ต้อ

Default fallback image

8 คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการผ่าตัดสลายต้อกระจก

การสลายต้อกระจกด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ (Phacoemulsification) เป็นเทคนิคการผ่าตัดเพื่อรักษาโรคต้อกระจก ที่ได้รับความนิยมที่สุด ณ ปัจจุบัน เนื่องจากแผลมีขนาดเล็กไม่เกิน 3 มิลลิเมตรเท่านั้น ทำให้ไม่ต้องเย็บแผลหลังผ่าตัด เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว อย่างไรก็ตาม หลายคนก็อาจยังมีคำถามหรือข้อสงสัยบางอย่างเกี่ยวกับการผ่าตัดต้อกระจกด้วยเทคนิคนี้ เราจึงรวบรวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการผ่าตัดสลายต้อกระจกมารวมไว้ในบทความเดียว 1. ผ่าตัดสลายต้อกระจก ใช้อะไรสลายต้อ? ตอบ: ผ่าตัดสลายต้อกระจก เป็นการใช้ “พลังงานคลื่นเสียงความถี่สูง” หรือที่เรียกว่า “คลื่นอัลตราซาวด์” ในการสลายเลนส์ตาธรรมชาติที่ขุ่นมัวจากโรคต้อกระจกเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นแพทย์จะดูดเศษชิ้นส่วนเลนส์ตาออกมา แล้วจึงใส่เลนส์แก้วตาเทียมกลับลงไปในถุงหุ้มเลนส์เดิม 2. ผ่าตัดสลายต้อกระจก พักฟื้นกี่วันหาย? ตอบ: […]

8 คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการผ่าตัดสลายต้อกระจก Read Post »

Default fallback image

เปรียบเทียบเลนส์แก้วตาเทียม มีกี่ชนิด แก้ไขสายตากี่ระยะ

เมื่อพูดถึง “เลนส์แก้วตาเทียม” หลายคนอาจเข้าใจว่ามีเพียงชนิดเดียว และใช้รักษาโรคต้อกระจก เท่านั้น แต่ความจริงแล้วเลนส์แก้วตาเทียมมีหลากหลายชนิด ซึ่งสามารถปรับแก้ปัญหาค่าสายตาของผู้ป่วยได้ด้วย โดยขึ้นอยู่กับชนิดของเลนส์แก้วตาเทียมที่แพทย์และผู้ป่วยเลือก แล้วเลนส์แก้วตาเทียมมีกี่ชนิด แต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร มีข้อดีข้อ จำกัดอย่างไรบ้าง รวมถึงก่อนเลือกเลนส์แก้วตาเทียม เราควรต้องคำนึงถึงปัจจัยใด มาอ่านให้คลายสงสัยกับบทความนี้ได้เลย เลนส์แก้วตาเทียมมีกี่ชนิด? เลนส์แก้วตาเทียมจำแนกออกได้ 2 ชนิดใหญ่ๆ และยังแบ่งชนิดย่อยลงไปอีก เพื่อให้ตอบโจทย์ปัญหาสายตาในผู้ป่วยแต่ละรายได้อย่างครอบคลุม ได้แก่ 1. เลนส์แก้วตาเทียมชนิดแข็ง เป็นเลนส์แก้วตาเทียมที่ใช้ในการผ่าตัดเปิดแผลใหญ่ ซึ่งเป็นการผ่าตัดต้อกระจกแบบดั้งเดิม มีข้อดี คือ กระบวนการผ่าตัดค่อนข้างง่าย ไม่ซับซ้อน

เปรียบเทียบเลนส์แก้วตาเทียม มีกี่ชนิด แก้ไขสายตากี่ระยะ Read Post »

