ดาวน์โหลดสกอร์การ์ดคลินิกรายเดือน (Excel)

กรอกตัวเลขหกช่องตอนสิ้นเดือน แล้วไฟล์จะบอกว่าจ่ายไปเท่าไหร่ต่อคนไข้ใหม่หนึ่งคน ช่องทางไหนคุ้มกว่ากัน และคนที่ติดต่อเข้ามาแล้วไม่ได้เป็นคนไข้ หลุดไปตรงไหน ฟรี ฝากอีเมลไว้แล้วดาวน์โหลดได้ทันที

ดาวน์โหลดไฟล์ Excel (.xlsx)

ตัวอย่างสกอร์การ์ดคลินิกรายเดือน (Excel) · คำนวณต้นทุนต่อคนไข้ใหม่ให้เอง
ตัวอย่างสกอร์การ์ดคลินิกรายเดือน (Excel) · คำนวณต้นทุนต่อคนไข้ใหม่ให้เอง

ในไฟล์มีอะไร

ชีต "สรุปรายเดือน" 12 เดือนในหน้าเดียว กรอกหกช่อง คือคนไข้ใหม่ คนไข้เดิมที่กลับมา คนที่ติดต่อเข้ามา นัดที่จองได้ นัดที่มาจริง รายได้รวม และค่าการตลาดรวม ส่วนอัตราจอง อัตรามาตามนัด ต้นทุนต่อคนไข้ใหม่ และรายได้ต่อคนไข้ คำนวณให้เอง

ชีต "ที่มาคนไข้ใหม่" บันทึกรายเดือนว่าคนไข้ใหม่มาจากช่องทางไหน และแต่ละช่องทางจ่ายไปเท่าไหร่

ชีต "สรุปตามช่องทาง" รวมทุกเดือนให้เห็นภาพว่าช่องทางไหนได้คนไข้มากที่สุด และช่องทางไหนแพงที่สุดต่อหนึ่งคน

ตัวเลขที่คลินิกส่วนใหญ่ไม่รู้

ต้นทุนต่อคนไข้ใหม่หนึ่งคน

คลินิกส่วนใหญ่รู้ยอดค่าโฆษณาต่อเดือน และรู้ว่าเดือนนี้ยุ่งหรือไม่ยุ่ง แล้วเชื่อมสองอย่างนี้เข้าด้วยกันด้วยความรู้สึก

ปัญหาคือรายได้หลอกตาได้ คลินิกที่ยอดขายดีอาจกำลังขาดทุนอยู่ ถ้าต้นทุนในการดึงคนไข้ใหม่หนึ่งคนสูงกว่ามูลค่าที่คนไข้คนนั้นจ่ายในครั้งแรก และถ้าไม่เคยคำนวณ ก็จะไม่มีอะไรบอกให้รู้ นอกจากยอดเงินในบัญชีที่ค่อยๆ ลดลงทั้งที่คิวเต็ม

ไฟล์นี้คำนวณตัวเลขนั้นให้ ทั้งภาพรวมและแยกรายช่องทาง

ตัวเลขที่สำคัญกว่า และเป็นเหตุผลที่ไฟล์นี้ไม่ใช่แค่ตารางการตลาด

สกอร์การ์ดนี้วาง อัตราจอง และ อัตรามาตามนัด ไว้ข้างๆ ต้นทุนต่อคนไข้ใหม่ โดยตั้งใจ

เพราะเวลายอดคนไข้ตก เจ้าของคลินิกส่วนใหญ่ตีความว่าเป็นปัญหาการตลาด แล้วเพิ่มงบโฆษณา

แต่บ่อยครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ตรงนั้น คนไข้ติดต่อเข้ามาเท่าเดิม แต่หลุดไปหลังจากที่ติดต่อเข้ามาแล้ว ซึ่งเป็นจุดที่เงินโฆษณาแก้ไม่ได้เลย

