รีวิว ตรวจตับ คัดกรองความเสี่ยงโรคตับอักเสบ ตับแข็ง โรคเก๊า ที่ Bangkok Anti-Aging Center

รีวิว ตรวจตับ คัดกรองความเสี่ยงโรคตับอักเสบ ตับแข็ง โรคเก๊า ที่ Bangkok Anti-Aging Center

หลายคนคงรู้กันใช่มั้ยครับว่า “ตับ” เป็นอวัยวะที่ช่วยย่อยอาหารและขับสารพิษออกจากร่างกาย แต่เมื่อไหร่ที่เรากินอาหารที่ไม่มีประโยชน์หรือรับสารพิษเข้าร่างกายอยู่บ่อยๆ ตับก็จะทำงานหนักขึ้นจนสุขภาพทรุดโทรมลงได้

ตัวผมเองก็เป็นคนที่ดื่มสังสรรค์ค่อนข้างหนักครับ และยังชื่นชอบการกินของทอด พวกขนมหวานเป็นชีวิตจิตใจ ถึงจะออกกำลังกายเป็นประจำยังไง แต่ในพฤติกรรมการกินของผมไม่ค่อยจะใส่ใจสุขภาพเท่าไรครับ

ผมเลยตัดสินใจมองหาโอกาสเพื่อตรวจเช็กสุขภาพตับ และก็มาเจอกับโปรแกรม ตรวจสุขภาพตับที่ Bangkok Anti-Aging Center หรือ BAAC ผ่านทางหน้าเว็บไซต์ HDmall.co.th

เว็บนี้เขามีแพ็กเกจตรวจสุขภาพเชิงลึกหลายอย่างเลยครับ แต่ที่ผมเลือก Bangkok Anti-Aging Center เพราะเป็นคลินิกที่มีหลายสาขา และมีรายการตรวจพื้นฐานที่ตอบโจทย์ความต้องการของผมครับ

ในการตรวจตับนี้ ผมเลือกมาตรวจตับที่สาขาสุทธิสาร เพราะเป็นสาขาที่ใกล้บ้านผมมากที่สุด เดินทางสะดวก มีที่จอดรถกว้างขวาง

รีวิว ตรวจสุขภาพตับที่ Bangkok Anti-Aging Center

หลังจากผมจองคิวนัดหมายตรวจสุขภาพตับกับทางแอดมินของ HDmall.co.th ก็มีคูปองสำหรับใช้บริการส่งเข้ามาให้ผมทางอีเมล ในนั้นจะมีรายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับตัวผมและชื่อแพ็กเกจที่เราจะใช้งาน รวมถึงวันที่นัดไปใช้บริการตรวจอยู่

BAAC สาขาสุทธิสาร ตัวศูนย์ฯ จะต้องขับรถเข้าซอยมาแล้วจอดรถที่ลานจอดรถด้านหน้าก่อน จากนั้นก็เข้าไปยื่นคูปองกับเจ้าหน้าที่หน้าเคาน์เตอร์ได้เลย จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะให้กรอกข้อมูลประวัติส่วนตัวเล็กน้อย และเดินนำผมขึ้นชั้นสองเพื่อไปเจาะเลือดเก็บตัวอย่างครับ

ห้องเจาะเลือดก็เป็นห้องที่มีโซฟาตัวใหญ่ๆ ตั้งอยู่หลายๆ ตัวครับ เราก็นั่งจับจองกันได้เลยว่าจะเจาะเลือดที่โซฟาตัวไหนดี

ขั้นตอนการเจาะเลือดเพื่อตรวจตับ คัดกรองความเสี่ยงโรคตับอักเสบ ตับแข็ง โรคเก๊า ที่ Bangkok Anti-Aging Center

หลังจากเจ้าหน้าที่เจาะเก็บตัวอย่างเลือดเสร็จ ผมก็กลับลงมาทำนัดสำหรับฟังผลตรวจกับคุณหมอกับเจ้าหน้าที่ด้านล่างอีกครั้ง โดยระยะเวลาในการรอผลตรวจเลือดจะอยู่ที่ประมาณ 1 สัปดาห์ครับ เสร็จแล้วก็กลับบ้านได้เลยครับ

ทำไมถึงควรตรวจสุขภาพตับ?

ผ่านไป 7 วัน ผมก็กลับมาฟังผลตรวจเลือดกับคุณหมอที่ BAAC สาขาสุทธิสารเหมือนเดิมครับ พอแจ้งชื่อกับพนักงานที่เคาน์เตอร์ด้านล่าง ผมก็นั่งรอสักครู่แล้วก็ได้เข้าไปฟังผลตรวจสุขภาพตับกับคุณหมอครับ

สำหรับรายการตรวจสุขภาพตับที่ ที่เราจะมาฟังผลตรวจกันมีดังนี้ครับ

  1. G6PD – ตรวจภาวะพร่องเอนไซม์
  2. Creatinine – ตรวจการทำงานของไต
  3. Total Protein – ตรวจวัดระดับโปรตีนในเลือด
  4. Albumin – ตรวจวัดระดับโปรตีนอัลบูมิน
  5. Doctor Consultant – ตรวจวิเคราะห์ร่างกายโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
  6. Globulin – ตรวจวัดระดับโปรตีนโกลบูลิน
  7. AST (SGOT) – ตรวจวินิจฉัยภาวะโรคตับ
  8. ALT (SGPT) – ตรวจการทำงานของตับ
  9. Gamma-GT – ตรวจภาวะการอักเสบของตับ

