คำนวณต้นทุนคนไข้ไม่มาตามนัด
ใส่ตัวเลขของคลินิกหกช่อง แล้วดูว่าคนไข้ที่ไม่มาตามนัดทำให้หายไปเดือนละเท่าไหร่ และระบบเตือนนัดต้องกู้คืนได้กี่นัดถึงจะคุ้มค่าระบบ
ต้นทุนผันแปร คือค่าวัสดุและของใช้ที่ไม่ได้จ่ายเมื่อคนไข้ไม่มา ใส่ไว้เพื่อไม่ให้นับรายได้เต็มจำนวนเป็นความเสียหาย
ช่องว่างที่เติมได้ คือสัดส่วนของนัดที่หลุดแล้วมีคนอื่นมาแทนได้ทัน ถ้าคลินิกมี walk-in มาก ควรใส่สูงขึ้น
พิมพ์ตัวเลขที่ใส่และผลลัพธ์ เพื่อนำไปคุยกับทีมหรือผู้ร่วมลงทุน
ทำไมไม่คิดจากรายได้เต็มจำนวน
เครื่องคำนวณ no-show ส่วนใหญ่เอาจำนวนนัดที่หลุดคูณราคาเต็ม แล้วได้ตัวเลขที่ใหญ่และน่าตกใจ
ตัวเลขนั้นสูงเกินจริงเสมอ ด้วยเหตุผลสองข้อ
คนไข้ที่ไม่มา ไม่ได้ใช้วัสดุ ค่ายา ค่าอุปกรณ์ใช้แล้วทิ้ง และของสิ้นเปลืองที่ควรถูกใช้ในนัดนั้น ยังอยู่ครบ ความเสียหายจริงคือส่วนต่างที่เหลือ ไม่ใช่ราคาเต็ม
ช่องว่างบางส่วนมีคนมาแทน คลินิกที่มี walk-in หรือมีคิวรอ จะเติมช่องที่หลุดได้บางส่วนเสมอ
เครื่องมือนี้จึงมีสองช่องที่เครื่องมืออื่นไม่มี คือ ต้นทุนผันแปรต่อนัด และ ช่องว่างที่เติมได้ ทั้งสองช่องดึงตัวเลขให้ต่ำลง
เราตั้งใจให้เป็นแบบนั้น ตัวเลขที่รอดจากการตรวจสอบมีประโยชน์มากกว่าตัวเลขที่ดูน่าตกใจ
ตัวเลข "ระบบเตือนนัดลดได้กี่ %" ควรใส่เท่าไหร่
ช่องนี้ตั้งมาให้ที่ 30% และปรับได้เอง เพราะเป็นตัวเลขที่ควรใส่ด้วยความระมัดระวังที่สุดในหน้านี้
งานวิจัยที่มีอยู่ให้ตัวเลขที่ค่อนข้างสูง การทบทวนงานวิจัยอย่างเป็นระบบฉบับหนึ่งพบว่าการเตือนนัดลดอัตราไม่มาตามนัดได้เฉลี่ย 41% อีกฉบับพบราว 34%
แต่การทดลองแบบสุ่มที่เข้มงวดกว่าให้ตัวเลขเล็กกว่ามาก โดยเฉพาะเมื่อวัดผลของการเตือน*เพิ่ม*จากที่เตือนอยู่แล้ว (งานวิจัยเรื่องระบบเตือนนัดบอกอะไรบ้าง)
ค่าตั้งต้น 30% จึงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งสองการทบทวน โดยตั้งใจ
และถ้าคลินิกมีระบบเตือนอยู่แล้ว ตัวเลขที่ควรใส่คือผลเพิ่มจากของเดิม ซึ่งมักต่ำกว่า 10% ไม่ใช่ตัวเลขจากการทบทวนงานวิจัยที่เทียบกับการไม่เตือนเลย
จุดคุ้มทุนคือตัวเลขที่ควรดูจริงๆ
