การเงินคลินิก เข้าใจกำไรจริง ต้นทุนจริง และตั้งราคาให้ไม่ขาดทุน
คลินิกส่วนใหญ่รู้ว่าเดือนนี้เก็บเงินได้เท่าไหร่ แต่ตอบไม่ได้ว่ากำไรจริงเท่าไหร่ เพราะเงินที่เข้ามาไม่ใช่กำไร และหัตถการที่ราคาสูงที่สุดไม่ใช่หัตถการที่ทำเงินได้มากที่สุดเสมอไป
บทความนี้อธิบายสี่เรื่องที่ต้องแยกให้ออก และมีสมุดงาน 13 หน้าที่ คำนวณให้ดูด้วยคลินิกตัวอย่างจริงทุกบท ก่อนให้คุณกรอกของตัวเอง
ดาวน์โหลดฉบับเต็ม 13 หน้า (PDF)
ตัวอย่าง 5 หน้าจากทั้งหมด 13 หน้า · เปิดในแท็บใหม่
1. เงินสดกับกำไร ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
เงินในบัญชีเพิ่มขึ้นไม่ได้แปลว่าเดือนนั้นมีกำไร และกำไรบนกระดาษก็ไม่ได้แปลว่ามีเงินจ่าย
สองอย่างนี้ต่างกันมากที่สุดในคลินิกที่ขายคอร์ส เพราะ เงินเข้ามาก้อนเดียวตอนซื้อ แต่ต้นทุนเกิดขึ้นทุกครั้งที่คนไข้มาใช้บริการตลอดคอร์สนั้น
คลินิกที่ขายคอร์ส 10 ครั้งได้เงิน 30,000 บาทในเดือนมกราคม แล้วคนไข้มาใช้จริงเดือนละครั้งจนถึงตุลาคม จะเห็นเงินก้อนใหญ่ในเดือนแรกและต้นทุนกระจายไปอีกเก้าเดือน
อันตรายอยู่ตรงที่การเอาเงินก้อนนั้นไปลงทุนต่อ เพราะส่วนหนึ่งของมันคือภาระที่ยังไม่ได้ส่งมอบ
2. ต้นทุนที่แท้จริงต่อหัตถการ ไม่ใช่แค่ค่ายา
ต้นทุนที่คลินิกส่วนใหญ่นึกถึงคือค่ายาและวัสดุ ซึ่งมักเป็นส่วนที่เล็กที่สุด
ต้นทุนจริงต่อหนึ่งหัตถการประกอบด้วยสามส่วน
- ค่ายาและวัสดุ ที่ใช้จริงต่อครั้ง
- ค่าตอบแทนผู้ให้บริการ หรือค่ามือแพทย์
- ส่วนแบ่งของค่าใช้จ่ายคงที่ ตามเวลาที่หัตถการนั้นใช้
ส่วนที่สามคือส่วนที่ถูกลืมเสมอ วิธีคิดง่ายที่สุดคือเอาค่าใช้จ่ายคงที่ทั้งเดือน หารด้วยจำนวนชั่วโมงที่คลินิกเปิด ได้เป็นค่าใช้จ่ายคงที่ต่อชั่วโมง แล้วคูณด้วยเวลาที่หัตถการนั้นใช้
หัตถการที่ใช้เวลา 90 นาทีแบกค่าเช่าและเงินเดือนไปด้วยสามเท่าของหัตถการที่ใช้ 30 นาที แม้ค่ายาจะเท่ากัน
รายละเอียดเรื่องค่ามือแพทย์อยู่ในบทความเรื่องค่า DF แพทย์
3. ตัวเลขที่ควรเทียบคือกำไรต่อชั่วโมง
ราคาสูงไม่ได้แปลว่ากำไรดี
หัตถการราคา 5,000 บาทที่ใช้เวลาสองชั่วโมงและมีต้นทุน 3,000 บาท ให้กำไร 1,000 บาทต่อชั่วโมง
หัตถการราคา 800 บาทที่ใช้เวลา 20 นาทีและมีต้นทุน 300 บาท ให้กำไร 1,500 บาทต่อชั่วโมง
อันที่สองทำเงินได้ดีกว่า ทั้งที่ราคาต่ำกว่าหกเท่า
นี่คือเหตุผลที่คลินิกจำนวนมากโปรโมทบริการผิดตัว และเป็นตัวเลขที่เห็นได้ก็ต่อเมื่อคำนวณต้นทุนต่อครั้งเสร็จแล้ว
