กรุงเทพฯ พฤษภาคม, 2569 — HD สตาร์ตอัป Health Tech ชั้นนำของไทย ผู้ก่อตั้ง HDmall แพลตฟอร์มรวมบริการสุขภาพ ทำฟัน ความงามและผ่าตัดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ประกาศความสำเร็จเนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปี ของโครงการ HDmall Workplace Wellness Solutions ซึ่งตั้งใจออกแบบมาเพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตพนักงานในองค์กรเพิ่มเติมจากสวัสดิการพื้นฐาน ด้วยสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ ทำฟัน และความงามที่ครอบคลุมและตอบโจทย์ความต้องการส่วนบุคคลของนักงานมากยิ่งขึ้น
โดยนับตั้งแต่เปิดตัวโครงการในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2568 โครงการ HDmall Workplace Wellness Solutions ได้มอบส่วนลด On Top สำหรับแพ็กเกจสุขภาพ ทำฟัน และความงามแก่พนักงานจากองค์กรชั้นนำทั่วประเทศเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและการดูแลตัวเอง เพิ่มโอกาสให้พนักงานเข้าถึงบริการต่างๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมสิทธิพิเศษในการแชร์สิทธิประโยชน์ให้กับครอบครัวและเพื่อนได้อีกด้วย
ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา โครงการสามารถสร้างผลลัพธ์ที่เกินความคาดหมายในหลายมิติ สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่แท้จริงของภาคธุรกิจไทยในการดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน
ทะลุเป้าก่อนกำหนด สัญญาณแห่งความไว้วางใจและความต้องการด้านสวัสดิการสุขภาพพนักงานที่ยืดหยุ่นจากภาคธุรกิจ
ความสำเร็จที่โดดเด่นที่สุดในปีแรกคือการบรรลุเป้าหมายพนักงาน 20,000 คนได้ภายใน เพียง 4 เดือน นับจากวันเปิดตัวในเดือนพฤษภาคม 2568 เร็วกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้สำหรับสิ้นปี 2568 ถึง 3 เดือน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าองค์กรไทยต่างให้ความสำคัญกับสุขภาพและสวัสดิการของพนักงานซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนความสำเร็จขององค์กร และมองหาพาร์ตเนอร์ที่เชื่อถือได้เพื่อเข้ามาเติมเต็มช่องว่างที่สวัสดิการปัจจุบันยังไม่ครอบคลุมเพื่อส่งเสริมให้พนักงานมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น
ปัจจุบัน HDmall Workplace Wellness Solutions มีบริษัทที่เข้าร่วมโครงการแล้วทั้งสิ้น 85 แห่ง จากหลากหลายภาคธุรกิจ อาทิ Siam Piwat, Central Robinson, Lazada, Triumph International, CBRE ประเทศไทย, Ananda Development, EY, Bitkub, Finnomena และ Bluebik ครอบคลุมพนักงานรวมกว่า 103,119 คน ทั่วประเทศ
สิทธิประโยชน์ที่พนักงานทุกคนใช้ได้จริง
ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา โครงการ HDmall Workplace Wellness Solutions ได้สร้างคุณค่าที่จับต้องได้ให้กับพนักงานในหลายมิติ ดังนี้
สารบัญ
- ประหยัดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและการดูแลตัวเอง
- ส่งเสริมความรู้ด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่อง
- อำนวยความสะดวกด้านบริการผ่าตัดโดยแพทย์เฉพาะทาง
