กรุงเทพฯ, มกราคม 2569 — สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทยกำลังทวีความรุนแรงสู่ระดับที่น่ากังวล ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคระบุว่า ในปี 2567 ประเทศไทยมีผู้ป่วยสะสมจากโรคไข้หวัดใหญ่จำนวน 663,173 ราย และมีผู้เสียชีวิต 51 ราย สะท้อนให้เห็นว่าไข้หวัดใหญ่ยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่ไม่ควรมองข้าม
เพียงหนึ่งปีให้หลัง สถานการณ์กลับทวีความรุนแรงขึ้นอย่างชัดเจน โดยในปี 2568 พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่เพิ่มสูงถึง 1,158,651 ราย หรือเพิ่มขึ้นกว่า 75% ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตพุ่งขึ้นเป็น 125 ราย คิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นถึง 145% นับเป็นตัวเลขสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และตอกย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการป้องกันโรคอย่างจริงจัง
วิกฤตสุขภาพดังกล่าวประกอบกับอิทธิพลรอบด้าน ได้กลายเป็นแรงผลักดันสำคัญที่เปลี่ยนทัศนคติคนไทยจากการตั้งรับสู่การสร้างภูมิคุ้มกันเชิงรุกอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ส่งผลให้ยอดการจองวัคซีนผ่านแพลตฟอร์ม HDmall พุ่งทะยานขึ้นถึง 7 เท่า โดยจากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก HDmall ได้รวบรวมปัจจัยสำคัญที่เป็นตัวจุดชนวนความตื่นตัวของสังคมไว้ดังนี้
สารบัญ
1. แรงสั่นสะเทือนจากคนดังปลุกกระแสความไม่ประมาท
จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คนไทยหลายคนเริ่มตระหนักถึงอันตรายของไข้หวัดใหญ่ เกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2568 จากข่าวการเสียชีวิตของ “บาร์บี้ ซู” นักแสดงสาวชาวไต้หวัน ผู้รับบท “ซานไช่” จากซีรีส์รักใสๆ หัวใจ 4 ดวง ที่เสียชีวิตจากภาวะปอดบวมหลังติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ในวัย 48 ปี
เหตุการณ์นี้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วเอเชียและกลายเป็นสัญญาณเตือนภัยที่ทำให้คนไทยตระหนักถึงอันตรายของไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่รุกรานร่างกายจนถึงขั้นวิกฤตได้ โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่มีโรคประจำตัวซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนได้มากกว่าคนกลุ่มอื่นๆ
2. เสียงยันจากผู้เชี่ยวชาญ วัคซีนคือเกราะที่ต้องเติมทุกปี
ท่ามกลางความกังวลเรื่องการกลายพันธุ์ของเชื้อ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้คำแนะนำที่ช่วยเรียกความมั่นใจให้ประชาชน โดยระบุว่าแม้เชื้อจะมีการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมจนอาจลดประสิทธิภาพวัคซีนลงบ้าง แต่การฉีดวัคซีนยังมีความจำเป็นสูงสุด เนื่องจากเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดในการลดความรุนแรงของโรค ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หัวใจล้มเหลว รวมถึงลดอัตราการเสียชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ
3. วัคซีนพ่นจมูก ทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์
ปี 2568 นับเป็นปีแรกที่มีการเปิดตัววัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดพ่นจมูกในประเทศไทยซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีความกังวลเรื่องการฉีดยา และกลุ่มนักเดินทางที่ต้องการกระตุ้นภูมิคุ้มกันอย่างรวดเร็วก่อนเดินทางไปต่างประเทศ เพราะสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ตั้งแต่เยื่อบุทางเดินหายใจส่วนต้น ซึ่งเป็นด่านแรกที่ไวรัสเข้าสู่ร่างกายสะท้อนถึงความต้องการทางเลือกด้านสุขภาพที่สะดวกและสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์มากขึ้น
HDmall มองว่าสถิติที่พุ่งสูงขึ้น 7 เท่าในปี 2568 ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลข แต่คือภาพสะท้อนว่าคนไทยกำลังก้าวสู่การดูแลสุขภาพเชิงรุกมากขึ้นอย่างชัดเจน และในฐานะแพลตฟอร์มรวมบริการสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในไทย เรายังคงมุ่งมั่นทำหน้าที่ช่วยให้วัคซีนเป็นเรื่องง่ายและคุ้มค่า พร้อมเดินหน้าส่งเสริมความรู้และทัศนคติที่ถูกต้องด้านสุขภาพ เพื่อให้การฉีดวัคซีนกลายเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันในชีวิตประจำวัน และช่วยยกระดับความปลอดภัยด้านสุขภาพของสังคมไทยในระยะยาว







