เอกสารรับคนไข้ใหม่ที่คลินิกควรมี 3 ฉบับ

คนไข้ใหม่ที่เดินเข้าคลินิกมักได้เอกสารมาเซ็นสามถึงสี่ฉบับ และเหตุผลที่ต้องแยกเป็นหลายฉบับไม่ใช่เรื่องความยุ่งยาก แต่เพราะแต่ละฉบับทำหน้าที่คนละอย่างและอยู่ภายใต้ข้อกำหนดคนละชุด

บทความนี้อธิบายว่าแต่ละฉบับมีไว้ทำอะไร จุดที่คลินิกมักเขียนไม่ครบ และมีแบบร่างให้ดาวน์โหลดไปปรับใช้ เลือกภาษาคู่กับภาษาไทยได้ 14 ภาษา สำหรับคลินิกที่รับคนไข้ต่างชาติ

แบบซักประวัติผู้ป่วย (Word) หนังสือยินยอม PDPA (Word) เงื่อนไขการชำระเงิน (Word)

สำคัญมาก อ่านก่อนใช้ ทั้งสามไฟล์เป็น แบบร่างเพื่อใช้อ้างอิงเท่านั้น ไม่ใช่เอกสารสำเร็จรูปที่นำไปใช้ได้ทันที เอกสารยินยอมเป็นเอกสารทางกฎหมายที่มีผลผูกพัน และแบบซักประวัติเป็นเครื่องมือคัดกรองทางคลินิก ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายตรวจสอบ และให้ผู้ประกอบวิชาชีพของคลินิกทบทวนรายการคัดกรอง ก่อนนำไปใช้กับคนไข้จริงทุกครั้ง

ตัวอย่างเอกสารรับคนไข้ใหม่ · ซักประวัติ ยินยอม และ PDPA
ตัวอย่างเอกสารรับคนไข้ใหม่ · ซักประวัติ ยินยอม และ PDPA

ทำไมต้องแยกเป็นหลายฉบับ

เพราะสามเรื่องนี้อยู่ภายใต้ข้อกำหนดคนละชุด และมีผลต่างกันเมื่อคนไข้ปฏิเสธ

เอกสารทำหน้าที่อะไรถ้าคนไข้ไม่ยินยอม
แบบซักประวัติคัดกรองความเสี่ยงก่อนการรักษารักษาต่อไม่ได้อย่างปลอดภัย
ยินยอม PDPAอนุญาตให้เก็บและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลบางส่วนกระทบการให้บริการ บางส่วนไม่กระทบ
เงื่อนไขการชำระเงินข้อตกลงทางการค้าเป็นเรื่องที่ต้องตกลงกันก่อนเริ่ม

การรวมทุกอย่างไว้ในใบเดียวคือปัญหาที่พบบ่อยที่สุด เพราะทำให้คนไข้ที่ไม่อยากรับข้อมูลการตลาด กลายเป็นคนที่ต้องเซ็นยินยอมทั้งหมดหรือไม่เซ็นเลย ซึ่งไม่ใช่ความยินยอมที่ให้โดยอิสระ

1. แบบซักประวัติผู้ป่วย

เป็นเอกสารทางคลินิก ไม่ใช่เอกสารทางกฎหมาย หน้าที่ของมันคือทำให้ทีมรู้สิ่งที่ต้องรู้ก่อนลงมือรักษา

สี่กลุ่มข้อมูลที่ควรมี

  • ข้อมูลติดต่อและผู้ติดต่อฉุกเฉิน
  • โรคประจำตัวและภาวะที่มีผลต่อการรักษา
  • ประวัติการแพ้ยา อาหาร ยาชา และลาเท็กซ์
  • ยาที่รับประทานเป็นประจำ

ข้อที่คลินิกมักไม่ได้ถามและควรถาม คือรายการที่เปลี่ยนวิธีรักษาโดยตรง เช่น การรับประทานยาละลายลิ่มเลือด การมีลิ้นหัวใจเทียมหรือข้อเทียม การใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ และการตั้งครรภ์

รายการในไฟล์เป็นจุดตั้งต้น ไม่ใช่รายการที่ครบสำหรับทุกคลินิก คลินิกที่ทำหัตถการต่างกันต้องคัดกรองต่างกัน ผู้ประกอบวิชาชีพของคลินิกต้องทบทวนและเพิ่มรายการให้ตรงกับงานที่ทำจริง เพราะข้อที่ขาดไปในแบบฟอร์ม คือคำถามที่ทีมจะไม่ได้ถาม

2. หนังสือให้ความยินยอม PDPA

เป็นฉบับที่ยาวที่สุดและเป็นฉบับที่คลินิกเขียนพลาดบ่อยที่สุด

หลักที่สำคัญที่สุดคือแยกวัตถุประสงค์ออกจากกัน ความยินยอมต้องให้โดยอิสระ ซึ่งแปลว่าคนไข้ต้องเลือกยินยอมเรื่องหนึ่งโดยไม่ยินยอมอีกเรื่องได้

