influenza vaccine

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ คืออะไร? มีกี่แบบ ควรฉีดตอนไหน รวมทุกเรื่องที่ควรรู้

เมื่อเข้าสู่ช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงจากฤดูร้อนเข้าสู่ฤดูฝน ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่เด็กๆ เปิดเทอมพอดี หลายคนเริ่มกังวลเรื่องการเจ็บป่วย โดยเฉพาะโรคทางเดินหายใจอย่างไข้หวัดใหญ่ที่ติดต่อง่ายและพบการระบาดได้ทุกปี การรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นอีกหนึ่งวิธีดูแลสุขภาพที่ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อและลดความรุนแรงของโรคได้1

แต่หลายคนอาจยังสงสัยว่าวัคซีนไข้หวัดใหญ่จำเป็นไหม มีกี่แบบ ควรฉีดช่วงเวลาใด หรือใครบ้างที่ควรได้รับวัคซีน บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบไว้ครบในที่เดียว เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจข้อมูลสำคัญและตัดสินใจดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น

สรุปสาระสำคัญ

  • วัคซีนไข้หวัดใหญ่ช่วยลดความเสี่ยงได้ทั้งโอกาสติดเชื้อ ความรุนแรงของอาการ และภาวะแทรกซ้อน โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคประจำตัว1
  • วัคซีนไข้หวัดใหญ่ควรฉีดทุกปี เพราะเชื้อไวรัสมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์อยู่เสมอ และภูมิคุ้มกันจะลดลงตามธรรมชาติหลังจาก 1 ปีไปแล้ว6  
  • การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ไม่จำเป็นต้องรอให้ครบ 1 ปี สามารถฉีดวัคซีนได้โดยมีระยะห่างจากเข็มก่อนหน้าอย่างน้อย 6 เดือน โดยช่วงที่เหมาะสมในการฉีดคือก่อนการระบาดในช่วงฤดูฝน (เดือนพฤษภาคม) และก่อนฤดูหนาว (เดือนตุลาคม) อย่างไรก็ตามสามารถฉีดได้ตลอดปี
  • ปัจจุบันมีวัคซีนให้เลือกหลายรูปแบบ ทั้งแบบ Cell-based และ Egg-based ซึ่งแตกต่างกันด้านกระบวนการผลิต ความเหมาะสม และข้อพิจารณาเฉพาะบุคคล4

ไข้หวัดใหญ่คืออะไร?

ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) คือโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจที่เกิดจากเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา ซึ่งสามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้ง่ายผ่านการไอ จาม หรือสัมผัสสิ่งของที่มีเชื้อปนเปื้อน โดยสายพันธุ์ที่พบได้บ่อยคือไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A และไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B1 

ไข้หวัดใหญ่สามารถระบาดได้ตลอดทั้งปีโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว อาการไข้หวัดใหญ่มีตั้งแต่ป่วยเล็กน้อยไปจนถึงรุนแรง ขึ้นอยู่กับอายุ สุขภาพ และโรคประจำตัวของแต่ละคน การรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปีจึงเป็นสิ่งสำคัญ1

ไข้หวัดใหญ่อาการเป็นอย่างไร?1,2

ผู้ที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่มักเริ่มมีอาการภายใน 1-4 วันหลังจากได้รับเชื้อ โดยอาการไข้หวัดใหญ่ที่พบบ่อยมีดังนี้

  • ไข้สูงเฉียบพลัน มักมีไข้ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป
  • หนาวสั่น รู้สึกหนาวแม้อากาศไม่ได้เย็น
  • ปวดศีรษะ โดยเฉพาะบริเวณหน้าผากหรือรอบดวงตา
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดตัว ปวดหลัง หรือปวดแขนขา
  • อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย รู้สึกไม่มีแรง
  • ไอแห้งหรือไอมีเสมหะเล็กน้อย อาจมีอาการระคายคอร่วมด้วย
  • เจ็บคอ คอแห้ง กลืนลำบากหรือรู้สึกระคายเคืองในลำคอ
  • คัดจมูก น้ำมูกไหล พบได้ในบางรายโดยเฉพาะเด็ก
  • เบื่ออาหาร คลื่นไส้ บางคนอาจกินได้น้อยลง
  • มีอาการทางเดินอาหาร เช่น ปวดท้อง อาเจียน หรือท้องเสีย พบได้บ้างในเด็ก

ทั้งนี้หากมีอาการรุนแรง เช่น หายใจเหนื่อย หอบ เจ็บหน้าอก ซึมลง หรือมีไข้สูงต่อเนื่องหลายวัน ควรรีบพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นภาวะแทรกซ้อนจากไข้หวัดใหญ่ได้

วัคซีนไข้หวัดใหญ่คืออะไร?

