิการแบบยืดหยุ่น (Flexible Benefits) คือการให้พนักงานเลือกสวัสดิการเองภายในงบที่กำหนด แทนการให้ทุกคนได้ชุดเดียวกัน รูปแบบที่ใช้กันมีสองแบบ

รูปแบบวิธีทำงานเหมาะกับ
แต้มหรือเครดิตพนักงานได้เครดิตต่อปี แล้วเลือกใช้กับบริการในแคตตาล็อกองค์กรที่อยากให้พนักงานเลือกได้มากที่สุด
เมนูตามกลุ่มองค์กรจัดชุดบริการให้แต่ละกลุ่ม เช่น ตามช่วงอายุ แล้วให้เลือกเพิ่มได้บางส่วนองค์กรที่อยากคุมงบและบริหารง่าย

ทั้งสองแบบมักใช้คู่กับแกนกลางที่ทุกคนได้เท่ากัน เช่น ประกันสุขภาพกลุ่มผู้ป่วยใน เพื่อให้ทุกคนมีความคุ้มครองพื้นฐานเมื่อเจ็บป่วยหนัก

ลองจัดแผนสวัสดิการด้วยตัวเลขขององค์กรคุณ

ใส่งบต่อคนต่อปีและจำนวนพนักงานในแต่ละกลุ่มอายุ แล้วลากหมวดบริการไปวางในกลุ่มที่ต้องการ เครื่องมือจะแสดงต้นทุนต่อหัวเทียบงบ งบรวมทั้งองค์กร และโอกาสที่พนักงานแต่ละกลุ่มจะได้ใช้จริง เทียบกับแผนที่มีแค่ตรวจสุขภาพ ราคาต่อคนและอัตราการใช้ในเครื่องมือเป็นตัวเลขตัวอย่าง ไม่ใช่ราคาจริง

เครื่องมือจัดแผนสวัสดิการสุขภาพตามกลุ่มพนักงาน

ใส่งบต่อคนและจำนวนพนักงานแต่ละกลุ่ม แล้วลากหมวดบริการไปวางในแต่ละกลุ่ม (หรือแตะหมวดแล้วแตะกลุ่ม) ดูต้นทุนต่อหัวเทียบงบ และโอกาสที่พนักงานแต่ละกลุ่มจะได้ใช้จริง

ใส่ข้อมูลองค์กรของคุณ

hdmall.co.th/hdcare/benefits

ออกแบบสวัสดิการ

องค์กรของคุณ · พนักงาน 470 คน

หมวดบริการบน HDmall

ลากหมวดไปวางในกลุ่มพนักงาน หรือแตะหมวดแล้วแตะกลุ่ม

Gen Zอายุ 21–28 ปี · 120 คน
    ต่อคนต่อปี
    โอกาสที่จะได้ใช้ถ้ามีแค่ตรวจสุขภาพ: 35%
    Millennialsอายุ 29–42 ปี · 260 คน
      ต่อคนต่อปี
      โอกาสที่จะได้ใช้ถ้ามีแค่ตรวจสุขภาพ: 70%
      Gen X ขึ้นไปอายุ 43 ปีขึ้นไป · 90 คน
        ต่อคนต่อปี
        โอกาสที่จะได้ใช้ถ้ามีแค่ตรวจสุขภาพ: 90%
        งบรวมต่อปี
        เฉลี่ยต่อคน
        โอกาสใช้ทั้งองค์กร

        ตัวอย่างเพื่อการสาธิตเท่านั้น ราคาและอัตราการใช้งานเป็นตัวเลขสมมติ ลองลากหมวดต่าง ๆ ดู

        6 ขั้นตอนออกแบบสวัสดิการสุขภาพพนักงาน

        1. เก็บข้อมูล อายุและเพศของพนักงาน การใช้สวัสดิการปีที่ผ่านมา ยอดเคลมประกันกลุ่ม และผลสำรวจความต้องการ
        2. แบ่งกลุ่ม ตามช่วงอายุ สถานะครอบครัว หรือลักษณะงาน เช่น สำนักงานกับหน้างาน
        3. ตั้งงบต่อหัว ใช้งบปีที่แล้วเป็นฐาน แล้วปรับตามค่ารักษาที่สูงขึ้นและเป้าหมายขององค์กร
        4. จัดแกนกลางและส่วนเลือก ให้ทุกคนได้ความคุ้มครองพื้นฐาน แล้วจัดส่วนเลือกให้ตรงกับแต่ละกลุ่ม
        5. สื่อสารให้พนักงานรู้และใช้เป็น บอกว่าได้อะไร ใช้ที่ไหน ต้องจ่ายเองหรือไม่ และนัดหมายอย่างไร
        6. วัดผลทุกไตรมาส ดูอัตราการใช้ของแต่ละกลุ่ม ความพึงพอใจ และค่าใช้จ่าย แล้วปรับในปีถัดไป