แบบร่างในไฟล์จึงแยกเป็นสามส่วน

  • 2.1 เพื่อการให้บริการทางการแพทย์ การตรวจ รักษา นัดหมาย ส่งต่อ เรียกเก็บเงิน และเก็บเวชระเบียนตามกฎหมาย
  • 2.2 เพื่อการตลาดและการติดต่อสื่อสาร โปรโมชัน บริการใหม่ และการเชิญกลับมาตามรอบ แยกช่องยินยอมต่างหาก และการไม่ยินยอมต้องไม่กระทบการรักษา
  • 2.3 เพื่อการเผยแพร่ภาพผลการรักษา แยกอีกข้อหนึ่ง เพราะการถ่ายภาพเพื่อการรักษากับการนำภาพไปลงสื่อของคลินิกเป็นคนละวัตถุประสงค์ และยังอยู่ภายใต้ข้อกำหนดการโฆษณาสถานพยาบาลด้วย

ข้อ 2.2 มีผลกับการทำการตลาดโดยตรง คลินิกที่อยากส่งโปรโมชันหาคนไข้เดิม แต่เอกสารยินยอมที่คนไข้เซ็นไว้ไม่มีข้อนี้ จะอยู่ในสถานะที่ลำบาก เพราะมีข้อมูลอยู่แต่ใช้เพื่อการตลาดไม่ได้

นี่คือเหตุผลที่ควรแก้เอกสารก่อนเริ่มทำแคมเปญ ไม่ใช่หลังจากนั้น เพราะความยินยอมที่ไม่ได้ขอไว้ตั้งแต่ต้น ต้องกลับไปขอใหม่ทีละคน รายละเอียดเรื่องการส่งข้อความหาคนไข้เดิมอยู่ในบทความเรื่องแคมเปญหาคนไข้เดิม

อีกข้อที่มักเขียนกว้างเกินจริง คือรายชื่อผู้ที่อาจได้รับการเปิดเผยข้อมูล คลินิกจำนวนมากลอกรายการยาวๆ มาโดยที่ไม่ได้ส่งข้อมูลให้คนเหล่านั้นจริง ซึ่งไม่ได้ทำให้ปลอดภัยขึ้น ควรระบุเฉพาะคู่ค้าที่ใช้จริง เช่น แล็บทันตกรรมที่ส่งงาน ผู้ให้บริการระบบที่คลินิกใช้ และผู้ให้บริการชำระเงิน

3. ใบยินยอมเงื่อนไขการชำระเงิน

สั้นที่สุดในสามฉบับ และเป็นฉบับที่ป้องกันข้อพิพาทได้มากที่สุดต่อความยาว

สองข้อที่เกิดปัญหาบ่อยที่สุดและมักไม่ได้เขียนไว้

  • เงื่อนไขการเลื่อนหรือยกเลิกนัด ต้องแจ้งล่วงหน้ากี่ชั่วโมง และมีค่าใช้จ่ายหรือไม่
  • เงื่อนไขการคืนเงินสำหรับคอร์สหรือแพ็กเกจ คนไข้ที่ซื้อคอร์ส 10 ครั้งแล้วใช้ไป 3 ครั้ง ขอคืนได้เท่าไหร่

ข้อหลังสำคัญเป็นพิเศษกับคลินิกความงามและกายภาพบำบัด ที่ขายเป็นคอร์ส เพราะเงินที่รับล่วงหน้ายังไม่ใช่รายได้จนกว่าจะให้บริการครบ และการไม่มีเงื่อนไขเขียนไว้ทำให้ทุกกรณีกลายเป็นการต่อรองรายคน

ควรตรวจสอบด้วยว่าอัตราค่าบริการที่เขียนในเอกสารตรงกับที่แสดงไว้ ณ สถานพยาบาล ซึ่งเป็นข้อกำหนดแยกอีกข้อหนึ่ง รายละเอียดอยู่ในบทความเรื่องป้ายที่คลินิกต้องติด

More patients, and a system that runs the day

Jib OS brings new patients in, answers every one of them, and keeps the day running. Built by HDmall.