มูลค่าที่หายไปต่อปีเป็นตัวเลขที่อ่านสนุก แต่ไม่ได้ช่วยตัดสินใจอะไร
ตัวเลขที่ช่วยตัดสินใจคือ ต้องกู้คืนกี่นัดต่อเดือนถึงจะคุ้มค่าระบบ เพราะเป็นคำถามที่ตอบได้ด้วยสามัญสำนึก ไม่ต้องเชื่อใคร
ถ้าเครื่องมือบอกว่าต้องกู้คืน 4 นัดต่อเดือน และคลินิกหลุดอยู่ 60 นัดต่อเดือน คำถามคือระบบเตือนน่าจะช่วยได้ 4 ใน 60 หรือไม่ ซึ่งเป็นคำถามที่ตอบเองได้
ถ้าเครื่องมือบอกว่าต้องกู้คืนมากกว่าจำนวนที่หลุดทั้งหมด คำตอบคือยังไม่คุ้ม และหน้านี้จะบอกตรงๆ
ตัวเลขที่ใส่มาจากไหน สำคัญกว่าตัวเลขที่ได้
สามช่องที่คนมักใส่ผิด
อัตราไม่มาตามนัด คลินิกส่วนใหญ่ประมาณจากความรู้สึก และมักต่ำกว่าความจริง เพราะนัดที่หลุดไม่ได้ทิ้งร่องรอยไว้ในระบบอย่างที่นัดที่มาทิ้งไว้
มูลค่าเฉลี่ยต่อนัด ถ้าคลินิกมีหัตถการราคาสูงไม่กี่รายการปนอยู่ ค่าเฉลี่ยจะถูกดึงขึ้นจนไม่สะท้อนนัดทั่วไป ควรใช้ค่ามัธยฐานถ้าหาได้
ช่องว่างที่เติมได้ แทบไม่มีใครวัดจริง ถ้าไม่แน่ใจ ให้ใส่ต่ำไว้ก่อนจะปลอดภัยกว่า เพราะจะทำให้ตัวเลขความเสียหายสูงขึ้น และการตัดสินใจบนตัวเลขที่สูงเกินไปแพงกว่าการรอ
ถ้าอยากได้ตัวเลขที่นับจริงแทนที่จะประมาณ แบบบันทึกแชทที่ตกหล่นใช้วิธีเดียวกันกับฝั่งแชทที่เข้ามา
More patients, and a system that runs the day
Jib OS brings new patients in, answers every one of them, and keeps the day running. Built by HDmall.
Or see what Jib OS is →ข้อควรระวัง
เครื่องมือนี้เป็นการประมาณการจากตัวเลขที่ผู้ใช้กรอกเอง ไม่ใช่การรับประกันผลลัพธ์ ผลของระบบเตือนนัดต่างกันมากตามประเภทบริการ กลุ่มคนไข้ ช่องทางที่ใช้เตือน และสิ่งที่คลินิกทำอยู่แล้ว ตัวเลขที่ได้ควรใช้เป็นจุดตั้งต้นในการพิจารณา ไม่ใช่ข้อสรุป
เคล็ดลับบริหารคลินิก ส่งตรงถึงอีเมลคุณ
เจ้าของและผู้บริหารคลินิกกว่า 20,000 คน รับข่าวสารจากเราอยู่แล้ว
สำหรับเจ้าของคลินิกและผู้ที่กำลังจะเปิด — วิธีให้คนไข้ใหม่เจอคลินิกบน Google และให้ AI อย่าง ChatGPT และ Claude แนะนำคลินิกของคุณ วิธีลดงานหน้าเคาน์เตอร์และคนไข้ไม่มาตามนัด และเรื่องที่คลินิกอื่นเจอมาก่อน
ส่งสัปดาห์ละครั้ง · ไม่มีสแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ
