JERA Cloud คืออะไร เหมาะกับคลินิกแบบไหน และควรเช็กอะไรก่อนซื้อ

ถ้ากำลังหาโปรแกรมบริหารคลินิกความงาม JERA Cloud เป็นชื่อที่จะเจอแทบแน่นอน

บทความนี้สรุปว่าระบบนี้ทำอะไรได้ เหมาะกับคลินิกแบบไหน และคำถามที่ควรถามก่อนตัดสินใจ รวมถึงเรื่องที่โปรแกรมคลินิกโดยทั่วไปไม่ได้ครอบคลุม

ข้อมูลอ้างอิงจากหน้าเว็บของผู้ให้บริการ ณ เวลาที่เขียน ควรตรวจสอบล่าสุดอีกครั้ง

JERA Cloud ทำอะไรได้

เป็นโปรแกรมคลินิกสัญชาติไทยที่เริ่มพัฒนาตั้งแต่ปี 2560 โดยออกแบบมาเพื่อคลินิกความงามโดยเฉพาะ และมีเวอร์ชันสำหรับทันตกรรมชื่อ JERA Dent

สิ่งที่ระบุไว้ในหน้าเว็บของผู้ให้บริการ

งานหน้าเคาน์เตอร์และเวชระเบียน สร้างประวัติลูกค้าจากบัตรประชาชนได้ ซึ่งลดเวลากรอกและลดความผิดพลาด จัดการคอร์สและแพ็กเกจ กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลรายบุคคล

การนัดหมาย แจ้งเตือนนัดผ่าน LINE Official Account และ SMS โดยลูกค้าตรวจสอบนัดและเลื่อนนัดเองได้ รวมถึงเช็กคอร์สคงเหลือ

ระบบสมาชิกและ CRM บัตรสมาชิก บัตรกำนัล การเติมเงินและตัดวงเงิน พร้อมแดชบอร์ดสรุปภาพรวม

การติดตามลูกค้าเก่า ระบบช่วยส่งข้อความชวนลูกค้าที่หายไปกลับมาใช้บริการ

สต๊อกและรายงาน ครอบคลุมงานหลังบ้านทั่วไปของคลินิก

เรื่องราคา

JERA Cloud คิดราคาแบบแพ็กเกจ โดยหน้าโปรโมชันของผู้ให้บริการระบุแพ็กเกจ Premium พร้อมส่วนเสริม JERA CRM ในราคา 60,000 บาท จากราคาปกติ 80,000 บาท

ข้อสังเกตสำคัญ นี่เป็นโครงสร้างราคาแบบจ่ายเป็นก้อน ต่างจากผู้ให้บริการหลายเจ้าที่คิดรายเดือน เช่น Cliniter ที่เริ่มต้นเฉลี่ยราว 1,917 บาทต่อเดือน หรือ DoctorEase ที่เริ่มต้น 2,900 บาทต่อเดือน

สิ่งที่ควรถามให้ชัด คือราคาก้อนนี้ครอบคลุมอะไรบ้าง มีค่าบริการรายปีหรือค่าดูแลระบบแยกหรือไม่ อัปเดตเวอร์ชันใหม่รวมอยู่ด้วยไหม และถ้าเพิ่มสาขาหรือผู้ใช้ต้องจ่ายเพิ่มเท่าไหร่ เพราะการเทียบราคาก้อนกับรายเดือนต้องคิดเป็นต้นทุนรวมสามถึงห้าปีจึงจะเห็นภาพจริง

เหมาะกับคลินิกแบบไหน

เหมาะ ถ้า เป็นคลินิกความงามหรือทันตกรรมที่ต้องการระบบหลังบ้านครบชุด โดยเฉพาะคลินิกที่ขายเป็นคอร์สและแพ็กเกจ มีระบบสมาชิก และต้องการเครื่องมือ CRM สำหรับฐานลูกค้าเดิม

อาจไม่เหมาะ ถ้า เป็นคลินิกเล็กที่งบจำกัดและยังไม่พร้อมจ่ายเป็นก้อนใหญ่ หรือเป็นคลินิกประเภทอื่นที่ฟีเจอร์เฉพาะทางด้านความงามไม่ได้ช่วย

เจ็ดคำถามที่ควรถามก่อนซื้อ

ใช้ได้กับผู้ให้บริการทุกเจ้า ไม่ใช่แค่เจ้านี้

  1. ราคาก้อนนี้รวมค่าอะไรบ้าง และมีค่าใช้จ่ายรายปีตามมาไหม
  2. เพิ่มสาขาหรือผู้ใช้แล้วราคาเปลี่ยนอย่างไร
  3. ถ้าวันหนึ่งจะย้ายระบบ ข้อมูลส่งออกได้ในรูปแบบใด
  4. ข้อมูลเก็บที่ไหน ใครเข้าถึงได้ และมีข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลไหม
  5. อบรมทีมและช่วยย้ายข้อมูลจากระบบเดิมให้ไหม
  6. มีบริการหลังการขายช่วงเวลาไหนบ้าง
  7. เชื่อมกับระบบอื่นที่คลินิกใช้อยู่ได้ไหม

ข้อ 3 เป็นข้อที่คนถามน้อยที่สุดแต่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะกับระบบที่จ่ายเป็นก้อน เพราะเป็นการผูกระยะยาวตั้งแต่วันแรก

More patients, and a system that runs the day

Jib OS brings new patients in, answers every one of them, and keeps the day running. Built by HDmall.