Or see what Jib OS is →

ใส่เลขที่เอกสารและเลขฉบับแก้ไข

เป็นรายละเอียดที่คลินิกใหญ่ทำกันเป็นปกติ แต่คลินิกเล็กมักข้าม

ที่มุมล่างของเอกสารควรมีเลขที่แบบฟอร์มและเลขฉบับแก้ไขพร้อมวันที่มีผล เช่น `F-PDPA-01 Rev.01`

เหตุผลไม่ใช่ความเป็นระเบียบ แต่คือเมื่อเกิดข้อโต้แย้งขึ้นในอีกสองปี คุณต้องตอบให้ได้ว่าคนไข้คนนั้นเซ็นข้อความเวอร์ชันไหน คลินิกที่แก้เอกสารเรื่อยๆ โดยไม่ใส่เลขฉบับ จะมีเอกสารที่เซ็นแล้วหลายเวอร์ชันปนกันอยู่ในแฟ้ม โดยไม่มีทางแยกออก

และเมื่อแก้เอกสารใหม่ ควรบันทึกไว้ด้วยว่าแก้อะไรและมีผลตั้งแต่เมื่อไหร่

ทำสองภาษาถ้ารับคนไข้ต่างชาติ

คลินิกที่รับคนไข้ต่างชาติควรทำเอกสารสองภาษาในฉบับเดียวกัน ไม่ใช่แยกเป็นฉบับไทยกับฉบับอังกฤษ

เหตุผลคือฉบับแยกทำให้เกิดคำถามว่าฉบับไหนมีผล และเมื่อแก้ฉบับหนึ่งแล้วลืมแก้อีกฉบับ ข้อความจะไม่ตรงกันโดยไม่มีใครรู้

แบบร่างทั้งสามไฟล์ใช้รูปแบบไทยและอังกฤษในบรรทัดเดียวกัน ซึ่งเป็นรูปแบบที่คลินิกที่รับคนไข้ต่างชาติในไทยใช้กันอยู่แล้ว รายละเอียดเรื่องการรับคนไข้ต่างชาติอยู่ในบทความเรื่องคลินิกไทยที่รับคนไข้ต่างชาติ

เมื่อกระดาษเริ่มเป็นปัญหา

เอกสารสามฉบับต่อคนไข้หนึ่งคน คูณด้วยคนไข้ใหม่เดือนละร้อยคน คือกระดาษสามร้อยแผ่นต่อเดือนที่ต้องเก็บและหาให้เจอเมื่อต้องใช้

สัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาเปลี่ยน

  • หาเอกสารยินยอมของคนไข้คนหนึ่งไม่เจอเมื่อต้องใช้
  • ไม่รู้ว่าคนไข้คนไหนยินยอมรับข้อมูลการตลาดบ้าง จึงไม่กล้าส่งเลย
  • แก้ข้อความในเอกสารแล้วไม่รู้ว่าใครเซ็นเวอร์ชันเก่าไว้บ้าง

ข้อที่สองมีต้นทุนสูงที่สุดและมองไม่เห็น เพราะคลินิกที่ไม่รู้ว่าใครยินยอมบ้าง มักเลือกไม่ส่งอะไรเลย ซึ่งเท่ากับเสียประโยชน์จากความยินยอมที่คนไข้ให้ไว้แล้ว

ข้อควรระวัง

แบบร่างทั้งสามไฟล์เป็นจุดตั้งต้นเพื่อใช้อ้างอิง ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ข้อความที่เหมาะสมขึ้นกับลักษณะการดำเนินงานของแต่ละคลินิก ประเภทข้อมูลที่เก็บจริง และคู่ค้าที่เกี่ยวข้องจริง

ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายตรวจสอบและปรับข้อความก่อนนำไปใช้กับคนไข้จริง และสำหรับแบบซักประวัติ ต้องให้ผู้ประกอบวิชาชีพของคลินิกทบทวนรายการคัดกรองให้ตรงกับหัตถการที่ให้บริการ

เคล็ดลับบริหารคลินิก ส่งตรงถึงอีเมลคุณ

เจ้าของและผู้บริหารคลินิกกว่า 20,000 คน รับข่าวสารจากเราอยู่แล้ว

สำหรับเจ้าของคลินิกและผู้ที่กำลังจะเปิด — วิธีให้คนไข้ใหม่เจอคลินิกบน Google และให้ AI อย่าง ChatGPT และ Claude แนะนำคลินิกของคุณ วิธีลดงานหน้าเคาน์เตอร์และคนไข้ไม่มาตามนัด และเรื่องที่คลินิกอื่นเจอมาก่อน

ส่งสัปดาห์ละครั้ง · ไม่มีสแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ

More patients, and a system that runs the day

Jib OS brings new patients in, answers every one of them, and keeps the day running. Built by HDmall.

