acetylcysteine

Acetylcysteine (อะเซทิลซิสเทอีน)

Acetylcysteine (อะเซทิลซิสเทอีน) หรือที่รู้จักกันในชื่อ N–acetylcysteine (เอ็น–อะเซทิลซิสเทอีน) เป็นยาละลายเสมหะ ใช้รักษาอาการในทางเดินหายใจ และยังใช้รักษาภาวะพิษจากการใช้ยาพาราเซตามอลเกินขนาด

มีคำถามเกี่ยวกับ อะเซทิลซิสเทอีน? สอบถามฟรีทาง LINE รับคำตอบได้ทันที ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความสบายใจของคุณ

Acetylcysteine ใช้รักษาโรคอะไร 

  • ละลายเสมหะ: ทำให้เสมหะบางลง และขับออกได้ง่ายขึ้น ทำให้มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคที่มีเสมหะข้นเหนียว เช่น หลอดลมอักเสบเรื้อรัง โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) และโรคซิสติกไฟโบรซิส
  • รักษาพิษจากการกินยาเกินขนาด: ใช้รักษาพิษจากการกินยาอะเซตามิโนเฟน (Acetaminophen) เกินขนาด หรือรู้จักในชื่อยาพาราเซตามอล ซึ่งจะช่วยป้องกันความเสียหายต่อเซลล์ตับ
  • เพิ่มระดับกลูตาไธโอนในร่างกาย: เพิ่มการผลิตกลูตาไธโอน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญในร่างกาย จึงช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายได้ 
  • รักษาอาการทางเดินหายใจ: อยู่ในรูปแบบยาพ่น เพื่อรักษาอาการจากทางเดินหายใจ เช่น หลอดลมอักเสบ ทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง 
  • ลดการทำลายของเนื้อเยื่อ: ยานี้มีคุณสมบัติลดการทำลายของเนื้อเยื่อในบางสภาวะ เช่น โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดบางชนิด

กลไกการออกฤทธิ์ของ Acetylcysteine 

Acetylcysteine อยู่ในกลุ่มยาละลายเสมหะ โดยในโครงสร้างของยามีหมู่ซัลฟ์ไฮดริล (Sulfhydryl) อิสระเป็นองค์ประกอบ ซึ่งจะเปิดพันธะไดซัลไฟด์ (Disulfide bond) ของมิวโคโปรตีน (Mucoprotein) ในเสมหะ จึงส่งผลให้ความข้นหนืดของเสมหะลดลง

นอกจากนี้ Acetylcysteine ยังใช้เป็นยาแก้พิษของพาราเซตามอลได้ด้วย โดยจะทำหน้าที่เพิ่มจำนวน และทดแทนสารกลูตาไธโอน (Glutathione) ซึ่งออกฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่คอยปกป้องตับ และเพิ่มการรวมตัวของเซลล์กับตัวยาพาราเซตามอลให้เป็นสารที่ไม่เกิดพิษ

ยา Acetylcysteine มีทั้งรูปแบบยาฉีดเข้าหลอดเลือดดำ และแบบยารับประทาน อีกทั้งตัวยายังเป็นอนุพันธ์ของกรดอะมิโนแอลไลซีน (L–lysine) ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการผลิตกลูตาไธโอน (Glutathione) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระภายในร่างกาย

รูปแบบและปริมาณการใช้ยา Acetylcysteine 

Acetylcysteine รูปแบบยารับประทาน เช่น ยาอม ยาแกรนูล ยาเม็ดฟู่ สำหรับละลายเสมหะ

  • เด็กอายุ 1 เดือน–2 ปี: ขนาดยา 100 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง
  • เด็กอายุ 2–7 ปี: ขนาดยา 200 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง
  • เด็กอายุมากกว่า 7 ปีขึ้นไปและผู้ใหญ่: ขนาดยา 600 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง หรือแบ่งรับประทาน 3 ครั้ง

Acetylcysteine รูปแบบยารับประทาน สำหรับแก้พิษยาพาราเซตามอล

  • เด็กและผู้ใหญ่: ความเข้มข้นของยา 5% ขนาดยาเริ่มต้น 140 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ตามด้วยขนาด 70 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ทุก 4 ชั่วโมง ปริมาณการรับประทานทั้งหมด 17 โดส