Default fallback image

เจาะลึกวิธีสลายต้อกระจกด้วยคลื่นอัลตราซาวด์

วิธีรักษาโรคต้อกระจก ที่เป็นมาตรฐานในปัจจุบันมีเพียงวิธีเดียวนั่นคือ วิธีผ่าตัด โดยเทคนิคการผ่าตัดต้อกระจกที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันคือ การสลายต้อกระจกด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ ซึ่งมีข้อดีคือ แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กไม่เกิน 3 มิลลิเมตร ไม่ต้องเย็บแผล เจ็บน้อย แถมยังแก้ปัญหาค่าสายตาได้อย่างครอบคลุมอีกด้วย มาเจาะลึกพร้อมกันเกี่ยวกับข้อมูลที่ควรรู้ของการผ่าตัดสลายต้อกระจกด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ ทั้งนิยาม ขั้นตอน ข้อดี ข้อจำกัด รวมถึงการเตรียมตัว และการดูแลตนเองหลังการผ่าตัดเสร็จสิ้น การสลายต้อกระจกด้วยคลื่นอัลตราซาวด์คืออะไร? การสลายต้อกระจกด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ (Phacoemulsification) หรือเรียกอีกชื่อได้ว่า “การผ่าตัดรักษาต้อกระจกด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง” เป็นเทคนิคการผ่าตัดเพื่อรักษาโรคต้อกระจกด้วยการใช้คลื่นเสียงความถี่สูงสลายเลนส์ตาธรรมชาติที่ขุ่นมัว ก่อนจะดูดออกมา และแทนที่เลนส์แก้วตาเทียมชนิดพับได้ซึ่งเป็นชนิดของเลนส์แก้วตาเทียมที่สามารถแก้ไขค่าสายตาได้มากสุดถึง 3 ระยะ รวมถึงปัญหาสายตาเอียง เปรียบเทียบเลนส์แก้วตาเทียม

เจาะลึกวิธีสลายต้อกระจกด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ Read Post »

Default fallback image

เปรียบเทียบวิธีผ่าตัดต้อกระจก แบบเปิด VS สลายด้วยอัลตราซาวด์

วิธีรักษาโรคต้อกระจกที่เป็นมาตรฐานในปัจจุบันมีเพียงวิธีผ่าตัดวิธีเดียวเท่านั้น เพื่อคืนความคมชัดให้กับกระจกตา และทำให้การมองเห็นของผู้ป่วยกลับมาคมชัดอีกครั้ง ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 2 เทคนิคการผ่าตัด ได้แก่ การผ่าตัดต้อกระจกแบบเปิดแผลใหญ่ และการผ่าตัดต้อกระจกด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง การผ่าตัดทั้ง 2 เทคนิคมีความแตกต่างกันอย่างไร ทั้งข้อดี ข้อจำกัด ผู้ที่เหมาะกับการผ่าตัดแต่ละเทคนิค รวมถึงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น มาอ่านคำตอบกันในบทความนี้  1. ผ่าตัดต้อกระจกแบบเปิดแผลใหญ่ การผ่าตัดต้อกระจกแบบเปิดแผลใหญ่ (Extracapsular cataract extraction: ECCE) เป็นการผ่าตัดรักษาโรคต้อกระจกแบบดั้งเดิมที่ใช้กันมาอย่างยาวนาน โดยแพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่เพื่อระงับความรู้สึก  จากนั้นผ่าเปิดแผลขนาดประมาณ 10 มิลลิเมตรที่กระจกตาหรือเยื่อหุ้มตาขาว แล้วดันเลนส์ตาธรรมชาติที่ขุ่นมัวออกมาทั้งชิ้นจนเหลือเพียงถุงหุ้มเลนส์ไว้ด้านหลัง

เปรียบเทียบวิธีผ่าตัดต้อกระจก แบบเปิด VS สลายด้วยอัลตราซาวด์ Read Post »

