Jib OS กับ ProClinic เลือกอย่างไร
ในบรรดาโปรแกรมคลินิกในตลาดไทย ProClinic เป็นเจ้าที่วางตำแหน่งใกล้ Jib OS มากที่สุด เพราะไม่ได้พูดเรื่องงานหลังบ้านอย่างเดียว แต่พูดเรื่องการเพิ่มยอดขายด้วย จึงเป็นการเทียบที่ต้องแยกให้ละเอียดกว่าคู่อื่น
หมายเหตุ ข้อมูลของ ProClinic อ้างอิงจากหน้าเว็บของผู้ให้บริการ ณ เวลาที่เขียน ควรตรวจสอบราคาและเงื่อนไขล่าสุดโดยตรงก่อนตัดสินใจ
สรุปสั้น
ProClinic เจาะกลุ่มคลินิกความงาม เน้นเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและ CRM สำหรับวางแผนการขาย ระบุว่าเริ่มใช้งานได้ภายใน 3 วัน และมีทีมช่วยย้ายข้อมูลสำหรับคลินิกที่ย้ายมาจากระบบอื่น คิดราคาเป็นรายปี
Jib OS ครอบคลุมงานหลังบ้านชุดเดียวกัน และเพิ่มงานฝั่งที่คนไข้ยังไม่อยู่ในฐานข้อมูล ทั้งช่องทางที่พาคนไข้ใหม่เข้ามา และการตอบแชททุกช่องทางหลายภาษา คิดราคารายเดือนต่อส่วน
จุดที่ต้องแยกให้ชัด คำว่า "เพิ่มยอดขาย"
ทั้งสองเจ้าพูดเรื่องยอดขาย แต่หมายถึงคนละกลไก
ProClinic เพิ่มยอดขายด้วยการวิเคราะห์ฐานลูกค้าที่มีอยู่ ดูว่าใครซื้ออะไร ใครน่าจะซื้อเพิ่ม และคอร์สไหนทำกำไรดี ซึ่งมีประโยชน์จริงและเป็นงานที่คลินิกส่วนใหญ่ทำได้ไม่ดีพอ
Jib OS เพิ่มยอดขายจากสองทาง ทั้งการทำงานกับฐานลูกค้าเดิมแบบเดียวกัน และการเพิ่มจำนวนคนที่เข้ามาอยู่ในฐานตั้งแต่แรก ผ่านปุ่มจองบน Google การขึ้นลิสต์บน HDmall และการตอบแชทให้ทันตั้งแต่ข้อความแรก
ความต่างนี้สำคัญเพราะการวิเคราะห์มีเพดาน ต่อให้วิเคราะห์เก่งแค่ไหน จำนวนคนที่วิเคราะห์ได้ก็เท่ากับจำนวนคนที่เคยมาแล้ว คลินิกที่ฐานลูกค้ายังเล็กจะรู้สึกว่าเครื่องมือวิเคราะห์ไม่ค่อยเปลี่ยนอะไร ไม่ใช่เพราะเครื่องมือไม่ดี แต่เพราะยังไม่มีข้อมูลมากพอให้วิเคราะห์
การวิเคราะห์แบบรายงานสำเร็จรูป กับการถามเป็นภาษาคนได้
เครื่องมือวิเคราะห์ของโปรแกรมคลินิกโดยทั่วไปทำงานกับข้อมูลที่เป็นตัวเลขและตาราง คือยอดขาย จำนวนครั้งที่มา คอร์สที่ซื้อ และช่วงเวลา แล้วแสดงผลผ่านรายงานที่ออกแบบไว้ล่วงหน้า ซึ่งแม่นยำและเชื่อถือได้สำหรับคำถามที่รายงานนั้นถูกออกแบบมาตอบ
ข้อจำกัดอยู่ที่คำถามที่ไม่มีรายงานรองรับ เช่น อยากรู้ว่ากลุ่มคนไข้ที่ถามเรื่องราคาแล้วเงียบไปมักติดที่อะไร หรืออยากได้รายชื่อคนที่หายไปเกินสามเดือนและเคยใช้จ่ายเกินสามพัน คำถามแบบนี้ต้องรอให้มีคนทำรายงานใหม่ให้ หรือดึงข้อมูลออกมาทำเอง
Jib OS ให้อธิบายกลุ่มที่ต้องการเป็นภาษาคนแล้วให้ AI สร้างรายชื่อให้ โดยแสดงเงื่อนไขที่ตีความได้ให้ตรวจก่อนส่งจริง
และเพราะ AI อ่านบทสนทนาได้ ไม่ใช่แค่ตัวเลขในตาราง จึงใช้ข้อมูลที่ระบบวิเคราะห์แบบเดิมใช้ไม่ได้ เช่น คนไข้ถามอะไรบ่อย ติดขัดตรงไหนก่อนตัดสินใจ และใช้ภาษาอะไรคุยกับคลินิก
