DF คืออะไร ค่า DF แพทย์ คิดยังไงให้ไม่ต่างกัน 43%
DF ย่อมาจาก Doctor Fee หรือค่าธรรมเนียมแพทย์ คือส่วนแบ่งรายได้ที่คลินิกจ่ายให้แพทย์จากค่ารักษาที่เก็บจากคนไข้
แต่คำถามที่สำคัญกว่า "DF คืออะไร" คือ "คิดจากฐานไหน"
เพราะที่อัตรา 30% เท่ากัน ค่ารักษา 10,000 บาท ส่วนลด 1,000 บาท ค่าวัสดุ 2,000 บาท แพทย์อาจได้ตั้งแต่ 2,100 ถึง 3,000 บาท ต่างกัน 900 บาทหรือราว 43% จากเคสเดียว ขึ้นอยู่กับว่าตกลงกันว่าคิดจากยอดไหน
นั่นคือสาเหตุของข้อขัดแย้งเรื่อง DF เกือบทั้งหมด ไม่ใช่ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ที่ตกลงกันไว้
บทความนี้อธิบายวิธีคิดแบบต่างๆ ข้อดีข้อเสีย และเรื่องที่ต้องระวัง
เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อใช้เป็นจุดตั้งต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือภาษี ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญสำหรับกรณีของคลินิกเอง
ลองคำนวณดู เครื่องคำนวณค่า DF แพทย์ ใส่ค่ารักษา ส่วนลด และค่าวัสดุ แล้วดูว่าอัตราเดียวกันได้ตัวเลขต่างกันแค่ไหนเมื่อคิดจากฐานคนละแบบ
DF คืออะไร และค่า DF แพทย์ คือเงินส่วนไหน
DF คือ Doctor Fee หรือค่าตอบแทนแพทย์ ส่วนค่า DF แพทย์ คือส่วนแบ่งที่แพทย์ได้รับจากค่าหัตถการหรือค่าบริการที่คนไข้จ่าย ซึ่งแยกจากเงินเดือนประจำ คลินิกส่วนใหญ่คิด DF แพทย์เป็นเปอร์เซ็นต์ แต่เปอร์เซ็นต์เดียวกันให้ผลต่างกันมาก เพราะแต่ละที่คิดจากฐานคนละอย่าง
รูปแบบการคิดค่า DF ที่ใช้กันในไทย
1. คิดเป็นเปอร์เซ็นต์จากค่ารักษา
รูปแบบที่พบมากที่สุด แพทย์ได้ส่วนแบ่งตามสัดส่วนที่ตกลงกันจากค่าหัตถการที่ทำ
ข้อดี เข้าใจง่าย จูงใจให้แพทย์ทำงานมากขึ้น และคลินิกไม่ต้องจ่ายถ้าไม่มีคนไข้
ข้อควรระวัง ต้องตกลงให้ชัดว่าคิดจากยอดก่อนหรือหลังหักอะไรบ้าง ซึ่งเป็นจุดที่เข้าใจไม่ตรงกันบ่อยที่สุด
2. คิดเป็นจำนวนเงินคงที่ต่อเคส
แพทย์ได้เงินเท่ากันทุกครั้งที่ทำหัตถการนั้น ไม่ว่าคลินิกจะเก็บเงินคนไข้เท่าไหร่
ข้อดี คำนวณง่ายที่สุด และคลินิกควบคุมต้นทุนได้แน่นอนเมื่อมีโปรโมชั่น
ข้อควรระวัง ถ้าคลินิกขึ้นราคาแล้วไม่ปรับ DF แพทย์อาจรู้สึกว่าไม่เป็นธรรม
