Default fallback image

ผ่าตัดเส้นเลือดขอด กับ นพ. ชินะภัทร์ วุฒิวณิช ด้วยบริการ HDcare

สังเกตเห็นขาตัวเองมีเส้นเลือดปูดนูนหรือเห็นรอยเส้นเลือดเป็นร่างแหคล้ายใยแมงมุม สงสัยว่าใช่อาการเส้นเลือดขอดหรือไม่ แล้วจะกระทบต่อสุขภาพอย่างไร มาเจาะลึกข้อมูล “โรคเส้นเลือดขอด” ทั้งอาการ ระยะของโรค กลุ่มผู้ที่เสี่ยง วิธีรักษาแบบต่าง ๆ ทั้งผ่าตัดและไม่ผ่าตัด มีอะไรบ้าง? ป้องกันโรคนี้ล่วงหน้าได้หรือเปล่า?

ให้ข้อมูลโดย นพ. ชินะภัทร์ วุฒิวณิชย์ (ว.50224) ศัลยแพทย์หลอดเลือด หนึ่งในทีมแพทย์จากบริการ HDcare

อ่านประวัติ นพ. ชินะภัทร์ วุฒิวณิชย์ ได้ที่นี่ [รู้จัก 2 คุณหมอฝาแฝดกับความเชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดหลอดเลือด หัวใจ และทรวงอก]

โรคเส้นเลือดขอดคืออะไร?

เส้นเลือดขอด เป็นอาการที่พบได้บ่อยบริเวณขา โดยความจริงแล้วอาการนี้เป็นหนึ่งในอาการแสดงของกลุ่มโรคใหญ่อย่าง “โรคหลอดเลือดดำบกพร่องเรื้อรัง (Chronic Venous Insufficiency: CVI)” ซึ่งมีสาเหตุมาจากการเสื่อมสภาพของลิ้นหลอดเลือดดำจนทำให้หลอดเลือดขยายตัวและโป่งพองอย่างเห็นได้ชัดจากผิวกายภายนอก 

ส่วนปัจจัยที่ทำให้ลิ้นหลอดเลือดดำเสื่อมสภาพนั้น ส่วนมากมักเกิดจากอายุของคนไข้ที่มากขึ้น หรือมีลักษณะกิจวัตรประจำวันที่ต้องยืนเป็นเวลานานจนทำให้ลิ้นหลอดเลือดดำเสื่อมตัว มีการไหลย้อนของหลอดเลือดจนโป่งขยาย และปูดนูนจนเห็นได้จากภายนอก

เส้นเลือดขอดเจอบ่อยในคนกลุ่มใด?

กลุ่มอาการเส้นเลือดขอดมักพบได้บ่อยในผู้ที่ทำอาชีพที่ต้องยืนหรือห้อยขาเป็นเวลานาน ๆ เช่น ครู ทหาร ตำรวจ แพทย์ พยาบาล นอกจากนี้ยังพบได้บ่อยในกลุ่มผู้ที่ใกล้เข้าสู่วัยสูงอายุ หากยิ่งเคยทำอาชีพที่ต้องยืนหรือห้อยขานาน ๆ มาก่อนก็จะมีความเสี่ยงพบโรคนี้ได้มากกว่ากลุ่มคนทั่วไป

เส้นเลือดขอดแบ่งออกได้กี่ระยะ?

กลุ่มอาการเส้นเลือดขอดสามารถแบ่งออกได้ 6 ระยะ ซึ่งแต่ละระยะจะมีกลุ่มอาการที่รุนแรงเพิ่มมากขึ้น ได้แก่

  • ระยะที่ 1: คนไข้จะมองเห็นเส้นเลือดขอดที่คล้ายร่างแหหรือใยแมงมุม (Spider Veins หรือ Telangiectasias) 
  • ระยะที่ 2: คนไข้เริ่มมองเห็นเส้นเลือดขอดที่ปูดนูนขึ้น เมื่อสัมผัสจะรู้สึกนิ่ม ๆ (Varicose veins)
  • ระยะที่ 3: คนไข้เริ่มมีอาการขาบวมร่วมกับเห็นเส้นเลือดขอดที่ปูดนูน
  • ระยะที่ 4: ผิวหนังบริเวณที่เป็นเส้นเลือดขอดเริ่มมีสีคล้ำและแข็งขึ้น
  • ระยะที่ 5 และ 6: คนไข้มีแผลเกิดขึ้นบริเวณที่เป็นหลอดเลือดขอด หากปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ ไม่รีบรักษา ความดันของหลอดเลือดดำจะสูงขึ้นจนทำให้แผลแตกได้และมีน้ำเหลืองซึมออกมา

เป็นเส้นเลือดขอดหากไม่รีบรักษาจะเกิดอะไรขึ้น?

