Jib OS กับ JERA Cloud เลือกอย่างไร
ทั้งสองระบบใช้บริหารคลินิกได้ทั้งคู่ แต่มาจากคนละจุดตั้งต้น และโครงสร้างราคาต่างกันคนละแบบจนเทียบกันตรงๆ ไม่ได้ถ้าไม่แยกให้ชัดก่อน
หมายเหตุ ข้อมูลของ JERA Cloud อ้างอิงจากหน้าเว็บของผู้ให้บริการ ณ เวลาที่เขียน ควรตรวจสอบราคาและฟีเจอร์ล่าสุดโดยตรงก่อนตัดสินใจ
สรุปสั้น
JERA Cloud เป็นโปรแกรมบริหารคลินิกที่เน้นคลินิกความงามเป็นหลัก และมีเวอร์ชัน JERA Dent สำหรับทันตกรรม จุดแข็งอยู่ที่งานหลังบ้านของคลินิกที่ขายเป็นคอร์สและแพ็กเกจ คิดราคาแบบจ่ายเป็นก้อน
Jib OS ครอบคลุมงานหลังบ้านชุดเดียวกัน และเพิ่มงานฝั่งหาคนไข้เข้ามาด้วย ทั้งช่องทางที่พาคนไข้ใหม่เข้ามา ระบบตอบแชททุกช่องทางหลายภาษา และ CRM ที่ส่งข้อความหาคนไข้เดิม คิดราคารายเดือนต่อส่วน
ถ้าโจทย์คือเปลี่ยนงานกระดาษให้เป็นระบบ JERA Cloud หรือโปรแกรมคลินิกเจ้าอื่นมักคุ้มกว่าเมื่อดูเฉพาะตัวเลข ถ้าโจทย์รวมถึงจำนวนคนไข้ที่เข้ามาด้วย การเทียบจะเปลี่ยนไป
เทียบตามขอบเขตงาน
| งาน | JERA Cloud | Jib OS |
|---|---|---|
| เวชระเบียนและประวัติการรักษา | จุดแข็งหลัก | มี |
| คิดเงิน ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี | จุดแข็งหลัก | มี |
| คอร์สและแพ็กเกจ | จุดแข็งหลัก | มี |
| สต๊อกยาและวัสดุ | จุดแข็งหลัก | มี |
| คำนวณค่ามือแพทย์ (DF) | จุดแข็งหลัก | มี |
| ระบบสมาชิกและ CRM ฐานลูกค้าเดิม | มี | มี |
| แจ้งเตือนนัดผ่าน LINE และ SMS | มี | มี |
| ตอบแชทด้วย AI ทุกช่องทาง | ไม่ใช่ขอบเขต | จุดแข็งหลัก |
| ตอบภาษาของคนไข้ต่างชาติ | ไม่ใช่ขอบเขต | จุดแข็งหลัก |
| ปุ่มจองบน Google และลิสต์บน HDmall | ไม่ใช่ขอบเขต | จุดแข็งหลัก |
| เว็บไซต์ที่ AI แนะนำได้ | ไม่ใช่ขอบเขต | จุดแข็งหลัก |
ห้าแถวแรกคือจุดที่ JERA Cloud ทำมานานและทำได้ดี Jib OS ครอบคลุมงานชุดเดียวกัน แต่คลินิกที่ต้องการฟีเจอร์เฉพาะทางลึกๆ ของคลินิกความงามควรตรวจรายการที่ใช้จริงทีละข้อกับทั้งสองเจ้าก่อนตัดสินใจ
สี่แถวล่างคือจุดที่ต่างกันจริง และเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้ราคาที่สูงกว่าสมเหตุสมผล
เรื่องราคา ซึ่งเทียบยากกว่าที่คิด
JERA Cloud คิดเป็นก้อน หน้าโปรโมชันของผู้ให้บริการระบุแพ็กเกจ Premium พร้อมส่วนเสริม JERA CRM ที่ 60,000 บาท จากราคาปกติ 80,000 บาท
Jib OS คิดรายเดือนต่อส่วน ที่ 6,000 บาทต่อเดือน และมีทดลองใช้ฟรี 1 เดือน
สองแบบนี้เทียบกันตรงๆ ไม่ได้ ต้องคิดเป็นต้นทุนรวมสามถึงห้าปี และต้องถามคำถามที่คนมักลืมถามกับระบบที่จ่ายเป็นก้อน
- มีค่าบริการรายปีตามมาหรือไม่ และเท่าไหร่
- อัปเดตเวอร์ชันรวมอยู่ในราคาแล้วหรือคิดเพิ่ม
- เพิ่มสาขาหรือเพิ่มผู้ใช้แล้วคิดอย่างไร
- ถ้าเลิกใช้ ข้อมูลส่งออกได้ในรูปแบบไหน
