รีวิว ทำ ICSI โดยคนที่มีปัญหามดลูกโต ที่ Superior A.R.T.


รีวิว ทำ ICSI โดยคนที่มีปัญหามดลูกโต ที่ Superior A.R.T.

สรุปการรีวิว

ขยาย

ปิด

  • ด้วยชื่อเสียงด้านความสำเร็จของ Superior A.R.T. ที่โด่งดัง ทำให้เรากับสามีตัดสินใจมารักษาภาวะมีบุตรยากผ่านการทำ ICSI ที่นี่ค่ะ
  • ในครั้งที่ 3 ของการย้ายตัวอ่อน คุณหมอแนะนำให้เราตรวจ Era Test ซึ่งเป็นการตรวจเพื่อหาวันย้ายตัวอ่อนที่เหมาะสมที่สุดค่ะ ซึ่งจากการตรวจครั้งนี้ทำให้การย้ายตัวอ่อนครั้งที่ 3 ประสบความสำเร็จเลยค่ะ
  • การได้มารักษาภาวะมีบุตรยากกับคุณหมอที่ Superior A.R.T. เปรียบเสมือนความโชคดีอย่างหนึ่งนะคะ เพราะถ้าเราไม่ได้เจอคุณหมอที่มีประสบการณ์ดูแลเคสคนไข้ยากๆ มาก่อน หรือไม่ได้มีความเชี่ยวชาญในการตรวจความผิดปกติของร่างกายก่อนตั้งครรภ์ เราก็คงต้องผิดหวังกับการมีน้องไม่สำเร็จไปเรื่อยๆ เสียใจไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอความผิดปกติซึ่งก็ไม่รู้ว่าวันไหนเหมือนกัน
  • เจ้าหน้าที่และพยาบาลที่ Superior A.R.T. ก็น่ารักมากๆ เลยค่ะ จำหน้าและชื่อเราได้ทุกครั้งที่กลับมาเจอคุณหมอ และต่อให้เราใส่ตัวอ่อนไม่สำเร็จกี่ครั้ง เจ้าหน้าที่ทุกคนก็จะยังคงให้กำลังใจและลุ้นความสำเร็จไปพร้อมๆ กับเรา
  • รีวิวนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ #HDreview ได้รับการสปอนเซอร์จากทาง HDmall.co.th และ Superior A.R.T.

สารบัญเนื้อหา


ด้วยชื่อเสียงด้านความสำเร็จของ Superior A.R.T. ที่โด่งดัง ทำให้เรากับสามีตัดสินใจมารักษาภาวะมีบุตรยากผ่านการทำ ICSI ที่นี่ค่ะ

โดยก่อนหน้านี้เรายังไม่เคยไปรักษาภาวะมีบุตรยากกับคลินิกหรือโรงพยาบาลที่ไหนมาก่อนเลย แต่ก็ได้หาข้อมูลการรักษาไว้หลายที่เลยจนกระทั่งเราได้เห็นรีวิวและชื่อเสียงของ Superior A.R.T. ที่สามารถทำให้คู่รักที่มีลูกยากมากๆ หรือเป็นเคสที่ต้องรักษาอย่างซับซ้อนให้มีลูกได้สำเร็จได้หลายคู่มาแล้ว แถมยังช่วยป้องกันโรคต่างๆ ที่เป็นความผิดปกติแต่กำเนิดได้อีก เราเลยตัดสินใจว่า ที่นี่แหละที่จะเป็นตัวช่วยทำให้เรามีน้องได้สำเร็จค่ะ

ตรวจสุขภาพและปรึกษาคุณหมอ ที่ Superior A.R.T.