สิ่งที่ควรทำกับตัวเลขนี้ คือเรียงบริการทั้งหมดจากกำไรต่อชั่วโมงมากไปน้อย สามอันดับบนคือสิ่งที่ควรได้คิวและได้งบโฆษณา ส่วนอันดับล่างไม่จำเป็นต้องเลิกทำ แต่ไม่ควรเป็นสิ่งที่คลินิกใช้เงินโปรโมท
4. งบกำไรขาดทุนอย่างง่าย
ไม่ต้องทำบัญชีเป็นก็อ่านได้ ลำดับคือ
รายรับทั้งหมด
− ต้นทุนยาและวัสดุ
− ค่าตอบแทนผู้ให้บริการ
= กำไรขั้นต้น
− ค่าเช่า เงินเดือน ค่าน้ำค่าไฟ ค่าการตลาด
= กำไรก่อนภาษีและดอกเบี้ย
ถ้าบรรทัดสุดท้ายติดลบ ให้ดูกำไรขั้นต้นก่อน
กำไรขั้นต้นที่บางเกินไปแก้ด้วยการลดค่าเช่าไม่ได้ ต้องแก้ที่ราคาหรือที่ต้นทุนต่อครั้ง ส่วนกำไรขั้นต้นที่ดีแต่บรรทัดสุดท้ายยังติดลบ แปลว่าปัญหาอยู่ที่ค่าใช้จ่ายคงที่หรือจำนวนคนไข้ที่ยังไม่พอ
สองกรณีนี้แก้คนละทาง และการไม่แยกออกทำให้คลินิกจำนวนมากลดต้นทุนผิดจุด
More patients, and a system that runs the day
Jib OS brings new patients in, answers every one of them, and keeps the day running. Built by HDmall.
Or see what Jib OS is →เรื่องที่บทความนี้ยังไม่ได้ลงรายละเอียด
สี่หัวข้อข้างบนคือพื้นฐาน แต่ยังมีอีกห้าเรื่องที่ต้องคำนวณจริงถึงจะใช้ได้ ซึ่งอยู่ในสมุดงาน
กระแสเงินสดและระยะเวลาที่เงินอยู่ได้ คลินิกไม่ได้ปิดตัวเพราะขาดทุน แต่ปิดเพราะเงินสดหมดก่อนที่กำไรจะมาถึง สูตรคือเงินสดคงเหลือหารด้วยเงินไหลออกสุทธิต่อเดือน ได้เป็นจำนวนเดือนที่อยู่ได้ น้อยกว่าสามเดือนควรถือเป็นเรื่องเร่งด่วน
วิธีตั้งราคาที่ไม่ใช่การดูราคาคู่แข่ง ต้องมีสามตัวเลขก่อน คือราคาพื้นซึ่งเท่ากับต้นทุนรวมต่อครั้ง ราคาเป้าหมายซึ่งคำนวณจากอัตรากำไรที่ต้องการ และราคาตลาดซึ่งใช้เป็นข้อมูลประกอบเท่านั้น สูตรราคาเป้าหมายคือ ต้นทุนรวม หารด้วย (1 ลบ อัตรากำไรที่ต้องการ)
บริการไหนควรโฟกัส กำไรต่อชั่วโมงอย่างเดียวยังไม่พอ ต้องดูคู่กับจำนวนครั้งที่ทำได้จริงต่อเดือน สมุดงานมีตารางสี่ช่องให้วางบริการลงไป ช่องที่ให้ผลเร็วที่สุดคือกำไรต่ำแต่คนไข้เยอะ เพราะมีคนต้องการอยู่แล้ว ขึ้นราคาเล็กน้อยก็เปลี่ยนสถานะได้โดยไม่ต้องหาคนไข้เพิ่ม
จุดคุ้มทุน ต้องมีคนไข้กี่คนต่อเดือน คือค่าใช้จ่ายคงที่ทั้งเดือน หารด้วยกำไรเฉลี่ยต่อคนไข้หนึ่งคน เทียบกับจำนวนคนไข้จริง ช่องว่างระหว่างสองตัวเลขคือเป้าหมายที่ชัดกว่าการบอกว่าอยากได้คนไข้มากขึ้น
เปลี่ยนตัวเลขให้เป็นการตัดสินใจ ตัวเลขที่คำนวณแล้วไม่ได้เปลี่ยนอะไรจนกว่าจะมีคนตัดสินใจจากมัน สมุดงานมีกฎการอ่านผลหกข้อ เช่น อัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่า 50% ให้ดูต้นทุนยาและค่ามือก่อน อย่าเพิ่งไปลดค่าใช้จ่ายคงที่
ในสมุดงานมีอะไร