        สวัสดิการสุขภาพกับประกันสุขภาพแบบ Copayment

        ตั้งแต่ 20 มีนาคม 2568 ประกันสุขภาพแบบมาตรฐานที่พนักงานซื้อเองมีเงื่อนไขร่วมจ่ายเมื่อเคลมผู้ป่วยในเข้าเกณฑ์ พนักงานที่มีประกันส่วนตัวจึงอาจลังเลที่จะใช้ประกันกับอาการเล็กน้อย สวัสดิการที่ดูแลอาการเล็กน้อยได้โดยไม่ต้องนอนโรงพยาบาล เช่น ค่ารักษาผู้ป่วยนอกและการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ จึงมีประโยชน์กับพนักงานมากขึ้น

        อ่านต่อ: Copayment ประกันสุขภาพ คืออะไร และ HR ต้องรู้อะไร และ คู่มือ HR จัดตรวจสุขภาพประจำปีพนักงาน

        คำถามที่พบบ่อย

        สวัสดิการสุขภาพพนักงานควรมีอะไรบ้าง

        ส่วนใหญ่เริ่มจากความคุ้มครองพื้นฐานที่ทุกคนได้เท่ากัน เช่น ประกันสุขภาพกลุ่มผู้ป่วยในและตรวจสุขภาพประจำปี แล้วเพิ่มบริการที่ตรงกับแต่ละกลุ่ม เช่น ทันตกรรมและปรึกษาแพทย์ออนไลน์สำหรับพนักงานอายุน้อย หรือดูแลสายตาและการผ่าตัดสำหรับกลุ่มอายุมากขึ้น

        สวัสดิการแบบยืดหยุ่นคืออะไร

        สวัสดิการแบบยืดหยุ่นคือการให้พนักงานเลือกสวัสดิการเองภายในงบที่กำหนด เช่น ได้เครดิตต่อปีไปเลือกใช้กับบริการในแคตตาล็อก หรือได้ชุดบริการตามกลุ่มแล้วเลือกเพิ่มได้บางส่วน มักใช้คู่กับแกนกลางที่ทุกคนได้เท่ากัน

        ควรตั้งงบสวัสดิการสุขภาพต่อคนเท่าไร

        ไม่มีตัวเลขที่ใช้ได้กับทุกองค์กร วิธีที่ใช้กันคือเริ่มจากงบปีที่ผ่านมา ปรับตามค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้น ซึ่งในช่วงสามปีที่ผ่านมาเฟ้อเฉลี่ยราว 10–11% ต่อปี แล้วจัดสรรให้แต่ละกลุ่มตามความต้องการ เครื่องมือในบทความนี้ช่วยดูว่างบต่อหัวพอกับแผนที่จัดหรือไม่

        ทำอย่างไรให้พนักงานใช้สวัสดิการมากขึ้น

        เลือกบริการที่ตรงกับความต้องการของแต่ละกลุ่ม ทำให้ใช้ง่าย เช่น ไม่ต้องสำรองจ่ายและนัดหมายเองได้ บอกราคาและสิ่งที่ได้ให้ชัด และสื่อสารซ้ำในช่วงที่พนักงานต้องใช้ เช่น ก่อนฤดูไข้หวัดใหญ่

        สวัสดิการสุขภาพจิตควรจัดอย่างไร

        ให้พนักงานเข้าถึงนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ได้โดยองค์กรไม่รู้ตัวตนของผู้ใช้ และไม่ต้องผ่านหัวหน้างาน ความเป็นส่วนตัวเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้พนักงานกล้าใช้

        แหล่งอ้างอิง

        ให้ทีมงานติดต่อกลับ

        บอกเราสั้น ๆ ว่าคุณทำธุรกิจอะไร แล้วทีมที่ดูแลเรื่องนั้นโดยตรงจะติดต่อกลับ

        หลังจากส่งข้อมูล

        1. ทีมงานติดต่อกลับเพื่อทำความเข้าใจธุรกิจของคุณ
        2. เสนอแนวทางและค่าใช้จ่ายที่เหมาะกับคุณ
        3. เริ่มใช้งาน พร้อมทีมดูแลตลอดทาง

        หรือติดต่อโดยตรง

        คุณฟาร์ม (Chokthawee Ratanawetwong)

        ทีมพาร์ตเนอร์ HDmall

        นัดเวลาคุย
        สนใจเรื่องไหน เลือกได้หลายข้อ