HDcare

akram huseyn fKC9eWRnlGY unsplash scaled e1769669727659

สิวเรื้อรัง ท้องอืด ปวดหัวบ่อย สัญญาณ “ภาวะไวต่ออาหาร Food Sensitivity”

เคยไหม กินอาหารบางอย่างแล้วไม่สบายท้อง ท้องอืด ผื่นขึ้น สิวขึ้น เหนื่อยง่าย ปวดหัว หรือรู้สึกอ่อนเพลียแบบไม่ทราบสาเหตุ แต่ก็ไม่ถึงขั้นมีอาการรุนแรง จนหลายคนคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยหรือเกิดจากความเครียด แต่จริงๆ แล้วอาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับ ภาวะไวต่ออาหาร (Food Sensitivity) หรือที่บางคนเคยได้ยินในชื่อ ภูมิแพ้อาหารแฝง  Food Sensitivity คืออะไร ต่างจากการแพ้อาหารไหม ส่งผลกระทบยังไงต่อชีวิตบ้าง แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเราไวต่ออาหารชนิดไหน บทความนี้มีคำตอบ ภาวะไวต่ออาหาร (Food Sensitivity) คืออะไร? ภาวะไวต่ออาหาร (Food […]

สิวเรื้อรัง ท้องอืด ปวดหัวบ่อย สัญญาณ “ภาวะไวต่ออาหาร Food Sensitivity” Read Post »

EndoliftX

โปรแกรม EndoliftX คืออะไร? ทางเลือกใหม่ ยกกระชับใบหน้า โดยไม่ต้องผ่าตัด

ผิวหน้าเริ่มหย่อนคล้อย แก้มห้อย ไม่เรียบตึง กรอบหน้าไม่ชัด แนวกรามไม่คม ฯลฯ ปัญหาผิวที่มาพร้อมกับอายุที่เพิ่มขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่ทุกๆ คนต้องเจอ หลายคนอยากทำหัตถการ ยกกระชับใบหน้าให้เรียบตึง คืนความอ่อนเยาว์สู่ผิวอีกครั้ง แต่ก็รู้สึกกังวลใจ เพราะหัตถการส่วนใหญ่มักเป็นการผ่าตัด แต่ปัจจุบันมีทางเลือกใหม่คือ โปรแกรม EndoliftX เทคโนโลยีเลเซอร์ทางการแพทย์ที่ออกแบบมาเพื่อการยกกระชับผิว ลดความหย่อนคล้อย และปรับโครงสร้างใต้ผิวหนัง โดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ โปรแกรม EndoliftX คืออะไร ต่างจาก Endotine หรือ Facelift ไหม เจ็บไหม

โปรแกรม EndoliftX คืออะไร? ทางเลือกใหม่ ยกกระชับใบหน้า โดยไม่ต้องผ่าตัด Read Post »

Default fallback image

เห็นโลกชัดขึ้นด้วยการทำเลสิก เล่าประสบการณ์และให้คำแนะนำโดยจักษุแพทย์

การมองเห็นที่ชัดเจนไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของความสะดวกสบาย แต่ยังส่งผลต่อคุณภาพชีวิตโดยรวมอย่างลึกซึ้ง ในยุคที่เทคโนโลยีการแพทย์ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง “การทำเลสิก” ได้กลายเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขสายตาสั้น สายตาเอียง หรือไม่อยากพึ่งพาแว่นและคอนแทคเลนส์อีกต่อไป แต่การจะตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัดดวงตาซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญที่สุดส่วนหนึ่งของร่างกายนั้น ก็จำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจและการดูแลจากแพทย์ผู้ชำนาญการโดยตรง ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปรู้จักกับ รศ. นพ.อัมพร จงเสรีจิตต์ (ว.14220) จักษุแพทย์เฉพาะทางสาขาจอประสาทตา-เลสิก ที่มีประสบการณ์กว่า 30 ปี รวมถึงพูดคุยถึงข้อควรรู้เกี่ยวกับการทำเลสิก ตั้งแต่การประเมินก่อนการผ่าตัด ไปจนถึงแง่มุมที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น ทำความรู้จักคุณหมออัมพร จงเสรีจิตต์ ผม รศ. นพ.อัมพร จงเสรีจิตต์ (ว.14220)

เห็นโลกชัดขึ้นด้วยการทำเลสิก เล่าประสบการณ์และให้คำแนะนำโดยจักษุแพทย์ Read Post »

Default fallback image

ReLEx CLEAR เลสิกยุคใหม่ คืออะไร เหมาะกับใครบ้าง?

การผ่าตัดเลสิกในปัจจุบันมีให้เลือกหลายวิธี และหนึ่งในเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ คือ ReLEx CLEAR เทคนิคเลสิกรุ่นใหม่ที่เจ็บน้อย แผลเล็ก ไม่เปิดฝากระจกตา และฟื้นตัวได้เร็ว แต่แม้จะเป็นนวัตกรรมที่ดูน่าสนใจ ก็ยังมีคำถามตามมาเสมอว่า ReLEx CLEAR เหมาะกับใคร? ทำไมบางคนทำได้ บางคนทำไม่ได้? และต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง? บทความนี้  HDmall.co.th ร่วมกับ รศ.นพ.อัมพร จงเสรีจิตต์ (ว.14220) จักษุแพทย์เฉพาะทางสาขาจอประสาทตา-เลสิก จึงได้รวบรวมคำถามยอดฮิตที่คนสนใจมักสงสัย มาเพื่อช่วยไขข้อข้องใจและตัดสินใจทำ ReLEx CLEAR ได้อย่างมั่นใจมาฝากกัน!