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ (Influenza vaccine) คือสิ่งที่ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกายสร้างเกราะป้องกันต่อเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ที่คาดว่าจะระบาดในแต่ละปี สามารถช่วยลดโอกาสการติดเชื้อ ลดความรุนแรงของอาการ และลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น ปอดอักเสบหรือการนอนโรงพยาบาล3 

หลักการทำงานของวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นอย่างไร?

เมื่อรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่เข้าสู่ร่างกาย วัคซีนจะมีส่วนประกอบของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ ร่างกายจึงสร้างภูมิคุ้มกันที่จำเพาะกับเชื้อขึ้นมาเป็นการเตรียมตัวเพื่อป้องกันไว้ก่อน ก่อนที่จะรับเชื้อไวรัสจริงๆ ที่ระบาดเข้ามา 

นอกจากนี้ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ยังช่วยให้ร่างกายสร้างความทรงจำและจดจำเชื้อก่อโรคนี้ด้วย เมื่อถึงคราวที่ร่างกายรับเชื้อไข้หวัดใหญ่เข้ามา ภูมิคุ้มกันที่เราเตรียมไว้ก่อนล่วงหน้าแล้วก็จะมาจัดการกับเชื้อโรคได้อย่างรวดเร็ว ลดโอกาสติดเชื้อ ลดความรุนแรง และลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนได้3   

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ มีกี่ประเภท?

ปัจจุบันวัคซีนไข้หวัดใหญ่สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลักตามกระบวนการผลิต ดังนี้

วัคซีนไข้หวัดใหญ่แบบ Cell-based4

องค์การอนามัยโลกกล่าวถึงปัญหาที่พบจากการใช้ไข่ไก่ฟักในการผลิตวัคซีนว่า เชื้อไวรัสอาจเกิดการกลายพันธุ์ของระหว่างผลิตซึ่งทำให้ลดประสิทธิภาพของวัคซีน  การผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่โดยไม่ต้องใช้ไข่ก็จะช่วยลดปัญหานี้ได้

วัคซีนไข้หวัดใหญ่แบบ Cell-based คือวัคซีนที่ผลิตโดยใช้เซลล์เพาะเลี้ยงจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมแทนการใช้ไข่ไก่ฟัก จึงช่วยลดโอกาสเกิดการกลายพันธุ์ของไวรัสระหว่างกระบวนการผลิตวัคซีน ทำให้ได้สายพันธุ์ไวรัสในวัคซีนใกล้เคียงกับเชื้อที่ระบาดมากขึ้นใน

นอกจากนี้ การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่แบบ Cell-based ยังเหมาะสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องการแพ้โปรตีนจากไข่และเป็นอีกทางเลือกของวัคซีนไข้หวัดใหญ่รุ่นใหม่ที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

วัคซีนไข้หวัดใหญ่แบบ Egg-based5

วัคซีนไข้หวัดใหญ่แบบ Egg-based คือวัคซีนที่ผลิตโดยการเพาะเลี้ยงเชื้อไวรัสในไข่ไก่ฟัก ซึ่งเป็นวิธีการผลิตรูปแบบเดิมที่ใช้มาอย่างยาวนาน แต่อย่างไรก็ตาม วัคซีนชนิดนี้ยังคงมีข้อจำกัดในการผลิตคือเกิดการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสระหว่างผลิตวัคซีน ซึ่งอาจลดประสิทธิภาพวัคซีนได้ และอาจไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีประวัติแพ้ไข่ไก่อย่างรุนแรงหรือมีข้อกังวลเกี่ยวกับส่วนประกอบจากไข่

เลือกวัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้เหมาะกับคุณ พร้อมเช็กแพ็กเกจได้ที่นี่!

