ProClinic และ MCS คืออะไร เหมาะกับคลินิกแบบไหน
สองระบบนี้อยู่ในตลาดโปรแกรมบริหารคลินิกไทยเหมือนกัน แต่วางตำแหน่งต่างกันชัดเจน จึงเหมาะกับคลินิกคนละแบบ
ข้อมูลอ้างอิงจากหน้าเว็บของผู้ให้บริการ ณ เวลาที่เขียน ควรตรวจสอบล่าสุดอีกครั้ง
ProClinic
วางตำแหน่งเรื่องการเพิ่มยอดขาย ไม่ใช่แค่การบันทึกข้อมูล ซึ่งต่างจากโปรแกรมคลินิกส่วนใหญ่ในตลาด
จุดเน้นที่ระบุไว้
- เจาะกลุ่ม คลินิกความงามโดยเฉพาะ
- เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกสำหรับผู้บริหารที่ต้องการดูตัวเลขละเอียด
- CRM Insight และการจัดกลุ่มลูกค้า
- ระบบบริหารคลินิก จัดการสต๊อก ฉลากยา รายงาน และแดชบอร์ด
- ระบุว่า พร้อมใช้งานภายใน 3 วัน
- มี ทีมช่วยย้ายข้อมูลสำหรับลูกค้าที่ย้ายมาจากระบบอื่น พร้อมส่วนลดพิเศษ
ราคาของ ProClinic
คิดเป็นรายปี โดยราคาที่เผยแพร่สำหรับสัญญา 12 เดือน
| แพ็กเกจ | ราคา/ปี | จำนวนคนไข้ | พื้นที่เก็บภาพ |
|---|---|---|---|
| Starter | 9,900 บาท | 300 คน | 25 GB |
| Pro | 16,900 บาท | 600 คน | 50 GB |
| Business | 24,500 บาท | 1,200 คน | 100 GB |
| Growth | 29,000 บาท | ไม่จำกัด | 300 GB |
แพ็กเกจ Starter ระบุว่าไม่จำกัดจำนวนผู้ใช้ และวางไว้สำหรับคลินิกเปิดใหม่ที่ยังไม่มีฐานข้อมูลคนไข้เดิม ส่วนสัญญา 12 เดือนมีบริการตรวจสอบข้อมูลและตั้งค่าระบบให้ฟรี ขณะที่สัญญา 6 เดือนมีค่าบริการส่วนนี้ 5,000 บาท
ข้อที่ควรคำนวณก่อนตัดสินใจ คือจำนวนคนไข้สะสม ไม่ใช่จำนวนคนไข้ต่อเดือน เพราะเพดานนับจากฐานสะสมทั้งหมดและลดลงไม่ได้ คลินิกที่รับคนไข้ใหม่เดือนละ 25 คนจะเต็มเพดาน 300 คนภายในหนึ่งปี
ข้อสังเกตเรื่องโครงสร้าง ProClinic เลือกไม่จำกัดจำนวนผู้ใช้แต่จำกัดจำนวนคนไข้แทน ซึ่งเป็นเพดานที่ต่างจากเพดานอื่นตรงที่มีทางเดียวคือเพิ่มขึ้น และเวชระเบียนมีข้อกำหนดทางกฎหมายเรื่องระยะเวลาเก็บรักษา จึงลบข้อมูลเก่าเพื่ออยู่ใต้เพดานไม่ได้ (อ่านเรื่องเพดานการใช้งาน)
สองข้อสุดท้ายน่าสนใจสำหรับคลินิกที่กำลังคิดจะเปลี่ยนระบบ เพราะอุปสรรคใหญ่ที่สุดของการย้ายมักไม่ใช่ราคา แต่คือความยุ่งยากในการย้ายข้อมูล
เหมาะกับ คลินิกความงามที่เจ้าของหรือผู้บริหารต้องการดูข้อมูลเชิงลึกเพื่อวางแผนการขาย และคลินิกที่กำลังย้ายจากระบบเดิม
MCS หรือ Miracle Clinic System
จุดเด่นคือฐานผู้ใช้และความยืดหยุ่นเรื่องรูปแบบการติดตั้ง
- ระบุว่ามีสถานพยาบาลใช้งานกว่า 900 แห่ง
- มีให้เลือกทั้งแบบ ออฟไลน์และบนคลาวด์
ทางเลือกแบบออฟไลน์เป็นสิ่งที่หาได้น้อยลงในตลาด และเป็นเหตุผลที่คลินิกจำนวนหนึ่งยังใช้ระบบนี้อยู่ โดยเฉพาะคลินิกที่กังวลเรื่องการทำงานเมื่ออินเทอร์เน็ตขัดข้อง หรือมีนโยบายเก็บข้อมูลไว้ในสถานที่
ข้อควรพิจารณาของระบบออฟไลน์ ที่ควรชั่งน้ำหนัก
- เข้าถึงได้จากเครื่องที่ติดตั้งเท่านั้น ทำให้หน้าเคาน์เตอร์และห้องตรวจดูข้อมูลพร้อมกันได้ยาก