ข้อสุดท้ายสำคัญที่สุดกับระบบที่จ่ายเป็นก้อน เพราะเงินที่จ่ายไปแล้วทำให้การย้ายออกรู้สึกแพงกว่าที่เป็นจริง และคลินิกมักอยู่กับระบบที่ไม่เหมาะต่อไปอีกหลายปีด้วยเหตุผลนี้
เรื่องการย้ายเข้า ย้ายออก และทีมที่ช่วยตั้งระบบให้
เจ้าของคลินิกส่วนใหญ่ไม่ได้ลังเลเพราะไม่เห็นประโยชน์ของระบบ แต่ลังเลเพราะกลัวช่วงเปลี่ยนผ่าน กลัวว่าต้องมานั่งเรียนเอง กลัวว่าทีมจะใช้ไม่เป็น และกลัวว่าย้ายเข้าไปแล้วจะออกไม่ได้
ทีมงาน Jib OS ช่วยย้ายข้อมูลเข้าให้ ไม่ใช่ส่งคู่มือให้แล้วปล่อยให้คลินิกจัดการเอง ตั้งแต่ดึงข้อมูลจากระบบเดิม ตั้งค่าบริการและราคา ไปจนถึงสอนทีมหน้าร้านให้ใช้งานได้จริง
และช่วยส่งออกข้อมูลให้ด้วยถ้าจะเลิกใช้ ทั้งกรณีเลิกหลังหมดช่วงทดลองใช้ฟรี และกรณีเลิกกลางทาง ข้อมูลคนไข้เป็นของคลินิก ไม่ใช่ของผู้ให้บริการระบบ และไม่ควรถูกใช้เป็นเหตุผลให้คลินิกต้องอยู่ต่อทั้งที่ไม่อยากอยู่
ข้อหลังสำคัญกว่าที่คิด เพราะคำถามที่ควรถามผู้ให้บริการทุกเจ้าคือ "ถ้าวันหนึ่งจะย้ายออก ข้อมูลส่งออกในรูปแบบใด และใครเป็นคนทำให้" เป็นคำถามที่คนถามน้อยที่สุดตอนซื้อ และเสียใจที่ไม่ได้ถามมากที่สุดตอนจะย้าย
สำหรับโรงพยาบาลและเครือคลินิกขนาดใหญ่ ที่มีระบบเดิมและกระบวนการทำงานเฉพาะของตัวเองอยู่แล้ว Jib OS มีบริการปรับระบบให้เข้ากับการทำงานจริง โดยส่งทีมวิศวกรเข้าไปทำงานร่วมกับทีมของลูกค้าเพื่อเชื่อมระบบและปรับกระบวนการให้ตรงกัน แทนที่จะให้ลูกค้าปรับวิธีทำงานตามซอฟต์แวร์
More patients, and a system that runs the day
Jib OS brings new patients in, answers every one of them, and keeps the day running. Built by HDmall.
Or see what Jib OS is →คำถามที่ตัดสินได้เร็วที่สุด
ไม่ใช่ "ระบบไหนฟีเจอร์เยอะกว่า" แต่คือ เดือนที่ผ่านมา คลินิกเสียคนไข้ตรงไหนมากกว่ากัน
ถ้าเสียเพราะงานหลังบ้านช้า คิดเงินผิด หาประวัติไม่เจอ ของหมดโดยไม่รู้ตัว โปรแกรมคลินิกที่ราคาต่ำกว่าตอบโจทย์ได้และคุ้มกว่า
ถ้าเสียเพราะคนทักมาแล้วไม่มีใครตอบ คนไข้ต่างชาติทักมาแล้วตอบไม่ได้ หรือคนหาคลินิกไม่เจอตั้งแต่แรก การเปลี่ยนโปรแกรมบันทึกเวชระเบียนไม่ได้แก้ข้อนี้เลย ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปเจ้าไหน
ใช้ทั้งสองระบบพร้อมกันได้ไหม
ได้ และคลินิกจำนวนหนึ่งทำแบบนั้นในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยใช้ JERA Cloud ต่อสำหรับงานหลังบ้านที่ทีมคุ้นมือแล้ว และใช้ Jib OS ฝั่งหาคนไข้และตอบแชท
ข้อควรระวังคือข้อมูลคนไข้จะอยู่สองที่ ซึ่งยอมรับได้ในระยะสั้น แต่ถ้าอยู่แบบนั้นนานจะกลายเป็นงานคีย์ซ้ำและข้อมูลไม่ตรงกัน ควรตั้งใจแต่แรกว่าจะรวมเป็นระบบเดียวเมื่อไหร่
เคล็ดลับบริหารคลินิก ส่งตรงถึงอีเมลคุณ
เจ้าของและผู้บริหารคลินิกกว่า 20,000 คน รับข่าวสารจากเราอยู่แล้ว
สำหรับเจ้าของคลินิกและผู้ที่กำลังจะเปิด — วิธีให้คนไข้ใหม่เจอคลินิกบน Google และให้ AI อย่าง ChatGPT และ Claude แนะนำคลินิกของคุณ วิธีลดงานหน้าเคาน์เตอร์และคนไข้ไม่มาตามนัด และเรื่องที่คลินิกอื่นเจอมาก่อน