อาการเส้นเลือดขอดที่ไม่รีบรักษาจะทำให้อาการของคนไข้รุนแรงขึ้นจนส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตหรือความมั่นใจของคนไข้ได้ เช่น ขาบวมขึ้น ผิวมีสีคล้ำ หรือผิวแตกออกเป็นแผล

ทางที่ดีหากเจอความผิดปกติที่คล้ายกับอาการเส้นเลือดขอดตั้งแต่ระยะแรก ๆ ให้รีบเดินทางมาปรึกษาแพทย์โดยเร็ว

อาการเส้นเลือดขอดแบบใดที่ควรรีบมาพบแพทย์โดยด่วน?

ภาวะแทรกซ้อนจากอาการเส้นเลือดขอดที่คนไข้ควรรีบมาพบแพทย์โดยทันทีจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มอาการ ดังนี้

  • มีการแข็งตัวหรือมีลิ่มเลือดเกิดขึ้นภายในหลอดเลือด คนไข้กลุ่มนี้จะมีอาการอักเสบ ผิวบวมแดงในตำแหน่งที่มีหลอดเลือดขอด และมีไข้
  • มีอาการเลือดออกง่าย เมื่อผิวส่วนที่เป็นเส้นเลือดขอดถูกกระแทกระหว่างใช้ชีวิตประจำวันแม้เพียงเบา ๆ แต่คนไข้จะกลับพบว่าผิวบริเวณดังกล่าวนั้นปริแตก มีเลือดไหลซึมออกมาในปริมาณมาก และหยุดเลือดได้ยาก ส่วนมากมักพบในคนไข้ที่มีหลอดเลือดขอดมากและมีขนาดหลอดเลือดค่อนข้างใหญ่

ภาวะแทรกซ้อนจากเส้นเลือดขอดที่เกิดขึ้นได้

ภาวะแทรกซ้อนจากเส้นเลือดขอดแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ เช่นเดียวกับกลุ่มอาการที่ควรรีบมาพบแพทย์ ได้แก่

  • เป็นเส้นเลือดขอดและมีการแข็งตัวหรือลิ่มเลือดภายในหลอดเลือด ทำให้มีอาการอักเสบ บวมแดง และมีไข้
  • เป็นเส้นเลือดขอดและมีเลือดไหลมากเมื่อเส้นเลือดถูกกระแทกหรือมีบาดแผล ทำให้เกิดโอกาสเสียเลือดในปริมาณมากได้

การตรวจวินิจฉัยเส้นเลือดขอดทำได้อย่างไรบ้าง?

  • การตรวจจากสายตา โดยแพทย์จะตรวจดูลักษณะหรือผิวขาของคนไข้ว่ามีเส้นเลือดขอดปูดนูนอยู่บริเวณใดบ้าง
  • ตรวจอัลตราซาวด์หลอดเลือดดำที่ขา เป็นการตรวจที่จะเกิดขึ้นหลังจากตรวจดูด้วยสายตาแล้ว และคนไข้ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเส้นเลือดขอด จัดเป็นการตรวจประเมินเพิ่มเติมเพื่อให้แพทย์ได้เห็นตำแหน่งของหลอดเลือดที่เสียหายและมีการไหลย้อนจนทำให้เกิดเส้นเลือดขอดขึ้น

การรักษาเส้นเลือดขอดในปัจจุบันมีวิธีอะไรบ้าง?

