หลายคนคงคิดว่าถ้าเราอายุยังน้อย สุขภาพแข็งแรง และดูแลตัวเองเป็นอย่างดี การมีลูกก็คงไม่ใช่เรื่องยากใช่มั้ยคะ ออยเองก็เคยคิดแบบนั้นเหมือนกันค่ะ จนออยได้พยายามมีลูกด้วยวิธีธรรมชาติมานานกว่า 2 ปี แต่ก็ยังไม่มีข่าวดีสักที ทำให้เริ่มสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ และนั่นก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ออยและสามีตัดสินใจเข้ามาปรึกษาคุณหมอเพื่อมองหาคำตอบและทางเลือกในการรักษาที่เหมาะกับตัวเอง
วันนี้มองย้อนกลับไปออยรู้สึกว่าการตัดสินใจในวันนั้นเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องมาก เพราะหลังจากได้เข้ามาพูดคุยพร้อมกับวางแผนการรักษาร่วมกับคุณหมอแล้วเริ่มต้นกระบวนการทำ ICSI ออยก็ได้มีลูกสมใจภายในระยะเวลา 3 เดือนเลย
เส้นทางตลอด 2 ปีที่ผ่านมาของออยเป็นยังไง ออยต้องเจอกับอะไรบ้าง และอะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความฝันในการมีลูกของออยกลายเป็นจริง เพื่อนๆ ตามมาอ่านประสบการณ์ของออยได้ที่บทความนี้เลยค่ะ
2 ปีแห่งการรอคอยที่คิดว่าทุกอย่างน่าจะเป็นไปตามธรรมชาติ
ต้องเล่าก่อนว่าหลังจากแต่งงานออยกับสามีก็วางแผนที่จะมีลูกกันเลยทันที และตอนนั้นก็พยายามปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ เพราะคิดว่าเรายังอายุน้อยและยังสุขภาพดีอยู่ ทำให้ออยไม่ได้กังวลเรื่องการมีลูกยากเลยค่ะ
ถ้าถามว่าตอนนั้นออยชิลมากแค่ไหน ก็ต้องบอกเลยว่าชิลมากๆ ค่ะ เพราะออยไม่ได้นับวันไข่ตก ไม่ได้กินวิตามินเสริมอะไรเลย เน้นปล่อยใจไปตามฟีล ไม่กดดันตัวเอง เพราะกลัวว่าถ้าเรากดดันมากเกินไปจะทำให้เครียดและมีลูกยาก
แต่พอเวลาเริ่มผ่านไปเรื่อยๆ จนเกือบ 2 ปี ออยก็เริ่มสงสัยแล้วว่าเรามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า เพราะปล่อยตามธรรมชาติมานานแล้วก็ยังไม่มีลูกสักที แถมช่วงนั้นเห็นพี่ที่รู้จักกันเค้าอายุมากกว่าเราแต่ปล่อยตามธรรมชาติไม่กี่เดือนก็ตั้งท้องแล้ว
ออยกับสามีเลยตัดสินใจว่าเราทั้งคู่ควรจะต้องเข้าไปพบคุณหมอและปรึกษาปัญหาแล้วล่ะ นี่ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราเข้าไปพบคุณหมอค่ะ
จุดเริ่มต้นของการหาคำตอบที่ทำให้มีลูกยาก
ตอนที่ออยกับสามีตัดสินใจว่าอยากจะเข้าไปพบคุณหมอและปรึกษาปัญหาการมีลูกยาก ออยก็ลองเสิร์ชข้อมูลดูทันทีว่าควรเข้าไปปรึกษากับคุณหมอท่านไหนดี จนได้มาเจอกับคุณหมอโต นพ. ธีรยุทธ์ จงวุฒิเวศย์ (ว.24796) แพทย์ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร โรงพยาบาลพญาไท 2 ที่มีแต่คนแนะนำ รวมถึงพี่ที่รู้จักกันก็แนะนำว่าคุณหมอท่านนี้เก่ง มีความชำนาญ ออยกับสามีก็เลยปักใจเลือกมาพบคุณหมอโตเลยทันทีค่ะ
