Direct-to-Patient: เมื่อบริษัทยาต้องเห็นคนไข้ ไม่ใช่แค่ยอดส่งของให้ผู้จัดจำหน่าย

บริษัทยาส่วนใหญ่ในไทยเห็นแค่ยอดส่งสินค้าให้ผู้จัดจำหน่าย แต่ไม่เห็นว่าคนไข้ที่ไหนกำลังหาการรักษาอะไร ขณะที่คนไข้ถาม AI ก่อนพบแพทย์มากขึ้น บทความนี้อธิบายโมเดล Direct-to-Patient และรูปแบบที่ใช้ได้ในไทย

อัปเดต อ่านราว 7 นาทีโดยทีมพาร์ตเนอร์ HDmall

ในบทความนี้
  1. ช่องว่างข้อมูลของการกระจายสินค้าแบบเดิม
  2. บทเรียนจากสหรัฐฯ: บริษัทยาใหญ่ไปหาคนไข้โดยตรง
  3. ทำไมแนวโน้มนี้มาถึงไทย
  4. Direct-to-Patient ในไทยต้องหน้าตาแบบไหน
  5. ข้อมูลย้อนกลับที่บริษัทยาจะเห็น
  6. เริ่มต้นอย่างไร
  7. คำถามที่พบบ่อย

Direct-to-Patient (DTP) คือการที่บริษัทยาสร้างช่องทางเชื่อมกับคนไข้และผู้ให้บริการปลายทางโดยตรง แทนที่จะพึ่งผู้จัดจำหน่ายและร้านยาเพียงอย่างเดียว ทำให้เห็นว่าคนไข้กำลังหาการรักษาอะไร พบแพทย์ที่ไหน และรักษาต่อเนื่องหรือไม่ ในไทย ยาที่ต้องสั่งโดยแพทย์ยังต้องผ่านแพทย์และสถานพยาบาลเสมอ DTP ที่ถูกต้องจึงหมายถึงการพาคนไข้ไปถึงผู้ให้บริการที่พร้อมดูแล พร้อมข้อมูลย้อนกลับให้บริษัทยา

บริษัทยาส่วนใหญ่ในไทยกระจายสินค้าผ่านผู้จัดจำหน่ายและบริษัท Market Access รายใหญ่ ซึ่งทำงานด้านคลังสินค้า การขนส่ง และงานทะเบียนได้ดี แต่สิ่งที่บริษัทยามักเห็นคือยอดขายเข้า (sell-in) ให้โรงพยาบาลและร้านยา ไม่เห็นว่าคนไข้ในจังหวัดไหนกำลังถามถึงการรักษาอะไร หรือหยุดใช้ยากลางทางเมื่อไร ขณะที่คนไข้เริ่มถาม ChatGPT, Gemini หรือ Claude ก่อนไปพบแพทย์ ช่องว่างนี้จึงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ

ช่องว่างข้อมูลของการกระจายสินค้าแบบเดิม

สิ่งที่บริษัทยาอยากรู้การกระจายสินค้าแบบเดิมช่องทางที่ถึงคนไข้และผู้ให้บริการ
ขายเข้าให้ผู้จัดจำหน่ายและโรงพยาบาลเท่าไรเห็นชัดเห็นชัด
คลินิกรายเล็กแห่งไหนสั่งซื้อ และสั่งซ้ำหรือไม่เห็นบางส่วนหรือไม่เห็นเห็นรายจังหวัด
คนไข้ในพื้นที่ไหนกำลังหาการรักษาอะไรไม่เห็นเห็นแนวโน้มรายเดือนและรายจังหวัด
คนไข้ที่สนใจได้พบแพทย์หรือไม่ไม่เห็นเห็นสัดส่วนที่นัดพบแพทย์
คนไข้รักษาต่อเนื่องหรือหยุดกลางทางไม่เห็นเห็นผ่านการนัดติดตามที่ผู้ให้บริการดูแล
แคมเปญได้ผลถึงคนไข้หรือไม่วัดได้ยากวัดได้ถึงการนัดหมาย

ผลของช่องว่างนี้คือการวางแผนสต็อก การจัดทีมขาย และการเลือกพื้นที่ทำแคมเปญ อาศัยรายงานรายไตรมาสหรือผลสำรวจกลุ่มตัวอย่างเล็ก ๆ ซึ่งบอกภาพย้อนหลังและไม่ละเอียดพอจะตัดสินใจรายจังหวัด