Default fallback image

5 วิธีตรวจตาคัดกรองโรคต้อกระจก

โรคต้อกระจก เป็นโรคที่ทำให้การมองเห็นบกพร่องไปจากเดิม โดยผู้ป่วยจะมองเห็นพร่าเบลอ เกิดภาพซ้อน และหากไม่รีบรักษา โรคก็สามารถลุกลามจนกลายเป็นโรคต้อหิน จนผู้ป่วยสูญเสียการมองเห็นได้ แล้วถ้าอยากตรวจตัดกรองโรคต้อกระจก การตรวจที่จำเป็นมีอะไรบ้าง ติดตามอ่านได้ในบทความนี้ 1. ตรวจวัดสายตา การตรวจวัดสายตาเป็นการตรวจพื้นฐานของการตรวจสุขภาพตา เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของค่าสายตาในแต่ละบุคคล แต่ขณะเดียวกันก็ช่วยในการวินิจฉัยโรคต้อกระจกได้ด้วย เพราะหนึ่งในสัญญาณสำคัญคือ ผู้ป่วยจะมีปัญหาสายตาสั้นอย่างรวดเร็ว โดยการตรวจวัดสายตาจะประกอบไปด้วยการตรวจหลักๆ 3 อย่าง ได้แก่ การตรวจระดับการมองเห็น (Visual Acuity Test) โดยผู้ป่วยจะต้องปิดตาทีละข้าง และอ่านแผนภูมิตัวอักษรหรือตัวเลขที่เรียงจากขนาดใหญ่ไปเล็กทั้งหมด 8 บรรทัด การวัดลานสายตา (Visual

5 วิธีตรวจตาคัดกรองโรคต้อกระจก Read Post »

Default fallback image

8 คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคต้อกระจก

โรคต้อกระจก อันตรายไหม รู้ได้ยังไงว่าเป็น ทำให้ตาบอดได้หรือเปล่า เป็นแล้วต้องผ่าตัดเท่านั้นหรือใช้วิธีหยอดยาได้ไหม กินอะไรแล้วรักษาได้บ้าง สารพัดข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องต้อกระจก รวมเอาไว้ที่นี่แล้ว 1. โรคต้อกระจก อันตรายไหม? ตอบ: โรคต้อกระจก จะทำให้การมองเห็นของผู้ป่วยบกพร่องไป เช่น มองเห็นในที่สว่างลดลง มองเห็นแสงกระจายในเวลากลางคืน มองเห็นภาพซ้อน เห็นสีต่างๆ ผิดเพี้ยนไปจากปกติ ซึ่งอาการเหล่านี้ ส่งผลต่อชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการขับขี่ยานพาหนะ ทั้งกลางวันและกลางคืนลำบากขึ้น และเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย นอกจากนี้โรคต้อกระจกที่ไม่ได้รับการรักษา ยังสามารถพัฒนาเป็นโรคต้อหิน ซึ่งเป็นโรคต้อที่มีความร้ายแรง ทำให้การมองเห็นของผู้ป่วยแคบลงทีน้อยและสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรได้ในที่สุด 2. รู้ได้ยังไงว่าเป็นโรคต้อกระจก?

8 คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคต้อกระจก Read Post »

Default fallback image

4 โรคต้อ พร้อมสาเหตุ อาการ วิธีรักษา การป้องกัน

เมื่อพูดถึงโรคที่เกี่ยวข้องกับดวงตา หลายคนมักนึกถึง ‘โรคต้อ’ เป็นอันดับต้นๆ แต่โรคต้อ ก็มีหลายประเภท ซึ่งมีลักษณะอาการ และความรุนแรงที่แตกต่างกันออกไป บทความนี้จะพาไปรู้จักโรคต้อทุกประเภท ทั้ง ต้อกระจก ต้อลม ต้อเนื้อ ต้อหิน ว่าแต่ละโรคต่างกันอย่างไร มีสาเหตุมาจากปัจจัยอะไรบ้าง รวมถึงอาการเบื้องต้น วิธีรักษา และการป้องกัน โรคต้อมีกี่ประเภท? โรคต้อ เป็นกลุ่มโรคที่เกิดขึ้นในดวงตาซึ่งสามารถแบ่งได้ 4 ชนิด ได้แก่  โรคต้อกระจก (Cataract) โรคต้อลม (Pinguecula)  โรคต้อเนื้อ