ข้อควรเข้าใจให้ตรง สำหรับตัวเลขทางบัญชีอย่างยอดขายรวมหรือค่ามือแพทย์ ระบบยังคำนวณด้วยสูตรตามปกติ ไม่ได้ให้ AI เดาตัวเลข ส่วนที่ AI ช่วยคือการหากลุ่ม การจัดหมวด และการอ่านสิ่งที่อยู่ในบทสนทนา ซึ่งเป็นงานคนละแบบกับการคำนวณ
เทียบตามขอบเขตงาน
| งาน | ProClinic | Jib OS |
|---|---|---|
| เวชระเบียนและประวัติการรักษา | มี | มี |
| คิดเงิน ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี | มี | มี |
| สต๊อกยาและวัสดุ | มี | มี |
| คำนวณค่ามือแพทย์ (DF) | มี | มี |
| วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและ CRM | จุดแข็งหลัก | มี |
| สร้างกลุ่มคนไข้จากคำอธิบายเป็นภาษาคน | ไม่ใช่ขอบเขต | มี |
| วิเคราะห์จากบทสนทนา ไม่ใช่แค่ตัวเลข | ไม่ใช่ขอบเขต | มี |
| ทีมช่วยย้ายข้อมูลเข้า | มี | มี |
| ทีมช่วยส่งออกข้อมูลเมื่อเลิกใช้ | ควรถามให้ชัด | มี |
| ส่งข้อความหาคนไข้เดิมหลายช่องทาง | มี | มี |
| ตอบแชทด้วย AI ทุกช่องทาง | ไม่ใช่ขอบเขต | จุดแข็งหลัก |
| ตอบภาษาของคนไข้ต่างชาติ | ไม่ใช่ขอบเขต | จุดแข็งหลัก |
| ปุ่มจองบน Google และลิสต์บน HDmall | ไม่ใช่ขอบเขต | จุดแข็งหลัก |
| เพดานจำนวนคนไข้ | มีในทุกแพ็กเกจยกเว้นสูงสุด | ไม่มีเพดาน |
More patients, and a system that runs the day
Jib OS brings new patients in, answers every one of them, and keeps the day running. Built by HDmall.
Or see what Jib OS is →เรื่องราคาและเพดานที่ต้องดูคู่กัน
ProClinic คิดเป็นรายปีสำหรับสัญญา 12 เดือน โดยผู้ให้บริการระบุ Starter 9,900 บาท Pro 16,900 บาท Business 24,500 บาท และ Growth 29,000 บาท
ตัวเลขนี้ถูกกว่า Jib OS ที่ 6,000 บาทต่อเดือนต่อส่วนอย่างชัดเจน และเราพูดตรงๆ ว่าถ้าเทียบเฉพาะงานหลังบ้าน ProClinic คุ้มกว่ามากในปีแรก
แต่ราคาต้องอ่านคู่กับเพดานจำนวนคนไข้ ซึ่งอยู่ที่ 300, 600 และ 1,200 คนตามลำดับ และไม่จำกัดเฉพาะแพ็กเกจสูงสุด
นี่คือจุดที่คลินิกมักคำนวณพลาด เพราะเพดานจะชนตอนที่ธุรกิจกำลังไปได้ดี ซึ่งเป็นเวลาที่แย่ที่สุดที่จะต้องมาเจรจาสัญญาใหม่ คลินิกที่โตปีละไม่กี่ร้อยคนไข้จะข้ามระดับแพ็กเกจเร็วกว่าที่ประเมินไว้ตอนซื้อ และราคาที่เทียบไว้ตอนแรกจะไม่ใช่ราคาที่จ่ายจริงในปีที่สาม
ควรคิดต้นทุนตามจำนวนคนไข้ที่คาดว่าจะมีในสามปีข้างหน้า ไม่ใช่จำนวนวันนี้ รายละเอียดเรื่องนี้อยู่ในบทความเรื่องเพดานการใช้งานของซอฟต์แวร์คลินิก
เรื่องการย้ายเข้า ย้ายออก และทีมที่ช่วยตั้งระบบให้