3. เงินเดือนบวกค่า DF
แพทย์ได้เงินเดือนประจำส่วนหนึ่งและส่วนแบ่งอีกส่วนหนึ่ง
ข้อดี แพทย์มีรายได้ที่แน่นอน เหมาะกับคลินิกที่ต้องการให้แพทย์อยู่ประจำ
4. ค่าตอบแทนรายชั่วโมงหรือรายวัน
จ่ายตามเวลาที่แพทย์อยู่ที่คลินิก ไม่ขึ้นกับจำนวนเคส
เหมาะกับ คลินิกที่ต้องการให้มีแพทย์ประจำในช่วงเวลาที่กำหนด แม้คนไข้จะไม่แน่นอน
เรื่องที่ตกลงให้ชัดตั้งแต่ต้น
นี่คือส่วนที่ทำให้เกิดข้อขัดแย้งมากที่สุด และแก้ได้ด้วยการเขียนไว้ให้ชัด
คิดจากยอดไหน ยอดเต็มก่อนหักส่วนลด หรือยอดที่เก็บได้จริงหลังหักส่วนลด
ส่วนลดใครรับ ถ้าคลินิกจัดโปรโมชั่นลด 20% แพทย์รับส่วนลดนั้นด้วยหรือคลินิกรับเอง
ค่าวัสดุหักก่อนหรือหลัง โดยเฉพาะหัตถการที่ต้นทุนวัสดุสูงอย่างรากเทียมหรือฟิลเลอร์ การหักค่าวัสดุก่อนคำนวณ DF เปลี่ยนตัวเลขไปมาก
คอร์สที่จ่ายล่วงหน้า คนไข้ซื้อคอร์ส 10 ครั้งจ่ายครั้งเดียว แพทย์ได้ DF ตอนขายหรือตอนทำแต่ละครั้ง
เคสที่ต้องแก้ไข ถ้าคนไข้กลับมาแก้งานโดยไม่เสียเงินเพิ่ม แพทย์ได้ DF อีกไหม
คนไข้ที่ไม่มาตามนัด และคลินิกได้เก็บมัดจำไว้ แบ่งกันอย่างไร
ข้อที่สี่เรื่องคอร์สเป็นข้อที่ซับซ้อนที่สุด และควรเขียนไว้ให้ชัดที่สุด เพราะเกี่ยวข้องกับทั้งกระแสเงินสดของคลินิกและความเป็นธรรมกับแพทย์ที่อาจลาออกก่อนคอร์สจบ
เรื่องภาษีที่ต้องรู้
การจ่ายค่า DF ให้แพทย์มีประเด็นภาษีที่คลินิกต้องจัดการ
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย การจ่ายค่าตอบแทนวิชาชีพมีข้อกำหนดเรื่องการหักภาษี ณ ที่จ่ายและการออกหนังสือรับรอง อัตราขึ้นอยู่กับลักษณะการจ้างและสถานะของผู้รับ
ลักษณะความสัมพันธ์ แพทย์เป็นลูกจ้างหรือผู้รับจ้างอิสระ มีผลต่อทั้งการหักภาษี ประกันสังคม และภาระของคลินิก
เอกสารประกอบ ควรมีบันทึกที่แสดงที่มาของยอดแต่ละงวดได้ ทั้งเพื่อความโปร่งใสกับแพทย์และเพื่อการตรวจสอบ
ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษี เพื่อกำหนดโครงสร้างที่ถูกต้อง เพราะแก้ย้อนหลังยากกว่าทำให้ถูกตั้งแต่ต้นมาก
More patients, and a system that runs the day
Jib OS brings new patients in, answers every one of them, and keeps the day running. Built by HDmall.