การรักษากลุ่มอาการเส้นเลือดขอดสามารถแบ่งออกได้หลายวิธี โดยแบ่งหลัก ๆ ออกเป็น 2 แนวทาง ได้แก่

    • วิธีไม่ผ่าตัด เป็นวิธีรักษาเริ่มต้นของอาการเส้นเลือดขอด มักมีวิธีการรักษาต่อไปนี้
      • การใส่ถุงน่องทางการแพทย์ โดยถุงน่องจะสามารถช่วยบีบไล่เลือดไม่ให้ไหลไปกองอยู่ที่ขาหรือปลายเท้าเท่านั้น รวมถึงช่วยระบายเลือดให้กลับสู่หัวใจได้
      • การใช้ยา แพทย์จะจ่ายยาเพิ่มความตึงตัวของผนังหลอดเลือดดำและสามารถช่วยบีบไล่เลือดไม่ให้ไหลไปกองอยู่ที่ขามากเกินไป
    • วิธีผ่าตัด สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 แนวทาง ดังนี้
      • การผ่าตัดเส้นเลือดขอดด้วยการสวนหลอดเลือด มีเทคนิคย่อย 2 รูปแบบ ได้แก่
        • การผ่าตัดเส้นเลือดขอดด้วยคลื่นวิทยุ RFA 
        • การผ่าตัดอุดเส้นเลือดขอดด้วยการใช้สารยึดติดทางการแพทย์ (กาว)
  • การผ่าตัดเส้นเลือดขอดด้วยการผ่าตัดแบบเปิด

การผ่าตัดรักษาเส้นเลือดขอดด้วยคลื่นวิทยุ RFA คืออะไร?

การผ่าตัดรักษาเส้นเลือดขอดด้วยคลื่นวิทยุ RFA (Radiofrequency Ablation) คือ การผ่าตัดเพื่ออุดเส้นเลือดส่วนที่ขอดด้วยการใช้อุปกรณ์สร้างความร้อนและเผาทำลายหลอดเลือดที่มีการไหลย้อนจากภายในร่างกายคนไข้

ใครเหมาะกับการผ่าตัดรักษาเส้นเลือดขอดด้วยคลื่นวิทยุ RFA 

การผ่าตัดรักษาเส้นเลือดขอดด้วยคลื่นวิทยุ RFA เหมาะกับคนไข้ที่มีอาการเส้นเลือดขอดและมีการไหลย้อนของหลอดเลือดอย่างเห็นได้ชัด สามารถทำได้ในทุกกลุ่มช่วงอายุ เป็นวิธีผ่าตัดที่คนไข้สามารถฟื้นตัวได้ค่อนข้างไว เพราะมีแผลผ่าตัดเป็นรูขนาดเล็ก ๆ คนไข้นอนโรงพยาบาลเพียงแค่ 1 คืน หลังจากนั้นสามารถเดินทางกลับบ้านได้

จุดเด่นของการรักษาเส้นเลือดขอดด้วยคลื่นวิทยุ RFA

  • แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กอยู่ใกล้หัวเข่า
  • พักฟื้นที่โรงพยาบาลเพียง 1 คืนก็เดินทางกลับบ้านได้

ข้อจำกัดของการรักษาเส้นเลือดขอดด้วยคลื่นวิทยุ RFA

การใช้คลื่นวิทยุ RFA อาจมีข้อจำกัดในคนไข้บางกลุ่มที่ไม่สามารถรักษาด้วยการผ่าตัดเทคนิคนี้ได้ เช่น หลอดเลือดขอดมีลักษณะคดเคี้ยวมาก หรือหลอดเลือดขอดอยู่ตื้นชิดกับผิวหนัง ทำให้แพทย์ไม่สามารถใส่อุปกรณ์หรือสายสวนเข้าไปรักษาได้ ซึ่งแพทย์จะมีการตรวจประเมินหาข้อจำกัดเหล่านี้ตั้งแต่ก่อนเริ่มวางแผนการรักษา

ขั้นตอนการรักษาเส้นเลือดขอดด้วยคลื่นวิทยุ RFA

  • แพทย์ตรวจประเมินสุขภาพเพื่อเช็กความพร้อมในการผ่าตัดให้กับคนไข้
  • แพทย์ระงับความรู้สึกคนไข้ด้วยการใช้ยาบล็อกหลังหรือยานอนหลับทางหลอดเลือดซึ่งจะทำให้คนไข้รู้สึกกึ่งหลับกึ่งตื่น ไม่ถึงขั้นเป็นยาสลบ และไม่ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ
  • แพทย์เจาะรูสอดสายสวนหลอดเลือดเข้าทางหลอดเลือดบริเวณใกล้หัวเข่า
  • แพทย์ใส่อุปกรณ์สำหรับเผาทำลายหลอดเลือดขอดผ่านรูแผลเดียวกัน
  • แพทย์ปล่อยความร้อนเพื่อเผาทำลายหลอดเลือดขอดจากภายใน
  • ปิดแผลด้วยผ้าก๊อซกันน้ำ

การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดรักษาเส้นเลือดขอดด้วยคลื่นวิทยุ RFA

  • หลังผ่าตัด คนไข้จะต้องพันขาเอาไว้ตั้งแต่ใต้ขาหนีบจนถึงปลายเท้า 1 สัปดาห์เพื่อให้หลอดเลือดที่ไหลย้อนปิดตัวสนิท
  • ในระหว่างที่พันขา คนไข้สามารถลุกเดินได้ตั้งแต่ 1 วันหลังการผ่าตัด
  • สามารถให้แผลโดนน้ำได้ตามปกติ แต่งดการฟอกสบู่หรือถูแผล เนื่องจากอาจทำให้ผ้าก๊อซที่ปิดแผลแบบกันน้ำหลุดออกได้
  • หมั่นสังเกตอาการผิดปกติ หากพบอาการขาบวมซึ่งอาจเกิดจากการมีลิ่มเลือดอุดตันที่หลอดเลือดดำ ให้รีบกลับมาพบแพทย์โดยเร็ว

การผ่าตัดรักษาเส้นเลือดขอดด้วยสารยึดติดทางการแพทย์ (กาว) คืออะไร?

การผ่าตัดรักษาเส้นเลือดขอดด้วยการใช้สารยึดติดทางการแพทย์ หรือกาว เป็นเทคนิคการรักษาอาการเส้นเลือดขอดด้วยการใช้กาวพิเศษซึ่งเป็นวัสดุทางการแพทย์ สามารถใช้รักษาโรคภายในหลอดเลือดมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยแพทย์จะหยอดกาวเข้าไปด้านในหลอดเลือดที่ขอด เมื่อกาวได้สัมผัสกับหลอดเลือดก็จะเกิดเป็นการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง ทำให้เกิดการแข็งตัว และออกฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดอุดปิดสนิท

ใครเหมาะกับการผ่าตัดรักษาเส้นเลือดขอดด้วยสารยึดติดทางการแพทย์ (กาว) 

การใช้สารยึดติดทางการแพทย์รักษาเส้นเลือดขอด เหมาะกับคนไข้ที่ไม่ต้องการพันขาหลังผ่าตัด อาจจะมีความรำคาญผ้าพันขาหรือถุงน่องได้ง่าย และมีเงื่อนไขสุขภาพบางอย่างที่ทำให้พันขาหรือใส่ถุงน่องไม่ได้ 

จุดเด่นของการใช้สารยึดติดทางการแพทย์ (กาว) รักษาเส้นเลือดขอด

  • เป็นการรักษาภายใต้การฉีดยาชาเฉพาะที่ ไม่ต้องมีการวางยาสลบ ไม่ต้องใช้ยาบล็อกหลัง
  • ไม่ต้องพันขาหลังผ่าตัด ทำให้สามารถดูแลตนเองหลังการรักษาได้สะดวกขึ้น
  • ไม่ต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล หลังผ่าตัดสามารถเดินทางกลับบ้านได้เลย

ข้อจำกัดของการใช้สารยึดติดทางการแพทย์ (กาว) รักษาเส้นเลือดขอด

  • คนไข้ที่มีเส้นเลือดขอดขนาดเล็กหรือใหญ่เกินไป อาจไม่สามารถรักษาอาการนี้ด้วยการใช้สารยึดติดทางการแพทย์ได้ เนื่องจากจะมีโอกาสทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนสูง
  • คนไข้ที่มีเส้นเลือดขอดอยู่ชิดกับผิวหนังมากเกินไป หากใช้สารยึดติดทางการแพทย์รักษาก็อาจทำให้คลำเจอก้อนแข็งใต้ผิวหนังภายหลังได้ ทำให้รู้สึกรำคาญหรือไม่สบายใจ แพทย์จึงจะแนะนำวิธีการรักษารูปแบบอื่นให้แทน
  • คนไข้บางรายอาจมีอาการแพ้สารยึดติดทางการแพทย์ ทำให้เกิดอาการคัน บวมแดง มีการอักเสบที่หลอดเลือด แต่อาการจะไม่รุนแรงมาก สามารถรักษาได้ด้วยการกินยาแก้แพ้ที่แพทย์สั่งจ่ายให้