ReLEx CLEAR เลสิกยุคใหม่ คืออะไร เหมาะกับใครบ้าง? Read Post »

Default fallback image

รู้จัก Femto LASIK ตัวเลือกเลสิกสำหรับคนตาดำเล็ก กระจกตาบาง

หากคุณกำลังมองหาวิธีแก้ไขปัญหาสายตาให้กลับมาชัดเจนโดยไม่ต้องพึ่งแว่นหรือคอนแทคเลนส์อยู่ทุกวัน การทำเลสิกด้วยเทคโนโลยี Femto LASIK อาจเป็นหนึ่งในทางเลือกที่คุณสนใจ แต่ก่อนจะตัดสินใจเข้ารับการรักษา การทำความเข้าใจวิธีการ ข้อดี ข้อจำกัด และความเหมาะสมของแต่ละคนถือเป็นสิ่งสำคัญ ในบทความนี้ HDmall.co.th ร่วมกับ รศ.นพ. อัมพร จงเสรีจิตต์ (ว.14220) จักษุแพทย์เฉพาะทางสาขาจอประสาทตา-เลสิก ได้รวบรวมคำถามยอดฮิตเกี่ยวกับ Femto LASIK มาเพื่อช่วยให้คุณมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจอย่างมั่นใจ! เลสิกแบบ Femto LASIK คืออะไร?  Femto LASIK คือ การผ่าตัดแก้ไขสายตาที่พัฒนาขึ้นจากเลสิกแบบดั้งเดิมโดยใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ความละเอียดสูงที่เรียกว่า

รู้จัก Femto LASIK ตัวเลือกเลสิกสำหรับคนตาดำเล็ก กระจกตาบาง Read Post »

Default fallback image

แก้สายตาสั้น ยาว เอียง ในครั้งเดียวด้วย TRANS PRK

หากคุณกำลังมองหาวิธีแก้ไขสายตาสั้น ยาว หรือเอียง โดยไม่ต้องเปิดแผ่นกระจกตา และอยากหลีกเลี่ยงการสัมผัสเนื้อเยื่อโดยตรง TRANS PRK อาจเป็นคำตอบที่ใช่สำหรับคุณ ในบทความนี้ HDmall.co.th ร่วมกับ รศ. นพ.อัมพร จงเสรีจิตต์ (ว.14220) จักษุแพทย์เฉพาะทางสาขาจอประสาทตา-เลสิก ได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ TRANS PRK มาเพื่อช่วยให้คุณเข้าใจชัดเจนก่อนตัดสินใจทำการรักษา ไม่ว่าจะเป็นความเหมาะสม ขั้นตอนการผ่าตัด การฟื้นตัว หรือการดูแลตัวเองหลังทำ ร่วมหาคำตอบได้ในบทความนี้! การทำ TRANS PRK คืออะไร? การทำ

แก้สายตาสั้น ยาว เอียง ในครั้งเดียวด้วย TRANS PRK Read Post »

Default fallback image

เจาะลึก “SBK LASIK” คืออะไร ดีจริงไหม เหมาะกับใครบ้าง?

การทำเลสิกถือเป็นหนึ่งในหัตถการยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาสายตาในปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องทำให้มีเทคนิคการทำเลสิกให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละวิธีก็มีทั้งจุดเด่น ข้อจำกัด และความเหมาะสมที่แตกต่างกันออกไป หนึ่งในเทคนิคที่ได้รับความสนใจอย่างมากก็คือ “SBK LASIK” ซึ่งเป็นการใช้เครื่องมือเฉพาะทางในการแยกชั้นกระจกตาให้บางได้อย่างแม่นยำ ในบทความนี้ได้รับเกียรติจาก รศ.นพ. อัมพร จงเสรีจิตต์ (ว.14220) จักษุแพทย์เฉพาะทางสาขาจอประสาทตา-เลสิก มาให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับ SBK LASIK เพื่อให้ผู้ที่กำลังสนใจได้รู้ข้อมูลก่อนตัดสินใจทำ SBK LASIK คืออะไร?  SBK LASIK (Sub-Bowman’s Keratomileusis) คือเทคนิคการผ่าตัดแก้ไขสายตาในกลุ่มของ Blade LASIK ซึ่งเป็นการใช้ใบมีดในการแยกชั้นกระจกตา

เจาะลึก “SBK LASIK” คืออะไร ดีจริงไหม เหมาะกับใครบ้าง? Read Post »

review hdcare gastrointestinal endoscopy by nas atthasit2

ส่องกล้องครั้งแรกเป็นยังไง? แชร์ประสบการณ์ส่องกล้องทางเดินอาหาร ใช้บริการกับ HDcare

