รับทำการตลาดคลินิก vs ทำเอง: เลือกแบบไหนคุ้มกว่ากัน
จ้างเอเจนซีทำการตลาด หรือตั้งทีมเองในคลินิก — คำถามนี้เจ้าของคลินิกเกือบทุกคนต้องเจอสักวัน แต่ละแบบมีจุดแข็งจุดอ่อนคนละแบบ ลองดูรายละเอียดแล้วเทียบกับสถานการณ์คลินิกคุณตอนนี้
1. จุดแข็งของการจ้างเอเจนซีทำการตลาดคลินิก
เอเจนซีที่ทำงานกับคลินิกมาหลายเจ้าจะเห็นภาพรวมของตลาดชัดกว่า รู้ว่าเทคนิคไหนได้ผลจริง ไม่ต้องมานั่งลองผิดลองถูกเอง แถมไม่ต้องจ้างพนักงานประจำเพิ่มให้เป็นภาระต้นทุนคงที่ ข้อนี้เหมาะกับคลินิกเปิดใหม่หรือคลินิกที่ยังไม่มีทีมการตลาดในองค์กรเลย
2. จุดที่ต้องระวังเวลาจ้างเอเจนซี
ปัญหาใหญ่คือค่าใช้จ่ายรายเดือนที่อาจสูงเกินคุ้ม ถ้าเอเจนซีไม่เข้าใจธุรกิจคลินิกความงามหรือทันตกรรมจริงๆ บางเจ้าไม่รู้กฎหมายโฆษณาสถานพยาบาลดีพอ แคมเปญเลยโดนระงับหรือเจอปัญหาทางกฎหมายตามมา ทางที่ดีควรเลือกเอเจนซีที่มีพอร์ตงานตรงสายธุรกิจคลินิกมาก่อนเท่านั้น
3. ข้อดีเมื่อทำการตลาดเองในทีม
ทีมภายในรู้จักแบรนด์และบริการของคลินิกลึกกว่าใคร ตอบสนองสถานการณ์ได้ไว และคุมทิศทางแบรนด์ได้เต็มที่โดยไม่ต้องรอเอเจนซี เหมาะกับคลินิกที่มีขนาดใหญ่พอจะจ้างทีมการตลาดประจำจริงๆ
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นว่าแต่ละแบบเหมาะกับคลินิกแบบไหน ลองเทียบจุดสำคัญที่ใช้ตัดสินใจไว้ในตารางนี้
| ประเด็นเปรียบเทียบ | จ้างเอเจนซี | ทำการตลาดเอง |
|---|---|---|
| ความเชี่ยวชาญด้านการตลาด | มีประสบการณ์ทำงานกับคลินิกหลายเจ้า เห็นภาพรวมตลาด | ขึ้นอยู่กับทักษะทีมภายใน อาจต้องเรียนรู้เอง |
| ต้นทุนบุคลากร | ไม่ต้องจ้างพนักงานประจำเพิ่ม | ต้องมีทีมงานประจำ เป็นภาระต้นทุนคงที่ |
| ความรู้ด้านกฎหมายโฆษณาสถานพยาบาล | ต้องเลือกเอเจนซีที่มีพอร์ตตรงสาย ไม่งั้นเสี่ยงโดนระงับแคมเปญ | ทีมในองค์กรมักเข้าใจบริการและข้อจำกัดของคลินิกตัวเองดีกว่า |
| ความเร็วในการตอบสนองสถานการณ์ | ต้องรอเอเจนซีดำเนินการ | ตอบสนองได้ไวเพราะอยู่หน้างานเอง |
| การควบคุมทิศทางแบรนด์ | คุมได้บางส่วน ต้องสื่อสารผ่านเอเจนซี | คุมทิศทางแบรนด์ได้เต็มที่ |
| เหมาะกับคลินิกแบบไหน | คลินิกเปิดใหม่ หรือยังไม่มีทีมการตลาดในองค์กร | คลินิกขนาดใหญ่ที่จ้างทีมการตลาดประจำได้ |
จะเห็นว่าไม่มีแบบไหนดีกว่ากันแบบเบ็ดเสร็จ แต่ขึ้นอยู่กับขนาดคลินิก งบประมาณ และความพร้อมของทีมในช่วงเวลานั้นๆ
4. ปัญหาของการทำเองแบบไม่มีเครื่องมือช่วย
ถ้าไม่มีเครื่องมือช่วย ทีมจะเสียเวลาไปกับงานซ้ำซาก ตอบแชตลูกค้าทีละข้อความ จดนัดหมายในสมุดโน้ต พองานเยอะขึ้นตามจำนวนลูกค้า ระบบแบบนี้ก็เริ่มรับไม่ไหว
More patients, and a system that runs the day
Jib OS brings new patients in, answers every one of them, and keeps the day running. Built by HDmall.
