
สรุปการรีวิว
ปิด
ปิด
- เราเป็นไมเกรนมาประมาณ 2 ปีแล้ว มักจะชอบปวดหัวไมเกรนเวลาเจอแสงกระตุ้น เช่น แสงแดด แสงหน้าจอคอม และแสงหน้าจอมือถือ ซึ่งปัญหานี้กระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันมาก เราเลยตัดสินใจไปรักษาไมเกรนค่ะ
- เราเลือกรักษาไมเกรนด้วยวิธีทำกายภาพบำบัด ที่ H8 Clinic เนื่องจากมีวิธีการรักษาที่หลากหลาย เค้ารักษาไมเกรนแบบ Migraine Holistic Care โดยคุณหมอจะเลือกวิธีรักษาที่ตรงกับปัญหาของเรามากที่สุด
- ขั้นตอนรักษา จะเริ่มจากการตรวจเช็ดการเคลื่อนไหวและเช็กกล้ามเนื้อก่อนว่าปวดหรือตึงตรงไหน จากนั้นก็จะใช้เครื่อง PMS เครื่องอัลตราซาวด์ และเครื่อง High Power Laser มารักษา
- ผลลัพธ์หลังใช้บริการ เราก็รู้สึกโล่งสบายตัวและผ่อนคลายมากๆ เลยค่ะ
- รีวิวนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ #HDreview ได้รับการสปอนเซอร์จากทาง HDmall.co.th และ H8 Clinic
- ดูโปรแกรมทั้งหมดจาก H8 Clinic บน HDmall.co.th
- สอบถามแอดมินเพิ่มเติมเกี่ยวกับแพ็กเกจได้ที่ไลน์ @HDcoth
รีวิวรักษาไมเกรน ที่ H8 Clinic ประสบการณ์จริงที่ช่วยรักษาไมเกรนให้หายเป็นปกติได้ อธิบายครบทุกรายละเอียดในรีวิวนี้ที่เดียว
เลือกหัวข้อที่สนใจได้ที่นี่เราเป็นไมเกรนมาประมาณ 2 ปีแล้วค่ะ ก่อนหน้านี้ก็ยังไม่รู้ตัวว่าอาการที่เป็นอยู่นั้นคือไมเกรน คิดว่าคงจะแค่ปวดหัวธรรมดาเฉยๆ
จนกระทั่งอาการเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ เวลาเจอแสงแดดหรือแสงหน้าจอคอมก็จะรู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที เราเลยลองไปตรวจที่โรงพยาบาลดูและคุณหมอก็แจ้งว่าเราเป็นไมเกรนชนิดออร่าค่ะ ซึ่ง
ตอนนั้นที่ไปพบคุณหมอก็ได้แค่ยาบรรเทาอาการปวดกลับมากินอย่างเดียวเลยค่ะ ไม่ได้มีการแนะนำวิธีรักษาอะไรให้
เราเองก็รู้สึกว่าอาการที่เป็นอยู่นี้มันค่อนข้างรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันมากๆ เลยอยากหาวิธีการรักษาเพื่อทำให้อาการไมเกรนมันดีขึ้น ก็เลยลองเสิร์ชหาข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาไมเกรนดู จนได้มาเจอกับการรักษาไมเกรนกับคุณหมอนุ่ม ที่ H8 Clinic
จากที่เราเข้าไปศึกษามา ที่ H8 Clinic เค้ารักษาไมเกรนแบบ Migraine Holistic Care ซึ่งคุณหมอนุ่มจะประเมินอาการของผู้ป่วยแต่ละคน และเลือกวิธีรักษาให้ตามระดับความรุนแรง ความถี่ของอาการปวด ร่วมกับปัจจัยอื่นๆ เพื่อใช้วิธีรักษาให้เหมาะสมกับเรามากที่สุด
แถมยังยืนยันอีกด้วยว่าไมเกรนสามารถรักษาให้หายได้ เราเลยสนใจและตัดสินใจที่จะเข้าไปปรึกษาคุณหมอนุ่ม ที่ H8 Clinic ค่ะ

รีวิวรักษาไมเกรน ที่ H8 Clinic
มาถึงที่ H8 Clinic ก็ติดต่อเจ้าหน้าที่หน้าเคาน์เตอร์ว่ามาปรึกษาคุณหมอนุ่มเกี่ยวกับการรักษาไมเกรน เจ้าหน้าที่ก็จะซักประวัติก่อนนิดหน่อยพร้อมกับขอบัตรประชาชนเพื่อนำไปลงทะเบียนคนไข้ใหม่ก่อน