Acetylcysteine รูปแบบยาฉีดเข้าหลอดเลือดดำ สำหรับแก้พิษยาพาราเซตามอล 

  • เด็กน้ำหนักตัวน้อยกว่า 20 กิโลกรัม
    • ขนาดยาเริ่มต้น 150 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ในตัวทำละลาย 3 มิลลิลิตรต่อกิโลกรัม ระยะเวลาให้ยา 60 นาที
    • จากนั้นตามด้วยยาขนาด 50 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ในตัวทำละลาย 7 มิลลิลิตรต่อกิโลกรัม ระยะเวลาให้ยา 4 ชั่วโมง
    • และสุดท้ายให้ยาขนาด 100 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ในตัวทำละลาย 14 มิลลิลิตรต่อกิโลกรัม ระยะเวลาให้ยา 16 ชั่วโมง
  • เด็กที่มีน้ำหนักตัว 20–40 กิโลกรัม
    • ขนาดยาเริ่มต้น 150 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ในตัวทำละลาย 100 มิลลิลิตร ระยะเวลาให้ยา 60 นาที
    • จากนั้นตามด้วยยาขนาด 50 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ในตัวทำละลาย 250 มิลลิลิตร ระยะเวลาให้ยา 4 ชั่วโมง
    • สุดท้าย ให้ยาขนาด 100 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ในตัวทำละลาย 500 มิลลิลิตร ให้ยา 16 ชั่วโมง
  • ผู้ใหญ่ และเด็กน้ำหนักตัวมากกว่า 40 กิโลกรัม
    • ขนาดยาเริ่มต้น 150 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ในตัวทำละลาย 200 มิลลิลิตร ระยะเวลาให้ยา 60 นาที
    • จากนั้นตามด้วยยาขนาด 50 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ในตัวทำละลาย 500 มิลลิลิตร ระยะเวลาให้ยา 4 ชั่วโมง
    • และสุดท้าย ให้ยาขนาด 100 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ในตัวทำละลาย 1 ลิตร ระยะเวลาให้ยา 6 ชั่วโมง

ข้อควรระวังในการใช้ยา Acetylcysteine 

  • ระวังการใช้ยานี้ในผู้ป่วยโรคหอบหืด มีประวัติภาวะหลอดลมเกร็งตัว มีประวัติเป็นโรคแผลในกระเพาะอาหาร รวมถึงผู้มีครรภ์ และผู้ที่ให้นมบุตร
  • ยานี้อาจก่อให้เกิดอาการมองเห็นภาพไม่ชัด หากผู้ป่วยมีอาการดังกล่าว ไม่ควรขับขี่ยานพาหนะ หรือทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้เครื่องจักร
  • ไม่ควรใช้ยานี้ในผู้ป่วยที่สวมคอนแทคเลนส์ชนิดอ่อน

ถ้าลืมกินยา Acetylcysteine ต้องทำอย่างไร

ถ้าลืมรับประทานยา ให้รีบรับประทานทันทีที่นึกได้ตามจำนวนปกติ (เช่น ถ้าปกติรับประทาน 1 เม็ด ก็รับประทานเท่าเดิม ไม่ต้องเพิ่มเป็น 2 เม็ด) 

มีคำถามเกี่ยวกับ อะเซทิลซิสเทอีน? สอบถามฟรีทาง LINE รับคำตอบได้ทันที ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความสบายใจของคุณ

กรณีที่เพิ่งนึกได้ตอนใกล้รับประทานมื้อใหม่ ให้ข้ามมื้อที่ลืมไป และรอรับประทานมื้อถัดไปได้เลย ในจำนวนปกติเช่นกัน ไม่ต้องเพิ่มขนาดยา

การใช้ยา Acetylcysteine ในผู้มีครรภ์และผู้ที่ให้นมบุตร

ตัวยาจัดอยู่ในกลุ่ม Category B คือ ยาค่อนข้างปลอดภัยต่อการใช้ในผู้มีครรภ์และผู้ที่ให้นมบุตร