คำถามที่พบบ่อย
คนไข้ไม่มาตามนัดทำให้คลินิกเสียเงินเท่าไหร่
ขึ้นกับจำนวนนัด อัตราไม่มาตามนัด และมูลค่าต่อนัดของคลินิกนั้น แต่วิธีคิดที่ถูกต้องไม่ใช่เอาจำนวนนัดที่หลุดคูณราคาเต็ม เพราะคนไข้ที่ไม่มาไม่ได้ใช้วัสดุ และช่องว่างบางส่วนมีคนมาแทนได้ ความเสียหายจริงคือส่วนต่างหลังหักต้นทุนผันแปร คูณด้วยสัดส่วนของช่องที่เติมไม่ทัน
อัตราไม่มาตามนัดของคลินิกทั่วไปอยู่ที่เท่าไหร่
ต่างกันมากตามประเภทบริการและกลุ่มคนไข้ จนไม่มีตัวเลขกลางที่ใช้แทนกันได้ สิ่งที่ทำได้คือนับของคลินิกเองจากสมุดนัดย้อนหลังสองถึงสามเดือน คลินิกส่วนใหญ่ที่ประมาณจากความรู้สึกมักได้ตัวเลขต่ำกว่าความจริง เพราะนัดที่หลุดไม่ได้ทิ้งร่องรอยไว้เหมือนนัดที่มา
ระบบเตือนนัดลด no-show ได้จริงกี่เปอร์เซ็นต์
การทบทวนงานวิจัยอย่างเป็นระบบพบตัวเลขเฉลี่ยราว 34 ถึง 41% แต่เป็นการเทียบกับการไม่เตือนเลย ส่วนการทดลองแบบสุ่มที่วัดผลของการเตือนเพิ่มจากที่เตือนอยู่แล้ว พบตัวเลขที่เล็กกว่ามาก คลินิกที่มีระบบเตือนอยู่แล้วจึงควรคาดหวังผลเพิ่มในระดับต่ำกว่า 10% ไม่ใช่ตัวเลขจากการทบทวนงานวิจัย
ควรใส่ต้นทุนผันแปรเท่าไหร่
ให้ใส่สัดส่วนของค่าวัสดุและของสิ้นเปลืองที่จะไม่ได้จ่ายเมื่อคนไข้ไม่มา เทียบกับมูลค่าของนัดนั้น หัตถการที่ใช้วัสดุมากจะมีสัดส่วนสูง ส่วนการตรวจที่ใช้แต่เวลาแพทย์จะมีสัดส่วนต่ำ ค่าตั้งต้น 30% เป็นเพียงจุดเริ่ม ควรปรับตามโครงสร้างต้นทุนจริงของคลินิก
จุดคุ้มทุนคำนวณอย่างไร
เอาค่าระบบต่อเดือน หารด้วยมูลค่าที่หายไปจริงต่อหนึ่งนัดที่หลุด ผลลัพธ์คือจำนวนนัดที่ต้องกู้คืนได้ในหนึ่งเดือนจึงจะคุ้มค่าระบบ ตัวเลขนี้มีประโยชน์กว่ามูลค่าความเสียหายต่อปี เพราะเปลี่ยนคำถามให้เป็นเรื่องที่ตอบได้ด้วยสามัญสำนึก คือระบบน่าจะช่วยกู้คืนได้เท่านั้นจริงหรือไม่
ถ้าเครื่องมือบอกว่ายังไม่คุ้ม ควรทำอย่างไร
ถือว่าเป็นคำตอบที่ใช้ได้ แปลว่าในตัวเลขชุดนี้ การลงทุนกับระบบเตือนนัดอย่างเดียวยังไม่คุ้ม และควรมองหาสาเหตุอื่นก่อน เช่น การตอบแชทที่ตกหล่น หรือช่องว่างในตารางที่มาจากการจัดคิว ไม่ใช่จากการไม่มาตามนัด
Jib OS