nose bleed is it worrying

เลือดกําเดาไหล อันตรายมากไหม ปฐมพยาบาลอย่างไรให้หายเร็ว

เลือดกำเดาไหล (Nosebleed) คือ การที่มีเลือดไหลออกมาจากรูจมูก เกิดจากเส้นเลือดฝอยในโพรงจมูกแตก หรือฉีกขาด เลือดกำเดาไหลพบได้บ่อยในคนทุกเพศทุกวัย

มีคำถามเกี่ยวกับ เลือดกำเดาไหล? สอบถามฟรีทาง LINE รับคำตอบได้ทันที ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความสบายใจของคุณ

อาการเลือดกำเดาไหลอาจมีเลือดไหลออกมาจากโพรงจมูกเพียงข้างเดียว หรือทั้งสองข้างก็ได้ ปริมาณเลือดที่ออกมาจะมาก หรือน้อยก็ได้ ขึ้นอยู่กับเส้นเลือดที่แตก และวิธีห้ามเลือดที่ใช้

เลือดกำเดาไหล แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่

  • โพรงจมูกส่วนหน้า: ส่วนใหญ่มากกว่า 90% ของคนที่มีเลือดกำเดาไหล จะมีเลือดออกมาจากโพรงจมูกส่วนหน้า ซึ่งเป็นจุดที่มีหลอดเลือดฝอยมารวมกันอยู่เป็นจำนวนมาก เลือดกำเดาไหลในลักษณะนี้มักไม่อันตราย และเลือดจะหยุดไหลได้เองเมื่อผ่านไป 10-15 นาที
  • โพรงจมูกส่วนหลัง: พบได้น้อยกว่า โดยเลือดออกจากโพรงจมูกส่วนหลังเกิดจากเส้นเลือดที่อยู่ลึกเข้าไปฉีกขาด ทำให้เลือดไหลออกมาทางจมูก และเข้าไปในคอ เลือดกำเดาไหลลักษณะนี้มักหยุดช้า หลายครั้งก็เกิดจากสาเหตุที่อันตราย เช่น ศีรษะถูกกระทบกระเทือน

สาเหตุของเลือดกำเดาไหล

เลือดกำเดาไหลเกิดจากหลอดเลือดฝอยในโพรงจมูกแตก ส่วนสาเหตุที่แตก มาจากการระคายเคืองภายในโพรงจมูกซึ่งปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดการระคายเคือง ได้แก่

มีคำถามเกี่ยวกับ เลือดกำเดาไหล? สอบถามฟรีทาง LINE รับคำตอบได้ทันที ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความสบายใจของคุณ

  • การแคะจมูก หรือใช้ของแข็งแหย่รูจมูก
  • การจามบ่อยๆ หรือสั่งน้ำมูกแรงๆ
  • ได้รับบาดเจ็บจนจมูกกระทบกระเทือน
  • อยู่ในสภาพอากาศที่หนาวเย็น และแห้ง
  • เป็นผลข้างเคียงจากยาบางชนิด เช่น ยาแก้หวัด ยาแก้ภูมิแพ้ ซึ่งทำให้จมูกแห้ง
  • การรับประทานยาแอสไพริน (Aspirin) ปริมาณมาก ทำให้มีเลือดออกง่าย

สาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้เกิดเลือดกำเดาไหล

  • อาจเกิดจากการได้รับอุบัติเหตุที่ศีรษะและใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณจมูก หรือโพรงไซนัส
  • ความผิดปกติในช่องจมูก เช่น ผนังกั้นช่องจมูกคด แคบ หรือโค้งงอเป็นสันแหลม
  • การอักเสบในช่องจมูก เช่น การติดเชื้อ โรคแพ้อากาศ
  • เนื้องอกในช่องจมูก หรือโพรงอากาศข้างจมูก
  • โรคเกี่ยวกับเลือด เช่น ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ การแข็งตัวของเลือดผิดปกติ