Or see what Jib OS is →

คำถามที่พบบ่อย

คลินิกต้องให้คนไข้ใหม่เซ็นเอกสารอะไรบ้าง

โดยทั่วไปมีสามฉบับที่ทำหน้าที่ต่างกัน คือแบบซักประวัติผู้ป่วยซึ่งเป็นเครื่องมือคัดกรองทางคลินิก หนังสือให้ความยินยอมเก็บและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย PDPA และใบยินยอมเงื่อนไขการชำระค่าบริการซึ่งเป็นข้อตกลงทางการค้า แต่ละฉบับอยู่ภายใต้ข้อกำหนดคนละชุดและมีผลต่างกันเมื่อคนไข้ไม่ยินยอม จึงไม่ควรรวมไว้ในใบเดียว

ทำไมความยินยอมเรื่องการตลาดต้องแยกจากการรักษา

เพราะความยินยอมต้องให้โดยอิสระ คนไข้ต้องเลือกยินยอมให้ใช้ข้อมูลเพื่อการรักษาโดยไม่ยินยอมให้ส่งข้อมูลการตลาดได้ และการไม่ยินยอมเรื่องการตลาดต้องไม่กระทบต่อการเข้ารับบริการ การรวมทุกวัตถุประสงค์ไว้ในช่องเดียวทำให้คนไข้ต้องเลือกระหว่างยินยอมทั้งหมดหรือไม่เซ็นเลย ซึ่งไม่ใช่ความยินยอมที่ให้โดยอิสระ

คลินิกอยากส่งโปรโมชันหาคนไข้เดิม ต้องมีอะไรก่อน

ต้องมีความยินยอมเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาดที่คนไข้ให้ไว้แยกจากความยินยอมเพื่อการรักษา คลินิกจำนวนมากมีข้อมูลคนไข้ครบแต่เอกสารยินยอมที่เซ็นไว้ไม่ครอบคลุมการตลาด จึงใช้ข้อมูลนั้นทำแคมเปญไม่ได้ และการกลับไปขอความยินยอมใหม่ทีละคนยากกว่าการขอไว้ตั้งแต่ตอนรับคนไข้ใหม่มาก จึงควรแก้เอกสารก่อนเริ่มทำแคมเปญ

แบบซักประวัติควรถามอะไรบ้าง

อย่างน้อยควรครอบคลุมข้อมูลติดต่อและผู้ติดต่อฉุกเฉิน โรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา อาหาร ยาชาและลาเท็กซ์ และยาที่รับประทานเป็นประจำ นอกจากนี้ควรถามรายการที่เปลี่ยนวิธีรักษาโดยตรง เช่น การใช้ยาละลายลิ่มเลือด การมีลิ้นหัวใจเทียมหรือข้อเทียม และการตั้งครรภ์ ทั้งนี้รายการที่เหมาะสมต่างกันตามหัตถการที่คลินิกให้บริการ ผู้ประกอบวิชาชีพของคลินิกจึงต้องทบทวนและเพิ่มรายการเอง

ใช้แบบร่างเหล่านี้ได้เลยไหม

ไม่ควร ทั้งสามไฟล์เป็นแบบร่างเพื่อใช้อ้างอิงและปรับต่อ ไม่ใช่เอกสารสำเร็จรูป เอกสารยินยอมเป็นเอกสารทางกฎหมายที่มีผลผูกพันและข้อความที่เหมาะสมขึ้นกับการดำเนินงานจริงของแต่ละคลินิก ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายตรวจสอบก่อนใช้ และสำหรับแบบซักประวัติต้องให้ผู้ประกอบวิชาชีพทบทวนรายการคัดกรองเพิ่มเติมด้วย

ทำไมต้องใส่เลขฉบับแก้ไขบนเอกสาร

เพื่อให้ตอบได้ว่าคนไข้แต่ละคนเซ็นข้อความเวอร์ชันไหน คลินิกที่แก้ไขเอกสารเป็นระยะโดยไม่ใส่เลขฉบับจะมีเอกสารที่เซ็นแล้วหลายเวอร์ชันปนกันอยู่ในแฟ้มโดยไม่มีทางแยกออก ซึ่งเป็นปัญหาเมื่อเกิดข้อโต้แย้งในภายหลัง ควรระบุเลขที่แบบฟอร์ม เลขฉบับแก้ไข และวันที่มีผลไว้ที่มุมล่างของทุกฉบับ

อ่านต่อ

More patients, and a system that runs the day

Jib OS brings new patients in, answers every one of them, and keeps the day running. Built by HDmall.

Or see what Jib OS is →
© 2026 Jib OS · Powered by HDmall · คลังบทความทั้งหมด

เริ่มทดลองใช้ฟรี

ทดลองใช้ Jib OS ฟรี 1 เดือน บอกเราสองอย่าง แล้วเราจะติดต่อกลับและตั้งค่าให้พร้อมใช้งานภายในไม่กี่วัน

ทดลองใช้ฟรี 1 เดือน และเราตั้งค่าให้ทั้งหมด ไม่ต้องผูกบัตร ไม่มีข้อผูกมัดต้องใช้ต่อ หยุดเมื่อครบเดือนได้ และข้อมูลคนไข้ บทสนทนา และการจองทั้งหมดส่งออกไปกับคุณได้