- ดูข้อมูลข้ามสาขาไม่ได้
- ค้นย้อนหลังยาก ซึ่งทำให้การติดตามคนไข้ตามรอบไม่เกิดขึ้นจริง
- เสี่ยงข้อมูลสูญหายถ้าไม่มีการสำรองนอกสถานที่
เหมาะกับ คลินิกที่ต้องการระบบที่มีฐานผู้ใช้กว้างและมีประสบการณ์ในตลาด หรือคลินิกที่ยังต้องการทางเลือกแบบออฟไลน์ด้วยเหตุผลเฉพาะ
เทียบกันคร่าวๆ
| ProClinic | MCS | |
|---|---|---|
| จุดเน้น | เพิ่มยอดขาย วิเคราะห์ข้อมูล | ระบบบริหารครบวงจร ฐานผู้ใช้กว้าง |
| กลุ่มเป้าหมายหลัก | คลินิกความงาม | คลินิกทั่วไป |
| รูปแบบ | คลาวด์ | ออฟไลน์และคลาวด์ |
| จุดขายเรื่องการเริ่มใช้ | พร้อมใช้ใน 3 วัน มีทีมย้ายข้อมูล | มีผู้ใช้กว่า 900 แห่ง |
| ราคาที่เปิดเผย | 9,900–29,000 บาท/ปี | ไม่ระบุ |
ProClinic เปิดเผยราคาชัดเจน ส่วน MCS ไม่ได้ระบุบนเว็บ จึงต้องขอใบเสนอราคาสำหรับเจ้าหลัง และควรถามให้ครบตามรายการด้านล่างทั้งสองเจ้า
คำถามที่ควรถามทั้งสองเจ้า
- ราคารวมผู้ใช้กี่คน กี่สาขา จำกัดจำนวนคนไข้เท่าไหร่ และมีค่าติดตั้งหรือค่าอบรมแยกไหม
- คิดเป็นรายเดือน รายปี หรือจ่ายเป็นก้อน
- ถ้าย้ายระบบในอนาคต ข้อมูลส่งออกได้ในรูปแบบใด
- ข้อมูลเก็บที่ไหน ใครเข้าถึงได้ และมีข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลไหม
- สำรองข้อมูลอย่างไร บ่อยแค่ไหน โดยเฉพาะกับระบบออฟไลน์
- บริการหลังการขายครอบคลุมช่วงเวลาไหน
- เชื่อมกับช่องทางที่ใช้คุยกับคนไข้ได้แค่ไหน
ข้อ 5 สำคัญเป็นพิเศษถ้าเลือกแบบออฟไลน์ เพราะเป็นความเสี่ยงที่มองไม่เห็นจนกว่าจะเกิดเรื่อง
More patients, and a system that runs the day
Jib OS brings new patients in, answers every one of them, and keeps the day running. Built by HDmall.
Or see what Jib OS is →เรื่องคำว่า "เพิ่มยอดขาย" ที่ควรแยกให้ชัด
ProClinic วางตำแหน่งเรื่องการเติบโตของยอดขาย ซึ่งต่างจากโปรแกรมคลินิกทั่วไปและเป็นจุดที่ควรเข้าใจให้ตรง
เครื่องมือวิเคราะห์และ CRM ทำงานกับข้อมูลที่คลินิกมีอยู่แล้ว คือประวัติการซื้อ พฤติกรรมลูกค้าเดิม และยอดขายที่เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งมีประโยชน์จริงในการวางแผนขายเพิ่มให้ฐานลูกค้าปัจจุบัน
แต่คนไข้ที่ยังไม่เคยมาคลินิกไม่ได้อยู่ในข้อมูลชุดนั้น การทำให้คนกลุ่มนี้รู้จักและค้นเจอคลินิกเป็นงานคนละประเภท ที่ต้องอาศัย
- เว็บไซต์ที่ทั้ง Google และผู้ช่วย AI แนะนำได้
- การตอบแชททันทีเมื่อเขาทักมา รวมถึงนอกเวลาทำการ
- แคมเปญที่วัดผลถึงการจองจริง ไม่ใช่แค่ยอดคลิก
นี่คือความต่างระหว่างการวิเคราะห์ยอดขายกับการหาคนไข้ใหม่
การวิเคราะห์บอกได้ว่าควรขายอะไรเพิ่มให้ใคร แต่เพดานของมันคือจำนวนคนที่อยู่ในฐานข้อมูลอยู่แล้ว Jib OS ทำงานในช่วงก่อนหน้านั้น และครอบคลุมงานหลังบ้านชุดเดียวกันด้วย จึงใช้แทนได้ ไม่ใช่แค่ใช้เสริม ดูการเทียบแบบตัวต่อตัวในบทความเทียบ Jib OS กับ ProClinic