ตอนที่เราทั้งคู่ได้เข้ามาพบคุณหมอครั้งแรก ความรู้สึกตอนนั้นคือคิดไม่ผิดจริงๆ ค่ะที่เลือกมาพบคุณหมอโต เพราะคุณหมอให้คำแนะนำละเอียดมาก อธิบายดี ทำให้เรากระจ่างทุกจุด แถมคุณหมอยังมีความเป็นกันเองและอธิบายศัพท์ทางการแพทย์ที่มันยากๆ ให้เราเข้าใจง่ายขึ้นด้วย
ซึ่งตอนนั้นที่ปรึกษาคุณหมอเริ่มแรกคุณหมอก็จะตรวจสุขภาพของเราทั้งคู่ก่อนค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจฮอร์โมน การตรวจอัลตราซาวนด์มดลูกและรังไข่ รวมถึงการตรวจคุณภาพอสุจิ เพื่อที่คุณหมอจะได้ประเมินสุขภาพของทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชายอย่างละเอียด
หลังจากตรวจอย่างละเอียดแล้วก็พบว่า ปัญหาหลักที่ทำให้เรามีลูกยากอยู่ที่คุณภาพอสุจิของฝ่ายชายค่ะ เนื่องจากอสุจิของสามีเราที่ควรจะเคลื่อนที่ได้ดี กลับมีการเคลื่อนไหวที่ช้ากว่าปกติ
พอพบปัญหาแล้ว ตอนนั้นคุณหมอก็ให้ฝ่ายชายกินวิตามินเสริมเพื่อช่วยดูแลเรื่องของคุณภาพอสุจิ ส่วนออยคุณหมอก็แนะนำให้ดูเรื่องการนับวันไข่ตก กินวิตามินเสริม การฉีดกระตุ้นไข่ และก็ให้เราทั้งคู่ลองมีลูกด้วยวิธีธรรมชาติไปก่อนสักประมาณ 1-2 เดือนค่ะ
จุดเปลี่ยนที่ทำให้ตัดสินใจทำ ICSI
หลังจากที่เราทั้งคู่ลองทำตามคำแนะนำของคุณหมอและพยายามมีลูกด้วยวิธีธรรมชาติอีกครั้ง สุดท้ายครั้งนี้ก็ยังไม่สำเร็จค่ะ
ออยกับสามีเลยเข้ามาปรึกษาคุณหมออีกทีและเริ่มสนใจที่จะพึ่งพาวิธีทางวิทยาศาสตร์อย่างการทำ ICSI เพราะบอกตรงๆ ว่าตอนนั้นเราทั้งคู่ก็ไม่อยากรอแล้ว
พอได้ปรึกษากับคุณหมอและคุณหมอประเมินดูแล้วว่าสามารถทำ ICSI ได้ คุณหมอก็เริ่มวางแผนเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่กระบวนการทำ ICSI ด้วยการให้ออยกินวิตามินและดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับการเก็บไข่ทันที และหลังจากเตรียมตัวตามแผนประมาณ 1 เดือน กระบวนการทำ ICSI ก็เริ่มต้นขึ้นเลยค่ะ
ทำไมคุณหมอถึงเลือกทำ ICSI สำหรับเคสนี้
ผมหมอโต นพ. ธีรยุทธ์ จงวุฒิเวศย์ นะครับ จริงๆ แล้วปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผมเลือกทำ ICSI ให้กับเคสคุณออยคือเรื่องคุณภาพอสุจิของฝ่ายชายครับ เพราะถ้าหากปล่อยให้เกิดการปฏิสนธิด้วยตัวเองหรือใช้วิธีการฉีดเชื้อผสมเทียม (IUI) โอกาสที่อสุจิจะสามารถเจาะเข้าไปปฏิสนธิกับไข่ได้อาจลดลง
การทำ ICSI เลยเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่าในเคสของคุณออย เพราะวิธีนี้นักวิทยาศาสตร์จะคัดเลือกอสุจิที่มีคุณภาพดีที่สุดเพียง 1 ตัว แล้วฉีดเข้าสู่ไข่โดยตรง เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการเกิดการปฏิสนธิ
หลังจากปฏิสนธิสำเร็จ ตัวอ่อนจะได้รับการดูแลและเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการจนพัฒนาไปถึงระยะที่เหมาะสม ก่อนย้ายกลับเข้าสู่โพรงมดลูก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้มากขึ้นครับ
การวางแผนรักษามีความสำคัญอย่างไร?