วัคซีนไข้หวัดใหญ่แต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร?5,9

แม้ว่าวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทั้งแบบ Cell-based และแบบ Egg-based จะมีเป้าหมายเดียวกันคือช่วยป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่และลดความรุนแรงของอาการ แต่ก็มีความแตกต่างกันในหลายๆ ด้านดังตารางเปรียบเทียบต่อไปนี้

หัวข้อเปรียบเทียบ

Cell-based vaccine

Egg-based vaccine

เทคโนโลยี แบบใหม่กว่า แบบดั้งเดิม
กระบวนการผลิต ใช้เซลล์เพาะเลี้ยงจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ใช้ไข่ไก่ฟักในการเพาะเลี้ยงไวรัส
ความใกล้เคียงสายพันธุ์ไวรัส ใกล้เคียงกับสายพันธุ์ของไวรัสที่ระบาดจริงมากกว่า ไวรัสอาจเกิดการกลายพันธุ์เมื่อเลี้ยงในไข่ (Egg adaptation)
ความเหมาะสม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรับวัคซีนที่มีอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป และปลอดภัยมากกว่าในผู้ที่กังวลเรื่องการแพ้ไข่ เหมาะสำหรับผู้รับวัคซีนที่มีอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป
ประสิทธิภาพ ให้ประสิทธิภาพในการป้องกันได้ดีสูงขึ้น เพราะลดการกลายพันธุ์ของไวรัส  ให้ประสิทธิภาพในการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้

ใครควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่บ้าง?1,6,7

วัคซีนไข้หวัดใหญ่แนะนำฉีดได้ในคนทุกคนแม้ว่าจะไม่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรครุนแรง เนื่องจากวัคซีนจะช่วยลดการติดเชื้อ ลดความรุนแรง และป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้  โดยกลุ่มเสี่ยงสูงที่มีโอกาสติดเชื้อรุนแรงและควรฉีดวัคซีนเป็นลําดับแรก ๆ คือ 

  • เด็กเล็กอายุ 6 เดือนขึ้นไป โดยเฉพาะเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี
  • ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป ที่มีภูมิคุ้มกันลดลงตามวัย
  • หญิงตั้งครรภ์ เพื่อช่วยป้องกันทั้งแม่และทารก
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ โรคปอด หอบหืด โรคไต โรคเลือด โรคธาลัสซีเมีย โรคอ้วนที่มี BMI มากกว่า 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัด
  • ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
  • บุคลากรทางการแพทย์ หรือผู้ที่ต้องดูแลผู้ป่วยใกล้ชิด

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ควรฉีดช่วงไหนดี?

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ควรฉีดเป็นประจำทุกปี ปีละ 1 ครั้ง โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด คือก่อนการระบาดในช่วงฤดูฝน (เดือนพฤษภาคม) และก่อนฤดูหนาว (เดือนตุลาคม) เพื่อให้ร่างกายมีเวลาสร้างภูมิคุ้มกันได้เต็มที่ อย่างไรก็ตามหากไม่ได้ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามช่วงเวลาดังกล่าวก็ยังสามารถฉีดวัคซีนได้ตลอดทั้งปี6,8

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉีดบริเวณไหน?

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดเชื้อตายเป็นชนิดฉีดเข้ากล้ามเนื้อ โดยตำแหน่งที่นิยมฉีดคือบริเวณต้นแขนส่วนบน ส่วนเด็กเล็กอาจฉีดบริเวณต้นขาด้านหน้า ขึ้นอยู่กับอายุ ขนาดของร่างกาย และดุลยพินิจของแพทย์6

วัคซีนไข้หวัดใหญ่มีข้อดีอย่างไรบ้าง?3

การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นหนึ่งในวิธีป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงยังมีข้อดีต่างๆ ที่น่าสนใจดังนี้

  • ช่วยลดโอกาสติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะในช่วงที่มีการระบาด
  • ลดความรุนแรงของอาการป่วยหากติดเชื้อหลังได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่
  • ลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบหรือการนอนโรงพยาบาล
  • ช่วยปกป้องกลุ่มเสี่ยงในครอบครัว เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว
  • ลดโอกาสหยุดงาน หยุดเรียน จากการเจ็บป่วย
  • ช่วยเสริมการดูแลสุขภาพประจำปีและสร้างความมั่นใจในช่วงฤดูกาลระบาดของไข้หวัดใหญ่

วัคซีนไข้หวัดใหญ่อันตรายไหม?

วัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นวัคซีนที่ผ่านการรับรองมาตรฐานก่อนนำมาใช้งาน รวมถึงเป็นวัคซีนที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก มีการเก็บข้อมูลด้านความปลอดภัยมายาวนานหลายสิบปี จึงมั่นใจในความปลอดภัยของวัคซีนได้ 

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีประวัติแพ้วัคซีน แพ้ส่วนประกอบบางชนิดในวัคซีนอย่างรุนแรง เช่น แพ้ไข่ แพ้โปรตีนจากไข่ แพ้ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียบางชนิด หรือมีโรคประจำตัว ควรแจ้งแพทย์ก่อนรับวัคซีนทุกครั้งเพื่อประเมินความเหมาะสมและความปลอดภัยก่อนได้รับวัคซีน1,3

การเตรียมตัวก่อนฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่6

ก่อนเข้ารับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ควรเตรียมร่างกายให้พร้อมและแจ้งข้อมูลสุขภาพที่จำเป็น เพื่อช่วยให้การฉีดวัคซีนเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยมากขึ้น โดยสามารถเตรียมตัวได้ดังนี้

  • พักผ่อนให้เพียงพอเพื่อให้ร่างกายพร้อมรับวัคซีน
  • รับประทานอาหารและดื่มน้ำตามปกติ ไม่ควรอดอาหารก่อนฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่
  • แจ้งโรคประจำตัวและยาที่ใช้อยู่ให้แพทย์หรือพยาบาลทราบ
  • แจ้งประวัติการแพ้วัคซีนหรือแพ้ยา
  • หากมีไข้หรือเจ็บป่วยเฉียบพลันควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับวัคซีน
  • สวมเสื้อผ้าที่สะดวกต่อการฉีดวัคซีน เช่น เสื้อแขนสั้นหรือเสื้อที่เปิดต้นแขนได้ง่าย

การดูแลตัวเองหลังฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่8,6

หลังรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ควรดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม โดยสามารถปฏิบัติตามคำแนะนำได้ดังนี้

  • พักสังเกตอาการหลังฉีด 15-30 นาที ตามคำแนะนำของสถานพยาบาล
  • หากปวด บวม บริเวณที่ฉีด ให้ประคบด้วยผ้าเย็น
  • หากมีไข้ต่ำๆ หรือปวดเมื่อยตัว สามารถรับประทานยาลดไข้พาราเซตามอลในขนาดที่เหมาะสม
  • หากมีอาการผิดปกติรุนแรง เช่น หายใจลำบาก ผื่นขึ้นทั่วตัว หรือไข้สูงต่อเนื่อง ควรรีบพบแพทย์ทันที

หลังฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่มีอาการข้างเคียงอะไรบ้าง?

หลังรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่บางคนอาจมีอาการข้างเคียงได้เล็กน้อย เช่น ปวด บวม แดง หรือกดเจ็บบริเวณที่ฉีด รวมถึงอาจมีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ หรือปวดเมื่อยตามตัว อาการดังกล่าวควรหายภายใน 1-2 วัน อาการรุนแรงต่อชีวิตพบได้น้อยมาก หากมีอาการ เช่น ลมพิษ  หายใจไม่สะดวก หายใจเสียงดัง หัวใจเต้นเร็ว หน้ามืด หมดสติ ควรรีบพบแพทย์ทันที3,8

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ราคาเท่าไหร่?