4 โรคต้อ พร้อมสาเหตุ อาการ วิธีรักษา การป้องกัน Read Post »

Default fallback image

ต้อกระจก สาเหตุ อาการ ใครบ้างเสี่ยง วิธีรักษา การป้องกัน

โรคต้อกระจก เป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมของร่างกาย พบได้บ่อยในกลุ่มผู้สูงอายุ หากเป็นในระยะเริ่มต้น สามารถรักษาให้หายได้ แต่หากไม่รีบรักษา ก็อาจทำให้ผู้ป่วยสูญเสียการมองเห็นได้เลยทีเดียว  โรคต้อกระจกเกิดจากอะไร มีกี่ระยะ อาการเป็นอย่างไร ถ้าเป็นแล้วรักษาอย่างไรได้บ้าง รวมถึงมีวิธีป้องกันหรือไม่ อ่านข้อมูลสรุปใจความสำคัญเกี่ยวกับโรคต้อกระจกได้ในบทความนี้ โรคต้อกระจกคืออะไร? โรคต้อกระจก (Cataract) คือ ภาวะความขุ่นมัวของเลนส์ตา ซึ่งโดยปกติจะมีลักษณะใส ทำหน้าที่รวมแสงที่ผ่านเข้าดวงตาให้ตกที่จอประสาทตาพอดี แต่เมื่อเลนส์ตาเริ่มขุ่นมัว จึงทำให้แสงที่ผ่านเข้ามาตกลงที่จอประสาทตาได้น้อยลง ทำให้ผู้ป่วยมองเห็นภาพได้ไม่ชัดเจน เกิดภาพซ้อน มีอาการคล้ายกับตามัว หรือคล้ายกับสายตาสั้น โรคต้อกระจกสามารถแบ่งออกได้ 4 ระยะ ได้แก่

ต้อกระจก สาเหตุ อาการ ใครบ้างเสี่ยง วิธีรักษา การป้องกัน Read Post »

ต้อกระจก

ต้อกระจก ปล่อยไว้ ไม่ผ่าตัด อาจถึงตาบอด

โรคต้อกระจก (Cataract) เป็นปัญหาทางสายตาที่มักเกิดกับผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป แต่ก็อาจพบในคนที่อายุน้อยได้เช่นกัน อาการหลักๆ คือ สายตาพร่ามัว ข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้าง ไม่มีอาการเจ็บหรือระคายเคือง แต่หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการผ่าตัด ก็อาจร้ายแรงถึงตาบอดได้ เพื่อให้ทราบถึงอันตรายและเข้าใจวิธีการดูแลรักษาอย่างละเอียด หากโรคต้อกระจกเกิดขึ้นกับคนใกล้ตัวหรือผู้สูงอายุภายในบ้าน HDmall.co.th ได้รวบรวม ข้อมูลโรคต้อกระจก มาฝากกัน ต้อกระจกคืออะไร? ต้อกระจก เป็นโรคที่เกิดจากเลนส์แก้วตาเสื่อมสภาพจนมีความขุ่นมัวเกิดขึ้น ทำให้บดบังแสงที่จะผ่านเข้าไปในตา แสงจึงส่งผ่านไปยังประสาทตาได้ไม่เต็มที่ ทำให้การมองเห็นไม่ชัดเจนหรือมีอาการตาพร่ามัวมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งอาจใช้เวลาเป็นปีหรือหลายปี จนในที่สุดเมื่อแก้วตาขุ่นขาวทั้งหมดเรียกว่า ต้อสุก ก็จะมองไม่เห็น โดยต้อกระจกในผู้สูงอายุมักเป็นที่ตาทั้ง 2

ต้อกระจก ปล่อยไว้ ไม่ผ่าตัด อาจถึงตาบอด Read Post »