Or see what Jib OS is →ทำไมการคำนวณ DF ถึงผิดบ่อย
สาเหตุที่พบในคลินิกจริง
คำนวณด้วยมือทุกเดือน เมื่อมีแพทย์หลายคน หัตถการหลายอย่าง และอัตราไม่เท่ากัน การรวมยอดด้วยมือใช้เวลานานและผิดพลาดง่าย
ส่วนลดที่ให้หน้างาน พนักงานลดให้คนไข้แล้วไม่ได้บันทึกว่าใครอนุมัติ ทำให้ตอนคำนวณไม่รู้ว่าใครรับส่วนลด
คอร์สที่ทำข้ามเดือน ขายเดือนนี้ ทำเดือนหน้า ทำให้ยอดไม่ตรงกับที่แพทย์คาดไว้
แพทย์ตรวจสอบเองไม่ได้ เมื่อได้แต่ยอดรวมโดยไม่เห็นรายละเอียด ความไม่ไว้ใจสะสมขึ้นเรื่อยๆ
ข้อสุดท้ายเป็นต้นทุนที่มองไม่เห็น และเป็นสาเหตุที่แพทย์ดีๆ ย้ายไปคลินิกอื่นบ่อยกว่าที่เจ้าของคลินิกคิด
สิ่งที่ควรมีเพื่อให้ไม่ผิด
บันทึกทุกเคสพร้อมชื่อแพทย์ตั้งแต่ตอนทำ ไม่ใช่มารวบรวมตอนสิ้นเดือน
บันทึกส่วนลดพร้อมผู้อนุมัติ เพื่อให้รู้ว่าใครรับส่วนลดนั้น
อัตรา DF แยกตามหัตถการและแยกตามแพทย์ เพราะแทบไม่มีคลินิกไหนใช้อัตราเดียวทั้งหมด
รายงานที่แพทย์เปิดดูเองได้ เห็นรายเคสว่าทำอะไร วันไหน คิดเงินเท่าไหร่ ได้ DF เท่าไหร่
ข้อสุดท้ายเปลี่ยนความสัมพันธ์มากที่สุด เพราะเปลี่ยนจากการที่แพทย์ต้องเชื่อตัวเลขที่คลินิกส่งให้ เป็นการที่ทั้งสองฝ่ายดูข้อมูลชุดเดียวกัน
ควรตั้งอัตราเท่าไหร่
ไม่มีตัวเลขมาตรฐาน เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย
- ประเภทหัตถการและต้นทุนวัสดุ
- แพทย์เป็นผู้พาคนไข้มาเองหรือคลินิกหาให้
- คลินิกลงทุนอุปกรณ์มากแค่ไหน
- แพทย์อยู่ประจำหรือมาเป็นครั้งคราว
- การแข่งขันในพื้นที่
สิ่งที่สำคัญกว่าตัวเลข คือความชัดเจนและความสม่ำเสมอ อัตราที่ต่ำกว่าตลาดแต่โปร่งใสและจ่ายตรงเวลา มักรักษาแพทย์ไว้ได้ดีกว่าอัตราที่สูงแต่คำนวณผิดบ่อยและอธิบายไม่ได้
เรียกอีกอย่างว่าอะไรบ้าง
เรื่องนี้ถูกเรียกหลายชื่อ ทั้ง ค่า DF, ค่า DF แพทย์, DF หมอ, doctor fee, ค่าธรรมเนียมแพทย์ และบางที่เรียกสั้นๆ ว่า ค่าแพทย์
ทั้งหมดหมายถึงส่วนแบ่งรายได้ที่คลินิกจ่ายให้แพทย์จากค่ารักษาที่เก็บจากคนไข้ ไม่ใช่เงินเดือนประจำ
เคล็ดลับบริหารคลินิก ส่งตรงถึงอีเมลคุณ
เจ้าของและผู้บริหารคลินิกกว่า 20,000 คน รับข่าวสารจากเราอยู่แล้ว
สำหรับเจ้าของคลินิกและผู้ที่กำลังจะเปิด — วิธีให้คนไข้ใหม่เจอคลินิกบน Google และให้ AI อย่าง ChatGPT และ Claude แนะนำคลินิกของคุณ วิธีลดงานหน้าเคาน์เตอร์และคนไข้ไม่มาตามนัด และเรื่องที่คลินิกอื่นเจอมาก่อน
ส่งสัปดาห์ละครั้ง · ไม่มีสแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ
More patients, and a system that runs the day
Jib OS brings new patients in, answers every one of them, and keeps the day running. Built by HDmall.
