มีเลือดออกจากทวารหนัก มีก้อนยื่นจากทวารหนัก หรือปวดเจ็บทวารหนัก เป็นที่รู้กันว่า อาการเหล่านี้คือสัญญาณของโรคริดสีดวงทวาร แต่นอกจากนั้นคุณรู้หรือไม่ว่า ปัจจุบันโรคริดสีดวงทวารไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ก็รักษาให้หายได้ แถมใช้เวลาพักฟื้นไม่นานด้วย
อ่านข้อมูล “การผ่าตัดริดสีดวงทวารด้วยการจี้ไฟฟ้าความร้อน” อีกเทคโนโลยีการรักษาโรคริดสีดวงทวารที่ใช้เวลาผ่าตัดไม่นาน แต่รักษาริดสีดวงได้ทุกระยะ กำจัดก้อนริดสีดวงออกพร้อมแขนงหลอดเลือดได้แบบหมดจด ลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้
ให้ข้อมูลโดย นพ. ธนเดช วงศ์จารุกร หรือ “หมอเจมส์” ศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านการผ่าตัดส่องกล้องขั้นสูง มีประสบการณ์ผ่าตัดมากกว่า 10 ปี หนึ่งในทีมแพทย์จากบริการ HDcare
อ่านประวัติหมอเจมส์ได้ที่นี่ [รู้จัก “หมอเจมส์” คุณหมอผ่าตัดส่องกล้องกับประสบการณ์ผ่าตัดส่องกล้องแบบแผลเดียว]
สารบัญ [show]
โรคริดสีดวงทวารแบ่งได้กี่ระยะ และมีกี่ประเภท?
โรคริดสีดวงทวาร (Hemorrhoid) เป็นโรคที่เกิดจากกล้ามเนื้อบริเวณผนังลำไส้มีการหย่อนตัว ร่วมกับหลอดเลือดดำบริเวณส่วนปลายของลำไส้มีการโป่งพองจนกลายเป็นก้อนยื่นออกมาจากทวารหนัก ร่วมกับมักทำให้มีอาการปวดหรือเลือดออกจากทวารหนักได้ โดยแบ่งออกได้ 4 ระยะ ได้แก่
- ระยะที่หนึ่ง: ก้อนริดสีดวงยังไม่ยื่นออกมาจากทวารหนัก แต่อาจมีอาการเลือดออกจากทวารหนัก
- ระยะที่สอง: มีก้อนริดสีดวงยื่นออกมาจากทวารหนัก แต่ก้อนจะสามารถหดกลับเข้าด้านในทวารหนักได้เองระหว่างขับถ่าย
- ระยะที่สาม: ก้อนริดสีดวงยื่นออกมาและไม่สามารถหดกลับเองได้ คนไข้ต้องใช้นิ้วดันก้อนกลับเข้าไปเอง
- ระยะที่สี่: ก้อนริดสีดวงยื่นออกมา และไม่สามารถใช้นิ้วดันกลับเข้าไปได้ คนไข้จำเป็นต้องเดินทางมาโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์รักษาเท่านั้น
โรคริดสีดวงทวารยังสามารถแบ่งออกได้ 2 ประเภท ได้แก่
- โรคริดสีดวงทวารชนิดภายนอก เป็นประเภทของโรคริดสีดวงที่อยู่ใกล้ปากทวารหนัก สามารถคลำเจอได้ง่าย และมักมีอาการปวดเจ็บอย่างชัดเจน โดยคนไข้มักจะเริ่มรู้สึกมีอาการได้ตั้งแต่ 24-48 ชั่วโมงแรกหลังรอยโรคเริ่มแสดงอาการ
- โรคริดสีดวงทวารชนิดภายใน เป็นประเภทของโรคริดสีดวงที่ตัวก้อนริดสีดวงจะอยู่ลึกเข้าไปด้านในทวารหนัก ซึ่งบริเวณดังกล่าวนั้นไม่มีเส้นประสาทรับความรู้สึก ดังนั้นคนไข้มักจะไม่มีอาการปวดเจ็บเกิดขึ้น แต่อาจมีอาการแสดงเป็นเลือดออกจากทวารหนัก หรือพบก้อนยื่นแทน
เป็นริดสีดวงทวาร ถ้าไม่รักษาจะเกิดอะไรขึ้น
ผลกระทบจากการไม่รีบรักษาโรคริดสีดวงทวารสามารถทำให้เกิดผลกระทบได้โดยหลัก ๆ ดังต่อไปนี้