หลังจากลงทะเบียนเสร็จแล้วก็นั่งรอคิวเข้าพบคุณหมอสักครู่ รอไม่นานเจ้าหน้าที่ก็พาเข้าไปพบคุณหมอในห้องตรวจเลยค่ะ
อันดับแรกคุณหมอนุ่มจะซักประวัติเกี่ยวกับอาการไมเกรนของเราก่อนว่า มีอาการเป็นยังไง เป็นมากี่ปีแล้ว เดือนนึงเป็นบ่อยแค่ไหน และบรรเทาอาการปวดหัวไมเกรนยังไง
เราก็เล่าอาการให้คุณหมอฟังไปว่า เราเป็นไมเกรนมาประมาณ 2 ปีแล้ว มักจะชอบปวดหัวไมเกรนเวลาเจอแสงกระตุ้น เช่น แสงแดด แสงหน้าจอคอม และแสงหน้าจอมือถือ
และปัญหานี้ก็ทำให้เราต้องคอยใส่แว่นกันแดดอยู่ตลอดเวลา ซึ่งค่อนข้างกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันมากๆ เดือนนึงจะมีอาการไมเกรนแบบนี้อยู่หลายครั้งเหมือนกัน ขึ้นอยู่กับว่าเจอแสงกระตุ้นมากน้อยแค่ไหน
ส่วนวิธีบรรเทาอาการปวดหัวไมเกรนของเราก็คือ พยายามหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นที่ทำให้ปวดหัวไมเกรน และอาศัยกินยาระงับอาการปวดเอาค่ะ
คุณหมอเลยอธิบายให้ฟังว่า มีคนไข้หลายคนที่มีอาการปวดหัวไมเกรนและรักษาด้วยการซื้อยามากินเองอยู่หลายปีแล้วไม่หายสักที ซึ่งเค้าไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วไมเกรนสามารถรักษาให้หายเป็นปกติได้