เคล็ดลับบริหารคลินิก ส่งตรงถึงอีเมลคุณ
เจ้าของและผู้บริหารคลินิกกว่า 20,000 คน รับข่าวสารจากเราอยู่แล้ว
สำหรับเจ้าของคลินิกและผู้ที่กำลังจะเปิด — วิธีให้คนไข้ใหม่เจอคลินิกบน Google และให้ AI อย่าง ChatGPT และ Claude แนะนำคลินิกของคุณ วิธีลดงานหน้าเคาน์เตอร์และคนไข้ไม่มาตามนัด และเรื่องที่คลินิกอื่นเจอมาก่อน
ส่งสัปดาห์ละครั้ง · ไม่มีสแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ
คำถามที่พบบ่อย
ProClinic ราคาเท่าไหร่
คิดเป็นรายปี โดยแพ็กเกจ Starter อยู่ที่ 9,900 บาทต่อปี Pro 16,900 บาท Business 24,500 บาท และ Growth 29,000 บาท สำหรับสัญญา 12 เดือน สิ่งที่ต้องดูควบคู่กับราคาคือเพดานจำนวนคนไข้ในแต่ละแพ็กเกจ ซึ่งอยู่ที่ 300, 600 และ 1,200 คนตามลำดับ และไม่จำกัดเฉพาะแพ็กเกจสูงสุด
ProClinic เหมาะกับคลินิกแบบไหน
เจาะกลุ่มคลินิกความงามเป็นหลัก และเน้นผู้บริหารที่ต้องการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อวางแผนการขาย นอกจากนี้ยังระบุว่าพร้อมใช้งานภายใน 3 วันและมีทีมช่วยย้ายข้อมูลพร้อมส่วนลดสำหรับลูกค้าที่ย้ายมาจากระบบอื่น จึงเป็นตัวเลือกที่คลินิกซึ่งกำลังคิดเปลี่ยนระบบมักพิจารณา
MCS คืออะไร
Miracle Clinic System เป็นโปรแกรมบริหารคลินิกที่ระบุว่ามีสถานพยาบาลใช้งานกว่า 900 แห่ง จุดที่ต่างจากหลายเจ้าคือมีให้เลือกทั้งแบบออฟไลน์และบนคลาวด์ ซึ่งเป็นทางเลือกที่หาได้น้อยลงในตลาดปัจจุบัน และเป็นเหตุผลที่คลินิกซึ่งกังวลเรื่องการทำงานเมื่ออินเทอร์เน็ตขัดข้องยังเลือกใช้
โปรแกรมคลินิกแบบออฟไลน์ยังคุ้มไหม
มีข้อดีคือทำงานได้แม้อินเทอร์เน็ตขัดข้อง แต่ต้องชั่งกับข้อจำกัดที่กระทบทุกวัน คือเข้าถึงได้จากเครื่องที่ติดตั้งเท่านั้น ดูข้อมูลข้ามสาขาไม่ได้ ค้นย้อนหลังยากจนการติดตามคนไข้ตามรอบไม่เกิดขึ้นจริง และเสี่ยงข้อมูลสูญหายถ้าไม่มีการสำรองนอกสถานที่ ควรถามเรื่องการสำรองข้อมูลให้ชัดก่อนตัดสินใจ
ProClinic ช่วยหาคนไข้ใหม่ได้ไหม
เครื่องมือวิเคราะห์และ CRM ของระบบทำงานกับข้อมูลลูกค้าที่คลินิกมีอยู่แล้ว ซึ่งช่วยวางแผนขายเพิ่มให้ฐานลูกค้าปัจจุบันได้ดี แต่คนไข้ที่ยังไม่เคยมาคลินิกไม่ได้อยู่ในข้อมูลชุดนั้น การทำให้คนกลุ่มนี้ค้นเจอคลินิกต้องอาศัยเว็บไซต์ที่ถูกค้นเจอ การตอบแชททันที และการทำแคมเปญ ซึ่งเป็นงานคนละประเภท
ควรเลือกเจ้าที่เปิดเผยราคาหรือไม่เปิดเผย
การเปิดเผยราคาไม่ได้บอกคุณภาพของระบบ แต่ช่วยให้เปรียบเทียบเบื้องต้นได้เร็วกว่า สำหรับเจ้าที่ไม่เปิดเผย ควรขอใบเสนอราคาจากอย่างน้อยสองถึงสามเจ้าพร้อมระบุจำนวนผู้ใช้และสาขาที่เท่ากัน เพื่อให้เทียบได้จริง และควรถามเรื่องค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นภายหลังทุกครั้ง
Jib OS