recommended vaccines during pregnancy disease definition

วัคซีนในหญิงตั้งครรภ์ที่สำคัญมีอะไรบ้าง? อัปเดตจากราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์

การดูแลสุขภาพระหว่างตั้งครรภ์ไม่ได้มีเพียงแค่การฝากครรภ์และโภชนาการเท่านั้น แต่วัคซีนในหญิงตั้งครรภ์ก็ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่คุณแม่ไม่ควรมองข้าม เพราะช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่อาจกระทบทั้งแม่และลูกน้อยได้1

คุณแม่หลายคนอาจสงสัยว่าช่วงตั้งครรภ์ควรรับวัคซีนอะไรบ้าง วัคซีนไหนที่จำเป็น และช่วงเวลาใดเหมาะสมสำหรับการรับวัคซีนที่สุด ในบทความนี้จะพามาดูสรุปข้อมูลอัปเดตจากราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทยให้เข้าใจง่าย เพื่อช่วยให้คุณแม่วางแผนดูแลครรภ์ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

วัคซีนที่สำคัญสำหรับหญิงตั้งครรภ์มีอะไรบ้าง?

ในช่วงตั้งครรภ์ร่างกายของคุณแม่มักมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้ภูมิคุ้มกันบางส่วนลดลงและมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น2 ปัจจุบันแนวทางการให้วัคซีนในหญิงตั้งครรภ์จากราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์จึงแนะนำให้คุณแม่ตั้งครรภ์พิจารณารับวัคซีนที่ช่วยป้องกันโรคสำคัญทั้งต่อคุณแม่และทารกในครรภ์ ดังนี้

วัคซีน

การป้องกันโรค

ประโยชน์ที่ได้รับ

วัคซีน RSV ชนิด 2 สายพันธุ์ ป้องกันการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่างที่รุนแรงในทารกแรกเกิดอายุน้อยกว่า 6 เดือน1 ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันในสตรีตั้งครรภ์และสร้างภูมิคุ้มกันจากแม่สู่ลูก ลดความเสี่ยงทารกป่วยปอดอักเสบ หลอดลมฝอยอักเสบ หรือเกิดภาวะทางเดินหายใจล้มเหลวจนถึงขั้นเสียชีวิต3
ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่1 ลดความเจ็บป่วยรุนแรง การนอนโรงพยาบาล และภาวะแทรกซ้อนต่อการตั้งครรภ์ รวมถึงช่วยป้องกันไข้หวัดใหญ่ในทารกอายุน้อยกว่า 6 เดือน1
วัคซีนรวมบาดทะยัก-คอตีบ-ไอกรน (Tdap) ป้องกันไอกรน คอตีบ และบาดทะยัก1 ช่วยป้องกันไอกรน คอตีบ และบาดทะยักในทารกแรกเกิด และช่วยเสริมภูมิคุ้มกันโรครุนแรงที่อาจเป็นอันตรายต่อคุณแม่ตั้งครรภ์1

ทำไมวัคซีน RSV ถึงถูกเพิ่มเข้ามาในลิสต์วัคซีนที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรได้รับ?

วัคซีนในหญิงตั้งครรภ์มีเป้าหมายสำคัญคือช่วยป้องกันโรคที่อาจส่งผลกระทบต่อทั้งคุณแม่และทารกแรกเกิด1 ซึ่งวัคซีน RSV เป็นหนึ่งในวัคซีนที่ได้รับความสนใจมากขึ้นในปัจจุบัน เพราะเชื้อไวรัส RSV เป็นสาเหตุสำคัญของการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่างในทารกแรกเกิด โดยเฉพาะเด็กเล็กช่วงอายุน้อยกว่า 6 เดือนที่ระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่และมีความเสี่ยงต่ออาการรุนแรง4,5 เช่น หลอดลมฝอยอักเสบ ปอดอักเสบ หรือเกิดภาวะทางเดินหายใจล้มเหลวจนต้องนอนโรงพยาบาลหรือถึงขั้นเสียชีวิต3

วัคซีนในหญิงตั้งครรภ์

โดยเหตุผลที่วัคซีน RSV ถูกเพิ่มเข้ามาในกลุ่มวัคซีนสำคัญในหญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากการรับวัคซีน RSV ให้คุณแม่ระหว่างตั้งครรภ์สามารถกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันและส่งต่อภูมิคุ้มกันผ่านรกไปยังทารกในครรภ์ได้ตั้งแต่ก่อนคลอด ทำให้ลูกน้อยมีภูมิคุ้มกันตั้งแต่แรกเกิด วิธีนี้จึงถือเป็นหนึ่งในแนวทางป้องกันที่ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อรุนแรงและเสียชีวิตในเด็กทารกแรกเกิดได้ รวมถึงช่วยเพิ่มความอุ่นใจให้กับครอบครัวตั้งแต่วันแรกที่ลูกน้อยเกิดอีกด้วย1

วัคซีน RSV ช่วยป้องกันลูกน้อยได้อย่างไร?

เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ได้รับวัคซีน RSV แล้ว ร่างกายจะสร้างแอนติบอดีเพื่อต่อสู้กับเชื้อไวรัส จากนั้นภูมิคุ้มกันเหล่านี้จะถูกส่งผ่านรกไปยังทารกในครรภ์ ทำให้ลูกน้อยได้รับการปกป้องตั้งแต่ก่อนคลอด4

โดยภูมิคุ้มกันที่ส่งต่อจากแม่จะช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อไวรัส RSV และภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ตั้งแต่ลมหายใจแรก ซึ่งช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ทารกมีความเปราะบางเนื่องจากยังไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีด้วยตัวเองได้ การรับวัคซีน RSV ในคุณแม่ตั้งครรภ์จึงเปรียบเสมือนเป็นการสร้างเกราะป้องกันล่วงหน้าให้กับลูกน้อยตั้งแต่ลมหายใจแรกของชีวิต4,5

วัคซีน RSV ในคุณแม่ตั้งครรภ์ควรรับเมื่อไร?