- ระยะของโรคริดสีดวงทวารลุกลามรุนแรงขึ้น เช่น จากระยะที่สองลุกลามไประยะที่สามหรือสี่ ซึ่งก็จะยิ่งทำให้อาการปวดเจ็บรุนแรงขึ้น และทำให้ใช้ชีวิตประจำวันได้ลำบาก นอกจากนี้ยังเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ก้อนริดสีดวงโดนหดรัดจนขาดเลือดและทำให้เกิดการติดเชื้อ การเกิดภาวะซีด ภาวะโลหิตจางจนต้องมาให้เลือดที่โรงพยาบาล
- พบในภายหลังว่า อาการที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากโรคริดสีดวงทวาร แต่เป็นโรคร้ายอื่นที่มีอาการคล้ายคลึงกัน โดยเฉพาะโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ซึ่งเป็นโรคที่พบได้บ่อยในกลุ่มคนอายุ 40-50 ปีขึ้นไป และมีอาการคล้ายกับโรคริดสีดวงทวาร
เป็นริดสีดวงทวาร ซื้อยาเองได้ไหม หรือควรมาเจอหมอ?
โรคริดสีดวงทวารที่อยู่ในระยะแรก ๆ และคนไข้ยังอายุไม่มาก การรักษาด้วยวิธีกินยาก็ยังสามารถอนุโลมได้
อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัย คนไข้ที่มีอาการของโรคนี้ทุกรายควรเดินทางมาตรวจวินิจฉัยกับแพทย์จะดีที่สุด เนื่องจากอย่างที่กล่าวไปในข้างต้นว่า อาการที่หลายคนคิดว่ามาจากโรคริดสีดวงทวาร แท้จริงแล้วอาจจะไม่ได้มาจากโรคนี้ก็ได้ แต่มาจากโรคอื่นที่รุนแรงกว่านั้น เช่น โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
โรคริดสีดวงทวาร อาการหนักแค่ไหนถึงต้องมาหาหมอ?
หากพบอาการที่เข้าข่ายหรือทำให้สงสัยว่า เป็นโรคริดสีดวงทวาร เช่น มีเลือดออกจากทวารหนัก คลำพบก้อนที่ทวารหนักและดันกลับเข้าลำบาก หรือมีอาการปวดเจ็บที่ทวารหนัก เพียงพบอาการใดอาการหนึ่งเพียงเล็กน้อย คนไข้ก็สามารถเดินทางมาพบแพทย์ได้เลย และจะได้ตรวจคัดกรองเพื่อแยกโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ไปด้วย โดยเฉพาะในคนไข้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเคยเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และอายุ 40-50 ปีขึ้นไป
โรคริดสีดวงทวารรักษาได้กี่แบบ?
แนวทางรักษาโรคริดสีดวงทวารแบ่งออกได้ 3 แบบ ได้แก่
- ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อลดปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคริดสีดวงทวารอย่างการเบ่งอุจจาระแรง ๆ หรืออาการท้องผูก เช่น การกินอาหารที่มีไฟเบอร์หรือกากใยสูง ลดปริมาณการกินเนื้อสัตว์ ดื่มน้ำให้มาก ๆ แต่แนวทางรักษานี้จะเหมาะแค่กับคนไข้โรคริดสีดวงทวารระยะแรก ๆ เท่านั้น
- การใช้ยา โดยมักจะเป็นยาลดขนาดก้อนริดสีดวง เหมาะต่อการรักษาโรคริดสีดวงทวารระยะแรก ๆ เช่นกัน
- การทำหัตถการหรือการผ่าตัด เช่น การรัดยางเพื่อให้ก้อนริดสีดวงทวารขาดเลือดและฝ่อไปในที่สุด การผ่าตัดริดสีดวงทวารซึ่งมีทั้งการใช้เทคโนโลยีเลเซอร์และเทคโนโลยีจี้ไฟฟ้าความร้อน
การผ่าตัดริดสีดวงทวารด้วยการจี้ไฟฟ้าความร้อน มีขั้นตอนอะไรบ้าง?
