ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

ถ้าผลเป็นตัวเลข 10 mIU/mL ขึ้นไป = บวก

การตรวจสุขภาพทั่วไปมักไม่ได้ตรวจค่านี้

ผลการแปล
--
--
คำแนะนำ
--

ค่าตรวจไวรัสตับอักเสบบีแต่ละตัวคืออะไร

  • HBsAg: ตรวจหาเชื้อไวรัส ถ้าบวกแปลว่ามีเชื้ออยู่ในร่างกาย
  • Anti-HBs: ภูมิคุ้มกันต่อไวรัส ถ้าบวก (10 mIU/mL ขึ้นไป) แปลว่ามีภูมิ จากวัคซีนหรือการเคยติดเชื้อ
  • Anti-HBc: บ่งบอกว่าเคยสัมผัสหรือติดเชื้อมาก่อน วัคซีนไม่ทำให้ค่านี้เป็นบวก

การแปลผลที่พบบ่อย

  • HBsAg − / Anti-HBs + / Anti-HBc −: มีภูมิจากวัคซีน
  • HBsAg − / Anti-HBs + / Anti-HBc +: มีภูมิจากการเคยติดเชื้อ
  • HBsAg − / Anti-HBs − / Anti-HBc −: ยังไม่มีภูมิ ควรฉีดวัคซีน
  • HBsAg +: มีเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ควรพบแพทย์

ทำไมต้องตรวจไวรัสตับอักเสบบี

ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังส่วนใหญ่ไม่มีอาการ แต่เสี่ยงตับแข็งและมะเร็งตับในระยะยาว การตรวจพบเร็วช่วยให้ติดตามและรักษาได้ทัน ส่วนผู้ที่ยังไม่มีภูมิสามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน

ดูเพิ่มเติม: แปลผลค่าตับ · วัคซีนผู้ใหญ่ที่ควรฉีด · ควรตรวจสุขภาพอะไรบ้าง

คำถามที่พบบ่อย

Anti-HBs เท่าไหร่ถึงมีภูมิ?
ค่า Anti-HBs ตั้งแต่ 10 mIU/mL ขึ้นไปถือว่ามีภูมิคุ้มกันต่อไวรัสตับอักเสบบี
HBsAg ลบ Anti-HBs ลบ ต้องฉีดวัคซีนไหม?
ส่วนใหญ่ควรฉีดวัคซีน เพราะยังไม่มีภูมิคุ้มกัน ผู้ที่เคยฉีดวัคซีนตอนเด็กแต่ภูมิลดลง แพทย์อาจพิจารณาฉีดกระตุ้นแล้วตรวจภูมิซ้ำ
เป็นพาหะไวรัสตับอักเสบบีต้องทำอย่างไร?
ควรพบแพทย์เพื่อตรวจค่าตับ ปริมาณไวรัส และอัลตราซาวด์ตับเป็นระยะ งดแอลกอฮอล์ แจ้งคนในครอบครัวและคู่นอนให้ตรวจและฉีดวัคซีน บางรายต้องใช้ยาต้านไวรัส
ผลการแปลเป็นแนวทางตามรูปแบบผลตรวจที่พบบ่อยของ CDC ไม่ใช่การวินิจฉัย แพทย์ต้องแปลผลร่วมกับประวัติและผลตรวจอื่น