โรคตับแข็ง (Cirrhosis) เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่กับคนไทยจำนวนไม่น้อยต้องเจอ อาจด้วยพฤติกรรมการใช้ชีวิต สุขอนามัย ไปจนถึงความเข้าใจโรคตับแข็งอาจไม่มากพอ ทำให้โรคตับแข็งยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นอย่างต่อเนื่อง
บทความนี้จะพาทุกคนไปรู้จักกับโรคตับแข็ง ตั้งแต่สาเหตุ อาการ ความรุนแรง การรักษา ไปจนถึงวิธีการป้องกันโรคที่ทำได้เอง เพื่อให้ทุกคนดูแลสุขภาพตับของตนเองได้ดียิ่งขึ้น
สารบัญ
- Q1: โรคตับแข็ง คืออะไร?
- Q2: สาเหตุของโรคตับแข็ง เกิดจากอะไร?
- Q3: โรคตับแข็งมีอาการไหม?
- Q4: โรคตับแข็งรุนแรงแค่ไหน?
- Q5: ใครคือกลุ่มเสี่ยงโรคตับแข็ง?
- Q6: โรคตับแข็งรักษาได้หรือไม่?
- Q7: โรคตับแข็งรักษาหายไหม?
- Q8: โรคตับแข็งมีชีวิตอยู่ได้นานไหม?
- Q9: ภาวะแทรกซ้อนจากโรคตับแข็งมีอะไรบ้าง?
- Q10: เป็นโรคตับแข็งเสี่ยงเป็นมะเร็งตับจริงไหม?
- Q11: โรคตับแข็งป้องกันได้อย่างไร?
Q1: โรคตับแข็ง คืออะไร?
A: โรคตับแข็งเป็นโรคตับเรื้อรังระยะสุดท้ายที่เซลล์ตับจำนวนมากถูกทำลายถาวร เนื่องจากการอักเสบเรื้อรังเป็นเวลานาน จนเกิดแผลเป็น มีเนื้อเยื่อพังผืดเข้ามาแทนที่เซลล์ตับ ทำให้ตับทำงานไม่ได้หรือไม่ดีเท่าเดิม
เมื่อการทำงานของตับลดลงจะเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา เสี่ยงเกิดภาวะตับวาย และเป็นเหตุให้เสียชีวิตท้ายที่สุด
Q2: สาเหตุของโรคตับแข็ง เกิดจากอะไร?
A: โรคตับแข็งเกิดได้จากหลายสาเหตุ ส่วนใหญ่จะเกิดจากสาเหตุต่อไปนี้
- การดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมากและนานกว่า 10 ปี ทำให้เกิดความผิดปกติของการใช้โปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรตในตับ จนเกิดการอักเสบเรื้อรังขึ้น
- การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี กรณีร่างกายติดเชื้อไวรัสตับอักเสบดังกล่าว แล้วไม่สามารถกำจัดออกไปได้ จะไม่เกิดการสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อ ทำให้เชื้อแฝงตัวในร่างกาย ก่อให้เกิดตับอักเสบเรื้อรังจนตับเกิดแผลเป็น
- โรคไขมันพอกตับ ไขมันส่วนเกินที่สะสมในตับเป็นเวลานานจนตับเกิดการอักเสบ มักพบในคนอ้วน หรือคนเป็นเบาหวาน
- ยาและยาสมุนไพรที่มีผลต่อตับ การได้รับตัวยาหรือยาสมุนไพรบางชนิดติดต่อกันนาน หรือเกินปริมาณ สามารถก่อให้เกิดการอักเสบของตับ เช่น ยาเม็ดใบขี้เหล็ก ยาเมทิลโดปา (Methyldopa) ยาพาราเซตามอล
- การได้รับสารพิษ เช่น สารหนู (Arsenic) มักปนเปื้อนในยาหม้อ ยาต้ม
- การติดพยาธิบางชนิด เช่น พยาธิใบไม้ในเลือด (Schistosome) อาจเป็นสาเหตุให้เกิดโรคตับแข็ง
- โรคหรือภาวะเกี่ยวข้องกับตับ เช่น ภาวะดีซ่านเรื้อรัง ภาวะหัวใจวายเรื้อรัง โรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง โรควิลสัน (Wilson’s disease)
- ไม่ทราบสาเหตุ พบได้ 1 ใน 4 ของผู้ป่วย
Q3: โรคตับแข็งมีอาการไหม?