ก่อนทำ ICSI สิ่งแรกเลยคือต้องเข้าพบคุณหมอที่ Superior A.R.T. เพื่อปรึกษาปัญหาต่างๆ กันก่อน เพราะเรากับสามีก็มีความกังวลเกี่ยวกับประวัติสุขภาพของคนในครอบครัวเล็กน้อยด้วย

อย่างแรกเลย สามีของเราเป็นพาหะโรคธาลัสซีเมียค่ะ ซึ่งเราก็กังวลมากว่ามันจะส่งต่อไปถึงลูกของเราด้วย เพราะธาลัสซีเมียเป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมหรือยีนจากพ่อแม่มาสู่ลูกค่ะ

แต่พอได้มาคุยกับคุณหมอก็เบาใจลงค่ะ เพราะคุณหมอได้อธิบายหลักการของโรคทางพันธุกรรมต่างๆ ให้เราฟัง และเสริมว่า ถ้าหากฝั่งพ่อเป็นพาหะ แต่ฝั่งแม่สุขภาพปกตีดี ไม่ได้เป็นพาหะด้วย โอกาสที่ลูกของเราจะเป็นโรคธาลัสซีเมียก็มีน้อยมากค่ะ

และคุณหมอยังอธิบายเพิ่มให้เราหายกังวลด้วยว่า ก่อนที่เราจะย้ายตัวอ่อนเข้ามดลูกเพื่อให้เกิดการตั้งครรภ์ ที่ Superior A.R.T. สามารถตรวจโครโมโซมตัวอ่อนเพื่อจะได้รู้ว่าตัวอ่อนตัวนั้นมีโอกาสเป็นโรคธาลัสซีเมียหรือไม่ก่อนได้ด้วยค่ะ

หากตรวจแล้วมีโอกาสเป็นโรคธาลัสซีเมียหรือความผิดปกติอื่นๆ ก็จะเลือกตัวอ่อนที่แข็งแรงตัวอื่นเข้าไปแทน เพื่อให้น้องได้เติบโตเป็นทารกที่แข็งแรง ไม่มีโรคแอบแฝงค่ะ

การที่คุณหมอแนะนำว่า ควรตรวจโครโมโซมตัวอ่อน ยังไม่ใช่การตกลงตรวจทันทีนะคะ เพราะมันจะเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายแต่เมื่อเทียบกับความเสี่ยง เรากับสามีก็เลยกลับไปปรึกษากันก่อนค่ะ

อีกหนึ่งความกังวลของเราคือ น้องชายของคุณย่าสามีเราเป็นดาวน์ซินโดรมค่ะ เรากับสามีจึงกังวลว่า ลูกของเราจะเสี่ยงเกิดอาการนี้ไปด้วย คุณหมอก็ตอบในส่วนนี้ว่า ความเสี่ยงในเคสของเรามันไม่ใช่ First Degree คือคนในครอบครัวที่เป็นดาวน์ซินโดรมเนี่ย ไม่ได้ใกล้ชิดทางสายเลือดกับเรามากขนาดนั้นค่ะ

ดังนั้นเรากับสามีไม่ต้องกังวลมาก เพราะความเสี่ยงจัดว่าต่ำ ถ้าพี่หรือน้องเราที่เกิดจากพ่อแม่เดียวกันเป็นดาวน์ซินโดรม อันนี้สิถึงจะเสี่ยงเยอะ แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อความมั่นใจทั้งฝั่งเราและคุณหมอ คุณหมอจึงแนะนำให้เราตรวจโครโมโซมตัวอ่อนเช่นเดียวกัน เพราะการตรวจนี้มันเช็กได้หมดเลยว่าตัวอ่อนผิดปกติตรงไหนบ้าง

หลังจากคุณหมอซักประวัติและตรวจสุขภาพเราแบบครบหมดจดทุกส่วนที่มีความเกี่ยวข้องกับการรักษาภาวะมีบุตรยากแล้ว ภาพรวมของสุขภาพทั้งของเราและสามีไม่ได้มีอะไรน่าเป็นห่วงค่ะ

แต่ในส่วนของระบบสืบพันธุ์ของเรา คุณหมอบอกว่ามีเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่กับมีภาวะมดลูกโตค่ะ ซึ่งทั้ง 2 ส่วนนี้ก็สามารถดำเนินการรักษาและบรรเทาไม่ให้ไปกระทบต่อการทำ ICSI ได้