การวางแผนรักษาสำหรับคู่ที่มีภาวะมีบุตรยากถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากเลยครับ เพราะคนไข้แต่ละคู่มีปัจจัยแตกต่างกัน ทั้งอายุ จำนวนไข่ คุณภาพไข่ คุณภาพอสุจิ ระดับฮอร์โมน รวมถึงโรคประจำตัว เพราะฉะนั้นเราไม่สามารถใช้แผนการรักษาแบบเดียวกันกับทุกคนได้
ก่อนเริ่มกระบวนการรักษา หมอเลยต้องประเมินข้อมูลอย่างละเอียดในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นผลตรวจร่างกาย ผลเลือด ระดับฮอร์โมน จำนวนฟองไข่ รวมถึงคุณภาพอสุจิ เพื่อออกแบบแนวทางการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคู่
อย่างเคสของคุณออย แม้จะยังอยู่ในช่วงอายุที่มีโอกาสตั้งครรภ์ได้ดี แต่ก็มีประวัติการรักษาโรคประจำตัวมาก่อน รวมถึงฝ่ายชายก็มีข้อจำกัดเรื่องของคุณภาพอสุจิด้วย ทำให้หมอต้องพิจารณาปัจจัยทั้งหมดร่วมกันก่อนวางแผนการรักษา
การรักษาภาวะมีบุตรยากเลยไม่ใช่แค่การเลือกเทคโนโลยีที่ดีที่สุด แต่เป็นการเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคนไข้แต่ละคน เพราะเมื่อเราเริ่มต้นได้ถูกต้อง ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นไปตามที่คาดหวังมากขึ้น
เบื้องหลังความสำเร็จของการทำ ICSI ที่คนไข้ไม่เคยเห็น
หลายคนอาจมองว่าความสำเร็จของการทำ ICSI ขึ้นอยู่กับแค่คุณหมอเป็นหลัก แต่จริงๆ แล้วการรักษาภาวะมีบุตรยากเป็นการทำงานร่วมกันของหลายฝ่ายครับ ตั้งแต่คนไข้ หมอ พยาบาล ไปจนถึงทีมนักวิทยาศาสตร์ในห้องปฏิบัติการ
ทุกขั้นตอนล้วนมีความสำคัญและเชื่อมโยงกันทั้งหมด เริ่มตั้งแต่ตัวคนไข้ที่ต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนเข้าสู่กระบวนการรักษา เพื่อให้ร่างกายอยู่ในสภาวะที่เหมาะสมที่สุด
ในขณะที่หน้าที่ของหมอเองก็คือการวางแผนการรักษาให้เหมาะกับคนไข้แต่ละราย ตั้งแต่การเลือกสูตรยา การกำหนดขนาดยา การติดตามการตอบสนองของรังไข่ รวมถึงการเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเก็บไข่ เพื่อให้ได้ไข่ที่มีคุณภาพดีที่สุด
ส่วนทีมพยาบาลก็มีบทบาทสำคัญในการดูแลคนไข้ตลอดกระบวนการรักษาเช่นกัน ทั้งการให้คำแนะนำต่างๆ การติดตามอาการ และช่วยให้ทุกขั้นตอนเป็นไปตามแผนการรักษาที่วางไว้
และเมื่อทุกอย่างดำเนินการไปอย่างเหมาะสม ขั้นตอนสำคัญต่อจากนั้นจะถูกส่งต่อไปที่ห้องปฏิบัติการ ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการทำ ICSI เลยครับ
โดยขั้นตอนนี้จะมีทีมนักวิทยาศาสตร์เป็นผู้ดูแลไข่ อสุจิ และตัวอ่อนในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดเลือกเซลล์ที่สมบูรณ์ การปฏิสนธิ การเพาะเลี้ยงตัวอ่อน ไปจนถึงการแช่แข็งและละลายตัวอ่อนก่อนย้ายกลับเข้าสู่โพรงมดลูก เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสความสำเร็จในการรักษา
เทคโนโลยีอะไรบ้างที่ช่วยเพิ่มโอกาสสำเร็จในการทำ ICSI
ในมุมของนักวิทยาศาสตร์ การทำ ICSI ในปัจจุบันไม่ได้อาศัยเพียงความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์และนักวิทยาศาสตร์เท่านั้นค่ะ แต่ยังมีเทคนิคและเทคโนโลยีต่างๆ ที่เข้ามาช่วยเพิ่มโอกาสความสำเร็จในแต่ละขั้นตอนด้วย ตั้งแต่การประเมินคุณภาพไข่ การคัดเลือกอสุจิ ไปจนถึงการติดตามการเจริญเติบโตของตัวอ่อนเลย
ซึ่งแต่ละเทคโนโลยีก็มีจุดเด่นและช่วยแก้ปัญหาที่แตกต่างกันไป นักวิทยาศาสตร์เลยต้องเลือกใช้แต่ละเทคโนโลยีให้เหมาะกับปัญหาและข้อจำกัดของคนไข้แต่ละราย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการรักษาค่ะ
เทคโนโลยีของพญาไท 2 แตกต่างจากที่อื่นอย่างไร?
