เมื่อต้องวางแผนตรวจสุขภาพพนักงานประจำปี หนึ่งในคำถามสำคัญที่ฝ่าย HR มักต้องตัดสินใจคือ ควรให้พนักงานไปตรวจสุขภาพที่คลินิกหรือโรงพยาบาล (Offsite) หรือให้ทีมแพทย์เข้ามาตรวจที่บริษัท (Onsite) จะสะดวกกว่า ความแตกต่างระหว่างตรวจสุขภาพพนักงานแบบ Offsite และ Onsite คืออะไร แบบไหนดีกว่ากัน
การเลือกให้เหมาะสม ไม่ได้มีคำตอบตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับขนาดองค์กร ลักษณะงาน งบประมาณ และเป้าหมายของบริษัท บทความนี้จะช่วยเปรียบเทียบแบบชัดเจนในทุกมิติ เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
ความแตกต่างระหว่างตรวจสุขภาพพนักงานแบบ Onsite และ Offsite?
โดยทั่วไปทุกคนควรเข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และองค์กรหรือบริษัทส่วนใหญ่ มักมีสวัสดิการนี้ให้สำหรับพนักงานทุกๆ คน เพราะจะช่วยให้พนักงานตรวจพบความเสี่ยงทางสุขภาพตั้งแต่เนิ่นๆ และสามารถวางแผนรักษา หรือดูแลสุขภาพได้ทันที ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในอนาคต
แต่คำถามสำคัญที่เกิดขึ้นเสมอคือ การตรวจสุขภาพพนักงานแบบตรวจที่คลินิกหรือโรงพยาบาล และการตรวจสุขภาพนอกสถานที่ แตกต่างกันอย่างไร โดยปกติความแตกต่างนั้นมีหลายมิติ แบ่งเป็นหัวข้อหลักๆ ดังนี้
ความแตกต่างด้านความสะดวกสบาย
ความสะดวกสบายสำหรับพนักงาน มักเป็นปัจจัยอันดับต้นๆ ที่ฝ่ายบุคคลให้ความสำคัญ เพราะหากพนักงานรู้สึกว่าการตรวจสุขภาพ มีความยากลำบากในหลายๆ เรื่อง อาจทำให้พนักงานไม่สนใจ หรือไม่อยากเข้ารับการตรวจสุขภาพก็ได้ โดยการตรวจสุขภาพทั้ง 2 รูปแบบ ก็มีข้อดีและข้อจำกัดต่างกัน ดังนี้
ความแตกต่างด้านความแม่นยำ
หลายองค์กรกังวลว่า การตรวจสุขภาพนอกสถานที่ จะมีความแม่นยำน้อยกว่า แต่ความจริงคือ ความแม่นยำของผลตรวจ ขึ้นอยู่กับมาตรฐานของสถานพยาบาล ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสถานที่ตรวจโดยตรง
หากใช้บริการจากโรงพยาบาลหรือคลินิกที่ได้มาตรฐาน ไม่ว่าจะตรวจ ณ สถานที่ใด ความแม่นยำก็ไม่แตกต่างกัน
ความแตกต่างด้านรายการตรวจสุขภาพ
รายการตรวจสุขภาพที่ครบถ้วน ครอบคลุมในทุกโรคที่สำคัญ เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ฝ่ายบุคคลมักคำนึงถึง เพื่อให้การตรวจสุขภาพในแต่ละครั้งมีประสิทธิภาพและพนักงานได้รับประโยชน์สูงสุด
ทั้งนี้การตรวจสุขภาพทั้ง 2 รูปแบบ มีรายการตรวจที่แตกต่างกัน ดังนี้
ตรวจสุขภาพที่คลินิก / โรงพยาบาล
- รายการตรวจครบถ้วน ครอบคลุมทุกความต้องการ และมีรายการตรวจพื้นฐานเฉพาะทาง เช่น การตรวจอัลตราซาวด์ คลื่นไฟฟ้าหัวใจ เอกซ์เรย์ เป็นต้น
- หากตรวจพบความผิดปกติ สามารถปรึกษาแพทย์เฉพาะทางต่อได้ทันที หรือนัดมาตรวจเพิ่มเติมภายหลัง
ตรวจสุขภาพนอกสถานที่
- ครอบคลุมเฉพาะรายการตรวจพื้นฐาน เช่น ตรวจร่างกายทั่วไป ตรวจเลือด เอกซ์เรย์ปอด ตรวจปัสสาวะ
- หากพบความผิดปกติ ต้องติดต่อสถานพยาบาลเอง เพื่อตรวจเพิ่มเติม หรือวางแผนรักษาต่อในอนาคต
ความแตกต่างด้านค่าใช้จ่าย
ค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพพนักงานโดยทั่วไป ประกอบด้วย ค่ารายการตรวจ (ราคาเริ่มต้น 650 บาท ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจ รายการตรวจ และสถานพยาบาล ค่าบริการทางการแพทย์ ค่าบริหารจัดการโครงการ โดยการตรวจสุขภาพทั้ง 2 รูปแบบ อาจมีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันเล็กน้อย ดังนี้
ตรวจสุขภาพที่คลินิก / โรงพยาบาล
- ราคาค่าตรวจต่อหัวอาจสูงกว่าเล็กน้อย
- ไม่มีค่าเดินทาง หรือค่าเซ็ตอุปกรณ์นอกสถานที่
- อาจมีต้นทุนแฝงจากการที่พนักงานลางาน
ตรวจสุขภาพนอกสถานที่
- ราคาค่าตรวจต่อหัวมักถูกและคุ้มค่ากว่าเล็กน้อย
- มักมีค่าเดินทาง และค่าเซ็ตอุปกรณ์
- ไม่มีต้นทุนแฝงจากเวลางานที่หายไป
หากองค์กรมีพนักงานจำนวนมาก การจัดตรวจแบบ Onsite หรือตรวจสุขภาพนอกสถานที่ มักคุ้มค่าในภาพรวม
องค์กรแบบเรา เหมาะกับการตรวจสุขภาพรูปแบบไหนมากที่สุด?