ผู้จัดจำหน่ายยังจำเป็น เพราะงานคลังสินค้า การขนส่ง และงานทะเบียนเป็นความเชี่ยวชาญเฉพาะ สิ่งที่ขาดคือชั้นข้อมูลและช่องทางที่อยู่ระหว่างสินค้าบนชั้นวางกับคนไข้ที่ต้องการการรักษา ช่องทางใหม่จึงควรทำงานร่วมกับการกระจายสินค้าเดิม ไม่ใช่แทนที่ ซึ่ง HDmall เองก็ทำงานร่วมกับผู้จัดจำหน่ายรายใหญ่ในลักษณะนี้

บทเรียนจากสหรัฐฯ: บริษัทยาใหญ่ไปหาคนไข้โดยตรง

แพลตฟอร์มเริ่มเมื่อทำอะไร
LillyDirect (Eli Lilly)มกราคม 2567เชื่อมคนไข้กับบริการแพทย์ทางไกล ร้านยา และการส่งยาถึงบ้าน มีคนไข้ใช้งานกว่า 1 ล้านคนในปี 2568
PfizerForAll (Pfizer)สิงหาคม 2567นัดแพทย์ทางไกล ชุดตรวจ และสั่งยาที่แพทย์จ่ายให้ส่งถึงบ้าน
NovoCare Pharmacy (Novo Nordisk)มีนาคม 2568ส่งยาให้คนไข้ที่มีใบสั่งแพทย์แล้ว ในราคาที่ชัดเจน พร้อมติดตามการใช้ยาต่อเนื่อง
TrumpRx (รัฐบาลสหรัฐฯ)กุมภาพันธ์ 2569เว็บไซต์รวมราคายาที่ลดแล้ว แล้วพาคนไข้ไปยังช่องทางตรงของบริษัทยา

สิ่งที่โมเดลเหล่านี้ได้คือการเห็นเส้นทางของคนไข้ทั้งหมด ตั้งแต่สนใจ พบแพทย์ ได้ยา จนถึงใช้ยาต่อเนื่อง และความสัมพันธ์โดยตรงกับคนไข้ แต่ก็มีคำวิจารณ์ด้วย รายงานของวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ กลุ่มหนึ่งในปี 2568 ตั้งคำถามว่าแพลตฟอร์มบางแห่งที่ทำงานกับบริการแพทย์ทางไกลมีอัตราการสั่งยาสูงเกินไป บทเรียนสำคัญคือช่องทางตรงต้องเคารพการตัดสินใจทางการแพทย์ที่เป็นอิสระ

ทำไมแนวโน้มนี้มาถึงไทย

  • คนไข้ใช้ AI ตัดสินใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น ผลสำรวจของ KFF ในสหรัฐฯ เมื่อมีนาคม 2569 พบว่า 41% ของคนที่ใช้ AI หาข้อมูลสุขภาพ ทำเพื่อหาข้อมูลก่อนตัดสินใจไปพบแพทย์ คนไข้ไทยรุ่นใหม่ก็มีพฤติกรรมเดียวกัน
  • คนไข้หาการรักษาจากแพลตฟอร์ม ไม่ใช่แค่เดินเข้าโรงพยาบาล คนไข้ค้นหา เปรียบเทียบ และจองบริการสุขภาพออนไลน์ ทำให้เกิดข้อมูลดีมานด์ที่ไม่เคยมีมาก่อน
  • ตลาดนอกกรุงเทพฯ โต แต่ทีมขายเข้าไม่ถึง คลินิกรายเล็กหลายพันแห่งต้องการช่องทางสั่งซื้อและข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ใช้ง่าย
  • บริษัทยาต้องพิสูจน์ผลของงบการตลาด ทั้งต่อสำนักงานใหญ่ระดับภูมิภาคและในตลาดที่แข่งขันสูงขึ้น

Direct-to-Patient ในไทยต้องหน้าตาแบบไหน

ในไทย ยาอันตรายและยาควบคุมพิเศษห้ามโฆษณาแสดงสรรพคุณต่อประชาชนตามมาตรา 88 (6) แห่งพระราชบัญญัติยา และโฆษณาสถานพยาบาลต้องได้รับอนุมัติก่อนเผยแพร่ DTP ในไทยจึงไม่ใช่การขายยาตรงให้คนไข้ แต่เป็นการเชื่อมสี่ส่วนเข้าด้วยกันอย่างถูกกฎหมาย