วิธีอ่านมีสองแบบ

ถ้าต้นทุนต่อคนไข้ใหม่สูงขึ้น แต่อัตราจองและอัตรามาตามนัดยังเท่าเดิม ปัญหาน่าจะอยู่ที่การตลาดจริง

ถ้าคนติดต่อเข้ามาเท่าเดิมหรือมากขึ้น แต่อัตราจองลดลง ปัญหาอยู่หลังจากที่คนไข้ติดต่อเข้ามาแล้ว (แชทตกหล่น ทำไมคลินิกเสียคนไข้ตั้งแต่ข้อความแรก)

ในกรณีที่สอง การเพิ่มงบโฆษณาจะทำให้ต้นทุนต่อคนไข้ใหม่แย่ลงไปอีก เพราะจ่ายเพิ่มเพื่อเติมน้ำลงในถังที่รั่ว

ตัวเลขช่องทางเป็นตัวเลขบอกทิศ ไม่ใช่ตัวเลขแม่นยำ

ต้องพูดเรื่องนี้ให้ชัด เพราะไฟล์อื่นมักไม่พูด

การถามคนไข้ว่า "รู้จักคลินิกจากไหน" ได้คำตอบที่คลาดเคลื่อนเสมอ ด้วยเหตุผลสองข้อ

หน้าเคาน์เตอร์มีงานที่ด่วนกว่า ตอนรับคนไข้ใหม่มีเรื่องต้องทำหลายอย่าง ทั้งซักประวัติ ตรวจสอบสิทธิ และเอกสารยินยอม คำถามเรื่องช่องทางจึงเป็นคำถามที่ตกบ่อยที่สุด

คนไข้เองก็ตอบไม่ตรง คนที่ตอบว่าเจอใน Google จำนวนไม่น้อยที่จริงได้ยินจากเพื่อนมาก่อน แล้วค่อยเสิร์ชชื่อคลินิกเพื่อหาเบอร์โทร ซึ่งทำให้ช่องทางบอกต่อถูกนับต่ำกว่าความจริงเป็นระบบ

ดังนั้นให้ใช้ตัวเลขนี้ดูความต่างที่ชัดเจน เช่น ช่องทางที่จ่ายไปมากแต่ได้คนน้อย อย่าใช้ตัดสินความต่างเล็กน้อยระหว่างสองช่องทางที่ใกล้เคียงกัน และอย่าตัดงบช่องทางใดจากข้อมูลเดือนเดียว (SEO คลินิก vs ยิงแอด ควรทุ่มงบไปทางไหนก่อน)

More patients, and a system that runs the day

Jib OS brings new patients in, answers every one of them, and keeps the day running. Built by HDmall.

Or see what Jib OS is →

ไฟล์นี้ไม่มีค่ามาตรฐานให้เทียบ และตั้งใจไม่ใส่

ตัวเลขต้นทุนต่อคนไข้ใหม่ที่หาอ่านได้ทั่วไปเป็นตัวเลขจากต่างประเทศ เก็บจากคลินิกในระบบสาธารณสุขที่ต่างกัน โครงสร้างราคาที่ต่างกัน และค่าโฆษณาที่ต่างกันมาก

ตัวเลขเหล่านั้นเอามาเทียบกับคลินิกในไทยไม่ได้ และการใส่มาในไฟล์จะทำให้ทั้งไฟล์ดูน่าเชื่อถือน้อยลง

ค่าที่ควรใช้เทียบคือค่าของคลินิกเองในเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นเหตุผลที่ไฟล์นี้ทำมาเป็น 12 เดือนในหน้าเดียว

ต้องมีคนรับผิดชอบไฟล์นี้ ไม่ใช่ "ทีม"

ชีตสรุปมีช่องผู้รับผิดชอบและวันที่อัปเดตล่าสุดอยู่ด้านบน ให้ใส่ชื่อคนจริง

ไฟล์แบบนี้ที่ไม่มีชื่อคนกำกับ มักถูกทิ้งภายในสองถึงสามเดือน ไม่ใช่เพราะไม่มีประโยชน์ แต่เพราะไม่มีใครรู้สึกว่าเป็นงานของตัวเอง