นอกจากนี้คุณหมอยังแนะนำให้เรากลับไปออกกำลังกายและลดน้ำหนักนิดหน่อย แต่ไม่ต้องลดเยอะ ไม่ต้องหักโหมมาก เพราะแต่เดิมค่าดัชนีมวลกายและน้ำหนักของเราก็ไม่ได้เยอะอยู่แล้ว แต่อยากจะเสริมความแข็งแรงให้สุขภาพอีกสักหน่อย

วิธีที่คุณหมอแนะนำก็คือ ให้เราออกกำลังกายระดับปานกลางในระหว่างสัปดาห์บ้าง ประมาณ 3 วันต่อสัปดาห์ก็พอ ไม่ต้องหนักมาก และเอาที่เรามีความสุข ไม่ฝืนจนเกินไป เพราะไม่อย่างนั้นสุขภาพจิตใจเราอาจจะเครียดเกินไปได้

สุดท้ายคุณหมอยังแนะนำให้เรากินวิตามินเสริมเพื่อเตรียมตัวสำหรับการตั้งครรภ์ด้วย โดยหลักๆ ก็มีโฟลิก (Folic acid) หรือวิตามินบี 9 โคเอนไซม์คิว10 (Coenzyme Q10) และวิตามินซีค่ะ

การกระตุ้นไข่ ที่ Superior A.R.T.

เมื่อสุขภาพกายและใจของเราพร้อมแล้ว ขั้นตอนถัดมาก็คือการเตรียมตัวกระตุ้นไข่ค่ะ โดยก่อนอื่นจะต้องมีการฉีดยากระตุ้นไข่ด้วยตัวเองก่อนทั้งหมด 9 วัน และในระหว่างนี้คุณหมอก็จะนัดเราให้เข้ามาตรวจดูค่าฮอร์โมนและการเจริญเติบโตของไข่เป็นระยะๆ ค่ะ

เราประทับใจในความละเอียดของการตรวจไข่ทุกใบของคุณหมอจริงๆ ค่ะ เพราะคุณหมอมีจุดมุ่งหมายในการกระตุ้นไข่เพื่อให้ไข่ของเราใช้ได้ทุกใบจริงๆ การนัดหมายเข้ามาเจอคุณหมอจึงจะถี่หน่อย ประมาณทุกๆ 3-4 วันเลยค่ะ

โดยทุกครั้งที่เข้ามาตรวจ คุณหมอจะเช็กไข่เราอย่างละเอียดมาก ถ้าใบนี้โตแล้ว ใบนี้ยังไม่โตเลย ก็จะปรับยาอีก และไข่ที่ใบที่ปรับจะต้องอยู่ในระยะไม่อ่อนและไม่แก่เกินไปด้วย เพื่อที่จะได้นำไปผสมกับเชื้ออสุจิได้ทุกใบจริงๆ

ในส่วนนี้เราว่ามันคุ้มค่าและทำให้เชื่อมือคุณหมอมากขึ้นจริงๆ ค่ะ เพราะเป็นการเก็บไข่ที่เจาะจงวิธีรักษาแบบเฉพาะร่างกายของเราเองจริงๆ ไม่ได้เป็นการใช้ยากระตุ้นไข่แบบเป็นรูปแบบเหมือนๆ กันหมดกับผู้เข้ารับบริการทุกคน แต่คุณหมอจะออกแบบกระบวนการปรับยาทุกๆ ครั้ง ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของเราล้วนๆ เลย

เก็บไข่และเก็บเชื้ออสุจิ ที่ Superior A.R.T.

เมื่อกระตุ้นไข่จนพร้อมสำหรับเก็บไข่แล้ว ฝั่งสามีก็เตรียมตัวในการเก็บอสุจิเรียบร้อย ซึ่งในส่วนของการเก็บเชื้ออสุจิก็ไม่ได้มีปัญหาหรือต้องรักษาอะไรเป็นพิเศษค่ะ เพราะสุขภาพของสามีเราปกติ เชื้ออสุจิที่เก็บได้ก็สมบูรณ์แข็งแรงดี