  1. การให้ความรู้เรื่องโรคแบบไม่ระบุผลิตภัณฑ์ ชวนคนที่มีความเสี่ยงหรือมีอาการให้ไปพบแพทย์ ดูหลักการในคู่มือการตลาดยาในไทย
  2. การพาคนไข้ไปถึงผู้ให้บริการที่พร้อมดูแล คนไข้ที่สนใจนัดพบแพทย์ที่คลินิกหรือโรงพยาบาลที่ได้รับอนุญาต และแพทย์เป็นผู้ตัดสินใจการรักษาเสมอ
  3. การกระจายสินค้าถึงผู้ให้บริการ ให้คลินิกที่ดูแลคนไข้สั่งซื้อผลิตภัณฑ์ได้ง่าย รวมถึงคลินิกรายเล็กนอกกรุงเทพฯ
  4. การดูแลให้รักษาต่อเนื่อง ผู้ให้บริการเตือนนัดและติดตามอาการ โดยข้อมูลคนไข้อยู่กับผู้ให้บริการตาม PDPA

สิ่งที่บริษัทยาได้กลับมาคือข้อมูลภาพรวมแบบไม่ระบุตัวบุคคล ที่ทำให้เห็นทั้งเส้นทางตั้งแต่ความสนใจจนถึงการสั่งซื้อของผู้ให้บริการ

ข้อมูลย้อนกลับที่บริษัทยาจะเห็น

แพลตฟอร์มที่มีทั้งคนไข้และผู้ให้บริการอย่าง HDmall ให้ข้อมูลที่การกระจายสินค้าแบบเดิมให้ไม่ได้ ตัวอย่างมุมมองที่ทีมแบรนด์และทีม Market Access ใช้

มุมมองตัวอย่างคำถามที่ตอบได้
ความสนใจของคนไข้ตามกลุ่มการรักษาความสนใจเรื่องการลดน้ำหนักด้วยยาในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นหรือลดลงเทียบกับไตรมาสก่อน
ความสนใจเปรียบเทียบระหว่างยี่ห้อในกลุ่มเดียวกันคนในกรุงเทพฯ ถามถึง Mounjaro เทียบกับ Wegovy ในสัดส่วนเท่าไร และต่างจากเชียงใหม่หรือภูเก็ตอย่างไร
จากความสนใจถึงการพบแพทย์คนที่สนใจการรักษากลุ่มนี้ นัดพบแพทย์กี่เปอร์เซ็นต์ และที่ผู้ให้บริการประเภทไหน
การสั่งซื้อของผู้ให้บริการรายพื้นที่คลินิกในภาคไหนเริ่มสั่งผลิตภัณฑ์ และสั่งซ้ำในรอบเท่าไร
ผลของแคมเปญแคมเปญให้ความรู้เรื่องโรคในจังหวัดหนึ่งทำให้คนนัดพบแพทย์เพิ่มขึ้นหรือไม่

ข้อมูลทั้งหมดเป็นภาพรวมและแนวโน้มแบบไม่ระบุตัวบุคคล ไม่มีข้อมูลสุขภาพของคนไข้รายใดส่งถึงบริษัทยา และการใช้ข้อมูลเพื่อแคมเปญใดก็ตามต้องวางแผนร่วมกับทีมการแพทย์และทีมกำกับดูแลของบริษัท

เริ่มต้นอย่างไร

  1. เลือกกลุ่มการรักษาหนึ่งกลุ่ม ที่คนไข้หาข้อมูลมากและตัดสินใจร่วมกับแพทย์ เช่น การจัดการน้ำหนัก วัคซีน หรือโรคเรื้อรังบางกลุ่ม
  2. ดูข้อมูลดีมานด์ปัจจุบัน ว่าคนไข้ในแต่ละพื้นที่สนใจเรื่องนี้แค่ไหน และผู้ให้บริการพร้อมดูแลอยู่ที่ไหน
  3. เปิดช่องทางสั่งซื้อให้ผู้ให้บริการ ในพื้นที่ที่ดีมานด์สูงแต่ทีมขายยังไม่ถึง
  4. ทำแคมเปญให้ความรู้เรื่องโรค ที่พาคนไข้ไปถึงผู้ให้บริการ แล้ววัดผลถึงการนัดหมาย
  5. ทบทวนทุกเดือน แล้วปรับสต็อก ทีมขาย และพื้นที่แคมเปญจากข้อมูลจริง

สรุปเพื่อการวางแผน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ทุกแคมเปญควรผ่านทีมการแพทย์และทีมกำกับดูแลของบริษัท และเป็นไปตามกฎหมายยาและกฎหมายโฆษณาสถานพยาบาลของไทย

