10 questions rsv vaccine for older adults disease faq

รวม 10 คำถามวัคซีน RSV ในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ จำเป็นไหม ฉีดช่วงไหนดีที่สุด?

เชื้อไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus) ไม่ได้เป็นโรคที่เกิดขึ้นเฉพาะในเด็กเล็กเท่านั้น แต่ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุก็สามารถติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ได้เช่นกัน1 โดยเฉพาะผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป2 และผู้ใหญ่ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคปอดเรื้อรัง โรคเบาหวาน หรือโรคหัวใจและหลอดเลือด ที่เมื่อติดเชื้อแล้วอาจทำให้มีอาการรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้3  

วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงของการป่วยหนักในกลุ่มนี้ได้3 บทความนี้จึงรวบรวม 10 คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV ในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุมาตอบทุกข้อสงสัย เพื่อช่วยให้การตัดสินใจรับวัคซีนง่ายขึ้น

สารบัญ

1. ไวรัส RSV คืออะไร ทำไมถึงเป็นอันตรายต่อผู้ใหญ่และผู้สูงอายุได้ด้วย? 

ไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus) เป็นเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะทางเดินหายใจส่วนล่างอย่างหลอดลมฝอยและปอด ซึ่งเชื้อนี้สามารถติดต่อได้ง่ายมากผ่านทางละอองฝอยจากการไอ จาม หรือจากการสัมผัสพื้นผิวที่มีเชื้ออยู่1

โดยทั่วไปแล้ว หลายคนอาจคิดว่าเชื้อไวรัส RSV เป็นสาเหตุสำคัญของโรคหลอดลมอักเสบและปอดอักเสบในเด็กเล็กเท่านั้น แต่ในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุก็สามารถติดเชื้อนี้ได้เช่นกัน1 โดยเฉพาะผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป2 ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคหัวใจ โรคปอดเรื้อรัง หรือโรคเบาหวาน3 

การติดเชื้อไวรัส RSV ในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุอาจมีความรุนแรงมากกว่าที่คิด เพราะเมื่ออายุมากขึ้นหรือมีโรคประจำตัวบางชนิด ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะตอบสนองต่อเชื้อโรคได้ลดลง ทำให้เมื่อติดเชื้อไวรัส RSV จึงเสี่ยงเกิดอาการรุนแรงและเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิตได้ เช่น ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หรือภาวะหัวใจล้มเหลว4,5 

2. ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุจำเป็นต้องรับวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV ไหม? 

ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุควรพิจารณาเข้ารับวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV โดยเฉพาะผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปและผู้ที่มีอายุระหว่าง 18-59 ปีที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงติดเชื้อไวรัส RSV และเกิดอาการรุนแรง6,7 

โดยวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV จะช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ ลดความรุนแรงของโรค ลดโอกาสในการเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล รวมถึงลดโอกาสการเสียชีวิตได้6 

3. วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV ในไทยมีกี่ชนิด ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุต้องฉีดแบบไหน? 

ปัจจุบันวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV ที่ใช้ในประเทศไทยมีด้วยกัน 2 ชนิด ได้แก่ วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV ชนิด 1 สายพันธุ์ (สายพันธุ์ A) และวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV ชนิด 2 สายพันธุ์ (สายพันธุ์ A และสายพันธุ์ B)6 

โดยวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV ทั้ง 2 ชนิดมีข้อบ่งใช้ที่แตกต่างกัน สำหรับวัคซีน RSV ชนิด 2 สายพันธุ์ สามารถใช้ได้ในผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป รวมถึงผู้สูงอายุไม่ว่าจะมีหรือไม่มีโรคร่วม ในขณะที่วัคซีน RSV ชนิด 1 สายพันธุ์มีข้อบ่งใช้เฉพาะในผู้ที่มีอายุ 50-59 ปีที่มีโรคร่วม และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปเท่านั้น7,8 

แต่สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ต้องการรับวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV สามารถรับวัคซีน RSV ชนิด 2 สายพันธุ์เท่านั้น6 

4. ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุควรฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV เมื่อไร ต้องฉีดทุกปีไหม? 

สำหรับการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV ในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ สามารถเข้ารับวัคซีนได้ตลอด โดยเฉพาะช่วงการระบาด ซึ่งมักจะเป็นช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี โดยแนะนำให้ฉีดวัคซีน RSV เพียงแค่ 1 เข็มเท่านั้น ยังไม่จำเป็นต้องฉีดกระตุ้นซ้ำ6 

5. วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV ในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุฉีดร่วมกันกับวัคซีนป้องกันโรคอื่นๆ ได้ไหม? 

โดยทั่วไปแล้ว วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV สามารถฉีดร่วมกับวัคซีนป้องกันโรคอื่นๆ ได้ เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ (Influenza vaccine) แต่ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับวัคซีนทุกครั้ง3 

6. วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV ในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุมีประสิทธิภาพมากแค่ไหน ป้องกันโรคได้นานเท่าไร? 

สำหรับประสิทธิภาพของวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV ทั้งชนิด 1 สายพันธุ์ และ 2 สายพันธุ์ ผลการศึกษาทางคลินิกพบว่า วัคซีนทั้งสองชนิดมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคทางเดินหายใจส่วนล่างจากเชื้อไวรัส RSV ได้ประมาณ 75-90% และสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดอาการรุนแรงได้มากกว่า 80%6  

นอกจากนี้ข้อมูลจากการใช้จริงยังพบว่า วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV ทั้งสองชนิดสามารถช่วยลดโอกาสการป่วยรุนแรงและการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้ประมาณ 73-83%6 โดยระยะเวลาในการป้องกันโรค หลังจากผู้ใหญ่และผู้สูงอายุได้รับวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV ไปแล้ว ภูมิคุ้มกันที่ได้จากวัคซีนจะยังคงอยู่ได้นานอย่างน้อย 2 ปี9  

7. หลังรับวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV ในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุจะมีผลข้างเคียงอะไรไหม? 

หลังรับวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV ในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ อาจเกิดผลข้างเคียงได้เล็กน้อยคล้ายกับการฉีดวัคซีนทั่วไป เช่น ปวดบริเวณที่ฉีด อ่อนล้า ปวดกล้ามเนื้อ หรือปวดศีรษะ โดยวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV ชนิด 2 สายพันธุ์จะให้ความรู้สึกปวดน้อยกว่าชนิด 1 สายพันธุ์ รวมถึงอาการเหล่านี้มักจะหายได้เองภายใน 2-3 วัน6 

8. ถ้าเคยติดเชื้อไวรัส RSV มาแล้ว ยังจำเป็นต้องฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV อยู่ไหม? 

ผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุที่เคยติดเชื้อไวรัส RSV มาแล้ว ยังคงสามารถติดเชื้อซ้ำได้อีก เนื่องจากภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติที่เกิดขึ้นหลังการติดเชื้อมักจะอยู่ได้ไม่นานและไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อซ้ำในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ10 

เพราะฉะนั้นถึงแม้จะเคยติดเชื้อไวรัส RSV มาแล้วก็ยังแนะนำให้พิจารณารับวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV อยู่ โดยผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดอาการรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนจากเชื้อไวรัส RSV การรับวัคซีนจึงจะช่วยลดโอกาสป่วยหนักและการเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลได้6 

ส่วนผู้ใหญ่ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง การรับวัคซีน RSV จะช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อซ้ำและเกิดอาการรุนแรงที่อาจกระทบต่อโรคประจำตัวเดิม7

และในหญิงตั้งครรภ์ การรับวัคซีน RSV จะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้มารดาและถ่ายทอดภูมิคุ้มกันบางส่วนไปยังทารกในครรภ์ ช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ RSV ที่อาจส่งผลต่อทารกหลังคลอดได้6 

9. การรับวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV ในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุมีข้อควรระวังอะไรไหม? 

นอกจากประสิทธิภาพและอาการข้างเคียงของวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV ที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว11 ข้อควรระวังที่ควรทราบก่อนเข้ารับวัคซีน RSV ในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ มีดังนี้ 

  • ผู้ที่มีประวัติการแพ้ยาหรือแพ้ส่วนประกอบต่างๆ ของวัคซีนควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับวัคซีน RSV9 
  • ผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยหรือมีไข้สูงเฉียบพลันควรเลื่อนการฉีดวัคซีน RSV ออกไปก่อน9 
  • ผู้หญิงตั้งครรภ์ไม่ควรรับวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV ชนิด 1 สายพันธุ์6 

ดังนั้นก่อนรับวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV ในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุจึงควรปรึกษาแพทย์และได้รับการประเมินจากแพทย์ก่อนเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าการฉีดวัคซีน RSV มีความเหมาะสมกับแต่ละบุคคล 

10. ถ้ายังไม่พร้อมฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV ผู้ใหญ่สามารถป้องกันการติดเชื้ออย่างไรได้บ้าง? 

หากผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุยังไม่พร้อมฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV ยังสามารถลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้ด้วยการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ดังนี้12 

  • ล้างมือบ่อยๆ 
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าโดยไม่จำเป็น 
  • หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการไข้ ไอ หรือเป็นหวัด 
  • ทำความสะอาดพื้นผิวที่มีการสัมผัสบ่อยๆ เช่น ลูกบิดประตู โทรศัพท์ หรือโต๊ะทำงาน 
  • สวมหน้ากากอนามัยในพื้นที่ปิดหรือแออัด 

อย่างไรก็ตาม การรับวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV ยังคงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและผู้ใหญ่ที่มีโรคประจำตัว ซึ่งมีความเสี่ยงติดเชื้อไวรัส RSV และเกิดอาการรุนแรงได้ง่าย6 

หากลูกๆ หลานๆ หรือผู้ใหญ่คนไหนที่อ่านบทความมาถึงตรงนี้และตัดสินใจได้แล้วว่าอยากให้คนที่เรารักได้รับการป้องกันจากเชื้อไวรัส RSV สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อรับวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV ในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุได้เลย!

 

PP-A1G-THA-0308  

บริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

1 อาคารพาร์ค สีลม ชั้น 27 ห้อง 2701-2704 และ 2707-2708 ถนนคอนแวนต์ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500 โทรศัพท์ 02-761-4555 

*โปรดปรึกษาแพทย์/เภสัชกรเพิ่มเติมหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคหรือการใช้ยา

Scroll to Top