อธิบายเพิ่มเติมก่อนนะคะว่า เราเก็บไข่ทั้งหมด 2 รอบค่ะ โดยในรอบแรก เมื่อเราเก็บไข่ได้และนำไปผสมกับเชื้ออสุจิ ก็ได้ตัวอ่อนปกติเป็นเกรด A กับเกรด C แต่เนื่องจากเราอยากมีลูก 2 คนจึงเก็บไข่อีกรอบค่ะ

คุณหมอแนะนำว่า เก็บไข่เพิ่มตอนนี้ไปเลยน่าจะดีกว่าคลอดไปแล้วค่อยมาทำอีกที เพราะอายุที่มากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยไข่ที่เก็บตอนอายุเยอะ คุณภาพก็จะแย่ลงกว่านี้ และตัวอ่อนเกรด C ที่มีอยู่ไม่ค่อยสวย โอกาสที่จะไม่ตั้งครรภ์ก็มีอยู่เหมือนกัน

คุณหมอเลยให้ตัดสินใจ ว่าอยากจะลองเก็บอีกรอบหรือจะใส่ตัวอ่อนที่ได้ในรอบแรกเข้าไปเลย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการและงบประมาณของเราและสามีได้เลย คุณหมอไม่ได้บังคับค่ะ

จริงๆ นอกจากจะแนะนำเรื่องการเก็บไข่ คุณหมอยังช่วยให้คำแนะนำในการวางแผนการตั้งครรภ์ทั้งหมดของเราด้วยนะคะ เรียกได้ว่าเป็นการวางแผนชีวิตคู่ วางแผนสร้างครอบครัวในครั้งเดียวเลยค่ะ คุ้มค่าและละเอียดสุดๆ

หลังจากปรึกษากันได้พักใหญ่ เราตกลงที่จะเก็บไข่อีกเป็นรอบที่ 2 ค่ะ โดยก่อนเริ่มเก็บ คุณหมอได้ให้เรากลับไปพักร่างกายก่อนประมาณ 1 เดือน เพราะช่วงนี้เราค่อนข้างเครียดกับการมีน้องด้วยค่ะ คุณหมอจึงอยากให้ร่างกายได้ฟื้นฟู ให้พักผ่อน กินอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ รักษาสุขภาพให้แข็งแรง แล้วค่อยกลับมาลุยกันต่อ ซึ่งในรอบที่ 2 นี้ เราเก็บไข่ได้เยอะถึง 25 ใบเลยค่า

วิธีการเก็บไข่ก็ไม่มีอะไรมากค่ะ เมื่อถึงวันนัดเก็บไข่ พยาบาลจะพาเข้าไปในห้องที่คล้ายๆ กับห้องผ่าตัดค่ะ จากนั้นคุณหมอจะฉีดยาสลบให้ ตื่นขึ้นมาอีกทีก็ตอนที่เก็บไข่เสร็จแล้ว ซึ่งเรามีอาการท้องอืดและหน่วงๆ ท้องนิดหน่อย เพราะเก็บไข่ได้เยอะถึง 25 ใบเลย

หลังจากเก็บไข่เสร็จ เราก็สามารถกลับไปพักผ่อนที่บ้านได้เลยค่ะ ก่อนกลับคุณหมอก็บอกให้เรากินไข่ขาวเยอะๆ หน่อย อาการท้องอืดจะได้หายไปและจะได้สบายตัวขึ้นอีกหน่อยด้วยค่ะ

ทำ ICSI และตรวจโครโมโซมตัวอ่อน ที่ Superior A.R.T.

ในขั้นตอนนี้เราจะไม่ได้อยู่ที่ศูนย์ Superior A.R.T. เพื่อดูกระบวนการผสมนะคะ เพราะทุกอย่างจะต้องทำในห้องแล็บโดยนักวิทยาศาสตร์ของทาง Superior A.R.T เอง

แต่ทางเจ้าหน้าที่จะมีการโทรมาแจ้งความคืบหน้าให้เราอย่างสม่ำเสมอ เรียกได้ว่าอัปเดตแบบวันเว้นวันไม่ขาดเพื่อให้เราได้ติดตามพัฒนาการของตัวอ่อนได้อย่างทันใจ โดยที่ตัวยังอยู่กับบ้านได้

โดยหลังจากผสมไข่กับเชื้ออสุจิสำเร็จแล้ว เราก็ได้ตัวอ่อนทั้งหมด 9 ตัวค่ะ เมื่อนำไปตรวจโครโมโซมอย่างละเอียดแล้ว ก็ได้ตัวอ่อนที่ปกติมาถึง 6 ตัวเลย เยอะกว่าในรอบแรกอีกค่ะ

ย้ายตัวอ่อนเข้าโพรงมดลูก ที่ Superior A.R.T.