Or see what Jib OS is →

คำถามหมวดที่โปรแกรมคลินิกโดยทั่วไปไม่ได้ตอบ

นี่คือส่วนที่คนกำลังเลือกโปรแกรมคลินิกมักไม่ได้คิดถึง จนกระทั่งซื้อไปแล้ว

โปรแกรมคลินิกทุกเจ้าในตลาด รวมถึง JERA Cloud ทำงานกับ ข้อมูลของลูกค้าที่คลินิกมีอยู่แล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นและทำได้ดี

  • ระบบสมาชิกใช้กับคนที่เคยมาแล้ว
  • การติดตามลูกค้าเก่าใช้กับคนที่อยู่ในฐานข้อมูลแล้ว
  • การแจ้งเตือนนัดใช้กับนัดที่มีอยู่แล้ว
  • รายงานยอดขายวิเคราะห์จากธุรกรรมที่เกิดขึ้นแล้ว

แต่คนไข้ที่ยังไม่เคยรู้จักคลินิก ไม่ได้อยู่ในฐานข้อมูล จึงไม่มีระบบไหนในหมวดนี้ที่ช่วยได้

คำถามที่ควรถามตัวเองควบคู่กันคือ

  • คนที่ยังไม่รู้จักคลินิกจะหาเราเจอได้อย่างไร
  • คนที่ทักมาตอนสี่ทุ่มถามราคา ใครตอบ
  • คนที่ทักมาแล้วอยากจองเดี๋ยวนั้น จองได้เลยไหม
  • คนไข้ต่างชาติที่ทักมาเป็นภาษาอังกฤษ ตอบได้ไหม

สี่ข้อนี้เกิดขึ้นก่อนคนไข้จะกลายเป็นข้อมูลในระบบ และเป็นช่วงที่คลินิกส่วนใหญ่เสียคนไข้มากที่สุดโดยไม่มีใครนับ

Jib OS ทำงานในช่วงนี้ โดยรวม AI ตอบแชททุกช่องทางตลอด 24 ชั่วโมง เว็บไซต์ที่ทั้ง Google และผู้ช่วย AI แนะนำได้ และทีมการตลาดที่ดูแลแคมเปญ ซึ่งเป็นคนละหมวดกับโปรแกรมคลินิกและใช้ร่วมกันได้

สรุป

ถ้ากำลังหาระบบหลังบ้านสำหรับคลินิกความงาม JERA Cloud เป็นตัวเลือกที่ควรอยู่ในรายการพิจารณา และควรเทียบกับ Cliniter, DoctorEase, ProClinic และเจ้าอื่นในตลาดโดยดูทั้งราคารวมระยะยาวและความเข้ากันได้กับงานของคลินิก

และควรถามตัวเองด้วยว่าปัญหาที่เจ็บที่สุดตอนนี้อยู่ก่อนหรือหลังคนไข้เดินเข้าประตู

ถ้าอยู่หลัง คือเรื่องเวชระเบียน คิดเงิน สต๊อก และค่ามือแพทย์ JERA Cloud และเจ้าอื่นในตลาดทำงานนี้ได้ดีและมักคุ้มกว่าเมื่อดูเฉพาะราคา

ถ้าอยู่ก่อน คือคนไข้หาคลินิกไม่เจอ ทักแล้วไม่มีคนตอบ หรือทักมาเป็นภาษาที่ทีมตอบไม่ได้ นั่นเป็นงานคนละชุดที่โปรแกรมคลินิกไม่ได้ออกแบบมาแก้ Jib OS ครอบคลุมทั้งสองฝั่ง คือทั้งงานหลังบ้านและงานหาคนไข้ จึงเป็นตัวเลือกที่ใช้แทนได้ ไม่ใช่แค่ใช้เสริม รายละเอียดการเทียบแบบตัวต่อตัวอยู่ในบทความเทียบ Jib OS กับ JERA Cloud

เคล็ดลับบริหารคลินิก ส่งตรงถึงอีเมลคุณ

เจ้าของและผู้บริหารคลินิกกว่า 20,000 คน รับข่าวสารจากเราอยู่แล้ว

สำหรับเจ้าของคลินิกและผู้ที่กำลังจะเปิด — วิธีให้คนไข้ใหม่เจอคลินิกบน Google และให้ AI อย่าง ChatGPT และ Claude แนะนำคลินิกของคุณ วิธีลดงานหน้าเคาน์เตอร์และคนไข้ไม่มาตามนัด และเรื่องที่คลินิกอื่นเจอมาก่อน