ส่งสัปดาห์ละครั้ง · ไม่มีสแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ
คำถามที่พบบ่อย
ถ้าใช้แล้วไม่เวิร์ค ย้ายข้อมูลออกได้ไหม
ได้ และทีมงานช่วยส่งออกให้ ทั้งกรณีเลิกใช้หลังหมดช่วงทดลองใช้ฟรี 1 เดือน และกรณีเลิกกลางทาง ข้อมูลคนไข้เป็นของคลินิก ไม่ใช่ของผู้ให้บริการระบบ คำถามนี้ควรถามกับทุกเจ้าที่กำลังพิจารณา ไม่ใช่แค่เจ้าเดียว เพราะเป็นข้อที่คนถามน้อยที่สุดตอนซื้อและสำคัญที่สุดตอนจะย้าย
ทีมคลินิกไม่ถนัดเทคโนโลยี จะใช้ไหวไหม
ทีมงาน Jib OS ช่วยตั้งระบบและย้ายข้อมูลเข้าให้ ตั้งแต่ดึงข้อมูลจากระบบเดิม ตั้งค่าบริการและราคา ไปจนถึงสอนทีมหน้าร้านให้ใช้งานได้จริง จึงไม่ต้องเริ่มจากหน้าจอเปล่าและคู่มือ ส่วนโรงพยาบาลและเครือคลินิกขนาดใหญ่ที่มีระบบเดิมอยู่แล้ว มีบริการส่งทีมวิศวกรเข้าไปเชื่อมระบบและปรับให้เข้ากับกระบวนการทำงานเดิม
Jib OS ใช้แทน JERA Cloud ได้เลยไหม
ได้ในแง่ขอบเขตงาน เพราะ Jib OS ครอบคลุมทั้งเวชระเบียน คิดเงิน สต๊อก คอร์สและแพ็กเกจ และการคำนวณค่ามือแพทย์ เช่นเดียวกับโปรแกรมคลินิก แต่คลินิกความงามที่ใช้ฟีเจอร์เฉพาะทางบางอย่างของ JERA Cloud อยู่ ควรไล่ตรวจรายการที่ใช้จริงทีละข้อก่อนย้าย และควรถามเรื่องการย้ายข้อมูลเข้าให้ชัดตั้งแต่ต้น
อันไหนถูกกว่ากัน
ขึ้นกับว่านับอะไรบ้าง JERA Cloud คิดเป็นก้อนโดยหน้าโปรโมชันระบุแพ็กเกจ Premium พร้อม JERA CRM ที่ 60,000 บาท จากปกติ 80,000 บาท ส่วน Jib OS คิด 6,000 บาทต่อเดือนต่อส่วน ถ้าเทียบเฉพาะงานหลังบ้านและมองสามถึงห้าปี ระบบที่จ่ายเป็นก้อนมักถูกกว่า การเทียบจะเปลี่ยนเมื่อรวมงานฝั่งหาคนไข้ ซึ่งเป็นสิ่งที่โปรแกรมคลินิกไม่ได้ครอบคลุม
JERA Cloud เชื่อมกับ LINE ได้อยู่แล้ว ต่างจาก Jib OS อย่างไร
ต่างที่ทิศทางของข้อความ JERA Cloud ใช้ LINE และ SMS เพื่อแจ้งเตือนนัดและให้ลูกค้าเลื่อนนัดหรือเช็กคอร์สคงเหลือ ซึ่งเป็นการส่งข้อมูลที่คลินิกมีอยู่แล้วออกไป ส่วน Jib OS รับข้อความที่คนไข้ทักเข้ามาทุกช่องทางและตอบคำถามใหม่ที่ยังไม่มีคำตอบในระบบ เช่น ถามราคาหัตถการที่ยังไม่เคยทำตอนสี่ทุ่ม
คลินิกความงามควรเลือกอะไร
ขึ้นกับว่าคิวเต็มอยู่แล้วหรือยัง ถ้าคิวเต็มและปัญหาคือความวุ่นวายหลังบ้าน โปรแกรมคลินิกที่เน้นความงามอย่าง JERA Cloud ตอบโจทย์และคุ้มกว่า ถ้าคิวยังไม่เต็มและยอดขึ้นกับจำนวนคนที่ทักเข้ามา การลงทุนกับงานหลังบ้านอย่างเดียวจะไม่เปลี่ยนตัวเลข
ย้ายจาก JERA Cloud มา Jib OS ข้อมูลย้ายได้ไหม
ควรถามเป็นสองทางเสมอ คือระบบเดิมส่งออกข้อมูลได้ในรูปแบบใด และระบบใหม่รับเข้าได้แค่ไหน ก่อนเริ่มย้ายควรได้ไฟล์ส่งออกจริงมาดูก่อน ไม่ใช่แค่คำยืนยันว่าส่งออกได้ เพราะรูปแบบที่ส่งออกมาได้จริงกับที่ต้องการใช้มักไม่ตรงกันเท่าที่คิด
Jib OS