คลินิกคิวเต็มยาว 6-8 สัปดาห์ ยังจำเป็นต้องใช้ระบบไหม
เวลาพูดถึงระบบสำหรับคลินิก คนมักพูดเรื่องการหาคนไข้เพิ่ม ตอบแชทให้เร็วขึ้น ยิงแอดให้คุ้มขึ้น
แต่คลินิกจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะคลินิกทันตกรรมที่มีชื่อเสียงในพื้นที่ ไม่มีปัญหาเรื่องคนไข้เลย คิวเต็มยาวหกถึงแปดสัปดาห์ ไม่ได้ยิงแอด และไม่ได้อยากได้คนทักเพิ่ม
ถ้านั่นคือสถานการณ์ของคุณ คำถามที่ควรถามไม่ใช่ "จะหาคนไข้เพิ่มยังไง" แต่คือ "ตอนนี้เสียเงินไปตรงไหนบ้างโดยไม่รู้ตัว"
ทำไมการยิงแอดเพิ่มเป็นความคิดที่ผิดสำหรับคลินิกกลุ่มนี้
ตรงไปตรงมา ถ้าคิวเต็มแล้ว การเพิ่มคนทักเข้ามาไม่ได้ช่วย และมักทำให้แย่ลง
- ทีมต้องใช้เวลาตอบคนที่สุดท้ายจองไม่ได้
- คนไข้ที่รอหกสัปดาห์แล้วเจอคิวเต็มอีกจะรู้สึกแย่กับคลินิก
- รีวิวที่เกี่ยวกับการรอนานเริ่มปรากฏ
คลินิกที่คิวเต็มไม่ได้ต้องการดีมานด์เพิ่ม แต่ต้องการให้ดีมานด์ที่มีอยู่ทำเงินได้เต็มที่กว่าเดิม ซึ่งเป็นคนละโจทย์กันโดยสิ้นเชิง
ห้าจุดที่คลินิกคิวเต็มเสียเงินโดยไม่เห็น
1. คิวที่หลุดแล้วไม่มีใครแทน
เมื่อคิวเต็มหกสัปดาห์ ทุกครั้งที่มีคนยกเลิกหรือไม่มาตามนัด ช่องนั้นแทบไม่มีทางถูกเติม เพราะไม่มีใครรู้ว่ามันว่างทันเวลา
ลองคิดเป็นตัวเลข ถ้ามีคิวหลุดสัปดาห์ละสามคิว และแต่ละคิวมีมูลค่าเฉลี่ยสี่พันบาท นั่นคือราวห้าหมื่นบาทต่อเดือนที่หายไป ทั้งที่มีคนรออยู่เต็มไปหมด
งานวิจัยยังพบว่าข้อความเตือนที่เขียนดีเพิ่มอัตราการยกเลิกล่วงหน้าได้ ซึ่งเป็นผลดีสำหรับคลินิกคิวเต็ม เพราะคิวที่ปล่อยคืนล่วงหน้ายังขายต่อได้ (ดูงานวิจัย)
สิ่งที่ควรมีคือรายชื่อคนที่ยินดีเข้ามาแทนเมื่อมีคิวว่างกะทันหัน และวิธีแจ้งเขาได้ทันทีโดยไม่ต้องมีใครนั่งโทร
2. งานตกหล่นระหว่างมือ
คลินิกที่มีทีมสิบกว่าคนแบ่งหน้าที่กัน ต้อนรับ นัดหมาย ดูแลวอล์กอิน เก็บเงิน และดูแลหลังการรักษา ทุกจุดต่อคือจุดที่งานหล่นได้
คนไข้บอกเรื่องหนึ่งกับคนที่หน้าเคาน์เตอร์ แต่คนที่เก็บเงินไม่รู้ หมอสั่งให้นัดตรวจซ้ำในหกสัปดาห์ แต่ไม่มีใครนัดจริง
ยิ่งทีมใหญ่ ยิ่งหล่นบ่อย เพราะการสื่อสารพึ่งการบอกปากเปล่าและความจำ
3. คนไข้เก่าที่ไม่กลับมา
เป็นเรื่องที่ขัดกับความรู้สึก คลินิกที่คิวเต็มมักคิดว่าคนไข้กลับมาแน่นอนอยู่แล้ว
แต่คนไข้ที่ควรมาขูดหินปูนทุกหกเดือน ถ้าไม่มีใครเตือน จำนวนไม่น้อยจะไม่กลับมา และคลินิกไม่รู้ตัวเพราะคิวยังเต็มจากคนไข้ใหม่
นี่คือการแทนที่คนไข้เก่าที่มีมูลค่าสูงด้วยคนไข้ใหม่ที่ต้นทุนสูงกว่า โดยไม่มีใครสังเกต
4. งานเอกสารหลังการรักษา