วิธีรักษาไมเกรนที่ H8 Clinic มีอะไรบ้าง
วิธีรักษาไมเกรนในปัจจุบันก็มีด้วยกันอยู่หลายวิธีเลย แต่ที่ H8 Clinic คุณหมอจะประเมินอาการของแต่ละคนก่อน แล้วจึงเลือกวิธีรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละคนมากที่สุด
ไม่ว่าจะเป็นการกินยา ฉีดยา กายภาพบำบัด หรือการใช้เครื่องมือต่างๆ เช่น เครื่อง PMS เครื่องอัลตราซาวด์ และเครื่อง High Power Laser เรียกได้ว่าเป็นการรักษาไมเกรนแบบ Migraine Holistic Care เลยค่ะ
การรักษาไมเกรนโดยไม่ใช้ยา
การรักษาไมเกรนโดยไม่ใช้ยา คุณหมอนุ่มบอกว่าเป็นการรักษาที่สำคัญที่สุดและควรทำทุกคนค่ะ เพราะไม่ว่าจะมีอาการปวดศีรษะไมเกรนมากหรือน้อย คุณหมอจะพยายามหาสาเหตุหลักที่เป็นตัวกระตุ้นไมเกรนของเราก่อนว่าคืออะไร และให้เลี่ยงสิ่งกระตุ้นเหล่านั้น
ซึ่งสิ่งกระตุ้นก็มีหลายอย่างเลย ไม่ว่าจะเกิดจากอากาศร้อนหรือเย็นจัด แสงจ้า กลิ่นบางอย่าง ควันบุหรี่ น้ำหอม ชีส ช็อกโกแลต กาแฟ แอลกอฮอล์ รวมไปการที่ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงช่วงมีประจำเดือนก็เกี่ยวนะคะ
เรียกได้ว่าการรักษาไมเกรนโดยไม่ใช้ยา คือการปรับพฤติกรรมเพื่อเลี่ยงสิ่งกระตุ้นเหล่านี้ค่ะ
รักษาไมเกรนด้วยยาแก้ปวด
สำหรับการรักษาไมเกรนด้วยยาแก้ปวดอาจเป็นสิ่งที่หลายๆ คนเคยใช้กันนะคะ แต่คุณหมอนุ่มก็อธิบายให้เราฟังว่า หากเราปวดศีรษะแล้วกินเลยทันทีอาจจะทำให้เราติดยาแก้ปวดได้
คุณหมอเลยแนะนำว่า วิธีรักษาไมเกรนด้วยการใช้ยาแก้ปวดที่ถูกต้องคือ เราต้องรู้ว่าเมื่อไหร่ควรจะกินยา และต้องรู้ด้วยว่ากินในปริมาณเท่าไหร่ ซึ่งโดยปกติเราไม่ควรกินยาแก้ปวดเกิน 10-15 เม็ดต่อเดือนค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นกับชนิดของยาแต่ละตัวด้วยนะคะ
สรุปง่ายๆ ก็คือ การใช้ยาแก้ปวดรักษาไมเกรน คุณหมอจะให้ใช้ในเคสที่มีอาการปวดกำเริบบ่อยๆ และจะให้คำแนะนำที่ถูกต้อง เพื่อให้การใช้ยาได้ประสิทธิภาพ และไม่ทำลายสุขภาพของเราค่ะ
รักษาไมเกรนด้วยยาป้องกันชนิดรับประทานคุณหมอนุ่มเล่าว่า การรักษาไมเกรนด้วยยาป้องกัน เป็นการจ่ายยากลุ่มป้องกันให้คนไข้ค่ะ เพราะการใช้ยาป้องกันไมเกรนช่วยลดความถี่และความรุนแรงของอาการปวดได้ และอาจจะถึงขั้นหายขาดหากได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและต่อเนื่องค่ะ
คุณหมอบอกว่า วิธีนี้เหมาะกับคนที่มีอาการปวดเกิน 4 ครั้งต่อเดือน หรือปวดรุนแรงจนต้องหยุดงาน รวมถึงคนที่กินยาแก้ปวดเกินขนาด คุณหมอก็จะพิจารณาให้ใช้ยาป้องกันไมเกรนแทนค่ะ
เพราะตัวยาป้องกันไมเกรนช่วยลดความถี่และความรุนแรงของอาการปวดได้ดีเลย แถมยังปลอดภัยกว่ายาแก้ปวดทั่วไปตามท้องตลาด เพราะส่งผลต่อการทำงานของตับและไตน้อย กินได้ในระยะยาว
แต่คุณหมอก็บอกว่าไม่ได้หมายความว่าให้กินตลอดชีวิตนะคะ เพราะกินยาไปสักพักก็สามารถหยุดยาได้ แต่ก็ต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของคุณหมอด้วยค่ะ