เจ้าของคลินิกส่วนใหญ่ไม่ได้ลังเลเพราะไม่เห็นประโยชน์ของระบบ แต่ลังเลเพราะกลัวช่วงเปลี่ยนผ่าน กลัวว่าต้องมานั่งเรียนเอง กลัวว่าทีมจะใช้ไม่เป็น และกลัวว่าย้ายเข้าไปแล้วจะออกไม่ได้
ทีมงาน Jib OS ช่วยย้ายข้อมูลเข้าให้ ไม่ใช่ส่งคู่มือให้แล้วปล่อยให้คลินิกจัดการเอง ตั้งแต่ดึงข้อมูลจากระบบเดิม ตั้งค่าบริการและราคา ไปจนถึงสอนทีมหน้าร้านให้ใช้งานได้จริง
และช่วยส่งออกข้อมูลให้ด้วยถ้าจะเลิกใช้ ทั้งกรณีเลิกหลังหมดช่วงทดลองใช้ฟรี และกรณีเลิกกลางทาง ข้อมูลคนไข้เป็นของคลินิก ไม่ใช่ของผู้ให้บริการระบบ และไม่ควรถูกใช้เป็นเหตุผลให้คลินิกต้องอยู่ต่อทั้งที่ไม่อยากอยู่
ข้อหลังสำคัญกว่าที่คิด เพราะคำถามที่ควรถามผู้ให้บริการทุกเจ้าคือ "ถ้าวันหนึ่งจะย้ายออก ข้อมูลส่งออกในรูปแบบใด และใครเป็นคนทำให้" เป็นคำถามที่คนถามน้อยที่สุดตอนซื้อ และเสียใจที่ไม่ได้ถามมากที่สุดตอนจะย้าย
สำหรับโรงพยาบาลและเครือคลินิกขนาดใหญ่ ที่มีระบบเดิมและกระบวนการทำงานเฉพาะของตัวเองอยู่แล้ว Jib OS มีบริการปรับระบบให้เข้ากับการทำงานจริง โดยส่งทีมวิศวกรเข้าไปทำงานร่วมกับทีมของลูกค้าเพื่อเชื่อมระบบและปรับกระบวนการให้ตรงกัน แทนที่จะให้ลูกค้าปรับวิธีทำงานตามซอฟต์แวร์
คลินิกแบบไหนควรเลือกอะไร
เลือก ProClinic ถ้า คลินิกมีฐานลูกค้าใหญ่พอที่จะวิเคราะห์ได้จริง คิวค่อนข้างเต็มอยู่แล้ว ปัญหาหลักคือไม่รู้ว่าจะขายอะไรเพิ่มให้ใคร และงบจำกัดในปีแรก
เลือก Jib OS ถ้า คิวยังไม่เต็ม ยอดขึ้นกับจำนวนคนที่ทักเข้ามา มีข้อความตกหล่นนอกเวลาทำการ มีคนไข้ต่างชาติที่ตอบไม่ได้ หรือคาดว่าจำนวนคนไข้จะโตจนชนเพดานของแพ็กเกจภายในสองถึงสามปี
ถ้ายังไม่แน่ใจ Jib OS มีทดลองใช้ฟรี 1 เดือน ซึ่งตอบได้ตรงกว่าการเทียบตารางฟีเจอร์ เพราะเดือนเดียวก็เห็นแล้วว่ามีข้อความที่เคยตกหล่นอยู่จริงกี่ข้อความ
เคล็ดลับบริหารคลินิก ส่งตรงถึงอีเมลคุณ
เจ้าของและผู้บริหารคลินิกกว่า 20,000 คน รับข่าวสารจากเราอยู่แล้ว
สำหรับเจ้าของคลินิกและผู้ที่กำลังจะเปิด — วิธีให้คนไข้ใหม่เจอคลินิกบน Google และให้ AI อย่าง ChatGPT และ Claude แนะนำคลินิกของคุณ วิธีลดงานหน้าเคาน์เตอร์และคนไข้ไม่มาตามนัด และเรื่องที่คลินิกอื่นเจอมาก่อน
ส่งสัปดาห์ละครั้ง · ไม่มีสแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ
คำถามที่พบบ่อย
ProClinic มีเครื่องมือวิเคราะห์อยู่แล้ว Jib OS ต่างตรงไหน
ต่างที่ชนิดของข้อมูลที่วิเคราะห์ได้และวิธีตั้งคำถาม เครื่องมือวิเคราะห์ของโปรแกรมคลินิกทำงานกับตัวเลขและตารางผ่านรายงานที่ออกแบบไว้ล่วงหน้า ส่วน Jib OS ให้อธิบายกลุ่มที่ต้องการเป็นภาษาคนแล้วสร้างรายชื่อให้ และอ่านบทสนทนาได้ด้วย จึงใช้ข้อมูลอย่างคำถามที่คนไข้ถามบ่อยหรือจุดที่ลังเลก่อนตัดสินใจ ซึ่งไม่ได้อยู่ในตารางยอดขาย ทั้งนี้ตัวเลขทางบัญชียังคำนวณด้วยสูตรตามปกติ ไม่ได้ให้ AI ประมาณค่า
