สำรวจต้นตอ อาการ วิธีรักษา และคำถามที่พบบ่อยของโรคนิ่วในถุงน้ำดี ผ่าตัดมีกี่เทคนิค? ข้อดีข้อเสียเป็นอย่างไร? กินน้ำไม่กรองเป็นนิ่วในถุงน้ำดีจริงหรือไม่? คนอ้วนหรือคนผอมใครเสี่ยงกว่ากัน?
ตอบทุกคำถามที่ทุกคนสงสัยโดย นพ. ณัฐพล อภิกิจเมธา (ว.46110) ศัลยแพทย์ ต่อยอด ผ่าตัดผ่านการส่องกล้องศัลยศาสตร์ทั่วไป
อ่านประวัติ นพ. ณัฐพล อภิกิจเมธา ได้ที่นี่ [คุยกับ นพ. ณัฐพล อภิกิจเมธา ศัลยแพทย์ ต่อยอด ผ่าตัดผ่านการส่องกล้องศัลยศาสตร์ทั่วไป]
ถุงน้ำดี คืออะไร?
ถุงน้ำดี (Gallbladder) คือ อวัยวะที่มีลักษณะเป็นถุงชิดกับตับ อยู่บริเวณใต้ชายโครงด้านขวา มีหน้าที่กักเก็บ “น้ำดี” ซึ่งเป็นของเหลวที่ผลิตจากตับ และทำหน้าที่ย่อยสารอาหารประเภทไขมันที่อยู่ในลำไส้ โดยเมื่อเรากินอาหารเข้าไป ฮอร์โมนในร่างกายจะไปกระตุ้นให้ถุงน้ำดีบีบตัวไล่น้ำดีออกมาย่อยไขมัน
โรคนิ่วในถุงน้ำดี เกิดจากอะไร?
โรคนิ่วในถุงน้ำดี (Gall Stone) เกิดจากการเสียสมดุลของส่วนผสมในน้ำดี จนเกิดเป็นตกตะกอนของคอเลสเตอรอลหรือสารที่อยู่ในน้ำดี และรวมตัวกลายเป็นก้อนเม็ดนิ่วสะสมอยู่ในถุงน้ำดี
ใครคือกลุ่มเสี่ยงเป็นนิ่วในถุงน้ำดี
- ผู้หญิงมีโอกาสเป็นได้มากกว่าผู้ชาย
- ผู้มีภาวะอ้วนมีโอกาสเป็นได้มากกว่าผู้ที่มีรูปร่างผอม
- ผู้ที่อายุ 40 ปีขึ้นไป มีโอกาสเป็นได้มากกว่าผู้ที่อายุน้อยๆ
- ผู้ที่กินอาหารที่มีไขมันเยอะๆ อย่างต่อเนื่อง
- ผู้ที่ลดน้ำหนักและน้ำหนักลดลงเร็วๆ
อาการของโรคนิ่วในถุงน้ำดี
อาการบ่งชี้ที่พบได้บ่อยในคนไข้โรคนิ่วในถุงน้ำดี ได้แก่
- ปวดหรือจุกแน่นใต้ชายโครงด้านขวา มักเป็นหลังกินอาหาร
- จุกแน่นคล้ายกับอาหารไม่ย่อย
- รู้สึกแน่นๆ ตื้อๆ ที่ใต้ชายโครงขวา
- ในบางรายอาจปวดชายโครงด้านขวาร้าวไปถึงสะบักด้านหลัง
สำหรับอาการจากโรคนิ่วในถุงน้ำดีที่อยู่ในระดับอันตราย และควรรีบมาพบแพทย์โดยทันที ได้แก่
- ปวดใต้ชายโครงขวาอย่างรุนแรงและเป็นเวลาหลายชั่วโมง
- มีไข้ขึ้นสูง
หากพบ 2 อาการนี้ แพทย์อาจพิจารณาให้ทำการผ่าตัดฉุกเฉินให้คนไข้
การตรวจวินิจฉัยโรคนิ่วในถุงน้ำดี
การตรวจวินิจฉัยโรคนิ่วในถุงน้ำดีที่ให้ผลตรวจที่มีประสิทธิภาพ คือ การตรวจอัลตราซาวด์ (Ultrasound) เนื่องจากช่วยให้แพทย์เห็นก้อนนิ่วในชัดเจน แต่ขณะเดียวกัน การตรวจ CT Scan และการตรวจ MRI (Magnetic Resonance Imaging) ก็เป็นวิธีตรวจที่นิยมเช่นกัน รวมถึงนิยมใช้ตรวจก้อนนิ่วที่หลุดเข้าไปในท่อน้ำดีด้วย
การผ่าตัดรักษาโรคนิ่วในถุงน้ำดีมีกี่แบบ? มีข้อดีและข้อจำกัดอย่างไร?