ผมเชื่อว่าต้องมีหลายคนที่เป็นแบบผม ขับถ่ายยาก ถ่ายไม่ออก พยายามหาตัวช่วยมากี่วิธีก็ยังไม่ถ่ายสักที จนตัดสินใจไปส่องกล้องทางเดินอาหาร แล้วก็ได้รับคำแนะนำจากคุณหมอจนปัจจุบันเริ่มขับถ่ายได้มากขึ้นกว่าเดิม  ใครที่มีปัญหาแบบเดียวกัน ถ่ายไม่ออก ไม่รู้จะทำยังไงดี หรือใครที่กำลังตัดสินใจอยากส่องกล้องทางเดินอาหารแต่กลัวว่าส่องกล้องทางเดินอาหารแล้วจะเจ็บไหม รีวิวนี้ผมจะมาอธิบายแบบละเอียดทุกขั้นตอนเลย ปัญหาขับถ่ายยาก ก่อนตรวจส่องกล้องทางเดินอาหาร ก่อนจะเล่าเรื่องการส่องกล้องทางเดินอาหาร ผมขอเล่าที่มาที่ไปของปัญหาการขับถ่ายยากก่อน เพราะผมเชื่อว่าหลายคนก็น่าจะพยายามแก้ปัญหาขับถ่ายยากมาคล้ายๆ กัน ปัจจุบันผมอายุแค่ 27 ปีเองครับ แล้วก็เป็นคนที่ขับถ่ายค่อนข้างยาก อาทิตย์นึงถ่ายประมาณ​ 2-3 ครั้ง หรือน้อยกว่านั้น ซึ่งในช่วงแรกผมก็พยายามแก้ปัญหาด้วยตัวเองตามที่หลายคนแนะนำมา ไม่ว่าจะกินพรีไบโอติกส์ (Prebiotics) โพรไบโอติกส์ (Probiotics)

ส่องกล้องครั้งแรกเป็นยังไง? แชร์ประสบการณ์ส่องกล้องทางเดินอาหาร ใช้บริการกับ HDcare Read Post »

Default fallback image

วิธีรักษาภาวะไส้ติ่งอักเสบ มีกี่วิธี ไม่ผ่าตัดได้ไหม การผ่าตัดมีทางเลือกอะไรบ้าง

เมื่อพูดถึงการรักษาไส้ติ่งอักเสบ หลายคนอาจนึกถึงการผ่าตัดเป็นอันดับแรก แต่จริงๆ แล้ว วิธีการรักษามีมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับอาการ ความรุนแรง และดุลยพินิจของแพทย์ ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งการรักษาแบบไม่ผ่าตัดในบางกรณี หรือการผ่าตัดที่ทำได้ทั้งแบบเปิดและแบบส่องกล้อง บทความนี้จะพามาทำความเข้าใจทางเลือกในการรักษาไส้ติ่งอักเสบอย่างครบถ้วน วิธีรักษาไส้ติ่งอักเสบ มีกี่วิธี? โดยทั่วไป การรักษาหลักของไส้ติ่งอักเสบคือ การผ่าตัดเอาไส้ติ่งออก แต่ปัจจุบันแพทย์มีทางเลือกอื่นๆ ให้พิจารณาตามอาการ ความรุนแรง และสภาพร่างกายของผู้ป่วย ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 แนวทางใหญ่ๆ ดังนี้ 1. การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ ในอดีต การผ่าตัดถือเป็นทางเลือกเดียว แต่มีงานวิจัยพบว่า ในกรณีที่เป็นไส้ติ่งอักเสบชนิดไม่ซับซ้อน (Uncomplicated

วิธีรักษาภาวะไส้ติ่งอักเสบ มีกี่วิธี ไม่ผ่าตัดได้ไหม การผ่าตัดมีทางเลือกอะไรบ้าง Read Post »

Default fallback image

วิธีตรวจภาวะไส้ติ่งอักเสบ ไส้ติ่งแตก มีขั้นตอนอะไรบ้าง เมื่อไหร่ต้องผ่าตัด

ไส้ติ่งอักเสบ เป็นหนึ่งในภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่พบได้บ่อยและหลายคนกังวล เนื่องจากอาการปวดท้องที่เกิดขึ้นอาจดูคล้ายกับอาการท้องทั่วไป จึงทำให้สังเกตเองได้ยาก หากปล่อยไว้นานโดยไม่ได้รับการรักษา อาจทำให้ไส้ติ่งแตกและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ บทความนี้จะชวนคุณมาทำความเข้าใจวิธีที่แพทย์ใช้ตรวจวินิจฉัยไส้ติ่งอักเสบ และเมื่อไหร่ถึงถึงเวลาที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด ไส้ติ่งอักเสบคืออะไร? ทำไมต้องระวัง ไส้ติ่ง (Appendix) เป็นอวัยวะขนาดเล็กที่มีลักษณะคล้ายนิ้วมือยื่นออกมาจากลำไส้ใหญ่ส่วนต้น แม้จะยังไม่ทราบหน้าที่ที่แน่ชัด แต่เมื่อเกิดการอุดตัน ไม่ว่าจะจากเศษอาหาร อุจจาระ หรือต่อมน้ำเหลืองที่บวม จะทำให้เกิดการอักเสบและติดเชื้อภายใน หากปล่อยทิ้งไว้ ความดันที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ไส้ติ่งบวมและขาดเลือด จนในที่สุดก็แตกได้ เมื่อไส้ติ่งแตก หนองและเชื้อโรคจะกระจายไปทั่วช่องท้อง ทำให้เกิดภาวะเยื่อบุช่องท้องอักเสบ (Peritonitis) ซึ่งเป็นภาวะรุนแรงที่ต้องได้รับการผ่าตัดฉุกเฉิน หากการติดเชื้อรุนแรงอาจนำไปสู่ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต

วิธีตรวจภาวะไส้ติ่งอักเสบ ไส้ติ่งแตก มีขั้นตอนอะไรบ้าง เมื่อไหร่ต้องผ่าตัด Read Post »