การรับวัคซีน RSV ในคุณแม่ตั้งครรภ์สามารถรับได้ตลอดทั้งปี แต่เพื่อให้ร่างกายของคุณแม่มีเวลาสร้างภูมิคุ้มกันและส่งต่อแอนติบอดีไปยังทารกในครรภ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรพิจารณารับวัคซีน RSV ตามช่วงอายุครรภ์ที่เหมาะสม ควรได้รับวัคซีนเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 15 วันก่อนคลอด เพื่อช่วยให้ลูกน้อยได้รับการปกป้องตั้งแต่แรกเกิด1,7

โดยปัจจุบันคำแนะนำจากราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทยและสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย แนะนำให้คุณแม่ตั้งครรภ์รับวัคซีน RSV ชนิด 2 สายพันธุ์ ในช่วงอายุครรภ์ 24-36 สัปดาห์ เนื่องจากเป็นช่วงที่สามารถถ่ายทอดภูมิคุ้มกันผ่านรกไปยังทารกได้ดี ช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อ RSV และภาวะแทรกซ้อนรุนแรงของลูกน้อยได้1,8

ข้อมูลการใช้งานวัคซีน RSV ทั่วโลก9

ปัจจุบันวัคซีน RSV สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ได้รับการนำมาใช้งานในหลายประเทศทั่วโลก เพื่อช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัส RSV รุนแรงในทารกแรกเกิด โดยประเทศที่มีการนำวัคซีน RSV มาใช้ในระบบสาธารณสุขหรือมีการให้บริการแก่ประชาชน ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, บราซิล, อาร์เจนตินา, ออสเตรเลีย, ฝรั่งเศส, โคลอมเบีย, เดนมาร์ก, อุรุกวัย, คอสตาริกา และปานามา

การที่หลายประเทศได้นำวัคซีน RSV สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์มาใช้งาน ทำให้เห็นว่าวัคซีน RSV ในคุณแม่ตั้งครรภ์ได้รับการยอมรับและถูกนำมาใช้จริงในระดับนานาชาติ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อทางเดินหายใจรุนแรงในทารกแรกเกิด วัคซีน RSV จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกด้านการป้องกันสุขภาพที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรได้รับ

วัคซีน RSV หนึ่งในวัคซีนสำคัญที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรได้รับ

ปัจจุบันวัคซีน RSV ถือเป็นหนึ่งในวัคซีนสำคัญที่ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทยแนะนำให้คุณแม่ตั้งครรภ์ควรได้รับ เนื่องจากวัคซีน RSV จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายของคุณแม่และส่งต่อแอนติบอดีไปยังทารกในครรภ์ ทำให้ลูกน้อยได้รับการปกป้องจากเชื้อไวรัสนี้ตั้งแต่ลมหายใจแรกของของชีวิต ซึ่งเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ง่าย1

การรับวัคซีน RSV ในช่วงอายุครรภ์ที่เหมาะสมจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีดูแลสุขภาพของคุณแม่และลูกน้อยที่สำคัญ หากคุณแม่กำลังวางแผนดูแลครรภ์และรับวัคซีนระหว่างตั้งครรภ์ ควรปรึกษาสูตินรีแพทย์หรือแพทย์ผู้ดูแลเพื่อรับคำแนะนำเกี่ยวกับวัคซีน RSV และวัคซีนจำเป็นอื่น ๆ ที่เหมาะสมกับแต่ละช่วงการตั้งครรภ์

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวัคซีนในหญิงตั้งครรภ์ (FAQ)

วัคซีน RSV รับพร้อมวัคซีนอื่นได้ไหม

วัคซีน RSV สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์สามารถรับร่วมกับวัคซีนอื่นๆ ที่แนะนำในช่วงตั้งครรภ์ได้ เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ (Influenza) และวัคซีนไอกรน คอตีบ บาดทะยัก (Tdap) โดยทั่วไปแนะนำให้รับคนละตำแหน่ง เช่น แขนคนละข้าง หรือหากรับบริเวณเดียวกันควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 นิ้ว เพื่อความเหมาะสมในการให้วัคซีน8,10

ถ้าเลยช่วงที่แนะนำให้รับวัคซีน RSV ไปแล้ว ยังรับวัคซีนได้อยู่ไหม

หากเลยช่วงอายุครรภ์ที่แนะนำสำหรับการรับวัคซีน RSV ไปแล้ว ควรปรึกษาสูตินรีแพทย์หรือแพทย์ผู้ดูแลโดยตรง เพื่อประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล เนื่องจากประโยชน์ของวัคซีนขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่ร่างกายสามารถสร้างภูมิคุ้มกันและส่งต่อไปยังทารกได้ก่อนคลอด หากใกล้กำหนดคลอดมากแล้ว แพทย์อาจพิจารณาแนวทางป้องกันอื่นที่เหมาะสมเพิ่มเติมสำหรับลูกน้อยหลังคลอด11

PP-A1G-THA-0454

บริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด   

1 อาคารพาร์ค สีลม ชั้น 27 ห้อง 2701-2704 และ 2707-2708 ถนนคอนแวนต์ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500 โทรศัพท์ 02-761-4555

*โปรดปรึกษาแพทย์/เภสัชกรเพิ่มเติมหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคหรือการใช้ยา

Scroll to Top