- ช่วยให้การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องง่ายกว่าที่เคย
- สุขภาพยังครองใจอันดับ 1
- ผู้หญิงนำ ผู้ชายตาม ช่องว่างด้านสุขภาพระหว่างเพศที่ยังปิดไม่สนิท
- ยิ่งอายุน้อย ยิ่งกลัวป่วย ยิ่งรีบดูแลตัวเอง
ประหยัดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและการดูแลตัวเอง
ส่วนลด On Top สูงสุด 10% สำหรับแพ็กเกจสุขภาพ ทำฟัน และความงาม ช่วยให้พนักงานประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนที่สวัสดิการบริษัทไม่ครอบคลุมตลอดระยะเวลาโครงการ โดยมีแพ็กเกจให้เลือกกว่า 30,000 แพ็กเกจ จากคลินิกและโรงพยาบาลในเครือข่ายของ HDmall กว่า 2,500 แห่งทั่วประเทศ
ส่งเสริมความรู้ด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่อง
โครงการส่ง E-Newsletter อัปเดตด้านสุขภาพเป็นประจำทุกเดือน ควบคู่กับการจัด Doctor’s Talk โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ความรู้แก่พนักงานเพื่อให้พนักงานสามารถดูแลตนเองและคนที่รักได้อย่างถูกต้อง
อำนวยความสะดวกด้านบริการผ่าตัดโดยแพทย์เฉพาะทาง
พนักงานสามารถรับบริการปรึกษาเรื่องการผ่าตัด เปรียบเทียบราคาจากโรงพยาบาลต่าง ๆ นัดพบแพทย์ และรับการดูแลตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการในวันผ่าตัดผ่านบริการ HDcare ที่ปรึกษาด้านการผ่าตัด โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
ช่วยให้การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องง่ายกว่าที่เคย
ตัวช่วยดูแลสุขภาพด้วย AI ช่วยให้พนักงานดูแลสุขภาพได้ง่ายขึ้นในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการสแกนแคลอรี่อาหาร การเตือนดื่มน้ำ ไปจนถึงการช่วยอ่านและแปลผลตรวจเลือด โดยพนักงานสามารถใช้งานได้ฟรีผ่านแอป HDmall
เจาะลึก 3 Insight ด้านสุขภาพจากพนักงานที่ใช้สิทธิ์
นอกจากความสำเร็จในการเข้าถึงพนักงานได้ทะลุเป้าก่อนกำหนดที่ได้กล่าวถึงไปก่อนหน้านี้แล้ว โครงการ HDmall Workplace Wellness Solutions ยังได้รวบรวมข้อมูลเชิงลึกที่สะท้อนพฤติกรรมและความต้องการด้านสุขภาพของพนักงานทในเขตกรุงเทพมหานครในภาพรวม ซึ่งสามารถเป็นประโยชน์ต่อองค์กรในการวางแผนสวัสดิการได้อย่างตรงจุดมากยิ่งขึ้น
สุขภาพยังครองใจอันดับ 1
บริการด้านสุขภาพครองสัดส่วนสูงถึง 70% ของการใช้สิทธิ์ส่วนลด On Top ทั้งหมด โดยแพ็กเกจที่ได้รับความนิยมสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่
- โปรแกรมตรวจสุขภาพ
- ฉีดวัคซีน HPV
- ตรวจภูมิแพ้
- ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่
- ตรวจคัดกรองมะเร็งในผู้หญิง
- ตรวจความสมดุลของฮอร์โมน
- ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
- ตรวจการนอนหลับ
- ฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี
- ตรวจภาวะไวต่ออาหาร
ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า แม้การตรวจสุขภาพประจำปีจะเป็นสวัสดิการพื้นฐานที่หลายบริษัทมีอยู่แล้ว แต่พนักงานยังคงต้องการการตรวจสุขภาพที่ละเอียดขึ้นหรือการตรวจเฉพาะทางเพิ่มเติมที่ตอบโจทย์ความกังวลและปัจจัยเสี่ยงของตัวเอง ซึ่งเป็นการตรวจที่สวัสดิการสุขภาพของบริษัทยังไม่ครอบคลุม การมีส่วนลด On Top จึงทำหน้าที่เติมเต็มช่องว่างตรงนี้ได้อย่างตรงจุดด้วยการช่วยลดแรงกดดันด้านค่าใช้จ่าย และกระตุ้นให้พนักงานกล้าดูแลสุขภาพเชิงป้องกันได้มากขึ้น