สาเหตุที่ทำให้เลือดกำเดาไหลบ่อยๆ หรือเลือดไหลมาก

สำหรับผู้ที่มีเลือดกำเดาไหลบ่อยๆ หรือมีเลือดไหลมาก และหยุดไหลยาก อาจเกิดจากสาเหตุต่างๆ เช่น

  • เป็นโรคภูมิแพ้ และได้รับสิ่งกระตุ้นอาการแพ้เป็นประจำ
  • เป็นโรคความดันโลหิตสูง
  • เป็นโรคเบาหวาน
  • มีภาวะเลือดออกผิดปกติ หรือการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ เช่น โรคฮีโมฟีเลีย (Hemophilia)
  • มีการติดเชื้อในทางเดินหายใจส่วนบน
  • เป็นมะเร็งโพรงจมูก

อันตรายจากเลือดกำเดาไหล

หากเลือดกำเดาไหลออกเพียงนิดๆ หน่อยๆ สามารถหยุดได้เอง ถือว่าไม่มีอันตรายรุนแรง แต่หากเลือดกำเดาออกบ่อย หยุดไหลยาก หรือเกิดจากเลือดออกที่โพรงจมูกส่วนหลัง ห้ามเลือดไม่ได้ ก็อาจก่อให้เกิดอันตรายตามมา เช่น

  • เกิดอาการสำลักเลือดจากการที่เลือดไหลลงคอไปยังกระเพาะอาหาร บางครั้งอาจทำให้อาเจียนออกมาเป็นเลือดด้วย
  • เกิดปอดอักเสบจากการที่เลือดออกมาก และไหลไปคั่งค้างที่ปอด
  • เกิดภาวะโลหิตจางจากการเสียเลือดมากเกินไป

การปฐมพยาบาลรักษาเลือดกำเดาไหล

  • นั่งหลังตรง ก้มหน้าลงเล็กน้อย ใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้บีบจมูกเข้าหากัน เพื่อห้ามเลือดที่ไหลจากด้านหน้าโพรงจมูก ทำค้างไว้ 5-10 นาที โดยระหว่างนั้น ให้หายใจทางปากแทน และพยายามอย่าขยับร่างกายมาก
  • หลีกเลี่ยงการแหงนหน้า หรือการนอนราบ เพราะจะทำให้เลือดไหลเข้าไปในคอจนสำลัก หรือเกิดปอดอักเสบได้
  • หากใช้วิธีบีบจมูกแล้วเลือดยังไม่หยุดไหล อาจใช้ผ้าเย็น หรือผ้าห่อน้ำแข็งมาวางบริเวณสันจมูก เพื่อช่วยให้หลอดเลือดหดตัว รวมถึงอาจวางแผ่นประคบเย็นไว้ที่หน้าผาก เพื่อช่วยลดอุณหภูมิร่างกายก็ได้เช่นกัน
  • ใช้ผ้าก๊อซอัดเป็นชั้นๆ ใส่ในโพรงจมูก
  • ถ้าเลือดออกไม่หยุด หรือออกมาเป็นจำนวนมากผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

การดูแลตัวเองหลังเลือดหยุดไหล

  • ทำความสะอาดจมูกด้วยน้ำอุ่น และอาจประคบเย็นต่อไปก็ได้
  • หลังเลือดหยุด ให้นอนพักผ่อนโดยการนอนยกหัวสูง
  • หลีกเลี่ยงการออกแรงมาก เช่น การยกของหนัก
  • หลีกเลี่ยงการอยู่ในจุดที่อากาศเย็นและแห้ง เช่น ห้องที่เปิดแอร์จนหนาว
  • หลีกเลี่ยงการสั่งน้ำมูก และแคะจมูกระหว่างที่เลือดไหล รวมถึงภายใน 24-48 ชั่วโมง หลังเลือดหยุดไหล
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ และของร้อนทุกชนิด