Default fallback image

ปวดท้องแบบไหน เสี่ยงไส้ติ่งอักเสบ ไส้ติ่งแตก

อาการปวดท้องเป็นสิ่งที่เราทุกคนคุ้นเคย ไม่ว่าจะเกิดจากอาหารไม่ย่อย ท้องผูก หรือกระเพาะอาหารอักเสบ แต่มีอาการปวดท้องอยู่ประเภทหนึ่งที่อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะอันตรายถึงชีวิต นั่นคือ ไส้ติ่งอักเสบ ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้จนไส้ติ่งแตก อาจนำไปสู่การติดเชื้อในกระแสเลือดและเสียชีวิตได้  บทความนี้จะพามาเจาะลึกอาการปวดท้องที่เป็นสัญญาณว่า คุณอาจเป็นไส้ติ่งอักเสบ พร้อมวิธีสังเกตตัวเอง และสิ่งที่ควรทำเมื่อเกิดอาการ เพื่อให้คุณสามารถรับมือได้อย่างทันท่วงที ปวดท้องแบบไหน เสี่ยงไส้ติ่งอักเสบ? อาการปวดท้องจากไส้ติ่งอักเสบมีลักษณะเฉพาะที่ต่างจากอาการปวดท้องทั่วไป โดยมักเริ่มต้นอย่างแผ่วเบา ไม่ชัดเจน แต่จะค่อยๆ รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และมีรูปแบบของการเปลี่ยนตำแหน่งที่บ่งบอกถึงความผิดปกติ หากสังเกตได้ทัน ก็จะช่วยให้เข้ารับการรักษาได้ทัน 1. อาการปวดรอบสะดือ ในระยะแรก ผู้ป่วยมักรู้สึกปวดท้องแบบตื้อๆ หน่วงๆ หรือปวดบีบๆ

ปวดท้องแบบไหน เสี่ยงไส้ติ่งอักเสบ ไส้ติ่งแตก Read Post »

Default fallback image

ผ่าตัดรักษาไส้ติ่งอักเสบแบบส่องกล้องแผลเดียว

เมื่อพูดถึงการรักษาภาวะไส้ติ่งอักเสบ หลายคนมักจะนึกถึงการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้องที่อาจทิ้งรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ไว้ แต่ในปัจจุบัน วงการแพทย์ได้พัฒนาเทคนิคการผ่าตัดที่ทันสมัยขึ้น เพื่อให้ผู้ป่วยเจ็บน้อยลง ฟื้นตัวเร็วขึ้น และทิ้งรอยแผลเป็นให้น้อยที่สุด หนึ่งในนั้นคือการผ่าตัดส่องกล้องแผลเดียว ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกถึงการผ่าตัดรักษาไส้ติ่งอักเสบด้วยวิธีนี้ ตั้งแต่ขั้นตอน ข้อดี ข้อจำกัด การเตรียมตัว และการดูแลตัวเองหลังการผ่าตัด ผ่าตัดส่องกล้องแผลเดียว คืออะไร? การผ่าตัดส่องกล้องแผลเดียว หรือ Single Incision Laparoscopic Appendectomy (SILA) คือการผ่าตัดไส้ติ่งอักเสบโดยใช้เทคนิคการผ่าตัดส่องกล้องขั้นสูง  ศัลยแพทย์จะเจาะเปิดแผลเพียงแผลเดียวบริเวณสะดือ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ซ่อนรอยแผลได้ดีที่สุด โดยขนาดของแผลจะอยู่ที่ประมาณ 2 เซนติเมตร จากนั้นจึงใช้เครื่องมือผ่าตัดและกล้องขนาดเล็กสอดเข้าไปในช่องท้องเพื่อตัดไส้ติ่งที่อักเสบออก

ผ่าตัดรักษาไส้ติ่งอักเสบแบบส่องกล้องแผลเดียว Read Post »

Default fallback image

15 ข้อควรรู้เกี่ยวกับภาวะไส้ติ่งอักเสบ

ไส้ติ่งอักเสบ อันตรายไหม ต้องผ่าตัดหรือไม่ ถ้าไม่ผ่าตัดจะเกิดอะไรขึ้น ควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทไหนบ้าง…บทความนี้รวบรวมคำถามที่หลายคนสงสัยเกี่ยวกับไส้ติ่งอักเสบ พร้อมคำตอบไว้ให้แล้ว เพื่อให้คุณเข้าใจข้อมูลที่ถูกต้อง และพร้อมรับมือหากภาวะนี้เกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว 1. ไส้ติ่งอักเสบคืออะไร? ตอบ: ไส้ติ่งอักเสบคือภาวะที่ไส้ติ่ง ซึ่งเป็นถุงเล็กๆ ยื่นออกมาจากลำไส้ใหญ่ส่วนต้น เกิดการอุดตันจนทำให้เชื้อแบคทีเรียสะสมและก่อให้เกิดการติดเชื้อ เมื่อไส้ติ่งอักเสบจะบวมโตและมีการอักเสบ ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องเฉียบพลัน มักเริ่มที่รอบสะดือก่อนแล้วจึงเคลื่อนไปที่ท้องน้อยด้านขวา 2. อาการเริ่มต้นของไส้ติ่งอักเสบเป็นอย่างไร? ตอบ: ในระยะแรกผู้ป่วยมักมีอาการปวดท้องรอบสะดือหรือลิ้นปี่ ซึ่งอาจคล้ายกับอาการปวดท้องธรรมดาทั่วไป ทำให้หลายคนเข้าใจผิด ต่อมาอาการปวดจะค่อยๆ เคลื่อนลงไปที่ท้องน้อยด้านขวาและปวดมากขึ้นจนชี้ตำแหน่งได้ชัดเจน นอกจากนี้ อาจมีอาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน หรือมีไข้ต่ำๆ

15 ข้อควรรู้เกี่ยวกับภาวะไส้ติ่งอักเสบ Read Post »