แล้วก็มาถึงขั้นตอนที่น่าลุ้นกันแล้วล่ะค่ะ หลังจากที่เราได้ตัวอ่อนแล้ว ตรวจโครโมโซมหาความผิดปกติในตัวอ่อนหมดแล้ว ก็มาถึงการใส่ตัวอ่อนเข้าโพรงมดลูกเพื่อให้เราเกิดการตั้งครรภ์ค่ะ

ซึ่งการย้ายตัวอ่อนในครั้งแรกผลปรากฎว่ายังไม่ติดค่ะ สาเหตุมาจากเรามีเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ทำให้มันเข้าไปแทรกตัวอยู่ในโพรงมดลูกตรงที่ตัวอ่อนจะฝังตัวค่ะ

ก็เลยมาลองกันใหม่ในรอบที่ 2 โดยก่อนเริ่มกระบวนการคุณหมอให้เรากลับไปพักร่างกายประมาณ 4-5 รอบเดือนก่อน และในระหว่างนี้ก็ทำการรักษาภาวะมดลูกโตด้วย โดยคุณหมอจะฉีดยาให้ทุกๆ 1 เดือน เพื่อให้ขนาดมดลูกหดเล็กลงและไม่บีบตัวแรงมาก จากนั้นก็ฝังตัวอ่อนกันอีกครั้ง ซึ่งผลออกมาคือ…ก็ยังไม่ติดค่ะ

โดยสาเหตุของการไม่ติดในครั้งที่ 2 ก็เพราะว่า มดลูกบีบตัวแรงกว่าปกติค่ะ ซึ่งเป็นอาการที่พบได้ในคนที่มีประวัติมดลูกโตมาก่อน แม้จะรักษาภาวะนี้แล้วก็ตาม

และในครั้งที่ 3 คุณหมอแนะนำให้เราตรวจ Era Test (Endometrial Receptivity Analysis) ซึ่งเป็นการตรวจเพื่อหาวันย้ายตัวอ่อนที่เหมาะสมที่สุดค่ะ สาเหตุที่คุณหมอไม่ได้แนะนำให้เราตรวจ Era Test ตั้งแต่แรกก็เพราะว่าจะเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายในฝั่งของเรา แถมในครั้งแรกเราก็เตรียมร่างกายมาดีอยู่แล้วด้วย และโอกาสที่จะไม่ตั้งครรภ์ก็ต่ำมากๆ

พอตรวจ Era Test ก็เจอเลยค่ะ โดยผลตรวจออกมาพบว่า เยื่อบุโพรงมดลูกของเราตอบสนองต่อการฝังตัวของตัวอ่อนช้าไป 24 ชั่วโมง ทีนี้เมื่อเจอต้นตอของปัญหา คุณหมอจึงกำหนดวันย้ายตัวอ่อนได้แม่นยำขึ้นอีก ทีนี้เราก็มาเตรียมเยื่อบุมดลูกให้พร้อมตรงกับวันที่จะใส่ตัวอ่อนเลยค่ะ ซึ่งผลออกมาก็คือ…เราตั้งครรภ์สำเร็จแล้วค่ะทุกคน ดีใจมากๆ เลย!

สิ่งที่เราประทับใจมากๆ คือ ความละเอียดที่น่าทึ่งของคุณหมอที่ Superior A.R.T. ค่ะ คุณหมอได้จัดการทุกปัญหา และความเสี่ยงทุกอย่างที่เรามองไม่เห็นก่อนจะใส่ตัวอ่อนหมดเลยค่ะ ทั้งการดริบยาก่อนใส่ตัวอ่อนเพื่อให้มดลูกของเราอยู่นิ่ง ไม่บีบตัวแรง มีการให้ยากดภูมิ เพื่อป้องกันโอกาสภูมิคุ้มกันต่อต้านตัวอ่อนด้วย

ความประทับใจที่มีต่อ Superior A.R.T.