หลังหัตถการ หมอบันทึกลงเวชระเบียน แล้วทีมต้องอธิบายคนไข้ต่อว่าวันนี้ทำอะไร ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ต้องดูแลตัวเองอย่างไร
ถ้าขั้นตอนนี้ทำด้วยการพูดอย่างเดียว คนไข้จำได้ไม่หมด แล้วโทรกลับมาถามซ้ำ ซึ่งกินเวลาทีมอีกรอบ
5. ข้อมูลอยู่คนละที่
หลายคลินิกยังเก็บ OPD ในระบบออฟไลน์หรือแฟ้มกระดาษ ขณะที่การนัดอยู่ในปฏิทิน และการคุยกับคนไข้อยู่ใน LINE
เมื่อข้อมูลแยกกัน คำถามง่ายๆ อย่าง "คนไข้รายนี้ครั้งที่แล้วทำอะไร และควรกลับมาเมื่อไหร่" ต้องเดินไปเปิดแฟ้ม ซึ่งแปลว่าในทางปฏิบัติไม่มีใครทำระหว่างที่กำลังคุยกับคนไข้
เปลี่ยนโจทย์จาก "หาคนไข้เพิ่ม" เป็น "ได้มูลค่าจากคิวที่มีอยู่มากขึ้น"
สำหรับคลินิกคิวเต็ม ตัวเลขที่ควรจับตาไม่ใช่จำนวนคนทัก แต่คือ
| ตัวเลข | ทำไมสำคัญ |
|---|---|
| อัตราคิวหลุดที่ไม่ได้เติม | รายได้ที่หายไปทั้งที่มีคนรอ |
| อัตราการมาตามนัด | คิวที่จองแต่ไม่มาคือเวลาหมอที่เสียเปล่า |
| อัตราคนไข้เก่ากลับมาตามรอบ | มูลค่าระยะยาวที่รั่วอยู่ |
| จำนวนงานที่ตกหล่นระหว่างทีม | ทั้งเวลาที่เสียและความไม่พอใจ |
| มูลค่าเฉลี่ยต่อคิว | คิวเท่าเดิมแต่ทำเงินได้มากขึ้น |
แถวสุดท้ายสำคัญเป็นพิเศษสำหรับคลินิกคิวเต็ม เพราะเมื่อเพิ่มจำนวนคิวไม่ได้ ทางที่เหลือคือทำให้แต่ละคิวมีมูลค่าสูงขึ้น ซึ่งต้องอาศัยการรู้ว่าคนไข้แต่ละคนควรได้รับการดูแลอะไรต่อ
แล้วควรเริ่มจากตรงไหน
ถ้าคลินิกคิวเต็มอยู่แล้ว อย่าเริ่มจากส่วนการตลาด เพราะเป็นส่วนที่ให้ผลตอบแทนต่ำที่สุดสำหรับสถานการณ์นี้
ลำดับที่สมเหตุสมผลกว่า
- ทำให้งานไม่ตกหล่นระหว่างทีมก่อน เพราะกระทบทั้งรายได้และประสบการณ์คนไข้ทุกวัน
- จัดการคิวหลุดให้เติมได้เร็ว เป็นรายได้ที่ได้คืนทันทีโดยไม่ต้องหาคนไข้ใหม่
- ตั้งระบบเตือนให้คนไข้เก่ากลับมาตามรอบ ป้องกันการรั่วที่มองไม่เห็น
- ย้ายข้อมูลที่กระจัดกระจายมารวมกัน เพื่อให้สามข้อบนทำงานได้จริง
- ค่อยคิดเรื่องการตลาด ถ้าวันหนึ่งขยายกำลังการผลิตแล้วต้องการดีมานด์เพิ่ม
เคล็ดลับบริหารคลินิก ส่งตรงถึงอีเมลคุณ
เจ้าของและผู้บริหารคลินิกกว่า 20,000 คน รับข่าวสารจากเราอยู่แล้ว
สำหรับเจ้าของคลินิกและผู้ที่กำลังจะเปิด — วิธีให้คนไข้ใหม่เจอคลินิกบน Google และให้ AI อย่าง ChatGPT และ Claude แนะนำคลินิกของคุณ วิธีลดงานหน้าเคาน์เตอร์และคนไข้ไม่มาตามนัด และเรื่องที่คลินิกอื่นเจอมาก่อน
ส่งสัปดาห์ละครั้ง · ไม่มีสแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ
More patients, and a system that runs the day
Jib OS brings new patients in, answers every one of them, and keeps the day running. Built by HDmall.