ผ่าตัดต้อหิน

ผ่าตัดต้อหิน เพื่อคงการมองเห็นที่มีอยู่ให้นานที่สุด

ต้อหิน (Glaucoma) เป็นโรคที่เกิดจากความดันในลูกตาสูงผิดปกติ ซึ่งเป็นผลจากการระบายน้ำออกของลูกตามีการอุดตันและเสื่อมสภาพ ทำให้เกิดการคั่งของน้ำส่งผลให้ความดันภายในลูกตาเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ จนมีการทำลายขั้วประสาทตา มีผลทำให้ตามัว ลานสายตาแคบลง ถ้าปล่อยทิ้งไว้ไม่เข้ารับการรักษาจะทำให้เกิดภาวะตาบอดถาวรได้ โดยต้อหินสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย แต่จะเกิดขึ้นบ่อยในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป รวมถึงผู้ที่มีประวัติของคนในครอบครัวเป็นต้อหิน และผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ดังนั้น เพื่อป้องกันและยับยั้งการดำเนินของโรคต้อหิน ส่วนใหญ่จักษุแพทย์จะรักษาด้วยการใช้ยา การเลเซอร์ หรือการผ่าตัด ส่วนการจะเลือกรักษาด้วยวิธีใดนั้น ขึ้นอยู่กับชนิดของต้อหิน ความรุนแรงและอาการของโรค และขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของจักษุแพทย์ วันนี้ HDmall.co.th จึงได้รวบรวมข้อมูลสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการผ่าตัดต้อหินมาฝากกัน ผ่าตัดต้อหินคืออะไร? การผ่าตัดต้อหิน (Glaucoma

ผ่าตัดต้อหิน เพื่อคงการมองเห็นที่มีอยู่ให้นานที่สุด Read Post »

หมดปัญหาระคายเคือง

หมดปัญหาระคายเคือง ตาพร่ามัว ด้วยการผ่าตัดต้อเนื้อ

ต้อเนื้อ (Pterygium) เป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมของเยื่อบุตาขาว จนทำให้เนื้อเยื่อบางส่วนพัฒนาผิดปกติ เกิดเป็นพังผืดสีขาวเหลืองหรือสีชมพูอ่อน รูปทรงสามเหลี่ยมปรากฎขึ้นบริเวณตาขาว ซึ่งเป็นโรคที่สามารถพบได้ทุกเพศทุกวัย แต่จะพบมากในผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง และมีอายุมากกว่า 40 ปี คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่า ต้อเนื้อไม่ใช่โรคอันตรายอะไร แต่จริงๆ แล้ว มันส่งผลต่อการใช้ชีวิตจนทำให้ไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ และวิธีรักษาโดยยาหยอดตาก็ใช้เพียงเพื่อช่วยลดอาการอักเสบเท่านั้น ไม่สามารถรักษาต้อเนื้อให้หายได้ การผ่าตัดจึงเป็นวิธีเดียวที่จะรักษาอาการเรื้อรังของต้อเนื้อได้ และยังเป็นการป้องกันผลข้างเคียงที่อาจเกิดจากการใช้ยาหยอดตาได้ด้วย เพราะส่วนใหญ่ยาหยอดตาจะมีส่วนผสมของสเตียรอยด์ หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานจะส่งผลกระทบที่อันตรายทำให้เป็นต้อกระจกหรือต้อหินตามมาได้ การผ่าตัดต้อเนื้อคืออะไร? การผ่าตัดต้อเนื้อ (Pterygium Excision) หรือการลอกต้อเนื้อ คือการผ่าเอาก้อนต้อเนื้อที่ตาขาว รวมถึงส่วนที่คลุมตาดำออก ซึ่งต้องทำโดยแพทย์ผู้ชำนาญการเท่านั้น เพราะเป็นการผ่าตัดที่ไม่ใช้ยาสลบ และเนื่องจากต้อเนื้อเป็นโรคที่อาจกลับมาเป็นซ้ำได้อีก