เทคโนโลยีไฟฟ้าความร้อนที่ใช้สำหรับผ่าตัดริดสีดวงทวารมีชื่อว่า “เทคโนโลยีโมโนโพลาร์ (Monopolar)” ซึ่งมีลักษณะเป็นปลายแท่งเหล็กที่มีความร้อน นอกจากการผ่าตัดริดสีดวงทวารแล้ว ในทางการแพทย์ยังนิยมใช้เพื่อทำหัตถการอื่น ๆ เช่น การจี้หยุดเลือด การจี้ตัดเนื้อเยื่อ
การใช้เทคโนโลยีโมโนโพลาร์เพื่อผ่าตัดริดสีดวงทวาร มีขั้นตอนหลัก ๆ ดังต่อไปนี้
- แพทย์เย็บผูกหลอดเลือดส่วนที่ไปเลี้ยงหัวริดสีดวง
- แพย์จี้ตัดหัวริดสีดวงออกพร้อมแขนงหลอดเลือดที่อยู่ข้างใต้ด้วยไฟฟ้าความร้อน โดยไม่ไปทำอันตรายต่อกล้ามเนื้อผนังลำไส้
- แพทย์เย็บปิดแผลบริเวณเยื่อหุ้มทวารหนักด้านใน หรือหากมีก้อนริดสีดวงที่อยู่ภายนอกด้วย ก็จะเย็บปิดเยื่อหุ้มที่อยู่ด้านนอกด้วยไหมละลายเช่นกัน
จุดเด่นของการรักษาริดสีดวงทวารด้วยวิธีจี้ไฟฟ้า
- สามารถรักษาโรคริดสีดวงทวารได้ทุกระยะ
- สามารถจี้ตัดก้อนหัวริดสีดวงและแขนงหลอดเลือดที่โป่งพองได้ทั้งหมดในการผ่าตัดครั้งเดียว ช่วยลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้
- ใช้ระยะเวลารักษาและพักฟื้นไม่นาน โดยนอนค้างที่โรงพยาบาลเพียง 1 คืนเท่านั้น
- สามารถใช้ผ่าตัดริดสีดวงทวาร เพื่อเก็บตัวอย่างหัวริดสีดวงไปส่งตรวจเพิ่มเติม เพื่อป้องกันการวินิจฉัยผิดพลาดเกี่ยวกับโอกาสเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้
การป้องกันไม่ให้เป็นโรคริดสีดวงทวารหนัก
- งดการเบ่งอุจจาระแรง ๆ และเป็นเวลานาน ๆ เนื่องจากเป็นปัจจัยทำให้หัวริดสีดวงโตขึ้นได้ง่าย
- งดการทำงานหรือกิจกรรมที่ต้องยกของหนักนาน ๆ เนื่องจากการยกของหนักเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เกิดแรงเบ่งในช่องท้อง และเพิ่มโอกาสให้หัวริดสีดวงทวารโตขึ้นได้ง่าย
- กินอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผัก ผลไม้
- ดื่มน้ำให้มาก ๆ เพื่อลดอาการท้องผูก
- หากมีโรคประจำตัวที่ทำให้มีอาการต้องเบ่งถ่ายอุจจาระแรง ๆ ให้รีบรักษาให้หาย เช่น โรคต่อมลูกหมากโต
ไขความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับโรคริดสีดวงทวาร
รวมคำถามที่พบบ่อยและความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับโรคริดสีดวงทวาร พร้อมคำตอบที่ถูกต้องจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
1. นั่งเล่นโทรศัพท์ในห้องน้ำนานๆ เสี่ยงเป็นริดสีดวงไหม?
หากเป็นการนั่งเล่นโทรศัพท์เฉย ๆ ไม่ได้ออกแรงเบ่งอุจจาระไปด้วยอย่างต่อเนื่อง ก็ไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงทำให้เป็นโรคริดสีดวงทวาร เพราะโรคนี้มีปัจจัยสำคัญมาจากการออกแรงเบ่งที่เพิ่มมากขึ้นและเป็นระยะเวลานาน ๆ
2. ถ้าริดสีดวงโผล่ออกมานอกรูทวาร ใช้นิ้วดันกลับเข้าไปเองได้ไหม?