Or see what Jib OS is →คำถามที่พบบ่อย
DF ย่อมาจากอะไร
DF ย่อมาจาก Doctor Fee หรือค่าธรรมเนียมแพทย์ หมายถึงส่วนแบ่งรายได้ที่คลินิกจ่ายให้แพทย์จากค่ารักษาที่เก็บจากคนไข้ เป็นรูปแบบค่าตอบแทนที่ใช้กันแพร่หลายในคลินิกไทย โดยเฉพาะคลินิกความงามและทันตกรรมที่มีแพทย์มาทำงานเป็นรอบหรือหลายท่าน
ค่า DF คิดเป็นเปอร์เซ็นต์เท่าไหร่
ไม่มีอัตรามาตรฐาน เพราะขึ้นอยู่กับประเภทหัตถการ ต้นทุนวัสดุ ใครเป็นผู้พาคนไข้มา คลินิกลงทุนอุปกรณ์มากแค่ไหน และการแข่งขันในพื้นที่ สิ่งที่สำคัญกว่าตัวเลขคือความชัดเจนว่าคิดจากยอดไหน หักอะไรก่อน และใครรับส่วนลด ซึ่งเป็นจุดที่เข้าใจไม่ตรงกันบ่อยที่สุด
ค่า DF คิดจากยอดก่อนหรือหลังหักส่วนลด
ต้องตกลงกันให้ชัดตั้งแต่ต้นเพราะทั้งสองแบบมีใช้จริงและให้ผลต่างกันมาก ประเด็นที่ควรระบุเป็นลายลักษณ์อักษรได้แก่ คิดจากยอดเต็มหรือยอดที่เก็บได้จริง ส่วนลดจากโปรโมชั่นใครรับ ค่าวัสดุหักก่อนหรือหลังคำนวณ และคอร์สที่จ่ายล่วงหน้าให้ DF ตอนขายหรือตอนทำแต่ละครั้ง
จ่ายค่า DF ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายไหม
การจ่ายค่าตอบแทนวิชาชีพมีข้อกำหนดเรื่องภาษีหัก ณ ที่จ่ายและการออกหนังสือรับรอง โดยอัตราและวิธีปฏิบัติขึ้นอยู่กับลักษณะความสัมพันธ์ว่าแพทย์เป็นลูกจ้างหรือผู้รับจ้างอิสระ ซึ่งมีผลต่อประกันสังคมด้วย ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีเพื่อกำหนดโครงสร้างให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น เพราะแก้ย้อนหลังยากกว่ามาก
คอร์สที่ขายล่วงหน้า แพทย์ได้ DF ตอนไหน
เป็นประเด็นที่ซับซ้อนที่สุดและควรเขียนไว้ให้ชัดที่สุด ทั้งสองแบบมีใช้จริง คือให้ตอนขายซึ่งจูงใจการขายแต่กระทบกระแสเงินสดคลินิก และให้ตอนทำแต่ละครั้งซึ่งสอดคล้องกับงานที่ทำจริง กรณีที่ต้องคิดเพิ่มคือถ้าแพทย์ลาออกก่อนคอร์สจบ ใครรับผิดชอบครั้งที่เหลือและ DF ส่วนนั้นจัดการอย่างไร
ทำไมการคำนวณ DF ถึงผิดบ่อย
สาเหตุหลักคือคำนวณด้วยมือตอนสิ้นเดือนเมื่อมีแพทย์หลายคนและอัตราไม่เท่ากัน ส่วนลดที่ให้หน้างานโดยไม่บันทึกผู้อนุมัติ และคอร์สที่ทำข้ามเดือน สิ่งที่ป้องกันได้ดีที่สุดคือบันทึกทุกเคสพร้อมชื่อแพทย์ตั้งแต่ตอนทำ ไม่ใช่มารวบรวมภายหลัง และมีรายงานที่แพทย์เปิดดูรายเคสเองได้ ซึ่งลดความไม่ไว้ใจได้มากกว่าการอธิบายด้วยปาก
อ่านต่อ
- ทีมหน้าร้านคลินิก 10 กว่าคน แบ่งงานยังไงไม่ให้ตกหล่นระหว่างมือ
- โปรแกรมคลินิกในไทยมีเจ้าไหนบ้าง และเลือกยังไงให้ตรงกับคลินิก
- คลินิกคิวเต็มยาว 6-8 สัปดาห์ ยังจำเป็นต้องใช้ระบบไหม
- ดาวน์โหลดตารางคำนวณค่า DF แพทย์ รายเดือน (Excel) ฟรี
- ดาวน์โหลดตารางคำนวณค่า DF แพทย์ รายเดือน (Excel) ฟรี
- ดาวน์โหลดตารางติดตามคอร์สและแพ็กเกจ (Excel) ฟรี สำหรับคลินิกความงาม
- การเงินคลินิก เข้าใจกำไรจริง ต้นทุนจริง และตั้งราคาให้ไม่ขาดทุน
Jib OS