A: โรคตับแข็งในระยะแรกมักไม่แสดงอาการให้เห็น หรือมีอาการน้อยมากแบบไม่เฉพาะเจาะจง เช่น อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด คลื่นไส้ บางคนอาจตรวจเจอโดยบังเอิญในการตรวจสุขภาพประจำปี หรือการอัลตราซาวด์จากปัญหาสุขภาพอื่น
อย่างไรก็ตาม เมื่อการทำงานของตับลดลงมากแล้ว จะเริ่มแสดงอาการชัดเจนขึ้น อาจต่างกันไปในแต่ละคน เช่น เป็นจ้ำเลือดง่าย คันตามตัว มีอาการบวมที่ขา เท้าหรือข้อเท้า ท้องมาน ดีซ่าน (ผิวหนังและตาขาวเหลือง)
Q4: โรคตับแข็งรุนแรงแค่ไหน?
A: ความรุนแรงของโรคตับแข็งจะใช้เกณฑ์ประเมินจากผลเลือดร่วมกับอาการของผู้ป่วย แบ่งเป็น 3 ระยะ (Child pugh score) คือ
- Class A เป็นขั้นต้น อาจมีอาการแสดงไม่มาก แต่ตรวจพบความผิดปกติจากผลเลือด มีโอกาสรอดชีวิตมากที่สุดเมื่อเทียบกับระยะอื่น อัตรารอดชีวิต 5 ปี อยู่ที่ 95%
- Class B เป็นขั้นปานกลาง เริ่มแสดงอาการของโรคชัดเจนมากขึ้น แต่ยังใช้ชีวิตได้ตามปกติ
- Class C เป็นขั้นรุนแรง อาจพบภาวะแทรกซ้อน
Class A มีโอกาสรอดชีวิตมากที่สุดเมื่อเทียบกับระยะอื่น โดยอัตรารอดชีวิต 5 ปี อยู่ที่ 95% ส่วน Class B อยู่ที่ 75% และ Class C อยู่ที่ 50%
Q5: ใครคือกลุ่มเสี่ยงโรคตับแข็ง?
A: โรคตับแข็งเกิดขึ้นกับได้ทุกคน โดยเฉพาะคนที่มีปัจจัยเสี่ยงของโรคในข้างต้น จะมีโอกาสเกิดโรคตับแข็งได้สูงขึ้น เช่น ดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมากติดต่อกันนาน ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเรื้อรัง รวมไปถึงครอบครัวมีประวัติเป็นโรคตับ
ถ้าเป็นกังวลหรือมีปัจจัยเสี่ยงต่อโรค สามารถเข้ารับการตรวจสุขภาพตับ หรือตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อตรวจหาความเสี่ยง และป้องกันโรคตั้งแต่เนิ่น ๆ
Q6: โรคตับแข็งรักษาได้หรือไม่?
A: หากเป็นตับแข็งระยะแรก การทำงานของตับไม่เสียไปมาก ถ้าสามารถหยุดสาเหตุ หรือเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นให้ตับเสียหายออกไปได้ การทำงานตับก็จะดีขึ้น เช่น หยุดดื่มแอกอฮอล์ ใช้ยาต้านไวรัสตับอักเสบบีหรือซี ลดน้ำหนักสำหรับคนที่มีภาวะไขมันพอกตับ
กรณีตับแข็งลุกลามจนมีอาการหรือภาวะแทรกซ้อน การรักษาจะเน้นไปที่การควบคุมภาวะแทรกซ้อนไม่ให้รุนแรงขึ้น
ส่วนคนที่เป็นโรคตับแข็งรุนแรงจนไตทำงานได้น้อยมาก หรือรักษาด้วยวิธีอื่นไม่ได้แล้ว อาจจำเป็นต้องเข้ารับการปลูกถ่ายตับใหม่ ซึ่งจะทำได้เฉพาะในคนแข็งแรงเท่านั้น
Q7: โรคตับแข็งรักษาหายไหม?