ดริป Vitamin ป้องกันไมเกรน
อีกหนึ่งวิธีป้องกันไมเกรนคือการรับวิตามินเข้าสู่ร่างกายผ่านเส้นเลือดดำ หรือที่หลายคนเรียกว่าการดริปวิตามินค่ะ
เพราะไมเกรนไม่ได้มีแค่อาการปวด แต่อาจเกิดขึ้นพร้อมกับอาการอื่นๆ เช่น ปวดกล้ามเนื้อ นอนไม่หลับ วิตกกังวล ซึ่งคุณหมอบอกว่าการรักษาแบบองค์รวมเป็นสิ่งสำคัญมากๆ
และการดริปวิตามินเข้าเส้นเลือดดำ จะช่วยให้สมองได้รับสารอาหารและวิตามินที่จำเป็นอย่างรวดเร็ว ช่วยให้รู้สึกสดชื่น นอนหลับได้ดีขึ้น และช่วยลดอาการสมองล้าด้วยค่ะ
รักษาไมเกรนด้วยการฉีดโบท็อกซ์ (Botulinum toxin)
หลายคนจะรู้จัก Botulinum toxin หรือโบท็อกซ์ในมุมของความงาม แต่คุณหมออธิบายว่าการใช้โบท็อกซ์จะช่วยคลายกล้ามเนื้อที่สัมพันธ์กับอาการปวดไมเกรน โดยฉีดครั้งละประมาณ 100-150 ยูนิต กระจายหลายๆ จุด ก็สามารถลดอาการปวดศีรษะไมเกรนได้ถึง 50% เลย
การฉีดโบท็อกซ์เพื่อรักษาไมเกรน เหมาะกับคนที่ปวดไมเกรนเรื้อรังนานเกิน 15 วันต่อเดือน หรือปวดศีรษะจากการที่กล้ามเนื้อตึงและมีความเครียดค่ะ โดยคุณหมอแนะนำให้ฉีดซ้ำทุกๆ 3-6 เดือนค่ะ
การฉีดยารักษาไมเกรน
การฉีดยาเพื่อรักษาอาการปวดไมเกรน เป็นอีกหนึ่งวิธีที่คุณหมอให้ความรู้ค่ะ ซึ่งการฉีดยารักษาไมเกรนเหมาะกับคนที่ปวดศีรษะรุนแรง หรือปวดบ่อยเกิน 4 ครั้งต่อเดือน จนกระทบการทำงานค่ะ
ข้อดีของการฉีดยารักษาไมเกรนคือ เห็นผลเร็ว ผลข้างเคียงน้อย แถมยังมีหลายยี่ห้อให้เลือกใช้และยังได้การรับรองจาก อย. ทั้งในประเทศไทย และ US FDA ด้วยค่ะ
ส่วนข้อเสียคือ ราคาสูง แต่ก็คุ้มค่ากับผลลัพธ์ที่ได้นะคะ เพราะว่าฉีดแค่เพียงเดือนละครั้ง ก็อยู่ได้ค่อนข้างนานเลย ต่างจากการกินยาที่ต้องกินทุกวันค่ะ
รักษาไมเกรนด้วยเครื่องกระตุ้นแม่เหล็ก PMS
คนที่ปวดไมเกรนส่วนใหญ่ มักมีอาการปวดตึงกล้ามเนื้อ ตัวตึง ปวดคอ บ่า ไหล่ ซึ่งการใช้เครื่อง PMS ไปกระตุ้นกล้ามเนื้อให้ผ่อนคลายลงก็จะช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น และลดอาการปวดศีรษะไมเกรนได้อีกด้วย
ซึ่งจากปัญหาของเราที่คุณหมอประเมินดูแล้ว ถือว่าอาการไมเกรนยังไม่ถึงขั้นรุนแรงมาก อาจจะยังไม่จำเป็นต้องรักษาด้วยการฉีดยา หรือวิธีอื่นๆ แต่แนะนำให้รักษาด้วยการใช้เครื่อง PMS ลดอาการปวดตึงของกล้ามเนื้อ ร่วมกับการทำกายภาพบำบัดแทนค่ะ
จากที่ได้รับคำแนะนำจากคุณหมอนุ่มแล้ว เราก็รู้สึกมีหวังมากๆ ที่จะได้รักษาอาการไมเกรนให้หายเป็นปกติ เพราะที่นี่เค้ารักษาแบบผสมผสานหลายอย่างเข้าด้วยกัน และหาวิธีที่เหมาะกับตัวเรามากที่สุดค่ะ
ขั้นตอนการรักษาไมเกรน
สำหรับการรักษาของเรา คุณหมอให้ลองเริ่มคลายกล้ามเนื้อด้วยการทำกายภาพบำบัดก่อน โดยทีมนักกายภาพบำบัดจะตรวจเช็กการเคลื่อนไหวบริเวณ คอ บ่า ไหล โดยจะให้ลองทำท่าทางต่างๆ และดูว่าเราปวดหรือตึงตรงไหนบ้าง