Or see what Jib OS is →5. ทางเลือกที่สาม: เครื่องมือช่วยลดงานซ้ำซ้อน
ไม่ว่าจะเลือกทางไหน จ้างเอเจนซีหรือทำเอง คลินิกควรมีเครื่องมือช่วยจัดการงานประจำวันอยู่ดี อย่างระบบแชตบอตตอบคำถามลูกค้าอัตโนมัติแบบ Jib OS ที่ปล่อยให้ทีมการตลาดหรือเอเจนซีไปโฟกัสเรื่องกลยุทธ์ แทนที่จะมานั่งตอบแชตทีละข้อความทั้งวัน
6. คำถามที่ควรถามเอเจนซีก่อนเซ็นสัญญา
ก่อนตกลงกับเอเจนซีไหน ให้ถามตรงๆ สามเรื่อง: ผลงานที่เคยทำกับคลินิกลักษณะใกล้เคียงกัน วิธีวัดผล KPI ที่จับต้องได้ และความเข้าใจเรื่องกฎหมายโฆษณาสถานพยาบาล คำตอบพวกนี้ช่วยลดความเสี่ยงเสียเงินฟรีโดยไม่ได้ผลลัพธ์กลับมา
7. เกณฑ์ตัดสินใจง่ายๆ สำหรับเจ้าของคลินิก
คลินิกเล็กงบจำกัด ลองเริ่มจากเครื่องมือการตลาดออนไลน์ที่ใช้งานง่ายและมีระบบบริหารจัดการในตัวก่อน อาจคุ้มกว่าจ้างเอเจนซีตั้งแต่วันแรก ลองศึกษาโซลูชันครบวงจรที่ Jib OS ก่อนตัดสินใจทุ่มงบก้อนใหญ่กับเอเจนซี
สรุป
ไม่มีคำตอบตายตัวว่าจ้างเอเจนซีหรือทำเองดีกว่ากัน มันขึ้นอยู่กับขนาดคลินิก งบประมาณ และความพร้อมของทีมตอนนี้ แต่เลือกทางไหนก็ตาม การมีเครื่องมือจัดการลูกค้าและการตลาดที่เป็นระบบ ผลลัพธ์จะดีขึ้นเสมอ
เคล็ดลับบริหารคลินิก ส่งตรงถึงอีเมลคุณ
เจ้าของและผู้บริหารคลินิกกว่า 20,000 คน รับข่าวสารจากเราอยู่แล้ว
สำหรับเจ้าของคลินิกและผู้ที่กำลังจะเปิด — วิธีให้คนไข้ใหม่เจอคลินิกบน Google และให้ AI อย่าง ChatGPT และ Claude แนะนำคลินิกของคุณ วิธีลดงานหน้าเคาน์เตอร์และคนไข้ไม่มาตามนัด และเรื่องที่คลินิกอื่นเจอมาก่อน
ส่งสัปดาห์ละครั้ง · ไม่มีสแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ
More patients, and a system that runs the day
Jib OS brings new patients in, answers every one of them, and keeps the day running. Built by HDmall.