Default fallback image

ปวดท้องเฉียบพลัน สัญญาณไส้ติ่งอักเสบ

อาการปวดท้อง เป็นสิ่งที่หลายคนเคยเจอบ่อยๆ บางครั้งอาจเป็นเพียงอาการจากอาหารไม่ย่อย ลำไส้แปรปรวน หรือภาวะเครียด แต่หากอาการปวดนั้นเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน รุนแรง และมีตำแหน่งที่เฉพาะเจาะจง โดยเฉพาะบริเวณท้องน้อยด้านขวา อย่ามองข้าม เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณสำคัญของ “ไส้ติ่งอักเสบ” (Appendicitis) หากปล่อยทิ้งไว้อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนอันตรายถึงชีวิตได้ บทความนี้จะพาคุณทำความรู้จักโรคไส้ติ่งอักเสบ ตั้งแต่สาเหตุ อาการ การวินิจฉัย การรักษา เพื่อให้คุณและคนรอบข้างพร้อมรับมือหากภาวะนี้เกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว ไส้ติ่งอักเสบคืออะไร? ไส้ติ่ง (Appendix) เป็นอวัยวะขนาดเล็ก ลักษณะคล้ายนิ้วมือ ยื่นออกมาจากลำไส้ใหญ่ส่วนต้น แม้จะยังไม่พบหน้าที่ที่แน่ชัดในร่างกายมนุษย์ แต่เมื่อเกิดการอุดตันหรือการติดเชื้อขึ้นภายในไส้ติ่ง จะทำให้เกิดการอักเสบและบวม ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องเฉียบพลัน

ปวดท้องเฉียบพลัน สัญญาณไส้ติ่งอักเสบ Read Post »

Default fallback image

7 ข้อควรรู้เกี่ยวกับการผ่าตัดถุงน้ำอัณฑะ

โรคถุงน้ำอัณฑะ คือ ภาวะที่มีของเหลวสะสมในถุงอัณฑะจนบวมโต เป็นโรคที่เกิดได้ตั้งแต่ในเด็กทารกแรกเกิดไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ ซึ่งการผ่าตัด จัดเป็นวิธีรักษาหลักในกรณีที่ก้อนถุงน้ำมีขนาดใหญ่จนส่งผลต่อชีวิตประจำวันผู้ป่วย บทความนี้ได้รวบรวมข้อควรรู้เกี่ยวกับการผ่าตัดถุงน้ำอัณฑะที่คุณไม่ควรพลาด เพื่อเป็นความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกระบวนการรักษาโรคนี้ 1. ผ่าตัดถุงน้ำอัณฑะ เมื่อไรต้องผ่า? ตอบ: การผ่าตัดถุงน้ำอัณฑะ เป็นการผ่าตัดเพื่อระบายของเหลวที่สะสมอยู่ในถุงอัณฑะจนทำให้ถุงอัณฑะบวม โดยส่วนมากแพทย์จะแนะนำให้ผ่าตัดเมื่ออาการบวมลุกลามในระดับรุนแรงแล้ว แต่ในผู้ป่วยที่อาการบวมยังอยู่ในระดับเล็กน้อย แพทย์อาจยังพิจารณาให้ใช้วิธีเฝ้าติดตามอาการไปก่อน 2. ผ่าตัดถุงน้ำอัณฑะ ขั้นตอนเป็นยังไง? ตอบ: การผ่าตัดถุงน้ำอัณฑะ มีขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อน ดังนี้ วิสัญญีแพทย์วางยาสลบผู้ป่วย แพทย์กรีดเปิดแผลบริเวณถุงอัณฑะ หรือบริเวณขาหนีบใกล้ถุงอัณฑะ และแยกชั้นถุงอัณฑะเข้าไปถึงเปลือกชั้นเยื่อหุ้มถุงอัณฑะชั้นนอกซึ่งเป็นชั้นที่อยู่ของถุงน้ำอัณฑะ แพทย์ดูดของเหลวที่สะสมอยู่ภายในถุงอัณฑะออก จนกระทั่งถุงอัณฑะยุบตัว

7 ข้อควรรู้เกี่ยวกับการผ่าตัดถุงน้ำอัณฑะ Read Post »

Default fallback image

ผ่าตัดถุงน้ำอัณฑะ ขั้นตอน การเตรียมตัว ดูแล อันตรายไหม ข้อดี ข้อจำกัด ผลข้างเคียง

โรคถุงน้ำอัณฑะ ถ้าต้องผ่าตัด จะมีกระบวนการรักษาอย่างไร การเตรียมตัว ขั้นตอนระหว่างผ่าตัด การดูแลตนเองหลังผ่าตัด อันตรายไหม มีข้อจำกัดหรือไม่ ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นมีอะไรบ้าง อ่านข้อมูลแบบครบจบในที่เดียวได้ในบทความนี้ การผ่าตัดถุงน้ำอัณฑะ คืออะไร ขั้นตอนเป็นอย่างไร? การผ่าตัดถุงน้ำอัณฑะ (Hydrocelectomy) คือ การผ่าตัดเพื่อระบายของเหลวที่สะสมอยู่ภายในถุงอัณฑะ ทำให้อาการบวมของถุงอัณฑะยุบตัวลง รวมถึงอาการผิดปกติอื่นๆ จากโรคถุงน้ำอัณฑะ โดยทั่วไปจะใช้ระยะเวลาในการผ่าตัดประมาณ 1 ชั่วโมง โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้ วิสัญญีแพทย์วางยาสลบผู้ป่วย แพทย์กรีดเปิดแผลขนาดเล็กบริเวณถุงอัณฑะ หรือบริเวณขาหนีบใกล้ถุงอัณฑะ แพทย์กรีดแยกชั้นถุงอัณฑะเข้าไปถึงเปลือกชั้นเยื่อหุ้มถุงอัณฑะชั้นนอกซึ่งเป็นชั้นของถุงน้ำอัณฑะ แพทย์ดูดของเหลวที่สะสมอยู่ภายในถุงอัณฑะออก จนกระทั่งถุงอัณฑะยุบตัวลง ในบางกรณี