ตามที่ปฏิบัติกันโดยทั่วไป ผู้จัดการคลินิกเป็นคนรวบรวมตัวเลข ส่วนเจ้าของเป็นคนอ่านและตัดสินใจ

ช่องทางที่ไม่ได้จ่ายเงิน ให้เว้นว่าง ไม่ใส่ศูนย์

คนไข้เดิมแนะนำ เพื่อนแนะนำ หรือคนเดินผ่านหน้าร้าน ให้เว้นช่องค่าใช้จ่ายไว้ว่าง

ถ้าใส่ศูนย์ ไฟล์จะแสดงว่าช่องทางนั้นมีต้นทุนศูนย์บาทต่อคนไข้หนึ่งคน ซึ่งเป็นข้อสรุปที่ผิด การบอกต่อมีต้นทุนเสมอ อยู่ในรูปของคุณภาพบริการ เวลาที่ทีมใช้ดูแล และการติดตามหลังการรักษา เพียงแต่ไม่ได้จ่ายเป็นค่าโฆษณา (รีวิวคือเครื่องมือหาคนไข้ที่ถูกที่สุด)

ข้อควรระวัง

ไฟล์นี้เป็นเครื่องมือช่วยติดตามผลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางบัญชีหรือการลงทุน ตัวเลขที่ได้ขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของข้อมูลที่กรอก โดยเฉพาะข้อมูลช่องทางซึ่งมีข้อจำกัดที่อธิบายไว้ข้างต้น

หากจะใช้ตัวเลขนี้ประกอบการตัดสินใจทางการเงิน ควรตรวจสอบกับผู้ทำบัญชีของคลินิก

เคล็ดลับบริหารคลินิก ส่งตรงถึงอีเมลคุณ

เจ้าของและผู้บริหารคลินิกกว่า 20,000 คน รับข่าวสารจากเราอยู่แล้ว

สำหรับเจ้าของคลินิกและผู้ที่กำลังจะเปิด — วิธีให้คนไข้ใหม่เจอคลินิกบน Google และให้ AI อย่าง ChatGPT และ Claude แนะนำคลินิกของคุณ วิธีลดงานหน้าเคาน์เตอร์และคนไข้ไม่มาตามนัด และเรื่องที่คลินิกอื่นเจอมาก่อน

ส่งสัปดาห์ละครั้ง · ไม่มีสแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ

More patients, and a system that runs the day

Jib OS brings new patients in, answers every one of them, and keeps the day running. Built by HDmall.

Or see what Jib OS is →

คำถามที่พบบ่อย

ต้นทุนต่อคนไข้ใหม่คำนวณอย่างไร

เอาค่าใช้จ่ายด้านการตลาดทั้งหมดในช่วงเวลาหนึ่ง หารด้วยจำนวนคนไข้ใหม่ที่ได้ในช่วงเวลาเดียวกัน ควรนับค่าใช้จ่ายให้ครบ ทั้งค่าโฆษณา ค่าจ้างทำคอนเทนต์ และค่าเอเจนซี เพราะการนับไม่ครบจะทำให้ตัวเลขต่ำกว่าความจริงและทำให้ประเมินผลตอบแทนสูงเกินไป

ต้นทุนต่อคนไข้ใหม่ที่เหมาะสมควรอยู่ที่เท่าไหร่

ไม่มีตัวเลขกลางที่ใช้ได้กับทุกคลินิก เพราะขึ้นกับประเภทบริการ ราคา และจำนวนครั้งที่คนไข้กลับมา ตัวเลขที่หาอ่านได้ทั่วไปมักเป็นข้อมูลจากต่างประเทศซึ่งเทียบกับคลินิกในไทยไม่ได้ ค่าที่ควรใช้เทียบคือค่าของคลินิกเองในเดือนก่อนหน้า และควรดูคู่กับมูลค่าที่คนไข้จ่ายจริงตลอดการรักษา