Or see what Jib OS is →คำถามที่พบบ่อย
คลินิกเปิดใหม่ควรจ้างเอเจนซีเลยไหม หรือรอให้มีลูกค้าประจำก่อน
คลินิกเปิดใหม่ที่ยังไม่มีทีมการตลาดในองค์กรเหมาะกับการจ้างเอเจนซีตั้งแต่แรก เพราะไม่ต้องแบกต้นทุนพนักงานประจำและได้ประสบการณ์จากเอเจนซีที่เคยทำงานกับคลินิกหลายเจ้ามาช่วยไม่ให้ลองผิดลองถูกเอง อย่างไรก็ตามควรเริ่มด้วยงบที่ควบคุมได้และใช้เครื่องมือจัดการลูกค้าคู่กันไปเพื่อลดภาระงานซ้ำซาก
ถ้าจ้างเอเจนซีแล้วแคมเปญโฆษณาถูกระงับเพราะผิดกฎหมายสถานพยาบาล ควรทำอย่างไร
ปัญหานี้มักเกิดเพราะเอเจนซีไม่เข้าใจกฎหมายโฆษณาสถานพยาบาลของธุรกิจคลินิกดีพอ ทางแก้คือเปลี่ยนมาเลือกเอเจนซีที่มีพอร์ตงานตรงสายธุรกิจคลินิกความงามหรือทันตกรรมมาก่อนเท่านั้น และควรถามคำถามนี้ตั้งแต่ก่อนเซ็นสัญญาเพื่อลดความเสี่ยงตั้งแต่ต้น
มีเครื่องมือช่วยจัดการงานคลินิกไหม ที่ไม่ต้องพึ่งเอเจนซีก็ใช้ได้
มี เช่นระบบแชตบอตตอบคำถามลูกค้าอัตโนมัติอย่าง Jib OS ซึ่งช่วยลดงานซ้ำซากอย่างการตอบแชตทีละข้อความหรือจดนัดหมายในสมุดโน้ต ไม่ว่าคลินิกจะเลือกจ้างเอเจนซีหรือทำการตลาดเองก็ใช้เครื่องมือแบบนี้ควบคู่ไปได้ เพื่อให้ทีมงานมีเวลาโฟกัสเรื่องกลยุทธ์มากขึ้น
การทำการตลาดเองในทีมจะรับมือกับลูกค้าจำนวนมากขึ้นได้ยังไง ถ้าไม่มีเครื่องมือช่วย
หากไม่มีเครื่องมือช่วยเลย ทีมจะเสียเวลากับงานซ้ำซากอย่างตอบแชตทีละข้อความและจดนัดหมายด้วยมือ ซึ่งพองานตามจำนวนลูกค้าจนระบบเริ่มรับไม่ไหว ทางแก้คือนำเครื่องมือจัดการอัตโนมัติมาใช้เสริมทีมภายใน เพื่อให้ทีมยังคุมทิศทางแบรนด์ได้เต็มที่โดยไม่จมกับงานประจำวัน
เอเจนซีทำการตลาดคลินิกคิดค่าใช้จ่ายแพงเกินไปหรือเปล่า คุ้มจริงไหม
ค่าใช้จ่ายรายเดือนของเอเจนซีอาจสูงเกินคุ้มได้จริง โดยเฉพาะถ้าเอเจนซีนั้นไม่เข้าใจธุรกิจคลินิกความงามหรือทันตกรรมอย่างแท้จริง ความคุ้มค่าจึงไม่ได้อยู่ที่ราคาอย่างเดียว แต่อยู่ที่ผลงานที่เคยทำกับคลินิกลักษณะใกล้เคียงกันและวิธีวัดผล KPI ที่จับต้องได้ ซึ่งควรสอบถามให้ชัดก่อนเซ็นสัญญาทุกครั้ง
คลินิกขนาดเล็กงบจำกัด ควรเริ่มต้นจากอะไรก่อนดี
คลินิกเล็กงบจำกัดควรเริ่มจากเครื่องมือการตลาดออนไลน์ที่ใช้งานง่ายและมีระบบบริหารจัดการลูกค้าในตัวก่อน แทนที่จะทุ่มงบก้อนใหญ่จ้างเอเจนซีตั้งแต่วันแรก แนวทางนี้ช่วยควบคุมต้นทุนได้ดีกว่าและยังวางรากฐานระบบจัดการที่จำเป็นไว้รองรับการเติบโตในอนาคต
อ่านต่อ
- คู่มือฉบับเต็ม: การตลาดคลินิก: คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับเจ้าของคลินิกที่อยากได้คนไข้ใหม่อย่างยั่งยืน
- ขออนุญาตโฆษณาคลินิก ต้องทำอย่างไรบ้าง ก่อนเริ่มยิงแอด
- รับทำการตลาดคลินิกความงาม: เกณฑ์เลือกเอเจนซีที่เหมาะกับคลินิกคุณ
- SEO คลินิก vs ยิงแอด: ควรทุ่มงบไปทางไหนก่อนดี
- จ้างเอเจนซีการตลาด กับให้ AI รันแคมเปญ ต่างกันอย่างไร
Jib OS