ผ่าตัดถุงน้ำอัณฑะ ขั้นตอน การเตรียมตัว ดูแล อันตรายไหม ข้อดี ข้อจำกัด ผลข้างเคียง Read Post »

Default fallback image

ตอบทุกคำถามพบบ่อยของ หลอดเลือดอัณฑะขอด

หลอดเลือดอัณฑะขอด (Varicocele) หรือเส้นเลือดขอดในถุงอัณฑะ เป็นความปกติที่พบได้ทั่วไป อาจไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงใดๆ เลยก็ได้ หรืออาจส่งผลต่อการเจริญของอวัยวะสืบพันธุ์ ไปจนถึงทำให้มีภาวะมีบุตรยากได้ ขึ้นอยู่กับว่าเกิดความผิดปกติเมื่อไหร่ และความรุนแรงแค่ไหน หลอดเลือดอัณฑะขอดรักษาได้ ปัจจุบันมีวิธีการผ่าตัดที่แผลเล็ก เจ็บน้อย มีประสิทธิภาพสูง เนื่องจากเป็นการผ่าตัดบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ ผู้ป่วยจึงอาจมีความกังวลว่าจะกระทบกับสมรรถภาพทางเพศหรือความสามารถในการมีบุตรหรือไม่ บทความนี้มีคำตอบ 1. หลอดเลือดอัณฑะขอด เป็นยังไง เหมือนเส้นเลือดขอดทั่วไปไหม? ตอบ: หลอดเลือดอัณฑะขอด เหมือนกับเส้นเลือดขอดบริเวณอื่นๆ แต่กรณีนี้เกิดกับเส้นเลือดใหญ่ที่อยู่ในถุงอัณฑะ ถ้าเป็นไม่มากอาจไม่พบความผิดปกติใดๆ กรณีเป็นมากขึ้นอาจสัมผัสพบพื้นผิวอัณฑะที่ไม่เรียบ หรือถ้าเป็นอย่างรุนแรงจะเห็นได้ด้วยตาเปล่าว่าถุงอัณฑะมีลักษณะเหมือนบรรจุขดเส้นสปาเกตตีอยู่ หรือในผู้ป่วยบางรายอาจพบว่าอัณฑะสองข้างมีขนาดไม่เท่ากัน ร่วมกับอาจรู้สึกเจ็บปวดได้ 2.

ตอบทุกคำถามพบบ่อยของ หลอดเลือดอัณฑะขอด Read Post »

Default fallback image

การผ่าตัดรักษาหลอดเลือดอัณฑะขอด ด้วยการผ่าตัดส่องกล้องที่ช่องท้อง

หลอดเลือดอัณฑะขอด (Varicocele) คือภาวะที่มีหลอดเลือดดำขอดในถุงอัณฑะ อาจสังเกตได้จากอัณฑะบวม อัณฑะปูด ขนาดอัณฑะไม่เท่ากัน พบได้โดยทั่วไปในผู้ชายทุกช่วงอายุ และยังเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของภาวะมีบุตรยากในผู้ชาย การรักษาหลอดเลือดอัณฑะขอดที่ต้นเหตุทำได้ด้วยการผ่าตัด เทคนิคหนึ่งคือ การผ่าตัดรักษาหลอดเลือดอัณฑะขอด ด้วยการผ่าตัดส่องกล้องที่ช่องท้อง (Laparoscopic Varicocelectomy) ผู้รับการผ่าตัดวิธีนี้จะมีแผลผ่าตัดขนาดเล็ก บอบช้ำน้อย เจ็บน้อยกว่า ระยะเวลาพักฟื้นสั้นกว่า และแผลหายเร็วกว่ารักษาด้วยการผ่าตัดแบบเปิด ขั้นตอนการผ่าตัดรักษาหลอดเลือดอัณฑะขอด ด้วยการผ่าตัดส่องกล้องที่ช่องท้อง ก่อนผ่าตัด แพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะทางเส้นเลือดผู้ป่วยเพื่อลดโอกาสติดเชื้อ รวมถึงอาจให้ยาป้องกันการเกิดลิ่มเลือด แล้วจึงวางยาสลบเพื่อระงับความรู้สึกระหว่างผ่าตัด โดยทั่วไปจะมีการใส่ท่อช่วยหายใจกับสายสวนระบายปัสสาวะด้วย เมื่อเริ่มผ่าตัด แพทย์จะเจาะรูเล็กๆ ประมาณ 3 รู

การผ่าตัดรักษาหลอดเลือดอัณฑะขอด ด้วยการผ่าตัดส่องกล้องที่ช่องท้อง Read Post »