สิบสามหน้า และทุกบทใช้คลินิกตัวอย่างแห่งเดียวกันตลอดทั้งเล่ม โดยคำนวณให้ดูด้วยตัวเลขจริงก่อน แล้วจึงให้กรอกของคลินิกคุณเอง
คลินิกตัวอย่างมีคนไข้ 156 คนต่อเดือน รายรับ 360,500 บาท และขาดทุน 2,600 บาท เหลือเงินสดอีก 4.8 เดือน เป็นคลินิกที่ดูเหมือนไปได้ดีแต่ไม่ใช่ ซึ่งเป็นภาพที่พบบ่อยที่สุด
ทุกบทจบด้วยสามบรรทัดเหมือนกัน คือผลลัพธ์ของคุณแปลว่าอะไร เกณฑ์ที่ใช้เทียบ และทำอะไรต่อ
| บท | เรื่อง | ตัวอย่างที่คำนวณให้ดู |
|---|---|---|
| 1 | เงินสดกับกำไร | ขายคอร์สได้ 180,000 แต่เป็นรายได้ของเดือนนี้จริง 18,000 |
| 2 | กระแสเงินสด | ค่าผ่อนเครื่อง 35,000 ที่ไม่อยู่ในงบกำไรขาดทุน ทำให้เหลือเงิน 4.8 เดือน |
| 3 | ต้นทุนจริงต่อหัตถการ | โบทูลินัมท็อกซิน ราคา 8,000 ต้นทุนจริง 5,031 พร้อมแผนภูมิแยกส่วน |
| 4 | ตั้งราคา | ขูดหินปูน 1,200 บาท เหลือกำไร 87 บาท ราคาเป้าหมายควรเป็น 2,226 |
| 5 | กำไรต่อชั่วโมง | ตารางห้าบริการ ต่างกัน 25 เท่าระหว่างบนสุดกับล่างสุด |
| 6 | บริการไหนควรโฟกัส | ตารางสี่ช่องที่วางบริการจริงลงไปแล้ว |
| 7 | จุดคุ้มทุน | ต้องมี 159 คน มีจริง 156 ขาดอีก 3 คน |
| 8 | งบกำไรขาดทุน | กำไรขั้นต้น 44.8% คือจุดที่ต้องแก้ ไม่ใช่ค่าเช่า |
| 9 | เปลี่ยนตัวเลขเป็นการตัดสินใจ | กฎการอ่านผลหกข้อ และสรุปก่อนหลังแก้ |
| 10 | งานหน้าร้านมีต้นทุนเท่าไหร่ | เจ้าหน้าที่ 2 คน 36,000 บาท ครอบคลุมเวลาเพียง 36% ของสัปดาห์ |
ผลของการแก้ในกรณีตัวอย่าง
บทที่ 9 สรุปว่าถ้าคลินิกตัวอย่างขึ้นราคาสองรายการและลดเวลาหนึ่งหัตถการลง 10 นาที
| ก่อน | หลัง | |
|---|---|---|
| อัตรากำไรขั้นต้น | 44.8% | 48.6% |
| กำไรจากการดำเนินงาน | −2,600 | +24,400 |
| จุดคุ้มทุน | 159 คน | 136 คน |
| เงินสดอยู่ได้ | 4.8 เดือน | 17 เดือน |
ทั้งหมดนี้ไม่ต้องหาคนไข้เพิ่มแม้แต่คนเดียว และคิดเป็นเงินราว 324,000 บาทต่อปี
คิดต้นทุนของงานหน้าร้าน ก่อนคุยกับผู้ขายระบบ
บทที่ 10 ไม่ได้บอกว่าควรซื้อระบบอะไร แต่คำนวณว่าระบบใดก็ตามต้องทำให้ได้เท่าไหร่ถึงจะคุ้ม ซึ่งเป็นตัวเลขที่ควรมีก่อนคุยกับผู้ขายรายไหนก็ตาม
เริ่มจากเลขคณิตง่ายๆ คลินิกที่เปิด 26 วัน วันละ 10 ชั่วโมง มีคนดูแลข้อความ 260 จาก 720 ชั่วโมงในเดือน หรือ 36% ของเวลาทั้งหมด
ตัวเลขนี้ไม่ได้แปลว่าเสียคนไข้ไป 64% คนไข้จำนวนหนึ่งรอได้ แต่จำนวนหนึ่งไม่รอ และคลินิกส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าสัดส่วนนั้นเท่าไหร่ เพราะข้อความที่ไม่เคยถูกตอบไม่ปรากฏในรายงานใดเลย