Or see what Jib OS is →คำถามที่พบบ่อย
คลินิกที่คิวเต็มแล้วยังต้องทำการตลาดไหม
โดยทั่วไปไม่ควรเป็นลำดับแรก เพราะการเพิ่มคนทักเข้ามาเมื่อรับไม่ไหวทำให้ทีมเสียเวลาและคนไข้ผิดหวัง สิ่งที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าคือการอุดรอยรั่วที่มีอยู่ ทั้งคิวที่หลุดแล้วไม่ได้เติม คนไข้เก่าที่ไม่กลับมาตามรอบ และงานที่ตกหล่นระหว่างทีม ซึ่งเป็นรายได้ที่ได้คืนโดยไม่ต้องเพิ่มดีมานด์
คิวหลุดในคลินิกที่คิวเต็มเสียหายแค่ไหน
เสียหายมากกว่าคลินิกทั่วไป เพราะเมื่อคิวเต็มยาวหลายสัปดาห์ ช่องที่ว่างกะทันหันแทบไม่มีทางถูกเติมทัน ทั้งที่มีคนรออยู่จำนวนมาก วิธีคำนวณคือนับจำนวนคิวที่ยกเลิกหรือไม่มาต่อสัปดาห์ แล้วคูณด้วยมูลค่าเฉลี่ยต่อคิว ตัวเลขนี้มักสูงกว่าที่คลินิกประเมินไว้อย่างมีนัยสำคัญ
ทีมสิบกว่าคนแบ่งหน้าที่กันแล้วทำไมงานยังตกหล่น
เพราะยิ่งมีจุดต่อระหว่างคนมาก โอกาสหล่นยิ่งสูง ในคลินิกที่มีทั้งฝ่ายต้อนรับ ฝ่ายนัดหมาย ฝ่ายดูแลวอล์กอิน ฝ่ายเก็บเงิน และฝ่ายดูแลหลังการรักษา ข้อมูลต้องส่งต่อหลายทอด ถ้าการส่งต่อพึ่งการบอกปากเปล่าและความจำ ความผิดพลาดจะเกิดเป็นระบบ ไม่ใช่เพราะใครไม่ตั้งใจ
คลินิกที่คิวเต็มควรลงทุนกับระบบส่วนไหนก่อน
ควรเริ่มจากส่วนที่จัดการงานภายในและการนัดหมาย ไม่ใช่ส่วนการตลาด เพราะปัญหาของคลินิกกลุ่มนี้ไม่ใช่การหาคนไข้ แต่คือการทำให้ทุกคิวที่มีอยู่เกิดมูลค่าเต็มที่และไม่มีงานตกหล่น เมื่อฐานส่วนนี้แน่นแล้วจึงค่อยพิจารณาเรื่องอื่นตามความจำเป็น
จะรู้ได้อย่างไรว่าเสียรายได้ไปเท่าไหร่จากงานที่ตกหล่น
เริ่มจากนับสามอย่างย้อนหลังหนึ่งเดือน คือจำนวนคิวที่ยกเลิกหรือไม่มาแล้วไม่ได้เติม จำนวนคนไข้ที่หมอสั่งให้นัดตรวจซ้ำแต่ไม่มีการนัดจริง และจำนวนครั้งที่คนไข้โทรกลับมาถามเรื่องที่อธิบายไปแล้ว สามตัวเลขนี้ให้ภาพที่ชัดพอจะตัดสินใจได้ว่าควรลงทุนแค่ไหน
คลินิกที่คิวเต็มควรขยายสาขาหรือปรับระบบก่อน
ควรปรับระบบก่อนในเกือบทุกกรณี เพราะการขยายสาขาโดยที่กระบวนการภายในยังพึ่งความจำและการบอกปากเปล่า จะทำให้ปัญหาเดิมทวีคูณตามจำนวนสาขา คลินิกที่ทำให้งานที่สาขาแรกไม่ตกหล่นได้ก่อน จะขยายได้เร็วและเจ็บน้อยกว่ามาก
Jib OS