หากระยะของโรคริดสีดวงทวารยังอยู่ในขอบเขตไม่เกินระยะที่สาม คนไข้ก็ยังสามารถใช้นิ้วดันหัวริดสีดวงกลับเข้าเองได้ แต่หากเริ่มดันกลับเข้าไม่ได้ ก็ควรรีบมาพบแพทย์โดยด่วน
3. ผ่าตัดแล้วมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำไหม?
มีโอกาส โดยหากหลังผ่าตัดคนไข้ยังมีพฤติกรรมเบ่งถ่ายอุจจาระแรง ๆ หรือมีอาการท้องผูกบ่อย ๆ ก็มีโอกาสที่จะเกิดการหย่อนตัวของหัวริดสีดวงใหม่ได้อีกในอนาคต
4. เป็นริดสีดวง ห้ามกินสัตว์เนื้อแดงจริงไหม?
ไม่จำเป็นต้องถึงขั้นห้ามกิน แต่ให้ปรับกินควบคู่ไปกับอาหารที่มีกากใยสูงและดื่มน้ำให้มาก ๆ แทน
5. ริดสีดวงทวาร พัฒนาเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ไหม?
การเป็นโรคริดสีดวงทวารไม่สามารถพัฒนากลายเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้
แต่ความน่ากลัวที่สัมพันธ์กับ 2 โรคนี้ก็คือ อาการแสดงของโรคที่คล้ายคลึงกัน ทำให้หลายคนที่เริ่มมีรอยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เข้าใจผิดว่า ตนเองเป็นโรคริดสีดวงทวารและไม่ได้เดินทางมาตรวจวินิจฉัยกับแพทย์ แต่ใช้วิธีไปซื้อยามารักษาอาการเอง กว่าจะรู้ว่า ตนเองมีโรคมะเร็งเกิดขึ้นก็อาจสายเกินแก้
ด้วยเหตุนี้แพทย์จึงจะแนะนำให้ผู้ที่มีอาการคล้ายกับโรคริดสีดวงทวารทุกรายเดินทางมาตรวจและปรึกษาวิธีรักษากับแพทย์เท่านั้น เพื่อที่แพทย์จะได้ตรวจคัดแยก 2 โรคนี้ออกจากกันได้ และแนะนำวิธีรักษาที่ถูกต้องให้กับคนไข้
ผ่าตัดริดสีดวงทวารด้วยการจี้ไฟฟ้าความร้อน กับ นพ. ธนเดช ด้วยบริการจาก HDcare
พบอาการขับถ่ายมีเลือดปน มีก้อนที่ทวารหนัก ปวดเจ็บทวารหนักอย่างที่ไม่เคยเป็น อยากปรึกษาคุณหมอที่มีความเชี่ยวชาญ ทักหาแอดมิน HDcare ได้เลยเพื่อนัดคุยกับคุณหมอก่อนตัดสินใจผ่าตัดโดยไม่มีค่าใช้จ่าย แถมเลือกได้ว่าจะคุยแบบออนไลน์หรือที่โรงพยาบาลโดยตรง
หรือหากได้รับการวินิจฉัยแล้ว และสนใจอยากผ่าตัดด้วยการจี้ไฟฟ้า ก็สามารถซื้อแพ็กเกจผ่าตัดกับ HDcare ได้เช่นกัน และยังจะได้บริการพยาบาลผู้ช่วยส่วนตัว ไม่ต้องมีญาติหรือเพื่อนไปโรงพยาบาลด้วยก็มีคนคอยอยู่ข้าง ๆ ให้อุ่นใจ สะดวกสบาย ไม่ต้องประสานงานเอง
สอบถามทุกประเด็นเกี่ยวกับการผ่าตัดที่สงสัย กับทางทีมของ HDcare จนกว่าจะมั่นใจ และหากต้องการผู้ช่วยประสานงานด้านใดในโรงพยาบาล หรืออยากสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับบริการ HDcare สามารถพูดคุยผ่านทางไลน์ @HDcare ได้เลย