จากนั้นคำนวณจุดคุ้มทุนของระบบ ด้วยกำไรเฉลี่ยต่อคนไข้จากบทที่ 7
| กำไรต่อคนไข้ | คนไข้เพิ่มที่ต้องได้ต่อเดือน |
|---|---|
| 600 บาท | 30 คน |
| 1,035 บาท | 18 คน |
| 2,000 บาท | 9 คน |
ยิ่งกำไรต่อคนสูง บาร์ยิ่งต่ำ คลินิกที่ทำหัตถการราคาสูงจึงคุ้มกับระบบเร็วกว่าคลินิกทั่วไป และถ้าระบบรับงานแทนเจ้าหน้าที่ได้หนึ่งคน บาร์นั้นก็ต่ำลงอีก
ราคาที่ใช้คำนวณข้างต้นเป็นราคาของ Jib OS ซึ่งแบ่งเป็น 3 ส่วน ส่วนละ 6,000 บาทต่อเดือน และทดลองใช้ฟรี 1 เดือน หากกำลังพิจารณาผู้ขายรายอื่น ให้แทนราคาของรายนั้นลงไป บาร์จะเปลี่ยนตามราคา แต่วิธีคิดยังใช้ได้เหมือนเดิม
สมุดงานบอกว่าบาร์อยู่ตรงไหน ไม่ได้บอกว่าระบบไหนข้ามได้ บทนี้จบด้วยสามอย่างที่ควรวัดระหว่างทดลองใช้ แทนการเชื่อจากคำบอกเล่า คือจำนวนข้อความนอกเวลาทำการที่กลายเป็นนัด เวลาตอบกลับเฉลี่ยก่อนและหลัง และจำนวนคนไข้ใหม่เทียบกับสามเดือนก่อน
More patients, and a system that runs the day
Jib OS brings new patients in, answers every one of them, and keeps the day running. Built by HDmall.
Or see what Jib OS is →ไฟล์ที่ใช้คู่กับสมุดงาน
- สรุปรายรับประจำวัน ปิดยอดสิ้นวันและเทียบเงินสดในลิ้นชัก
- ตารางคำนวณค่ามือแพทย์ คิดค่า DF หลายแพทย์หลายอัตรา
- ใบนับสต๊อกยาและเวชภัณฑ์ เทียบยอดนับจริงกับยอดตามบัญชี
- แบบฟอร์ม Stock Card ยา คุมยาทีละรายการ
- ตารางติดตามคอร์สและแพ็กเกจ ดูว่าคอร์สที่ขายไปแล้วเหลือกี่ครั้ง
- รายการอัตราค่ารักษาพยาบาล ทำรายการราคาติดแสดง
ข้อควรระวัง
บทความและสมุดงานนี้เป็นเครื่องมือช่วยคิดทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางบัญชี ภาษี หรือกฎหมาย วิธีบันทึกรายได้และค่าใช้จ่ายที่ถูกต้องขึ้นกับรูปแบบการจดทะเบียนของคลินิก ควรตรวจสอบกับผู้ทำบัญชีของคลินิกก่อนใช้ตัวเลขเหล่านี้ตัดสินใจเรื่องสำคัญ
เคล็ดลับบริหารคลินิก ส่งตรงถึงอีเมลคุณ
เจ้าของและผู้บริหารคลินิกกว่า 20,000 คน รับข่าวสารจากเราอยู่แล้ว
สำหรับเจ้าของคลินิกและผู้ที่กำลังจะเปิด — วิธีให้คนไข้ใหม่เจอคลินิกบน Google และให้ AI อย่าง ChatGPT และ Claude แนะนำคลินิกของคุณ วิธีลดงานหน้าเคาน์เตอร์และคนไข้ไม่มาตามนัด และเรื่องที่คลินิกอื่นเจอมาก่อน
ส่งสัปดาห์ละครั้ง · ไม่มีสแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ
คำถามที่พบบ่อย
เงินสดกับกำไรของคลินิกต่างกันอย่างไร