คำถามที่พบบ่อย

Direct-to-Patient คืออะไร

Direct-to-Patient คือการที่บริษัทยาสร้างช่องทางเชื่อมกับคนไข้และผู้ให้บริการปลายทางโดยตรง แทนการพึ่งผู้จัดจำหน่ายและร้านยาอย่างเดียว ในสหรัฐฯ ตัวอย่างคือ LillyDirect, PfizerForAll และ NovoCare Pharmacy ในไทย DTP ต้องผ่านแพทย์และสถานพยาบาลเสมอสำหรับยาที่ต้องสั่งโดยแพทย์

บริษัทยาในไทยขายยาตรงให้คนไข้ได้ไหม

ยาที่ต้องสั่งโดยแพทย์ต้องผ่านการตัดสินใจของแพทย์และจ่ายผ่านสถานพยาบาลหรือร้านยาที่ได้รับอนุญาต และยาอันตรายกับยาควบคุมพิเศษห้ามโฆษณาสรรพคุณต่อประชาชน DTP ในไทยจึงเป็นการให้ความรู้เรื่องโรค พาคนไข้ไปพบแพทย์ กระจายสินค้าถึงผู้ให้บริการ และดูแลให้รักษาต่อเนื่อง

ทำไมบริษัทยาไม่เห็นข้อมูลปลายทางจากผู้จัดจำหน่าย

การกระจายสินค้าแบบเดิมออกแบบมาเพื่อส่งสินค้าถึงโรงพยาบาล คลินิก และร้านยาอย่างมีประสิทธิภาพ ข้อมูลที่บริษัทยาเห็นจึงมักเป็นยอดขายเข้า ไม่ใช่ความสนใจของคนไข้ การพบแพทย์ หรือการใช้ยาต่อเนื่อง ซึ่งเกิดขึ้นหลังสินค้าออกจากคลังแล้ว

Direct-to-Patient จะมาแทนผู้จัดจำหน่ายหรือไม่

ไม่จำเป็น งานคลังสินค้า การขนส่ง และงานทะเบียนยังเป็นความเชี่ยวชาญของผู้จัดจำหน่าย ช่องทางตรงถึงคนไข้และผู้ให้บริการเป็นชั้นข้อมูลและการเข้าถึงที่เพิ่มขึ้นมา และทำงานร่วมกับการกระจายสินค้าเดิมได้

บริษัทยาจะเห็นข้อมูลอะไรจากแพลตฟอร์มสุขภาพ

ข้อมูลภาพรวมแบบไม่ระบุตัวบุคคล เช่น ความสนใจของคนไข้ตามกลุ่มการรักษาและตามจังหวัด ความสนใจเปรียบเทียบระหว่างยี่ห้อในกลุ่มเดียวกัน สัดส่วนที่นัดพบแพทย์ และการสั่งซื้อของผู้ให้บริการรายพื้นที่ โดยไม่มีข้อมูลสุขภาพของคนไข้รายใดส่งถึงบริษัทยา

DTP ต้องระวังเรื่องอะไรบ้าง

เคารพการตัดสินใจทางการแพทย์ที่เป็นอิสระ ไม่โฆษณายาที่ต้องสั่งโดยแพทย์ต่อประชาชน ให้ข้อมูลคนไข้อยู่กับผู้ให้บริการตาม PDPA และวางแผนทุกแคมเปญร่วมกับทีมการแพทย์และทีมกำกับดูแล ในสหรัฐฯ เองก็มีคำวิจารณ์ว่าบางแพลตฟอร์มมีอัตราการสั่งยาสูงเกินไป

แหล่งอ้างอิง

ให้ทีมงานติดต่อกลับ

บอกเราสั้น ๆ ว่าคุณทำธุรกิจอะไร แล้วทีมที่ดูแลเรื่องนั้นโดยตรงจะติดต่อกลับ

หลังจากส่งข้อมูล

  1. ทีมงานติดต่อกลับเพื่อทำความเข้าใจธุรกิจของคุณ
  2. เสนอแนวทางและค่าใช้จ่ายที่เหมาะกับคุณ
  3. เริ่มใช้งาน พร้อมทีมดูแลตลอดทาง

หรือติดต่อโดยตรง

คุณฟาร์ม (Chokthawee Ratanawetwong)

ทีมพาร์ตเนอร์ HDmall

นัดเวลาคุย
สนใจเรื่องไหน เลือกได้หลายข้อ