หลังจากทราบความต่างที่สำคัญของการตรวจสุขภาพทั้ง 2 รูปแบบแล้ว คำถามสุดท้ายคือ แล้วองค์กรแบบเรา เหมาะกับการตรวจสุขภาพรูปแบบไหนมากที่สุด เราได้สรุปข้อมูลสำคัญเอาไว้ให้ดังนี้
องค์กรที่เหมาะกับการตรวจสุขภาพที่คลินิก / โรงพยาบาล
- บริษัทมีขนาดเล็ก จำนวนพนักงานไม่เกิน 50 คน
- บริษัทไม่สะดวกในการจัดหาสถานที่รองรับการตรวจ
- ต้องการความยืดหยุ่นสำหรับพนักงาน ให้สามารถเลือกวันตรวจเองได้
- ต้องการให้พนักงานได้ตรวจสุขภาพอย่างละเอียด ครอบคลุมทั้งรายการตรวจพื้นฐานและเชิงลึก
องค์กรที่เหมาะกับการตรวจสุขภาพนอกสถานที่
- บริษัทมีขนาดใหญ่ จำนวนพนักงานมากกว่า 50 คนขึ้นไป
- บริษัทมีพื้นที่เพียงพอ และได้มาตรฐานด้านสุขอนามัย รองรับการตรวจสุขภาพได้
- ต้องการลดอัตราการลาหยุดงาน
- ต้องการจัดตรวจให้เสร็จภายใน 1-2 วัน
จากข้อมูลจะเห็นว่า การตรวจสุขภาพพนักงาน ไม่มีรูปแบบไหนที่ดีที่สุด มีเพียงรูปแบบที่เหมาะสมที่สุด เพราะแต่ละองค์กรก็มีลักษณะ และความต้องการที่แตกต่างกัน สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกรูปแบบที่เหมาะกับบริบทของบริษัท และบริหารงบประมาณให้คุ้มค่าที่สุด เพราะการตรวจสุขภาพพนักงานไม่ใช่แค่ “สวัสดิการ” แต่คือการลงทุนด้านสุขภาพของพนักงาน เพื่อป้องกันความเสี่ยงระยะยาว และสร้างองค์กรที่แข็งแรงอย่างยั่งยืน
อยากติดต่อตรวจสุขภาพประจำปีพนักงาน ต้องทำอย่างไร?