การผ่าตัดรักษาโรคนิ่วในถุงน้ำดีแบ่งออกได้ 2 วิธี ได้แก่
1. การผ่าตัดแบบเปิดแผล
เป็นเทคนิคการผ่าตัดแบบดั้งเดิม มีจุดเด่นด้านที่สามารถผ่าตัดถุงน้ำดีได้แทบทุกรูปแบบ ไม่ว่าก้อนนิ่วจะมีขนาดใหญ่แค่ไหน หรือมีก้อนนิ่วหลุดเข้าไปในท่อน้ำดีก็ยังผ่าตัดได้ รวมถึงผ่าตัดได้ในทุกระดับการอักเสบของถุงน้ำดีด้วย
แต่การผ่าตัดแบบเปิดแผลก็มีข้อเสีย คือ ทำให้เกิดแผลขนาดใหญ่ โดยแผลอาจมีขนาดยาวถึง 10 เซนติเมตรที่ใต้ชายโครงขวา จึงทำให้คนไข้อาจรู้สึกเจ็บแผลและใช้เวลาฟื้นตัวหลายวัน นอกจากนี้ยังมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น ปอดติดเชื้อ ปอดแฟบ ซึ่งสามารถเกิดจากคนไข้หายใจไม่เต็มที่ เนื่องจากยิ่งหายใจลึกก็จะยิ่งเจ็บแผลผ่าตัดมากขึ้น
2. การผ่าตัดแบบส่องกล้อง
เป็นเทคนิคการผ่าตัดแบบใหม่ มีข้อดีด้านการสร้างแผลผ่าตัดที่มีขนาดเล็ก ช่วยลดความรู้สึกเจ็บแผล และลดระยะเวลาในการฟื้นตัว
แต่การผ่าตัดแบบส่องกล้องก็มีข้อจำกัดในผู้ที่มีอาการอักเสบอย่างรุนแรงที่ถุงน้ำดี จนทำให้เนื้อเยื่อรอบๆ ถุงน้ำดีบวมหรือเกิดพังผืด หากใช้การผ่าตัดแบบส่องกล้องก็อาจทำให้แพทย์มองเห็นนิ่วในถุงน้ำดีได้ยากขึ้น ในกรณีก็อาจพิจารณาใช้การผ่าตัดแบบเปิดแทน
การผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีแบบส่องกล้อง เหมาะกับใคร?
การผ่าตัดแบบส่องกล้องเป็นการผ่าที่เหมาะกับคนไข้ทุกราย ยกเว้นในคนไข้ที่ถุงน้ำดีอักเสบมากจนทำให้แพทย์ส่องกล้องแยกถุงน้ำดี ก้อนนิ่ว และท่อน้ำดีได้ไม่ชัดเจน ในกรณีนี้แพทย์มักใช้การผ่าตัดแบบเปิดแทน
ขั้นตอนการผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีแบบส่องกล้อง
การผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีแบบส่องกล้องใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง แต่หากถุงน้ำดีมีการอักเสบด้วย ก็อาจใช้นานขึ้น โดยมีขั้นตอนหลักๆ ดังต่อไปนี้
- วิสัญญีแพทย์ดมยาสลบคนไข้ และจัดท่าคนไข้ในท่านอนหงาย
- แพทย์กรีดเปิดแผลขนาด 1 เซนติเมตรครึ่งใกล้ๆ สะดือเพื่อสอดกล้องผ่าตัด
- แพทย์กรีดเปิดแผลอีก 2 แผลในขนาดครึ่งเซนติเมตร เพื่อสอดอุปกรณ์ผ่าตัดเข้าไปตัดเลาะถุงน้ำดีออกจากร่างกายคนไข้
- เย็บปิดแผล
การดูแลตนเองหลังผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีแบบส่องกล้อง
- คนไข้จะนอนพักที่โรงพยาบาลประมาณ 1-2 คืน และสามารถลุกเดินได้เลยหลังผ่าตัดเสร็จ
- หากไม่มีสัญญาณอาการแทรกซ้อน แพทย์จะอนุญาตให้กลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านประมาณ 1 สัปดาห์ หลังจากนั้นสามารถกลับไปทำงานได้ตามปกติ
- งดกินอาหารที่มีไขมันมากๆ หรือมีความมันมากประมาณ 2-3 เดือน เนื่องจากในช่วงแรกหลังผ่านำถุงน้ำดีออกไปแล้ว การหลั่งถุงน้ำดีจากตับอาจยังไม่สมดุล หากกินอาหารมันๆ ก็อาจทำให้ท้องอืดหรืออาหารไม่ย่อยได้
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นหลังผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีแบบส่องกล้อง
- ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้ทั่วไปหลังผ่าตัดทุกชนิด เช่น เสียเลือดมาก แผลติดเชื้อ แต่ส่วนมากพบได้น้อยในเทคนิคการผ่าตัดแบบส่องกล้อง
- การบาดเจ็บของท่อน้ำดี แต่เป็นกรณีที่พบได้น้อยเช่นกัน
ผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีแบบส่องกล้องกับ นพ. ณัฐพล อภิกิจเมธา ด้วยบริการจาก HDcare
ใครมีอาการจุกแน่นใต้ชายโครงขวา จุกแน่นที่ลิ้นปี่หลังกินอาหารบ่อยๆ นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคนิ่วในถุงน้ำดี อย่ารอช้าที่จะเดินทางไปตรวจกับแพทย์
หรือหากรู้สึกกังวล อยากปรึกษาแพทย์ ทีมงาน HDcare ยินดีเป็นผู้ช่วยนัดหมายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคนิ่วในถุงน้ำดีให้กับคุณโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
และหากได้รับการวินิจฉัยแล้วและต้องการผ่าตัด ทีมงาน HDcare พร้อมเป็นผู้ช่วยประสานงานด้านการผ่าตัดกับโรงพยาบาลให้กับคุณ และมีพยาบาลผู้ช่วยคอยอยู่เคียงข้างคุณในวันผ่าตัด ทั้งสะดวก รวดเร็ว มาโรงพยาบาลคนเดียวก็ผ่าตัดได้อย่างไร้กังวล
สอบถามทุกประเด็นเกี่ยวกับการผ่าตัดที่สงสัย กับทางทีมของ HDcare จนกว่าจะมั่นใจ และหากต้องการผู้ช่วยประสานงานด้านใดในโรงพยาบาล หรืออยากสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับบริการ HDcare สามารถพูดคุยผ่านทางไลน์ @HDcare ได้เลย