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ราคาจะแตกต่างกันไปตามสถานพยาบาล ประเภทของวัคซีน จำนวนสายพันธุ์ที่ครอบคลุม อายุผู้รับวัคซีน และค่าบริการทางการแพทย์ เพื่อความคุ้มค่าและเหมาะสมกับสุขภาพของแต่ละคน ควรสอบถามรายละเอียดจากโรงพยาบาลหรือคลินิกก่อนเข้ารับบริการ

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ตัวช่วยลดความเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม

วัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นอีกหนึ่งวิธีสำคัญในการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ที่ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อ ลดความรุนแรงของโรค และลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนได้ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงอย่างเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว1

โดยปัจจุบันวัคซีนไข้หวัดใหญ่มีหลายทางเลือก ทั้งวัคซีนไข้หวัดใหญ่แบบ Cell-based และ Egg-based ที่มีความแตกต่างกันด้านกระบวนการผลิตและความเหมาะสมของแต่ละบุคคล การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปีตามช่วงเวลาที่เหมาะสมจะช่วยเสริมการป้องกันและเพิ่มความมั่นใจในการใช้ชีวิตได้มากขึ้น4 ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนรับวัคซีน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ (FAQ)

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ต้องฉีดทุกปีไหม

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ต้องฉีดซ้ำทุกปี ปีละ 1 ครั้ง โดยไม่จำเป็นต้องรอจนครบ 1 ปี ให้เว้นระยะจากการฉีดวัคซีนครั้งก่อนหน้าอย่างน้อย 6 เดือน และเด็กที่อายุน้อยกว่า 9 ปีในปีแรกให้วัคซีน 2 ครั้งห่างกันอย่างน้อย 1 เดือน เนื่องจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์อยู่เสมอและระดับภูมิคุ้มกันจากวัคซีนอาจลดลงตามเวลา3,7  

ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่กี่วันภูมิถึงจะขึ้น

โดยทั่วไปหลังฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ร่างกายมักใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์จึงมีภูมิคุ้มกันเต็มที่3

เด็กควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เมื่อไหร่

เด็กสามารถเริ่มฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือน และควรฉีดทุกปี โดยเด็กอายุต่ำกว่า 9 ปีที่ไม่เคยฉีดมาก่อน ในปีแรกควรฉีด 2 เข็ม ห่างกันอย่างน้อย 1 เดือน เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้เพียงพอ8

ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่แล้วยังป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ได้อยู่ไหม

ไม่มีวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดใดที่ป้องกันได้ 100% หลังฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ไปแล้วยังมีโอกาสติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้ แต่การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่จะช่วยลดความรุนแรงของอาการ ลดภาวะแทรกซ้อน และฟื้นตัวได้เร็วขึ้น3

คนแพ้ไข่ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ไหม

ควรระวังในผู้ที่มีประวัติแพ้ไข่อย่างรุนแรง8 เนื่องจากวัคซีนบางชนิดผลิตจากไข่ ปัจจุบันมีวัคซีนไข้หวัดใหญ่แบบ Cell-based ซึ่งเป็นอีกทางเลือกที่ไม่ใช้ไข่ในกระบวนการผลิตหลัก ผู้ที่มีประวัติแพ้ไข่สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมและเลือกฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่เหมาะกับตนเองได้5

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉีดร่วมกับวัคซีนอื่นๆ ได้ไหม

วัคซีนไข้หวัดใหญ่สามารถฉีดร่วมกับวัคซีนอื่นได้ แต่ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์และฉีดคนละตำแหน่งตามความเหมาะสม6

เพิ่งหายจากไข้หวัดใหญ่ ควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ไหม

ควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ เนื่องจากวัคซีนไข้หวัดใหญ่สามารถป้องกันเชื้อไวรัสได้ 3–4 สายพันธุ์ ขึ้นอยู่กับชนิดของวัคซีน การรับวัคซีนเพิ่มเติมจึงช่วยป้องกันไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์อื่นที่อาจกำลังระบาด หรืออาจระบาดในอนาคตได้ แม้ผู้ป่วยยังไม่เคยติดเชื้อสายพันธุ์นั้น ก็ยังคงมีโอกาสติดเชื้อได้ แต่ทั้งนี้ควรฉีดหลังจากหายป่วยและร่างกายฟื้นตัวแล้ว3

Scroll to Top