หมดปัญหาระคายเคือง ตาพร่ามัว ด้วยการผ่าตัดต้อเนื้อ Read Post »

g9aa278fde70097e0c848539ccd64ad2d53baeead65a4a7f796ada3bbb691262d5ffe4ed6e5bb3ac2e4c838bc3af59896_1280-321961.jpg

ต้อหิน คืออะไร? ข้อมูลโรค อาการ รักษา สิ่งที่ควรระวัง

โรคต้อหิน (Glaucoma) เป็นโรคทางตาซึ่งส่งผลให้เส้นประสาทตาถูกทำลายอย่างร้ายแรง โดยสาเหตุมักเกิดจากความดันภายในลูกตาที่สูงมาก และสามารถเป็นได้ที่ดวงตาทั้ง 2 ข้างหรือข้างเดียว ซึ่งเส้นประสาทตาที่ถูกทำลายนั้นจะเป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างลูกตากับสมอง เพื่อให้เรามองเห็นภาพต่างๆ ได้ และหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที โรคต้อหินก็สามารถทำให้สูญเสียการมองเห็นได้ ความดันภายในลูกตา สาเหตุหลักของโรคต้อหิน ในลูกตาของคนเราจะมีของเหลวใสที่เรียกว่า “น้ำหล่อเลี้ยงลูกตา” (Aqueous humor) ซึ่งจะไหลเวียนเพื่อเป็นสารอาหารให้แก่ลูกตาและส่วนประกอบอื่นๆ ของตา โดยปกติแล้วของเหลวนี้จะถูกระบายออกจากตาผ่านท่อระบายน้ำ (trabecular meshwork) ซึ่งอยู่ที่มุมตา แต่เมื่อไรก็ตามที่การระบายของเหลวนี้เกิดช้าลง ความดันภายในลูกตาก็จะสูงขึ้นเนื่องจากความผิดปกติของน้ำหล่อเลี้ยงลูกตา และนำไปสู่การกดทับเส้นประสาทตา เส้นประสาทตา (Optic Nerve) เป็นอวัยวะที่สำคัญมากสำหรับการมองเห็น เพราะเป็นตัวนำพาสัญญาณจากจอประสาทตา (Retina)

ต้อหิน คืออะไร? ข้อมูลโรค อาการ รักษา สิ่งที่ควรระวัง Read Post »

เลเซอร์ตา

ต้อกระจก คืออะไร? ข้อมูลโรค อาการ รักษา สิ่งที่ควรระวัง

โรคต้อกระจก (Cataract) เป็นภาวะความผิดปกติของตาที่พบได้มากที่สุด โดยโรคนี้เกิดขึ้นจากเลนส์แก้วที่ตาเกิดความเสื่อมสภาพ จนสูญเสียสภาพความโปร่งแสงไป และเกิดการขุ่นมัวภายในแก้วตา โรคต้อกระจกมีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพและเคมี เช่น โปรตีนภายในเลนส์แก้วตาไม่สามารถละลายน้ำได้จนทำให้เกิดความขุ่น เลนส์แก้วตามีแคลเซียมเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เลนส์ตาแข็ง มักพบมากในผู้ป่วยสูงอายุ และจะส่งผลให้ผู้ป่วยมีการมองเห็นที่แย่ลง สาเหตุของโรคต้อกระจก โดยปกติ แก้วตาของผู้ใหญ่จะประกอบด้วยน้ำ 65% และโปรตีน 35% ซึ่งแก้วตานี้อาจเกิดการขุ่นตัวขึ้นได้จากการเปลี่ยนแปลงทางเคมี เช่น ได้รับออกซิเจนลดลง หรือได้รับโซเดียมและแคลเซียมเพิ่มขึ้น ในขณะที่ได้รับโพแทสเซียม กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) และโปรตีนลดลง ได้รับรังสีอัลตราไวโอเลต (Ultraviolet: UV) จากแสงแดดมากเกินไป นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นๆ

ต้อกระจก คืออะไร? ข้อมูลโรค อาการ รักษา สิ่งที่ควรระวัง Read Post »

Scroll to Top