เงินในบัญชีที่เพิ่มขึ้นไม่ได้แปลว่าเดือนนั้นมีกำไร และกำไรบนกระดาษก็ไม่ได้แปลว่ามีเงินจ่าย ความต่างนี้ชัดที่สุดในคลินิกที่ขายคอร์ส เพราะเงินเข้ามาก้อนเดียวตอนซื้อ แต่ต้นทุนเกิดขึ้นทุกครั้งที่คนไข้มาใช้บริการตลอดคอร์ส เงินก้อนนั้นจึงมีส่วนหนึ่งที่เป็นภาระที่ยังไม่ได้ส่งมอบ ไม่ควรนำไปลงทุนต่อทั้งหมด
ต้นทุนที่แท้จริงต่อหัตถการคิดอย่างไร
รวมสามส่วน คือค่ายาและวัสดุที่ใช้จริง ค่าตอบแทนผู้ให้บริการหรือค่ามือแพทย์ และส่วนแบ่งของค่าใช้จ่ายคงที่ตามเวลาที่ใช้ ส่วนสุดท้ายคิดจากค่าใช้จ่ายคงที่ทั้งเดือนหารด้วยจำนวนชั่วโมงที่คลินิกเปิด ได้เป็นค่าใช้จ่ายคงที่ต่อชั่วโมง แล้วคูณด้วยเวลาที่หัตถการนั้นใช้ ส่วนที่สามนี้คือส่วนที่คลินิกส่วนใหญ่ลืมคิด
ทำไมต้องดูกำไรต่อชั่วโมง ไม่ใช่กำไรต่อครั้ง
เพราะเวลาเป็นทรัพยากรที่จำกัดของคลินิก หัตถการราคา 5,000 บาทที่ใช้สองชั่วโมงและมีต้นทุน 3,000 บาท ให้กำไร 1,000 บาทต่อชั่วโมง ขณะที่หัตถการราคา 800 บาทที่ใช้ 20 นาทีและมีต้นทุน 300 บาท ให้กำไร 1,500 บาทต่อชั่วโมง อันหลังทำเงินได้ดีกว่าแม้ราคาต่ำกว่าหกเท่า ซึ่งเป็นเหตุผลที่คลินิกจำนวนมากใช้งบโฆษณากับบริการผิดตัว
งบกำไรขาดทุนติดลบ ควรแก้ตรงไหนก่อน
ดูกำไรขั้นต้นก่อน คือรายรับลบต้นทุนยาและค่าตอบแทนผู้ให้บริการ ถ้ากำไรขั้นต้นบางเกินไปจะแก้ด้วยการลดค่าเช่าไม่ได้ ต้องแก้ที่ราคาหรือต้นทุนต่อครั้ง แต่ถ้ากำไรขั้นต้นดีแล้วบรรทัดสุดท้ายยังติดลบ ปัญหาอยู่ที่ค่าใช้จ่ายคงที่หรือจำนวนคนไข้ที่ยังไม่พอ สองกรณีนี้แก้คนละทาง และการไม่แยกออกทำให้ลดต้นทุนผิดจุด
ต้องทำบัญชีเป็นถึงจะใช้สมุดงานนี้ได้ไหม
ไม่ต้อง สมุดงานใช้การคำนวณแบบที่ตรวจสอบด้วยมือได้ทุกบรรทัด และแต่ละหน้าบอกว่าใช้ไฟล์ Excel ตัวไหนช่วยได้ อย่างไรก็ตามสมุดงานนี้เป็นเครื่องมือช่วยคิดทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางบัญชีหรือภาษี วิธีบันทึกรายได้ที่ถูกต้องขึ้นกับรูปแบบการจดทะเบียนของคลินิก จึงควรตรวจสอบกับผู้ทำบัญชีก่อนใช้ตัดสินใจเรื่องสำคัญ
อ่านต่อ
- ดาวน์โหลดแบบฟอร์มสรุปรายรับประจำวันคลินิก (Excel) ฟรี
- ค่า DF แพทย์ คิดยังไงให้ไม่ต่างกัน 43%
- ดาวน์โหลดใบนับสต๊อกยาและเวชภัณฑ์ (Excel) ฟรี
- ป้ายแสดงอัตราค่ารักษาพยาบาล พร้อมแบบฟอร์มฟรี
- 7 จุดรั่วของสต๊อกยาในคลินิกที่กินกำไรเงียบๆ
- ดาวน์โหลดตารางคำนวณค่าคอมมิชชันพนักงานคลินิก (Excel) ฟรี
- ดาวน์โหลดทะเบียนนับช็อตเลเซอร์และหัวทิป (Excel) ฟรี
- สต๊อกยาคลินิก จัดการอย่างไรให้ไม่ขาด ไม่ล้น และไม่หมดอายุ
- ทะเบียนลูกหนี้ค้างชำระคลินิก อายุหนี้บอกว่าต้องทำอะไร
- ทะเบียนสมาชิกและยอดเงินคงเหลือ เงินที่เติมไว้ยังไม่ใช่รายได้
Jib OS