อันดับแรกคุณหมอก็อธิบายเกี่ยวกับปัจจัยที่ทำให้เราเกิดโรคต่างๆ เกี่ยวกับตับก่อน ซึ่งมันมีอยู่หลากหลายโรคและอาการเลย ส่วนใหญ่ก็เป็นพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่พวกเราหลายๆ คนทำกันนี่แหละครับ

เช่น กินเหล้ามากเกินไป กินวิตามิน สารเคมี หรือสมุนไพรมากเกินไป การกินอาหารที่มีไขมันสูงบ่อยๆ เป็นประจำ

ขั้นตอนการฟังผลตรวจตับ คัดกรองความเสี่ยงโรคตับอักเสบ ตับแข็ง โรคเก๊า ที่ Bangkok Anti-Aging Center

แต่ด้วยความที่ตับมันเป็นอวัยวะที่ค่อนข้างทนมาก เวลามันเจ็บป่วยอะไรก็มักจะไม่แสดงอาการรุนแรงออกมา ทำให้กว่าหลายคนจะรู้ตัวว่าเป็นโรคเกี่ยวกับตับ ก็แทบจะสายเกินแก้ไปแล้ว และอาจจะต้องตัดบางส่วนของตับออกไป แล้วรอการบริจาคอวัยวะเพื่อให้ได้ตับชิ้นใหม่มาใส่ในร่างกายแทน

เพราะแบบนี้เราก็ควรตรวจสุขภาพตับกันบ้างเป็นครั้งคราวครับ แต่ไม่ต้องตรวจบ่อยมากนะครับ ตรวจเหมือนสุขภาพประจำปีก็เพียงพอแล้วครับ

ผลตรวจสุขภาพตับ

ในส่วนของผลตรวจสุขภาพตับของผม แบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกันคือ

1. ผลตรวจเอนไซม์เม็ดเลือดแดง ซึ่งทำให้ผนังหลอดเลือดแข็งแรง ผลตรวจในส่วนนี้ก็ออกมาปกติดี ไม่อยู่ในเกณฑ์ที่น่าเป็นห่วงครับ

2. ผลตรวจการทำงานของไต คุณหมอได้แจ้งเกณฑ์ให้ฟังก่อนว่า ไตของเราจะต้องทำงานได้ประสิทธิภาพเกิน 90% นั่นจึงจะอยู่ในเกณฑ์ปกติครับ แต่ถ้าเกณฑ์ต่ำกว่า 60% ก็ถือว่ามีภาวะไตวายแล้วล่ะ และถ้าต่ำกว่า 15% ก็จัดอยู่ในเกณฑ์คนที่ต้องฟอกไต ซึ่งผลตรวจของผมอยู่ในเกณฑ์ 90% ปกติดีครับ

ขั้นตอนการฟังผลตรวจตับ คัดกรองความเสี่ยงโรคตับอักเสบ ตับแข็ง โรคเก๊า ที่ Bangkok Anti-Aging Center

3. ผลตรวจกรดยูริก เพื่อคัดกรองความเสี่ยงโรคเก๊าครับ โรคนี้จะพบได้บ่อยในคนที่กินเบียร์เยอะๆ ชอบกินอาหารประเภทเครื่องในสัตว์ปีก หรือชอบจิบน้ำซุป น้ำต้มกระดูกหมูบ่อยๆ ความเสี่ยงก็จะอยู่ในเกณฑ์เกินกว่า 7 mg/dL แต่ของผมได้ 5.4 mg/dL ซึ่งถือว่าไม่มีความเสี่ยงโรคนี้ ก็โล่งใจไปได้อีกเปราะครับ 555+

4. ผลตรวจค่าเอนไซม์ของตับ โดยผลตรวจจะเป็นค่าเอนไซม์ที่สำคัญกับตับทั้งหมด 3 ตัวครับ ได้แก่

  • ค่าเอนไซม์ AST ซึ่งไม่ควรเกิน 48 U/L แต่ผลตรวจของผมออกมาได้ 24 U/L ก็จัดอยู่ในเกณฑ์ปกติครับ
  • ค่าเอนไซม์ ALT ซึ่งไม่ควรเกิน 48 U/L เหมือนกัน ผลตรวจตัวนี้ผมได้ 9 U/L ครับ ก็จัดว่าไม่เกิน และอยู่ในเกณฑ์ดีเหมือนกัน
  • ค่าเอนไซม์ Gamma GT ไม่ควรเกิน 38 U/L ซึ่งผมได้อยู่ที่ 15 U/L ครับ ถือว่า ไม่เกินกว่าเกณฑ์เช่นกัน