ถามคนไข้ว่ารู้จักคลินิกจากไหน ได้คำตอบที่เชื่อถือได้แค่ไหน

เชื่อถือได้ในระดับบอกทิศทาง แต่ไม่แม่นยำ เพราะหน้าเคาน์เตอร์มีงานที่ด่วนกว่าจนคำถามนี้ตกบ่อย และคนไข้เองก็ตอบไม่ตรง คนที่ตอบว่าเจอใน Google จำนวนไม่น้อยได้ยินจากเพื่อนมาก่อนแล้วค่อยเสิร์ชชื่อคลินิก จึงควรใช้ตัวเลขนี้ดูความต่างที่ชัดเจน ไม่ใช่ความต่างเล็กน้อยระหว่างช่องทางที่ใกล้เคียงกัน

ยอดคนไข้ตก ควรเพิ่มงบโฆษณาไหม

ควรดูก่อนว่าจำนวนคนที่ติดต่อเข้ามาลดลงด้วยหรือไม่ ถ้าคนติดต่อเข้ามาเท่าเดิมแต่จำนวนที่จองนัดลดลง แปลว่าปัญหาอยู่หลังจากที่คนไข้ติดต่อเข้ามาแล้ว ซึ่งการเพิ่มงบโฆษณาแก้ไม่ได้ และจะทำให้ต้นทุนต่อคนไข้ใหม่แย่ลง แต่ถ้าคนติดต่อเข้ามาลดลงจริงโดยที่อัตราการจองยังเท่าเดิม จึงค่อยพิจารณาเรื่องงบ

ช่องทางที่ไม่ได้จ่ายเงิน ควรบันทึกอย่างไร

ให้บันทึกจำนวนคนไข้ใหม่ตามปกติ แต่เว้นช่องค่าใช้จ่ายไว้ว่าง ไม่ใส่ศูนย์ เพราะการใส่ศูนย์จะทำให้ไฟล์แสดงว่าช่องทางนั้นมีต้นทุนศูนย์บาทต่อคนไข้หนึ่งคน ซึ่งไม่จริง การบอกต่อมีต้นทุนอยู่ในรูปของคุณภาพบริการและเวลาที่ทีมใช้ดูแล เพียงแต่ไม่ได้จ่ายเป็นค่าโฆษณา

ควรให้ใครเป็นคนดูแลไฟล์นี้

ควรระบุชื่อคนคนเดียวเป็นผู้รับผิดชอบ ไม่ใช่มอบให้ "ทีม" เพราะไฟล์ติดตามผลที่ไม่มีชื่อคนกำกับมักถูกทิ้งภายในสองถึงสามเดือน ตามที่ปฏิบัติกันโดยทั่วไป ผู้จัดการคลินิกเป็นผู้รวบรวมตัวเลข ส่วนเจ้าของคลินิกเป็นผู้อ่านและตัดสินใจ

อ่านต่อ

More patients, and a system that runs the day

Jib OS brings new patients in, answers every one of them, and keeps the day running. Built by HDmall.

Or see what Jib OS is →
© 2026 Jib OS · Powered by HDmall · คลังบทความทั้งหมด

เริ่มทดลองใช้ฟรี

ทดลองใช้ Jib OS ฟรี 1 เดือน บอกเราสองอย่าง แล้วเราจะติดต่อกลับและตั้งค่าให้พร้อมใช้งานภายในไม่กี่วัน

ทดลองใช้ฟรี 1 เดือน และเราตั้งค่าให้ทั้งหมด ไม่ต้องผูกบัตร ไม่มีข้อผูกมัดต้องใช้ต่อ หยุดเมื่อครบเดือนได้ และข้อมูลคนไข้ บทสนทนา และการจองทั้งหมดส่งออกไปกับคุณได้