การได้มารักษาภาวะมีบุตรยากกับคุณหมอที่ Superior A.R.T. เปรียบเสมือนความโชคดีอย่างหนึ่งนะคะ เพราะถ้าเราไม่ได้เจอคุณหมอที่มีประสบการณ์ดูแลเคสคนไข้ยากๆ มาก่อน หรือไม่ได้มีความเชี่ยวชาญในการตรวจความผิดปกติของร่างกายก่อนตั้งครรภ์ เราก็คงต้องผิดหวังกับการมีน้องไม่สำเร็จไปเรื่อยๆ เสียใจไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอความผิดปกติซึ่งก็ไม่รู้ว่าวันไหนเหมือนกัน

แต่ที่ Superior A.R.T. จะประเมินทุกความผิดปกติ แม้เป็นความผิดปกติเล็กน้อย หรือสิ่งที่เรากังวลไปเอง คุณหมอจะให้สำคัญในการดูแลเสมอเลยค่ะ

อย่างการตรวจโครโมโซมตัวอ่อน ด้วยช่วงอายุของเราตอนที่รักษาก็แค่ 29 ปี คุณหมอที่อื่นอาจจะไม่ยอมตรวจให้ก็ได้ เพราะมองว่าไม่น่าจะมีอะไรเกิดขึ้น แต่ที่ Superior A.R.T. ไม่ใช่แบบนั้นเลยค่ะ ถ้ากังวล อยากตรวจจริงๆ บวกกับมีความเสี่ยงแม้เพียงเล็กน้อยก็ตรวจเพื่อป้องกันไว้ก่อนได้เลย

เจ้าหน้าที่และพยาบาลที่ Superior A.R.T. ก็น่ารักมากๆ เลยค่ะ จำหน้าและชื่อเราได้ทุกครั้งที่กลับมาเจอคุณหมอ และต่อให้เราใส่ตัวอ่อนไม่สำเร็จกี่ครั้ง เจ้าหน้าที่ทุกคนก็จะยังคงให้กำลังใจและลุ้นความสำเร็จไปพร้อมๆ กับเราตลอดเลย เรียกได้ว่ามารักษาที่นี่ เหมือนมาเจอแต่พลังบวกและกำลังใจเน้นๆ เลยค่ะ

ใครที่อยากมีลูกหรือรักษาภาวะมีบุตรยากให้สำเร็จ เราขอแนะนำให้มาปรึกษาคุณหมอที่ Superior A.R.T. เลยนะคะ คุณหมอเก่งและเชี่ยวชาญมากๆ รับรองว่าไม่ผิดหวังเลยค่ะ

สามารถจองคิว ทำนัดเพื่อเข้ารับการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก Superior A.R.T. ได้ผ่านทาง HDmall.co.th หรือจะแอดไลน์มาได้เลยที่ @HDcoth นอกจากนี้ยังสามารถผ่อน 0% กับทางเว็บไซต์ได้ด้วยนะคะ แต่เงื่อนไขและรายละเอียดจะต้องสอบถามกับแอดมินของ HDmall.co.th อีกครั้งค่ะ

ข้อมูล Superior A.R.T.

ขยาย

ปิด

  • วันเวลาทำการ: วันจันทร์-อาทิตย์ (ทุกวัน) 08.00-17.00 น.
  • วิธีการเดินทาง: ท่าเรือ สะพานวิทยุ หรือ BTS สถานีเพลินจิต (ทางออก 5) ต่อวินมอเตอร์ไซค์มาที่อาคารวานิช 2
  • สถานที่ตั้ง: อาคารวานิช 2 ชั้น L ห้อง 1126/2 ถ. เพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400 ดูแผนที่
  • ดูแพ็กเกจจาก Superior A.R.T. ได้ที่นี่

บทความที่ HDmall.co.th แนะนำ

@‌hdcoth line chat