ขั้นตอนผ่าตัดรักษาเส้นเลือดขอดด้วยการใช้สารยึดติดทางการแพทย์ (กาว) 

การรักษาเส้นเลือดขอดด้วยการใช้สารยึดติดทางการแพทย์ จัดเป็นวิธีรักษาที่มีความเรียบง่ายเมื่อเทียบกับเทคนิคผ่าตัดเพื่อรักษาเส้นเลือดขอดแบบอื่น ใช้ระยะเวลาในการผ่าตัดประมาณ 1 ชั่วโมง โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

  • แพทย์ฉีดยาชาเฉพาะที่ในตำแหน่งใกล้หัวเข่า
  • แพทย์ใส่อุปกรณ์เข้าหลอดเลือดและใส่สายหยอดกาว
  • แพทย์หยอดสารยึดติดทางการแพทย์เพื่ออุดเส้นเลือดขอดให้ปิดสนิทตลอดเส้น 
  • หลังจากอุดเส้นเลือดเสร็จเรียบร้อยแล้ว แพทย์จะนำอุปกรณ์ออกจากรูแผลและปิดด้วยผ้าก๊อซกันน้ำ
  • หลังผ่าตัดคนไข้สามารถลุกเดินได้เลย ไม่ต้องพันขา และเดินทางกลับบ้านได้

การผ่าตัดเอาเส้นเลือดขอดออก คืออะไร?

การผ่าตัดเอาเส้นเลือดขอดออก คือ การผ่าตัดเพื่อนำหลอดเลือดส่วนที่มีการไหลย้อนและเป็นต้นตอที่ทำให้เกิดอาการหลอดเลือดขอดออก โดยหลังผ่าตัด หลอดเลือดส่วนที่ขอดจะยุบตัวลงไปเอง

การผ่าตัดเอาเส้นเลือดขอดออกมีเทคนิคการผ่าตัดแบบเดียว นั่นก็คือการผ่าตัดแบบเปิด โดยแพทย์จะผ่าเปิดแผลที่ขาหนีบเพื่อใส่อุปกรณ์ดึงหลอดเลือดที่มีการไหลย้อนออกมา

การผ่าตัดเอาเส้นเลือดขอดออกเหมาะกับใคร?

การผ่าตัดเอาเส้นเลือดขอดออกเป็นการผ่าตัดที่ไม่มีข้อจำกัดใด ๆ สามารถทำได้ในคนไข้ทุกรายและเป็นอีกทางเลือกสำหรับคนไข้ที่ไม่สามารถผ่าตัดด้วยคลื่นวิทยุ RFA หรือการใช้กาวได้ เช่น คนไข้ที่เส้นเลือดขอดใหญ่มาก คดเคี้ยวมาก หรือเส้นเลือดขอดอยู่ตื้นชิดกับผิวหนัง

ขั้นตอนการผ่าตัดเอาเส้นเลือดขอดออก

  • แพทย์จะระงับความรู้สึกคนไข้ก่อนเริ่มผ่าตัด อาจเป็นการใช้ยาบล็อกหลังหรือการวางยาสลบ
  • แพทย์ผ่าเปิดแผลขนาดเล็กและตื้นทั้งหมด 2 แผล ได้แก่ แผลที่ขาหนีบ และแผลที่หัวเข่า
  • แพทย์สอดอุปกรณ์สำหรับนำหลอดเลือดที่มีการไหลย้อนเข้าทางแผลหนึ่ง และนำหลอดเลือดออกมาผ่านอีกแผลหนึ่ง
  • เย็บปิดแผล ขนาดแผลที่ขาหนีบจะอยู่ที่ประมาณ 2-3 เซนติเมตร ส่วนแผลที่หัวเข่าจะอยู่ที่ประมาณ 1-2 เซนติเมตร

หลังผ่าตัดเอาเส้นเลือดขอดออกควรดูแลตัวเองอย่างไร?