หนึ่งในจุดเด่นของศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร ที่ โรงพยาบาลพญาไท 2 คือการนำเทคโนโลยีด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ที่ทันสมัยเข้ามาช่วยในกระบวนการรักษาค่ะ
ตัวอย่างเช่น เทคโนโลยี IMSI (Intracytoplasmic Morphologically Selected Sperm Injection) ซึ่งเป็นกล้องกำลังขยายสูงถึง 6,000 เท่า ที่ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถมองเห็นรายละเอียดภายในหัวอสุจิได้ชัดเจนมากกว่าการคัดเลือกอสุจิแบบทั่วไป ทำให้สามารถคัดเลือกอสุจิที่มีความสมบูรณ์มากขึ้นก่อนนำไปปฏิสนธิกับไข่ได้
นอกจากนี้ยังมีระบบ Time-Lapse ซึ่งเป็นเทคโนโลยีติดตามการเจริญเติบโตของตัวอ่อนแบบต่อเนื่อง ช่วยให้สามารถประเมินพัฒนาการของตัวอ่อนได้ตลอดเวลาโดยที่ไม่จำเป็นต้องนำตัวอ่อนออกจากตู้เลี้ยงบ่อยๆ ทำให้ไม่ไปรบกวนตัวอ่อน ตัวอ่อนจะโตได้ดีมากยิ่งขึ้น รวมถึงจะคงสภาพแวดล้อมได้เสมือนอยู่ในท้องของคุณแม่เลยค่ะ
เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จได้มากแค่ไหน?
แม้เทคโนโลยีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น IMSI หรือ Time-Lapse จะเข้ามาช่วยสนับสนุนการรักษาและเพิ่มโอกาสความสำเร็จได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วเทคโนโลยีเป็นเพียงหนึ่งในองค์ประกอบของการรักษาเท่านั้นค่ะ
ความสำเร็จของการทำ ICSI ยังคงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพไข่ คุณภาพอสุจิ อายุ รวมถึงสุขภาพของคนไข้ทั้งคู่ เทคโนโลยีเป็นตัวช่วยที่จะช่วยเพิ่มโอกาสความสำเร็จได้ แต่ไม่สามารถการันตีผลลัพธ์ได้ทั้งหมด เพราะคนไข้แต่ละคนล้วนมีปัจจัยและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน
เพราะฉะนั้นการประเมินปัญหาอย่างละเอียดและการวางแผนการรักษาร่วมกับคุณหมอเลยเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อที่จะได้เลือกแนวทางและเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับแต่ละคนและช่วยเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ
ช่วงเวลาที่รอคอยหลังทำ ICSI
หลังจากเข้าสู่กระบวนการการทำ ICSI ที่คุณหมอวางไว้ ผ่านไป 3 เดือน ในที่สุดข่าวดีที่ออยและสามีรอคอยก็มาถึงแล้วค่ะ ออยตั้งครรภ์แล้ว!