Default fallback image

วิธีรักษาหลอดเลือดอัณฑะขอด มีกี่วิธี กินยา หรือผ่าตัด

หลอดเลือดอัณฑะขอด (Varicocele) คือภาวะที่มีเส้นเลือดขอดในอัณฑะ ถ้าเป็นมากอาจเกิดอาการปวดอัณฑะ หรือสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่าว่าอัณฑะปูด บวม ขนาดอัณฑะสองข้างไม่เท่ากัน หลอดเลือดอัณฑะขอดยังเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยของภาวะมีบุตรยากในผู้ชายอีกด้วย หลอดเลือดอัณฑะขอดรักษาได้ด้วยการผ่าตัด โดยปัจจุบันมีทั้งการผ่าตัดแบบเปิด ผ่าตัดส่องกล้องแผลเล็ก นอกจากนี้ยังมีหัตถการรักษาหลอดเลือดอัณฑะขอดแบบไม่ผ่าตัด แต่ใช้กาวหรือขดลวดปิดทางไหลเวียนเลือดที่จะเข้าไปเลี้ยงเส้นเลือดขอดอีกด้วย การผ่าตัดรักษาหลอดเลือดอัณฑะขอด หลอดเลือดอัณฑะขอดสามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัด หลักการคือแพทย์จะปิดทางไหลของหลอดเลือดดำที่ขอดนั้น เพื่อให้เลือดใช้เส้นเลือดข้างเคียงที่สุขภาพดีแทน แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนที่มีหลอดเลือดอัณฑะขอดจะต้องรีบผ่าตัดรักษาเสมอไป แพทย์มักแนะนำให้ผ่าตัดรักษาหลอดเลือดอัณฑะขอด ในกรณีต่อไปนี้ ผู้ป่วยเด็ก-วัยรุ่นมีภาวะอัณฑะเจริญเติบโตช้า ผู้ป่วยวัยเจริญพันธุ์ที่มีหลอดเลือดอัณฑะขอดร่วมกับมีจำนวนสเปิร์มน้อย ผู้ป่วยวัยใดก็ตามที่มีหลอดเลือดอัณฑะขอดร่วมกับอาการเจ็บปวดเรื้อรัง 1. รักษาหลอดเลือดอัณฑะขอดแบบผ่าตัดเปิด การผ่าตัดหลอดเลือดอัณฑะขอดแบบผ่าตัดเปิด (Varicocelectomy Surgery) วิธีนี้แพทย์จะผ่าตัดเปิดแผลเข้าสู่ตำแหน่งหลอดเลือดที่ขอดในถุงอัณฑะ จากนั้นทำการผูกปลายสองข้างของหลอดเลือดขอดแล้วตัดหลอดเลือดนั้นทิ้งไป

วิธีรักษาหลอดเลือดอัณฑะขอด มีกี่วิธี กินยา หรือผ่าตัด Read Post »

Default fallback image

หลอดเลือดอัณฑะขอด วิธีตรวจ ขั้นตอน ระดับความรุนแรง

หลอดเลือดอัณฑะขอด (Varicocele) หรือมีเส้นเลือดขอดในอัณฑะ เป็นภาวะที่พบได้ทั่วไป บางคนอาจมีภาวะนี้โดยไม่ส่งผลข้างเคียงใดๆ ต่อสุขภาพ แต่ในบางคนอาจมีปัญหามีบุตรยากได้ ถ้าสงสัยว่าเป็นหลอดเลือดอัณฑะขอด ซึ่งสังเกตได้จากอาการรู้สึกหน่วงๆ ในอัณฑะ เห็นอัณฑะของข้างมีขนาดแตกต่างกัน หรือสังเกตอัณฑะดูเหมือนมีสปาเกตตีขดๆ อยู่ด้านใน สามารถพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยได้ การตรวจมักเริ่มจากการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และอาจมีการให้ตรวจเฉพาะทางเพิ่มเติมเพื่อยืนยันผล การตรวจหลอดเลือดอัณฑะขอดด้วยการตรวจร่างกาย โดยส่วนใหญ่แพทย์สามารถตรวจวินิจฉัยโรคหลอดเลือดอัณฑะขอดได้จากการดูด้วยตาเปล่าและคลำตรวจด้วยมือ โดยอาจมีการให้ผู้รับการตรวจนอนลงหรือยืนขึ้นเพื่อให้เห็นความผิดปกติอย่างชัดเจน ซึ่งเวลายืน แพทย์จะให้ผู้รับการตรวจหายใจแบบ Valsalva หรือหายใจเข้าลึกๆ กลั้นไว้ แล้วออกแรงเบ่งคล้ายเวลาเบ่งถ่ายอุจจาระ การตรวจเฉพาะทางเพื่อวินิจฉัยหลอดเลือดอัณฑะขอด การตรวจเฉพาะทางที่แพทย์อาจสั่งตรวจเพิ่มเติมเพื่อยืนยันผลหลอดเลือดอัณฑะขอด หรือเพื่อวินิจฉัยระดับความรุนแรงของภาวะนี้ ได้แก่ 1.

หลอดเลือดอัณฑะขอด วิธีตรวจ ขั้นตอน ระดับความรุนแรง Read Post »

review icsi experience by oil and noon n2

รีวิวทำ ICSI อายุยังน้อยก็มีลูกยากได้ และคุณแม่วัย 42 ที่เป็น PCOS

รีวิว ICSI (อิ๊กซี่) ประสบการณ์จริงจาก 2 มุมมองที่แตกต่างกัน โดยคุณออยในวัย 27 ปี ถึงจะอายุน้อยและสุขภาพดี แต่กลับมีลูกยากเพราะปัญหาสเปิร์มของสามี และคุณนุ่นในวัย 42 ปี ที่เป็น PCOS แถมเคยแท้งมาก่อนจนเกือบถอดใจ แต่ทั้งคู่มีลูกได้ด้วยการทำเด็กหลอดแก้วแบบ ICSI กับนพ.ธีรยุทธ์ จงวุฒิเวศย์ (ว.24796) แพทย์ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร โรงพยาบาลพญาไท 2 ใครที่อยากทำ ICSI หรือกำลังมองหาคุณหมอเก่งๆ ลองอ่านรีวิวจากประสบการณ์จริงของทั้งสองเคสนี้เลย! เรื่องราวของคุณออย