ส่งสัปดาห์ละครั้ง · ไม่มีสแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ

คำถามที่พบบ่อย

JERA Cloud ราคาเท่าไหร่

ผู้ให้บริการคิดราคาแบบแพ็กเกจจ่ายเป็นก้อน โดยหน้าโปรโมชันระบุแพ็กเกจ Premium พร้อมส่วนเสริม JERA CRM ที่ 60,000 บาท จากราคาปกติ 80,000 บาท ซึ่งต่างจากผู้ให้บริการหลายเจ้าที่คิดรายเดือน สิ่งที่ควรถามให้ชัดคือมีค่าบริการรายปีตามมาหรือไม่ อัปเดตรวมอยู่ด้วยไหม และเพิ่มสาขาแล้วคิดเพิ่มอย่างไร

JERA Cloud เหมาะกับคลินิกประเภทไหน

ออกแบบมาเพื่อคลินิกความงามเป็นหลัก และมีเวอร์ชัน JERA Dent สำหรับทันตกรรม เหมาะกับคลินิกที่ขายเป็นคอร์สและแพ็กเกจ มีระบบสมาชิก และต้องการเครื่องมือ CRM สำหรับดูแลฐานลูกค้าเดิม ส่วนคลินิกประเภทอื่นอาจได้ประโยชน์จากฟีเจอร์เฉพาะทางน้อยกว่า

JERA Cloud แจ้งเตือนนัดผ่าน LINE ได้ไหม

ได้ ผู้ให้บริการระบุว่าเชื่อมต่อกับ LINE Official Account และ SMS เพื่อแจ้งเตือนนัดล่วงหน้า โดยลูกค้าสามารถตรวจสอบนัด เลื่อนนัดเอง และเช็กคอร์สคงเหลือได้ สิ่งที่ควรถามเพิ่มคือเมื่อลูกค้าตอบกลับข้อความแล้วถามเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับนัด เช่น ราคาหัตถการใหม่ ระบบจัดการอย่างไร

เทียบ JERA Cloud กับ Cliniter หรือ DoctorEase อย่างไร

ทั้งสามอยู่ในหมวดโปรแกรมบริหารคลินิกเหมือนกันแต่โครงสร้างราคาต่างกันชัดเจน JERA Cloud คิดเป็นก้อน ขณะที่ Cliniter เริ่มต้นเฉลี่ยราว 1,917 บาทต่อเดือนและ DoctorEase เริ่มต้น 2,900 บาทต่อเดือน การเทียบที่แฟร์ต้องคิดต้นทุนรวมสามถึงห้าปี และดูว่าฟีเจอร์เฉพาะทางตรงกับประเภทคลินิกหรือไม่

โปรแกรมคลินิกช่วยหาคนไข้ใหม่ได้ไหม

โดยทั่วไปไม่ เพราะระบบเหล่านี้ทำงานกับข้อมูลลูกค้าที่คลินิกมีอยู่แล้ว ทั้งระบบสมาชิก การติดตามลูกค้าเก่า และรายงานยอดขาย ล้วนอ้างอิงคนที่เคยมาแล้ว ส่วนคนที่ยังไม่รู้จักคลินิกไม่ได้อยู่ในฐานข้อมูล การทำให้คนกลุ่มนั้นค้นเจอคลินิกจึงต้องอาศัยเว็บไซต์ที่ถูกค้นเจอ การตอบแชททันที และการทำแคมเปญ ซึ่งเป็นงานคนละหมวด

ใช้โปรแกรมคลินิกร่วมกับระบบตอบแชทได้ไหม

ได้ และเป็นรูปแบบที่คลินิกจำนวนมากใช้ สิ่งที่ควรถามคือข้อมูลเชื่อมกันได้แค่ไหน โดยเฉพาะเมื่อคนไข้จองผ่านแชทแล้วนัดต้องไปปรากฏในโปรแกรมคลินิก ถ้าเชื่อมไม่ได้ ทีมจะต้องคีย์ข้อมูลซ้ำสองระบบ ซึ่งควรนับเป็นจำนวนครั้งต่อสัปดาห์เพื่อประเมินต้นทุนที่แท้จริง

อ่านต่อ

More patients, and a system that runs the day

Jib OS brings new patients in, answers every one of them, and keeps the day running. Built by HDmall.

Or see what Jib OS is →
© 2026 Jib OS · Powered by HDmall · คลังบทความทั้งหมด

เริ่มทดลองใช้ฟรี

ทดลองใช้ Jib OS ฟรี 1 เดือน บอกเราสองอย่าง แล้วเราจะติดต่อกลับและตั้งค่าให้พร้อมใช้งานภายในไม่กี่วัน

ทดลองใช้ฟรี 1 เดือน และเราตั้งค่าให้ทั้งหมด ไม่ต้องผูกบัตร ไม่มีข้อผูกมัดต้องใช้ต่อ หยุดเมื่อครบเดือนได้ และข้อมูลคนไข้ บทสนทนา และการจองทั้งหมดส่งออกไปกับคุณได้