A: โรคตับแข็งเป็นโรคเรื้อรังรักษาไม่หายขาด ยกเว้นได้รับการปลูกถ่ายตับใหม่จากผู้บริจาคตับ แต่การดูแลรักษาอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะระยะเริ่มต้น จะช่วยควบคุมอาการของโรคได้
กรณีผู้ป่วยได้รับการปลูกถ่ายตับแล้ว ก็สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ และมีชีวิตอยู่ได้นานมากขึ้น
Q8: โรคตับแข็งมีชีวิตอยู่ได้นานไหม?
A: ผู้ป่วยโรคตับแข็งสามารถมีชีวิตอยู่ได้ยาวนานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการดูแลสุขภาพ ซึ่งต้องทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่กระทบกับสุขภาพตับ
นอกจากนี้ ควรไปพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อติดตามอาการ และวางแผนรับมือหากมีภาวะแทรกซ้อน หรือมีอาการไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น
Q9: ภาวะแทรกซ้อนจากโรคตับแข็งมีอะไรบ้าง?
A: ภาวะแทรกซ้อนจากตับมักเกิดขึ้นกับผู้ป่วยโรคตับแข็งในระยะรุนแรง โดยภาวะแทรกซ้อนที่มักพบได้บ่อย เช่น
- อาการเลือดออกในทางเดินอาหาร จากภาวะเส้นเลือดขอดในหลอดอาหาร หรือแผลในกระเพาะอาหาร
- ท้องมานหรืออาการท้องโต เนื่องจากมีน้ำคลั่งอยู่ในช่องท้อง
- อาการทางสมอง เช่น ซึม สับสน หรือหลงลืม เนื่องจากมีของเสียคั่งค้างอยู่ในร่างกายเป็นจำนวนมาก
- เหนื่อยง่าย จากภาวะความดันของเส้นเลือดภายในปอดสูงผิดปกติหรือโลหิตจาง
- ติดเชื้อง่ายขึ้น เนื่องจากภูมิคุ้มกันของร่างกายลดต่ำลงจากการที่ตับเสื่อมสภาพลง
- เลือดออกง่าย เนื่องจากร่างกายไม่สามารถสร้างสารช่วยให้เลือดแข็งตัว หรือมีปัญหาเกล็ดเลือดต่ำ
- ดีซ่าน เนื่องจากตับไม่สามารถขับน้ำดีออกจากร่างกายได้
- คันตามตัว เนื่องจากน้ำดีเคลื่อนตัวมาสะสมที่บิรเวณผิวหนัง
- มะเร็งตับ
- ไตวาย
Q10: เป็นโรคตับแข็งเสี่ยงเป็นมะเร็งตับจริงไหม?
A: ผู้ป่วยโรคตับแข็งมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดมะเร็งตับ การตรวจคัดกรองโรคตับ หรือตรวจสุขภาพตับจะช่วยให้ตรวจพบความผิดปกติได้ก่อน โดยทั่วไปจะเป็นการตรวจเลือด เพื่อหาสารบ่งชี้มะเร็งตับ (AFP) หรือการทำอัลตราซาวด์ตับ
Q11: โรคตับแข็งป้องกันได้อย่างไร?
A: ปัจจุบันยังไม่มีวิธีป้องกันโรคตับแข็งได้โดยตรง แต่ลดความเสี่ยงการเกิดโรคได้ โดยเลี่ยงปัจจัยที่ทำลายตับให้มากที่สุด ได้แก่
- หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์
- รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดภาวะไขมันพอกตับ
- ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ร่วมกับออกกำลังกายเป็นประจำ
สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง และห่างไกลจากโรคตับแข็งได้ หากกำลังมองหาโรงพยาบาลหรือคลินิกตรวจสุขภาพตับ HDmall.co.th รวบรวมโปรตรวจค่าตับ ตรวจไวรัสตับอักเสบ มาให้แล้ว