รีวิวทำ ICSI อายุยังน้อยก็มีลูกยากได้ และคุณแม่วัย 42 ที่เป็น PCOS Read Post »

Default fallback image

3 วิธี บริหารอุ้งเชิงกราน และช่องคลอด ป้องกันภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน

แม้ภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน จะพบได้บ่อย โดยเฉพาะในผู้หญิงวัยกลางคนหรือหลังคลอด แต่ก็สามารถป้องกันและบรรเทาได้ หากเริ่มต้นดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีตั้งแต่เนิ่นๆ บทความนี้จึงรวบรวมวิธีดูแลตัวเองแบบง่ายๆ ซึ่งสามารถทำได้ที่บ้าน เพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้หญิงที่ต้องการป้องกัน หรือลดความรุนแรงของภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน ทำความเข้าใจกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน (Pelvic Floor Muscles) เป็นกล้ามเนื้อสำคัญที่ทำหน้าที่เหมือนรากฐานของผู้หญิง ไม่ใช่เพียงกล้ามเนื้อธรรมดา แต่เป็นโครงสร้างที่พยุงอวัยวะภายในช่องเชิงกราน เช่น มดลูก กระเพาะปัสสาวะ ลำไส้ใหญ่ และทวารหนัก ทำให้ระบบต่างๆ ภายในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานยึดระหว่างกระดูกก้นกบและหัวหน่าว ทำหน้าที่พยุงอวัยวะให้คงตำแหน่งและลดการหย่อนคล้อย เมื่อกล้ามเนื้อแข็งแรง อวัยวะจะอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ลดความเสี่ยงต่อปัญหาปัสสาวะเล็ด ท้องผูก

3 วิธี บริหารอุ้งเชิงกราน และช่องคลอด ป้องกันภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน Read Post »

Default fallback image

ข้อควรรู้เกี่ยวกับการรักษาอุ้งเชิงกรานหย่อน

รักษาอุ้งเชิงกรานหย่อนด้วยวิธีไหนได้บ้าง รักษาแบบไหนเหมาะกับเรา จะมีเพศสัมพันธ์ได้อีกไหม อันตรายไหม บทความนี้รวบรวมคำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับการรักษาอุ้งเชิงกรานหย่อนมาไว้ให้แล้ว เพื่อให้คุณเข้าใจวิธีการรักษามากขึ้น และสามารถเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับตัวเองได้อย่างมั่นใจ 20 ข้อควรรู้เกี่ยวกับการรักษาอุ้งเชิงกรานหย่อน ภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน คืออะไร? ตอบ: ภาวะอุ้งเชิงกราน ช่องคลอดหย่อนยาน (Pelvic Organ Prolapse) คือภาวะที่อวัยวะในอุ้งเชิงกราน เช่น มดลูก กระเพาะปัสสาวะ หรือแม้แต่ลำไส้ใหญ่ เคลื่อนต่ำลงมากดดันผนังช่องคลอด สาเหตุหลักมักมาจากความอ่อนแรงของกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่พยุงอุ้งเชิงกราน ภาวะนี้พบได้บ่อยในผู้หญิง โดยเฉพาะในผู้ที่เคยคลอดบุตรหลายครั้ง หรืออยู่ในวัยหมดประจำเดือน อาการที่มักพบ ได้แก่ รู้สึกถ่วงหรือแน่นในช่องคลอด ปัสสาวะเล็ด

ข้อควรรู้เกี่ยวกับการรักษาอุ้งเชิงกรานหย่อน Read Post »

Default fallback image

ผ่าตัดแก้ไขภาวะหย่อนของส่วนยอดช่องคลอดโดยการส่องกล้องทางหน้าท้อง

การผ่าตัดแก้ไขภาวะหย่อนของส่วนยอดช่องคลอดโดยการส่องกล้องทางหน้าท้อง เป็นหนึ่งในวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับผู้หญิงที่มีภาวะช่องคลอดหย่อน รุนแรงจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นอาการมีเนื้อเยื่อยื่นออกมาจากช่องคลอด ปัญหาการขับถ่าย หรือรู้สึกไม่สบายภายในช่องคลอด บทความนี้จะช่วยให้คุณรู้จักกับการผ่าตัดด้วยเทคนิคนี้ให้มากขึ้น รวมถึงข้อดี ขั้นตอน การเตรียมตัว และการดูแลตัวเองหลังผ่าตัด การผ่าตัดแก้ไขภาวะหย่อนของส่วนยอดช่องคลอดโดยการส่องกล้อง คืออะไร การผ่าตัดแก้ไขภาวะหย่อนของส่วนยอดช่องคลอดโดยการส่องกล้อง (Laparoscopic Uterosacral Vault Suspension) เป็นเทคนิคการผ่าตัดที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูง โดยแพทย์จะเปิดแผลขนาดเล็กเพียง 0.5–1 เซนติเมตร บริเวณหน้าท้องจำนวน 3-4 จุด เพื่อสอดกล้องและเครื่องมือเข้าไปแก้ไขภาวะช่องคลอดส่วนบนที่หย่อนคล้อยให้กลับคืนสู่ตำแหน่งที่เหมาะสม โดยใช้ไหมเย็บยึดช่องคลอดส่วนยอดเข้ากับเอ็นยึดมดลูก (Uterosacral Ligament) หรือเอ็นก้นกบ (Sacrospinous

ผ่าตัดแก้ไขภาวะหย่อนของส่วนยอดช่องคลอดโดยการส่องกล้องทางหน้าท้อง Read Post »

Scroll to Top