ถ้าใช้แล้วไม่เวิร์ค ย้ายข้อมูลออกได้ไหม
ได้ และทีมงานช่วยส่งออกให้ ทั้งกรณีเลิกใช้หลังหมดช่วงทดลองใช้ฟรี 1 เดือน และกรณีเลิกกลางทาง ข้อมูลคนไข้เป็นของคลินิก ไม่ใช่ของผู้ให้บริการระบบ คำถามนี้ควรถามกับทุกเจ้าที่กำลังพิจารณา ไม่ใช่แค่เจ้าเดียว เพราะเป็นข้อที่คนถามน้อยที่สุดตอนซื้อและสำคัญที่สุดตอนจะย้าย
ทีมคลินิกไม่ถนัดเทคโนโลยี จะใช้ไหวไหม
ทีมงาน Jib OS ช่วยตั้งระบบและย้ายข้อมูลเข้าให้ ตั้งแต่ดึงข้อมูลจากระบบเดิม ตั้งค่าบริการและราคา ไปจนถึงสอนทีมหน้าร้านให้ใช้งานได้จริง จึงไม่ต้องเริ่มจากหน้าจอเปล่าและคู่มือ ส่วนโรงพยาบาลและเครือคลินิกขนาดใหญ่ที่มีระบบเดิมอยู่แล้ว มีบริการส่งทีมวิศวกรเข้าไปเชื่อมระบบและปรับให้เข้ากับกระบวนการทำงานเดิม
ProClinic ราคาถูกกว่า Jib OS ใช่ไหม
ใช่ในปีแรกและเมื่อดูเฉพาะงานหลังบ้าน ProClinic คิดรายปีที่ 9,900 ถึง 29,000 บาทตามแพ็กเกจ ส่วน Jib OS คิด 6,000 บาทต่อเดือนต่อส่วน สิ่งที่ต้องดูควบคู่คือเพดานจำนวนคนไข้ของ ProClinic ที่ 300, 600 และ 1,200 คน เพราะเมื่อชนเพดานต้องขึ้นแพ็กเกจ และราคาที่เทียบไว้ตอนแรกจะไม่ใช่ราคาที่จ่ายจริงในระยะยาว
ทั้งสองเจ้ามี CRM เหมือนกัน ต่างกันตรงไหน
ต่างที่ขอบเขตของคนที่ CRM ทำงานด้วย CRM ของ ProClinic วิเคราะห์และดูแลลูกค้าที่อยู่ในฐานข้อมูลแล้ว ส่วน CRM ของ Jib OS ทำงานกับกลุ่มเดียวกันได้ และยังรวมคนที่เคยทักมาถามแต่ไม่เคยจอง ซึ่งไม่เคยเป็นคนไข้จึงไม่ปรากฏในระบบเวชระเบียนของโปรแกรมคลินิกใดเลย กลุ่มนี้มักใหญ่กว่าที่คลินิกคิด
คลินิกความงามขนาดเล็กควรเริ่มจากอะไร
ถ้ายังไม่มีระบบใดเลยและงบจำกัด การเริ่มจากโปรแกรมคลินิกราคาต่ำเพื่อเลิกใช้กระดาษเป็นก้าวที่สมเหตุสมผล แต่ควรถามตัวเองก่อนว่าเดือนที่ผ่านมาเสียคนไข้ไปกับอะไรมากกว่ากัน ระหว่างงานหลังบ้านที่ช้า กับข้อความที่ไม่มีใครตอบ เพราะสองอย่างนี้ต้องการเครื่องมือคนละชุด
เพดานจำนวนคนไข้หมายถึงอะไร นับอย่างไร
หมายถึงจำนวนระเบียนคนไข้ที่แพ็กเกจนั้นรองรับ ซึ่งควรถามผู้ให้บริการให้ชัดว่านับสะสมทั้งหมดหรือนับเฉพาะคนไข้ที่ยังใช้งานอยู่ในช่วงเวลาหนึ่ง เพราะสองแบบนี้ต่างกันมากสำหรับคลินิกที่เปิดมาหลายปี และเป็นตัวกำหนดว่าจะชนเพดานเมื่อไหร่
ย้ายจาก ProClinic มา Jib OS ยากไหม
ProClinic ระบุว่ามีทีมช่วยย้ายข้อมูลสำหรับลูกค้าที่ย้ายเข้ามา ซึ่งแปลว่าการส่งออกข้อมูลจากระบบอื่นเป็นเรื่องที่ทำได้ในทางปฏิบัติ สำหรับการย้ายออก ควรขอไฟล์ส่งออกจริงมาดูก่อนตัดสินใจ และตรวจว่าครอบคลุมประวัติการรักษา ข้อมูลคอร์สคงเหลือ และประวัติการชำระเงินครบหรือไม่
Jib OS