ผลข้างเคียงจากยา Acetylcysteine

ยานี้อาจก่อให้เกิดอาการอันไม่พึงประสงค์ เช่น

  • หลอดลมหดเกร็ง
  • อาการบวม
  • เกิดผื่น ผิวหนังแดง
  • ความดันโลหิตผิดปกติ
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • มีไข้
  • เกิดอาการวูบ
  • เหงื่อออก
  • ปวดข้อ
  • มองเห็นภาพไม่ชัด
  • รบกวนการทำงานของตับ
  • เลือดเป็นกรด
  • อาการชัก
  • หัวใจหยุดเต้น
  • ระบบทางเดินหายใจล้มเหลว
  • น้ำมูกไหล

ประเภทของยา Acetylcysteine ตามองค์การอาหารและยา ประเทศไทย 

ยาจัดอยู่ในกลุ่มยาทั่วไป (NDD: Non Dangerous Drug)

สิ่งที่ควรแจ้งแพทย์ เภสัชกร และพยาบาลในการสั่งใช้ยา Acetylcysteine

ก่อนใช้ยา Acetylcysteine ควรปรึกษาแพทย์ เภสัชกร หรือพยาบาลก่อนเสมอ โดยต้องแจ้งข้อมูลด้านสุขภาพให้ละเอียด เพื่อลดความเสี่ยง ให้ใช้ยาได้อย่างปลอดภัย และได้ผลดีที่สุด

  • แจ้งข้อมูลการใช้ยาทั้งหมด เช่น ยารักษาโรคประจำตัว ยาที่เพิ่งรับประทานไปก่อนหน้านี้ อาหารเสริมที่รับประทาน อย่างวิตามิน หรือสมุนไพร 
  • กรณีที่มียาประจำตัวหลายตัว ให้พกยามา แพทย์หรือเภสัชกรจะได้ตรวจสอบให้ก่อนจ่ายยาใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดปฏิกิริยาอันตรายระหว่างยาใหม่และยาที่ใช้อยู่
  • แจ้งอาการแพ้ต่าง ๆ เช่น ประวัติการแพ้ยา อาการแพ้จากการใช้ยา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และอาหาร เพราะยาบางชนิดมีส่วนประกอบของไข่ขาว นม หรือยีสต์ รวมถึงอาการแพ้ที่เกิดขึ้นด้วย เช่น บวม ผื่นขึ้น หายใจลำบาก 
  • เวลาที่ไปใช้บริการสุขภาพ ให้นำบัตรแพ้ยาพกติดตัวไป และแสดงบัตรนี้ให้แพทย์หรือเภสัชกรตรวจสอบก่อนเสมอ  
  • แจ้งข้อมูลในกรณีที่ตั้งครรภ์ มีแผนจะตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร เนื่องจากยาบางชนิดส่งผลอันตรายต่อเด็กในครรภ์หรือขับออกทางน้ำนมได้
  • แจ้งข้อมูลด้านสุขภาพอื่น ๆ ที่จะส่งผลต่อการใช้ยา เช่น มีปัญหาการกลืนลำบาก มีปัญหาด้านการมองเห็นหรืออ่านฉลากยา เพื่อให้แพทย์หรือเภสัชกรช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้อง  

ยาทุกตัวที่คุณรับเข้าร่างกายล้วนส่งผลข้างเคียงที่ร้ายแรงได้หากใช้อย่างไม่เหมาะสม จึงควรให้แพทย์หรือเภสัชกรเป็นผู้จ่ายยาให้ และควรสอบถามวิธีใช้ยาอย่างถูกต้อง เพื่อให้ยารักษาอาการป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

 

มีคำถามเกี่ยวกับ อะเซทิลซิสเทอีน? สอบถามฟรีทาง LINE รับคำตอบได้ทันที ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความสบายใจของคุณ

หากคุณติดตั้ง LINE บนคอมพิวเตอร์ของคุณแล้ว ระบบจะเปิดบัญชีทางการ LINE ของ Jib AI ผู้ช่วยสุขภาพ โดยอัตโนมัติ

หากคุณยังไม่ได้ติดตั้ง LINE บนเดสก์ท็อป โปรดสแกน QR โค้ดด้วย LINE บนโทรศัพท์มือถือของคุณเพื่อเริ่มแชทกับ Jib AI ผู้ช่วยสุขภาพ