10 questions rsv vaccine for pregnant women disease faq

รู้ครบ! รวม 10 คำถามเกี่ยวกับวัคซีน RSV สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ ควรฉีดไหม ฉีดเมื่อไหร่?

วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ เป็นอีกหนึ่งวัคซีนที่คุณแม่ตั้งครรภ์ยุคนี้ไม่ควรมองข้าม เพราะเชื้อไวรัส RSV สามารถทำให้ทารกแรกเกิดป่วยหนักและมีอาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้1 การรับวัคซีน RSV ในช่วงตั้งครรภ์จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยส่งต่อภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยได้ตั้งแต่อยู่ในท้องและปกป้องลูกน้อยจากเชื้อไวรัส RSV ได้ตั้งแต่ลมหายใจแรกจนถึง 6 เดือนแรกของชีวิต2 

คุณแม่หลายคนอาจมีคำถามและข้อสงสัยเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV ทั้งเรื่องความปลอดภัย ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการฉีด และผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น ในบทความนี้จึงจะมาตอบทุกข้อสงสัยผ่าน 10 คำถามยอดฮิตที่พบบ่อย เพื่อให้คุณแม่คลายกังวลก่อนตัดสินใจรับวัคซีน RSV 

สารบัญ

1. วัคซีน RSV คืออะไร? เกี่ยวอะไรกับคุณแม่ตั้งครรภ์? 

วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV คือ วัคซีนที่ออกแบบมาเพื่อช่วยป้องกันโรคติดเชื้อทางเดินหายใจจากเชื้อไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคปอดอักเสบและหลอดลมอักเสบที่ทำให้เกิดอาการรุนแรงในเด็กทารก โดยเฉพาะทารกแรกเกิดอายุต่ำกว่า 6 เดือนที่ระบบภูมิคุ้มกันยังไม่สมบูรณ์และมีทางเดินหายใจขนาดเล็ก3,4 

วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV จึงเป็นสิ่งสำคัญที่คุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากปัจจุบันการติดเชื้อไวรัส RSV ยังไม่มียารักษาโดยตรง การรับวัคซีน RSV ในคุณแม่ตั้งครรภ์จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายของคุณแม่สร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัส RSV จากนั้นภูมิคุ้มกันเหล่านี้จะถูกส่งต่อไปยังลูกน้อยผ่านทางรก ทำให้ทารกได้รับการปกป้องตั้งแต่ลมหายใจแรกและยังคงช่วยลดความเสี่ยงในการป่วยรุนแรงจากเชื้อไวรัส RSV ในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิตอีกด้วย1 

2. คุณแม่ตั้งครรภ์ควรรับวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV ทุกคนไหม? 

วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ในประเทศไทยไม่ใช่วัคซีนพื้นฐานที่บังคับให้ฉีดทุกคน แต่เป็นวัคซีนทางเลือกที่คุณแม่ควรพิจารณารับเพื่อป้องกันลูกน้อยจากการติดเชื้อไวรัส RSV5 โดยเฉพาะคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ในช่วงฤดูกาลระบาดอย่างฤดูฝนจนถึงต้นฤดูหนาวของประเทศไทย6 

3. วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV มีกี่ชนิด คุณแม่ตั้งครรภ์ควรฉีดแบบไหน? 

วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้ใช้ในประเทศไทยแบ่งออกเป็น 2 ชนิด2 ดังนี้ 

  • วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV ชนิด 1 สายพันธุ์ : เป็นวัคซีนที่มีโปรตีนของเชื้อไวรัส RSV สายพันธุ์เดียว เหมาะสำหรับใช้ในกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป หรือผู้ใหญ่อายุ 50-59 ปีที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัส RSV แต่ยังไม่มีข้อมูลด้านความปลอดภัยที่เพียงพอสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ จึงไม่แนะนำให้ใช้วัคซีน RSV ชนิด 1 สายพันธุ์ในคุณแม่ตั้งครรภ์7 
  • วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV ชนิด 2 สายพันธุ์ : เป็นวัคซีนที่แนะนำให้ใช้ในคุณแม่ตั้งครรภ์ โดยวัคซีนชนิดนี้มีโปรตีนของไวรัส RSV สองสายพันธุ์ (RSV-A และ RSV-B) ได้รับการศึกษาแล้วพบว่าสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันในแม่และส่งต่อภูมิคุ้มกันไปยังลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดอัตราการป่วยรุนแรงจากเชื้อไวรัส RSV ในทารกแรกเกิดได้จนถึงช่วง 6 เดือนแรกหลังคลอด นอกจากนี้ วัคซีนชนิดนี้ยังสามารถใช้ในกลุ่มผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปได้ด้วย8 

4. คุณแม่ตั้งครรภ์ควรรับวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV ในช่วงอายุครรภ์เท่าไร และต้องฉีดกี่เข็ม? 

โดยทั่วไปแนะนำให้คุณแม่ตั้งครรภ์เข้ารับวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV ในช่วงอายุครรภ์ 24-36 สัปดาห์ จำนวน 1 เข็ม เนื่องจากเป็นช่วงที่ร่างกายสามารถสร้างและถ่ายทอดภูมิคุ้มกันไปยังทารกได้ดี รวมถึงช่วยให้ลูกน้อยมีภูมิคุ้มกันตั้งแต่แรกเกิดและได้รับการปกป้องจากเชื้อไวรัส RSV ต่อเนื่องในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต2 

5. วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV ปลอดภัยกับคุณแม่ตั้งครรภ์และลูกในท้องหรือไม่? 

วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ ผ่านการศึกษาทางคลินิกและการติดตามผลจากการใช้งานจริงในหญิงตั้งครรภ์แล้วพบว่า วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV ในคุณแม่ตั้งครรภ์ไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะคลอดก่อนกำหนด การแท้ง หรือความผิดปกติของทารกในครรภ์5,9 

6. หลังรับวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV ในคุณแม่ตั้งครรภ์จะมีผลข้างเคียงอะไรไหม? 

หลังรับวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV ในคุณแม่ตั้งครรภ์ โดยทั่วไปแล้วมักเกิดผลข้างเคียงได้เล็กน้อยคล้ายกับการฉีดวัคซีนชนิดอื่นๆ และอาการเหล่านี้มักจะหายไปภายใน 2-3 วันนับจากวันที่เริ่มมีอาการ โดยผลข้างเคียงที่พบบ่อยหลังรับวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV ในคุณแม่ตั้งครรภ์ มีดังนี้8

  • ปวด บวม แดง หรือกดเจ็บบริเวณที่ฉีด 
  • อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ 
  • ปวดกล้ามเนื้อเล็กน้อย 

7. วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV ฉีดร่วมกันกับวัคซีนป้องกันโรคอื่นๆ ได้ไหม? 

วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ สามารถฉีดร่วมกันกับวัคซีนป้องกันโรคอื่นๆ ที่แนะนำในช่วงตั้งครรภ์ได้ เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ (Influenza vaccine) หรือวัคซีนบาดทะยัก-คอตีบ-ไอกรน (Tdap) โดยแนะนำให้ฉีดวัคซีนคนละตำแหน่ง เช่น ฉีดที่แขนคนละข้าง หรือถ้าฉีดที่แขนข้างเดียวกันแนะนำให้ห่างกันอย่างน้อย 1 นิ้ว2,10 

8. รอลูกเกิดก่อนแล้วค่อยพาลูกไปรับวัคซีน RSV ได้ไหม? 

ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV ที่ใช้ในทารกแรกเกิด ดังนั้นการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV ในช่วงตั้งครรภ์จึงมีความสำคัญมาก เนื่องจากเป็นวิธีที่ช่วยให้คุณแม่สามารถส่งต่อภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ผ่านทางรก และสามารถป้องกันลูกน้อยจากเชื้อไวรัส RSV ได้ตั้งแต่ลมหายใจแรก จนถึง 6 เดือนแรกของชีวิต ซึ่งเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อและเกิดภาวะแทรกซ้อนทางระบบทางเดินหายใจ2

อย่างไรก็ตาม หากคุณแม่ไม่ได้รับวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV ระหว่างตั้งครรภ์ สามารถปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการรับภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป (Monoclonal Antibody) ให้กับทารกหลังคลอดได้1 ทั้งนี้การรับภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปจะเริ่มให้การป้องกันทารกจากเชื้อไวรัส RSV หลังฉีดไปแล้วหนึ่งสัปดาห์ และมีฤทธิ์การป้องกันยาวนานอย่างน้อย 5 เดือน11 

9. คุณแม่ตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อไวรัส RSV ยังต้องฉีดวัคซีนอยู่ไหม ควรรอหายนานเท่าไหร่ถึงจะฉีดได้? 

คุณแม่ที่ติดเชื้อไวรัส RSV ระหว่างตั้งครรภ์ หลังจากหายแล้วยังคงเข้ารับวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV ได้  เนื่องจากภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นจากการติดเชื้อตามธรรมชาติไม่เพียงพอที่จะปกป้องทารกในครรภ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับการฉีดวัคซีน12 

อย่างไรก็ตาม หากคุณแม่ยังมีอาการป่วยเฉียบพลัน เช่น มีไข้สูง ไอ หรือหายใจติดขัด ควรเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปก่อนจนกว่าอาการจะดีขึ้น10 รวมถึงควรรับวัคซีน RSV ในช่วงอายุครรภ์ที่เหมาะสมและควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับวัคซีน2 

10. วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV กับภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป ต่างกันอย่างไร? 

วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์กับภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป (monoclonal antibody) มีเป้าหมายเหมือนกันคือป้องกันลูกน้อยจากการติดเชื้อไวรัส RSV แต่กลไกและช่วงเวลาการใช้งานจะแตกต่างกัน13  

โดยวัคซีน RSV สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ จะเป็นการฉีดวัคซีนให้กับคุณแม่ในช่วงอายุครรภ์ 24-36 สัปดาห์ เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายของคุณแม่สร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัส RSV จากนั้นภูมิคุ้มกันที่แม่สร้างจะถูกส่งผ่านทางรกไปยังทารกในครรภ์ ทำให้ลูกมีภูมิคุ้มกันตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 เดือนแรกของชีวิต2 

ส่วนภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปเป็นแอนติบอดีที่สร้างขึ้นมาให้พร้อมใช้งานแล้วฉีดให้กับทารกหลังคลอดโดยตรง มักใช้ในทารกที่ไม่ได้รับภูมิคุ้มกันจากแม่ระหว่างตั้งครรภ์หรือทารกที่มีความเสี่ยงสูง เช่น คลอดก่อนกำหนดหรือคลอดในช่วงที่เชื้อไวรัส RSV ระบาด13 

หลังจากคุณแม่อ่านครบทั้ง 10 คำถามเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV แล้ว จะเห็นได้ว่าวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส RSV นั้นมีประโยชน์ต่อคุณแม่ตั้งครรภ์ เพราะฉะนั้นคุณแม่ตั้งครรภ์อย่าลืมปรึกษาแพทย์ประจำตัวที่คุณแม่ฝากครรภ์ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับลูกน้อยตั้งแต่ลมหายใจแรกของชีวิตกัน

 

PP-A1G-THA-0310  

บริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

1 อาคารพาร์ค สีลม ชั้น 27 ห้อง 2701-2704 และ 2707-2708 ถนนคอนแวนต์ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500 โทรศัพท์ 02-761-4555 

*โปรดปรึกษาแพทย์/เภสัชกรเพิ่มเติมหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคหรือการใช้ยา

Scroll to Top