ผู้หญิงนำ ผู้ชายตาม ช่องว่างด้านสุขภาพระหว่างเพศที่ยังปิดไม่สนิท
พนักงานที่ใช้สิทธิ์ส่วนลด On Top กว่า 65% เป็นเพศหญิง สะท้อนให้เห็นว่าผู้หญิงมีความตื่นตัวและใส่ใจเรื่องสุขภาพมากกว่าในเชิงสถิติ ขณะเดียวกัน ข้อมูลนี้ยังเปิดโอกาสให้องค์กรสามารถออกแบบกิจกรรมและการสื่อสารที่กระตุ้นให้พนักงานเพศชายหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยที่อาจส่งผลกระทบต่อทั้งชีวิตส่วนตัวและการทำงาน
ยิ่งอายุน้อย ยิ่งกลัวป่วย ยิ่งรีบดูแลตัวเอง
สิ่งที่น่าสนใจคือกลุ่มพนักงานที่ใช้สิทธิ์มากที่สุดคือ Gen Z (เกิดปี 2540–2552) และ Gen Y (เกิดปี 2523–2539) ซึ่งมีสัดส่วนเท่ากันที่ 44% สะท้อนให้เห็นว่าคนทำงานรุ่นใหม่ทั้งสองกลุ่มต่างให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพในระดับที่ไม่ต่างกัน ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะกระแสการรับรู้เรื่องสุขภาพเชิงป้องกันที่แพร่หลายมากขึ้น รวมถึงความตระหนักถึงความเสี่ยงของโรคร้ายแรงในกลุ่มคนอายุน้อยที่มีให้เห็นบ่อยครั้งในปัจจุบัน ทำให้คนรุ่นใหม่หันมาดูแลสุขภาพตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อลดโอกาสเจ็บป่วยและค่าใช้จ่ายในการรักษาที่อาจบานปลายในอนาคต
ก้าวต่อไปในปี 2569: ขยายสิทธิประโยชน์ เพิ่มคุณค่าให้พนักงาน
สำหรับปี 2569 นี้ HD ตั้งเป้าขยายการเข้าถึงพนักงานจำนวน 200,000 คน เพื่อให้พนักงานในทุกภาคธุรกิจได้รับสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ ทำฟัน และความงามอย่างกว้างขวางและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น
นอกจากนั้น HD ยังเตรียมจัดกิจกรรม Onsite ณ บริษัทที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อประชาสัมพันธ์สิทธิประโยชน์และแพ็กเกจที่น่าสนใจให้แก่พนักงาน จัดกิจกรรมส่งเสริมการดูแลสุขภาพในรูปแบบที่พนักงานมีส่วนร่วมโดยตรง รวมถึงรับฟังความคิดเห็นและความต้องการของพนักงานในแต่ละองค์กร เพื่อนำมาพัฒนาและปรับสิทธิประโยชน์ให้ตอบโจทย์ความต้องการด้านสุขภาพของพนักงานให้ได้มากที่สุด
เพราะเราเข้าใจดีว่าพนักงานแต่ละคนมีความต้องการที่แตกต่างกัน สวัสดิการแบบเดิมที่ตายตัวจึงอาจไม่เพียงพออีกต่อไป โครงการ HDmall Workplace Wellness Solutions จึงถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความยืดหยุ่นนี้โดยเฉพาะ ด้วยแพ็กเกจกว่า 30,000 รายการ ครอบคลุมทั้งสุขภาพ ทำฟัน และความงาม พร้อมเครือข่ายสถานพยาบาลกว่า 2,500+ แห่งทั่วประเทศ พนักงานสามารถเลือกใช้บริการที่ใช่สำหรับตัวเองได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็เข้าถึงได้ง่าย
สำหรับองค์กรที่สนใจมอบ Flexible Benefits ให้พนักงาน สามารถเข้าร่วมโครงการได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ศึกษารายละเอียดและสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่ https://hdmall.co.th/c/wws-register