วิธีรักษาเลือดกำเดาไหล สำหรับผู้ที่เลือดกำเดาไหลบ่อย

สำหรับผู้ที่มีเลือดกำเดาไหลบ่อย หรือเลือดออกมากจนผิดปกติ อาจต้องพบแพทย์เพื่อรับการรักษาด้วยแนวทางต่อไปนี้

  • ในกรณีที่เลือดไหลไม่หยุด แพทย์จะให้วัสดุอุดจมูกเพื่อห้ามเลือด เช่น ผ้าก็อซเคลือบวาสลีน โดยต้องใส่วัสดุไว้ในโพรงจมูก 2-3 วัน
  • หากแพทย์มองเห็นจุดที่เลือดออกได้ชัดเจน จะรักษาด้วยวิธี “จี้จุดเลือดออก (Cauterization)” โดยใช้สารซิลเวอร์ไนเตรท (Silver nitrate) และอาจใช้ไฟฟ้า หรือเลเซอร์ร่วมด้วย เพื่ออุดหลอดเลือดบริเวณนั้น
  • ใช้ยาหยอดจมูกเพื่อให้หลอดเลือดหดตัวเฉพาะที่ เช่น 1-3% เอฟิดรีน (Ephedrine) แต่ฤทธิ์ยาอาจทำให้เยื่อบุโพรงจมูกอักเสบได้
  • หากเลือดออกที่โพรงจมูกส่วนหลัง แพทย์จะใช้วัสดุกดห้ามเลือดที่หลังโพรงจมูก เช่น ใช้บอลลูนสายสวนปัสสาวะห้ามเลือด ซึ่งอาจทำให้รู้สึกเจ็บ จึงจำเป็นต้องใช้ยาชา หรือให้ดมยาสลบ และต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลด้วย
  • บางรายหากมีอาการมาก และอยู่ในกลุ่มต่อไปนี้ คือ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคหัวใจ หรือผู้ป่วยที่ใช้วิธีรักษามาตรฐานแล้วรักษาไม่ได้ผล แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดโดยการส่องกล้อง รักษาเส้นเลือดที่มีเลือดออก ซึ่งจะทำให้เลือดกำเดาหยุดไหลได้ทันที

การป้องกันเลือดกำเดาไหล

  • หลีกเลี่ยงการสั่งน้ำมูกแรงๆ และการแคะจมูก
  • หลีกเลี่ยงการอยู่ในสภาพอากาศที่แห้งและหนาวเย็น หากจำเป็นควรใช้ปิโตรเลียมเจลทารอบจมูก เพื่อป้องกันโพรงจมูกแห้ง
  • งดการดื่มแอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่
  • หากสาเหตุมาจากยาบางชนิด ให้งดรับประทานยาดังกล่าว เช่น ยาแอสไพริน และยาแก้แพ้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกระทบกระเทือนที่โพรงจมูก และศีรษะ

อย่างไรก็ตาม เลือดกำเดาไหลอาจไม่ได้มีสาเหตุจากการระคายเคืองในโพรงจมูกเสมอไป หมั่นสังเกตตนเองและคนรอบข้าง หากเกิดจากภาวะผิดปกติอื่นๆ ควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ และเข้ารับการรักษาที่ถูกต้องอย่างทันท่วงที


เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจตรวจมะเร็งทั่วไป

มีคำถามเกี่ยวกับ เลือดกำเดาไหล? สอบถามฟรีทาง LINE รับคำตอบได้ทันที ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความสบายใจของคุณ

หากคุณติดตั้ง LINE บนคอมพิวเตอร์ของคุณแล้ว ระบบจะเปิดบัญชีทางการ LINE ของ Jib AI ผู้ช่วยสุขภาพ โดยอัตโนมัติ

หากคุณยังไม่ได้ติดตั้ง LINE บนเดสก์ท็อป โปรดสแกน QR โค้ดด้วย LINE บนโทรศัพท์มือถือของคุณเพื่อเริ่มแชทกับ Jib AI ผู้ช่วยสุขภาพ