หลังจากตรวจเช็กการเคลื่อนไหวและกล้ามเนื้อเสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็จะเป็นการใช้เครื่อง PMS มากระตุ้นกล้ามเนื้อเส้นประสาทเลยค่ะ
ขั้นตอนการใช้เครื่อง PMS
นักกายภาพบำบัดจะนำเครื่อง PMS ซึ่งเป็นเครื่องกระตุ้นระบบประสาทด้วยการใช้ระบบคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า มากระตุ้นกล้ามเนื้อเส้นประสาทโดยตรงที่บริเวณคอ บ่า และไหล่

ความรู้สึกตอนใช้เครื่อง PMS ก็จะเหมือนโดนช็อต กล้ามเนื้อกระตุกนิดนึงค่ะ แต่ตอนทำไม่ได้รู้สึกเจ็บอะไรเลย ใช้เวลาไม่นานก็เสร็จแล้ว
ถัดมาหลังจากใช้เครื่อง PMS แล้ว ก็จะเป็นการใช้เครื่องอัลตราซาวด์คลื่นความร้อนลึกเพื่อช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ลดอาการปวด และอาการอักเสบนั่นเองค่ะ

ความรู้สึกตอนทำก็คือผ่อนคลายมากๆ ค่ะ เครื่องอัลตราซาวด์จะปล่อนคลื่นความร้อนออกมาเลยทำให้รู้สึกอุ่นๆ นิดนึง ตอนทำนี่แทบจะเคลิ้มหลับไปเลยค่ะ สบายมากจริงๆ
ต่อด้วยการใช้เครื่อง High Power Laser จะเป็นการใช้เลเซอร์พลังงานสูงที่ให้ความร้อนคล้ายๆ กับเครื่องอัลตราซาวด์ แต่สามารถลงลึกได้มากกว่ามาช่วยทำให้การไหลเวียนของเลือดและกล้ามเนื้อที่เกร็งตัวดีขึ้น
ซึ่งนักกายภาพบำบัดบอกว่าทั้งเครื่องอัลตราซาวด์และเครื่อง High Power Laser สามารถใช้งานร่วมกันได้ ความรู้สึกตอนทำก็จะเหมือนกับตอนอัลตราซาวด์เลยค่ะ อุ่นๆ สบายๆ

หลังจากใช้เครื่องมือครบทุกขั้นตอนแล้ว คุณหมอก็จะลองยืดกล้ามเนื้อให้ดูว่าหลังทำรู้สึกเป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นมั้ย ซึ่งเราก็รู้สึกว่าหลังทำมันให้ความรู้สึกผ่อนคลายและเบาสบายมากๆ ต่างจากตอนแรกที่รู้สึกหน่วงๆ ไปเยอะเลยค่ะ
โดยรวมใช้เวลาทำไปทั้งหมดประมาณ 1 ชั่วโมงก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว จากนั้นคุณหมอก็จะจ่ายยารักษาไมเกรนกลับมาให้กิน และนัดเข้ามาติดตามอาการอีกที 3 สัปดาห์ค่ะ
ซึ่งระหว่าง 3 สัปดาห์นี้ คุณหมอก็แนะนำให้กินยารักษาไมเกรนให้ครบและตรงเวลาด้วย เพราะถ้ากลับมาติดตามผลการรักษาแล้วพบว่าภายใน 3 สัปดาห์อาการดีขึ้น ก็รักษาต่อเนื่องอีกประมาณ 2-3 เดือนแล้วทำให้ไมเกรนหายเป็นปกติได้เลยค่ะ
ผลลัพธ์หลังใช้บริการ
สำหรับผลลัพธ์ที่ได้หลังใช้บริการ เราก็รู้สึกว่ากล้ามเนื้อผ่อนคลายขึ้นมากจริงๆ ค่ะ อาการปวดตามจุดต่างๆ ที่ร้าวมาถึงหัวก็ดีขึ้นมากๆ
แต่เนื่องจากเป็นการรักษาครั้งแรก พอเรากลับมาเจอแสงกระตุ้นจากหน้าจอคอม หน้าจอมือถือ หรือแสงแดด ก็ยังคงทำให้มีอาการปวดหัวไมเกรนอยู่ ตอนนี้เลยต้องกินยาตามคำแนะนำของคุณหมอและติดตามผลตามระยะเวลาไปก่อนค่ะ
บรรยากาศของ H8 Clinic
บรรยากาศของ H8 Clinic ด้านในคลินิกก็สะอาดสะอ้าน มีที่นั่งรับรองเยอะ คลินิกหอม มีบาร์น้ำให้บริการ ที่สำคัญคือผ้าปูตามเตียงหรือที่นั่งรอเค้าจะเปลี่ยนให้ทุกเคสเลยค่ะ ทำให้มั่นใจได้เลยว่าสะอาดปลอดภัยแน่นอน

ส่วนด้านการให้บริการ เจ้าหน้าที่ก็ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี ยิ้มแย้มแจ่มใส คุณหมอให้คำแนะนำดีมาก แถมการรักษายังเห็นผลลัพธ์ที่ดีอีกด้วย โดยรวมแล้วประทับใจกับการมาใช้บริการที่ H8 Clinic มากค่ะ
ใครที่มีปัญหาไมเกรน กินยามาหลายปีแล้วก็ไม่หายสักที เราแนะนำให้เข้ามาปรึกษากับคุณหมอนุ่ม ที่ H8 Clinic เพื่อหาแนวทางการรักษาและรักษาอาการอย่างตรงจุดเลยค่ะ รับรองว่าไมเกรนดีขึ้นแน่นอน

ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปเลือกดูแพ็กเกจของ H8 Clinic ได้บน HDmall.co.th เลยค่ะ ในนี้เค้ารวบรวมแพ็กเกจและโปรโมชั่นดีๆ จาก H8 Clinic เอาไว้เพียบ ดีลดีๆ แบบนี้พลาดไม่ได้เลยนะคะ