5. ผลตรวจสารอัลบูมิน ซึ่งเป็นสารโปรตีนที่บ่งชี้ความเสี่ยงโรคตับแข็ง โดยตับของเราควรจะผลิตสารอัลบูมินออกมาอย่างน้อย 3.5 mg/dL แต่ตับของผมสามารถผลิตสารตัวนี้ได้ถึง 4.1 mg/dL งั้นก็ถือว่า ผ่านเกณฑ์เช่นกันครับ

โดยสรุปในส่วนของผลตรวจจากแพ็กเกจนี้ ทั้งค่าเซลล์ตับและการทำงานของตับผมยังแข็งแรงดีอยู่ครับ! ดีใจมากๆ เลย

วิธีการดูแลสุขภาพตับ

ถึงแม้ผลตรวจสุขภาพตับของผมจะออกมาอยู่ในเกณฑ์ดีทุกส่วน แต่ด้วยพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผมที่ไม่เอื้อต่อการมีสุขภาพตับแข็งแรง ผมเลยสอบถามคุณหมอก่อนกลับบ้านเกี่ยวกับแนวทางการดูแลสุขภาพตับเพิ่มเติมครับ

ซึ่งคุณหมอก็ได้แนะนำแนวทางการดูแลตนเองมา 2 ส่วนคือ

  • ออกกำลังกาย เพราะการไม่ออกกำลังกายจะสามารถนำไปสู่ปัญหา “ไขมันแทรกตับ” ได้ครับ คุณหมอย้ำให้ผมฟังด้วยว่า มันไม่ใช่โรคนะ แต่มันเป็นตัวฟ้องตัวใหญ่ๆ เลยครับว่า คุณน่ะไม่ออกกำลังกาย ไขมันถึงได้ซึมลามเข้าไปถึงข้างในตับแล้ว!
  • ทำ Fasting หรือ IF ซึ่งเป็นการกำหนดช่วงเวลาในการกินและอดอาหาร เช่น กิน 8 ชั่วโมงตอนกลางวัน แล้วอด 16 ชั่วโมงตอนกลางคืนจนถึงเช้า อันนี้เป็นความรู้ใหม่ที่น่าสนใจมากๆ ครับ

คุณหมออธิบายว่า ตับของเรามันก็เหมือนโรงงานแยกขยะ อะไรดีก็ส่งไปดูดซึมเข้าร่างกายหมด อะไรไม่ดีก็กักเก็บไว้กับตัว พอเรากินอาหารในทุกๆ วัน ตับมันก็ทำงานดูดซึมหนักขึ้น จนบางครั้งก็ไม่ได้กำจัดของเสียที่สะสมอยู่ข้างในออกมาจนหมด และกลายเป็นสารพิษสะสมอยู่ข้างในตับได้

การทำ Fasting หรือ IF ซึ่งจะมีช่วงเวลาที่ต้องอดอาหารจึงเป็นเหมือนการเว้นเวลาให้ตับเราได้พักเบรกเพื่อสร้างน้ำดีเพิ่ม และขับเอาสารพิษที่สะสมอยู่ออกไปจากตับจนหมด พอตับไม่มีของเสียสะสมคั่งค้างอยู่ข้างใน ก็เหมือนเป็นอวัยวะที่คลีนๆ สะอาดขึ้น และมีสุขภาพดีขึ้นนั่นเองครับ

ส่วนตัวผมเป็นคนที่ออกกำลังกายอยู่แล้วครับ แต่ไม่เคยทำ Fasting หรือ IF มาก่อนเลย ก็ต้องขอกลับไปวางแผนลองปรับเปลี่ยนเวลากินอาหารดูบ้างแล้วล่ะครับ

โดยสรุปแล้ว การตรวจสุขภาพตับในครั้งนี้ทำให้ผมได้รับความรู้ใหม่ๆ ในการดูแลตนเองเพิ่มเติมกลับบ้านไปหลายอย่างเลยครับ คุ้มค่าจริงๆ กับการใช้เวลารับบริการไม่นาน อย่างวันแรกที่เจาะเลือดก็ใช้เวลาอยู่แค่ราวๆ 30 นาทีเท่านั้นเอง ส่วนการฟังผลตรวจก็ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงก็เสร็จครับ

ผลตรวจตับ คัดกรองความเสี่ยงโรคตับอักเสบ ตับแข็ง โรคเก๊า ที่ Bangkok Anti-Aging Center

สำหรับตัวรายงานผลตรวจ ผมก็ขอทาง BAAC ให้ช่วยพิมพ์ผลตรวจอีกชุดให้ผมนำกลับบ้านไปด้วยครับ เผื่อจะได้นำไปใช้ในการดูแลหรือตรวจสุขภาพเพิมเติมในอนาคต

สุดท้ายก็ขอเชิญชวนเพื่อนๆ ที่มีพฤติกรรมการกินหรือดื่มหนักๆ อย่างต่อเนื่องมาตรวจสุขภาพตับกันที่ Bangkok Anti-Aging Center หรือ BAAC กันบ้างนะครับ คุณหมอใจดี เจ้าหน้าที่บริการไว ใช้เวลาตรวจไม่นานแต่ได้ผลตรวจละเอียดกลับบ้านมาด้วย อยากให้ลองมาตรวจกันครับ

Scroll to Top