  • หลังผ่าตัด 6-8 ชั่วโมง คนไข้สามารถลุกเดินได้ตามปกติ
  • คนไข้ต้องพันขาไว้ตั้งแต่หลังผ่าตัดเสร็จสิ้น โดยพันตั้งแต่ขาหนีบไปจนถึงปลายเท้า 
  • คนไข้ต้องพันขาไว้อย่างต่อเนื่อง 1 สัปดาห์หรือจนถึงวันที่เดินทางมาตรวจแผลกับแพทย์ โดยให้พันไว้ตลอดในช่วงกลางวัน แต่ช่วงกลางคืนที่เข้านอนสามารถงดพันขาได้ แต่ถ้าหากเมื่อไรที่มีการลุกเดินก็ยังต้องพันขาไว้ตลอด
  • คนไข้ต้องพันขาอย่างแน่นหนาและกระชับอย่างเคร่งครัด มิฉะนั้นอาจเกิดโอกาสห้อเลือดในตำแหน่งที่ผ่าตัดได้ ซึ่งจะทำให้เกิดอาการขาบวม แผลมีสีม่วงคล้ำ มีรอยห้อเลือดขนาดใหญ่ หากพบอาการเหล่านี้ให้รีบกลับมาพบแพทย์โดยเร็ว

หลังผ่าตัดเส้นเลือดขอด มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ไหม?

ไม่ว่าคนไข้จะเลือกผ่าตัดเส้นเลือดขอดด้วยเทคนิคใดก็ตาม ทั้งการใช้คลื่นวิทยุ RFA การใช้สารยึดติดทางการแพทย์ หรือการผ่าตัดนำเส้นเลือดขอดออก ผลลัพธ์หลังผ่าตัดจะทำให้คนไข้ไม่กลับมาเป็นเส้นเลือดขอดซ้ำเส้นเดิมอีกในช่วง 5 ปี ถึง 90% 

แต่หลังจากผ่านช่วง 5 ปีไปแล้ว คนไข้บางรายอาจกลับมาเป็นเส้นเลือดขอดซ้ำได้ แต่มักจะพบบริเวณเส้นอื่นที่ยังไม่เคยได้รับการรักษามาก่อน ส่วนเส้นเลือดที่เคยผ่านการรักษามาแล้วจะหายดีอย่างถาวรประมาณ 80-90%

การดูแลตนเองเพื่อป้องกันเส้นเลือดขอด

การป้องกันไม่ให้เกิดอาการเส้นเลือดขอดนั้นค่อนข้างยาก และปัจจุบันก็ยังไม่มีวิธีป้องกันที่เห็นผลได้ชัดเต็มที่ เนื่องจากอาการเส้นเลือดขอดมักเกิดจากโรคที่มีต้นตอหลักมาจากความเสื่อมของอายุคนไข้ สิ่งที่พอจะช่วยบรรเทาความรุนแรงจากโรคนี้ได้คือการหมั่นสังเกตขาของตนเอง หากพบเห็นหลอดเลือดที่ปูดนูนเมื่อไร ให้รีบเดินทางมาพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ อย่าปล่อยปละละเลยไว้จนมีอาการผิดปกติมากขึ้น

ผ่าตัดเส้นเลือดขอด กับ นพ. ชินะภัทร์ วุฒิวณิชย์ ด้วยบริการจาก HDcare

สังเกตเห็นขาตัวเองคล้ายกับมีเส้นเลือดขอด มีอาการตึงน่อง ปวดบวม ทำให้ใช้ชีวิตไม่สะดวกหรือทำงานได้ไม่เต็มที่ อย่านิ่งนอนใจ รีบเดินทางมาปรึกษากับแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ

บริการจาก HDcare สามารถเป็นตัวกลางช่วยนัดหมายให้คุณปรึกษาคุณหมอได้ทั้งที่โรงพยาบาลหรือช่องทางออนไลน์ มีแอดมินนัดคิวให้ สะดวกสบาย ไม่เสียค่าใช้จ่ายจนกว่าจะตัดสินใจรักษา ทักหาแอดมิน HDcare ให้ทำนัดกับคุณหมอได้เลย

สอบถามทุกประเด็นเกี่ยวกับการผ่าตัดที่สงสัยกับทางทีมของ HDcare จนกว่าจะมั่นใจ และหากต้องการผู้ช่วยประสานงานด้านใดในโรงพยาบาลหรืออยากสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการ HDcare สามารถพูดคุยผ่านทางไลน์ @HDcare ได้เลย

Scroll to Top