ขั้นตอนการติดต่อตรวจสุขภาพประจำปีพนักงานที่ฝ่าย HR ต้องดำเนินการ มีดังนี้
- กำหนดวัตถุประสงค์และงบประมาณ โดยบริษัทต้องตอบคำถามให้ชัดเจนว่า
- ตรวจตามกฎหมายแรงงาน หรือเป็นสวัสดิการเพิ่มเติม (หากเป็นการตรวจตามความเสี่ยงจากงาน ควรอ้างอิงแนวทางจาก กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน)
- จำนวนพนักงานที่ต้องการเข้าตรวจ
- ต้องการตรวจเฉพาะรายการพื้นฐาน หรือตรวจเชิงลึกด้วย
- งบประมาณต่อคน
- เลือกรูปแบบการตรวจ มี 2 ทางเลือกหลัก คือตรวจที่โรงพยาบาล/คลินิก หรือ ตรวจสุขภาพนอกสถานที่
- เตรียมข้อมูล เพื่อใช้สำหรับแจ้งสถานพยาบาล ดังต่อไปนี้
- จำนวนพนักงาน (ชาย/หญิง แยกช่วงอายุ)
- ประเภทธุรกิจ หรือความเสี่ยงจากการทำงาน
- รูปแบบที่ต้องการ (Onsite / Offsite)
- ช่วงเวลาที่ต้องการตรวจ
- งบประมาณโดยประมาณ
- ค้นหาสถานพยาบาลที่มีบริการตรงตามต้องการ เนื่องจากปัจจุบันมีสถานพยาบาลที่ให้บริการตรวจสุขภาพพนักงานเป็นจำนวนมาก ซึ่งแต่ละแห่งก็จะมีแพ็กเกจ ราคา การบริการ และมาตรฐานที่แตกต่างกัน ฝ่าย HR ควรคัดเลือกสถานพยาบาลที่มีคุณสมบัติตรงตามความต้องการมากที่สุด
- ขอใบเสนอราคา เปรียบเทียบความคุ้มค่า เจรจาต่อรอง เพื่อประโยชน์สูงสุดขององค์กรและพนักงาน ฝ่าย HR ควรติดต่อสถานพยาบาลอย่างน้อย 3-4 แห่ง (หรือมากกว่า) เพื่อขอใบเสนอราคา นำข้อมูลแพ็กเกจ ราคา และการบริการมาเปรียบเทียบ โดยอาจมีขั้นตอนการเจรจา ต่อรองราคา เพื่อจะได้เลือกสถานพยาบาลที่ให้ข้อเสนอที่คุ้มค่ามากที่สุด
- ประสานงานเรื่อง วันเวลา สถานที่ หลังจากที่เลือกสถานพยาบาลที่เหมาะสมแล้ว จะต้องดำเนินการประสานงาน จัดสรรวันเวลา และสถานที่ เพื่อให้พนักงานได้รับการตรวจสุขภาพตามแผนงานที่วางไว้
ไม่มีเวลาในการค้นหาสถานพยาบาล เปรียบเทียบราคา ติดต่อประสานงาน ต้องทำยังไง?
หากบริษัทต้องการใช้บริการตรวจสุขภาพประจำปีพนักงานที่คลินิกหรือโรงพยาบาล HR สามารถเลือกซื้อแพ็กเกจตรวจสุขภาพจากคลินิกและโรงพยาบาลที่เป็นพาร์ตเนอร์ของ HDmall ให้พนักงานได้ที่ https://hdmall.co.th/highlight/health-checkup-oneprice ซึ่งมีให้เลือกกว่า 34 แห่ง (ข้อมูล ณ วันที่ 23 กันยายน 2569) ราคาแพ็กเกจตรวจสุขภาพที่แล็บ/คลินิก เริ่ม 690 บาท และแพ็กเกจตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล เริ่ม 1,299 บาท
ตัวอย่างคลินิกและโรงพยาบาลที่ให้บริการ (ข้อมูล ณ วันที่ 23 ก.ย. 2569)
ประเภทแล็บ/คลินิก
- N Health
- Bangkok Anti-Aging Center
- Harmony Life Center
- Life Balance Methodology
- MedConsult Bangkok Medical Clinic
ประเภทโรงพยาบาล
- โรงพยาบาลวิมุต-เทพธารินทร์ พระราม 4
- โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รามคำแหง
- โรงพยาบาลรวมใจรักษ์
- โรงพยาบาลนวมินทร์ 9
- โรงพยาบาลสหวิทยาการมะลิ
บริการสวัสดิการพนักงานอื่นๆ จาก HDmall ที่บริษัทคุณอาจสนใจ
นอกจากบริการตรวจสุขภาพแล้ว HDmall ยังมีบริการสวัสดิการสำหรับองค์กรอื่นๆ ที่ช่วยให้บริษัทดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตของพนักงานได้ครอบคลุม ตรงใจพนักงาน ในราคาที่คุ้มค่า
โครงการ HDmall Workplace Wellness Solutions
โครงการส่งเสริมสวัสดิการพนักงาน ช่วยให้บริษัทดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตพนักงานได้ครอบคลุมและตรงใจพนักงานมากขึ้นเพิ่มเติมจากสวัสดิการที่มีอยู่แล้ว
บริษัทเพียงสมัครเข้าร่วมโครงการ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม แล้วพนักงานจะได้รับสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพทันที คือ ได้รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 10% ของทุกแพ็กเกจที่จำหน่ายอยู่บน HDmall ทั้งด้านสุขภาพ ความงาม หรือทำฟันที่สวัสดิการพื้นฐานของบริษัทไม่ครอบคลุม โดยจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ให้พนักงานสามารถดูแลตัวเองได้ตรงความต้องการมากขึ้นแบบไม่ต้องจ่ายแพง
สมัครเข้าร่วมโครงการหรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://hdmall.co.th/c/wws-register