เอาจริงๆ ช่วงที่อยู่ในกระบวนการออยก็คิดในใจมาตลอดว่ายังไงก็ติดอยู่แล้วค่ะ แต่ก็แอบมีเผื่อใจไว้บ้างเหมือนกันว่าถ้าไม่ติดขึ้นมาก็ไม่เป็นไร เราทั้งคู่พยายามเต็มที่แล้ว
พอตอนที่รู้ว่าผลการตั้งครรภ์เป็นบวก ตอนนั้นเรากับสามีรวมถึงครอบครัวของเราทั้งคู่ก็ดีใจกันมากๆ มันรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจแบบบอกไม่ถูก เป็นความพยายามที่เราตั้งใจทำกันมานานและในที่สุดมันก็เห็นผลลัพธ์สักที
ส่วนวันแรกที่ออยคลอดน้องออกมา ตอนนั้นออยก็รู้สึกมีความสุขมากๆ แบบที่พูดไม่ถูกเลยค่ะ ตอนนั้นน้ำตาออยไม่ไหลด้วยนะคะ แต่มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายออกมาไม่ได้จริงๆ
ชีวิตในวันที่ครอบครัวได้เติมเต็มอย่างที่ฝันไว้
หลังจากที่มีน้องมาเติมเต็มครอบครัว ถ้าถามว่าชีวิตของออยเปลี่ยนไปมั้ยก็ต้องบอกว่าเปลี่ยนไปมากค่ะ สิ่งที่เปลี่ยนไปหลักๆ เลยก็คือตอนนี้เราเป็นแม่คนแล้ว และก็ต้องเลี้ยงดูอีกหนึ่งชีวิตให้ดีที่สุด
เอาจริงๆ การเลี้ยงเด็กคนนึงมันก็ต้องมีความเหนื่อยแน่นอนอยู่แล้วค่ะ แต่ออยบอกเลยว่ามันเป็นความเหนื่อยที่มีความสุข รู้สึกว่าการมีลูกมันช่วยเติมเต็มชีวิตในครอบครัวของเรามากๆ และทำให้เราพร้อมที่จะแลกกับความเหนื่อยนี้ค่ะ
สิ่งที่อยากฝากถึงคนที่กำลังพยายามมีลูก
ก่อนอื่นออยก็อยากส่งกำลังใจให้กับทุกคู่เลยค่ะที่กำลังอยู่ในเส้นทางเดียวกัน และก็อยากให้ทุกคู่ลองพยายามดูก่อน อย่าเพิ่งท้อหรือยอมแพ้ ถ้ายังไม่ได้ผลอย่างที่หวังก็อยากให้ลองเปิดใจเข้ามาปรึกษากับคุณหมอดู เพราะว่าปัจจุบันก็มีเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถช่วยให้มีลูกได้แล้ว ยังไงก็มีทางออกค่ะ
อย่างประสบการณ์ของออยที่ตัดสินใจเข้ามาปรึกษาคุณหมอโตที่โรงพยาบาลพญาไท 2 ก็ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญเลยค่ะ เพราะทำให้เราได้รู้ว่าจริง ๆ แล้วปัญหาอยู่ตรงไหนและควรวางแผนการรักษายังไงต่อ ไม่ต้องมานั่งเดาหรือกังวลอยู่คนเดียว
รวมถึงตลอดการรักษา ออยยังรู้สึกว่าคุณหมอและทีมงานไม่ได้เป็นแค่คนที่คอยรักษาเราอย่างเดียว แต่เป็นทีมเวิร์กที่คอยช่วยเหลือเราในทุกขั้นตอน เวลามีข้อสงสัยหรือเจอปัญหาอะไร คุณหมอก็จะคอยให้คำแนะนำและปรับแผนให้เหมาะสมกับเราตลอด ทำให้รู้สึกสบายใจมากขึ้น
เพราะฉะนั้นใครที่กำลังพยายามมีลูกอยู่แล้วรู้สึกกังวลหรือปล่อยธรรมชาติมาสักพักแล้วยังไม่มีข่าวดี ออยอยากแนะนำให้ลองเข้ามาปรึกษาคุณหมอดูนะคะ อย่างน้อยเราจะได้รู้สาเหตุที่แท้จริงและพาไปเจอทางออกที่เหมาะกับตัวเองเหมือนกับที่ออยเจอก็ได้ค่ะ
















