ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้
ปี

เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ โรคปอด โรคไต หรือโรคตับเรื้อรัง

เช่น ติดเชื้อเอชไอวี ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน หรือยาเคมีบำบัด

วัคซีนที่ควรพิจารณา
--
รายการ
--
คำแนะนำ
--

ทำไมผู้ใหญ่ต้องฉีดวัคซีน

ภูมิคุ้มกันจากวัคซีนที่ได้รับตอนเด็กบางชนิดลดลงตามเวลา และความเสี่ยงของโรคบางชนิด เช่น งูสวัด ปอดอักเสบ และไข้หวัดใหญ่รุนแรง เพิ่มขึ้นตามอายุหรือเมื่อมีโรคประจำตัว การฉีดวัคซีนตามช่วงวัยช่วยป้องกันโรคและภาวะแทรกซ้อนได้

วัคซีนที่ผู้ใหญ่ควรพิจารณา

  • ทุกคน: ไข้หวัดใหญ่ทุกปี บาดทะยัก-คอตีบทุก 10 ปี และตับอักเสบบีถ้ายังไม่มีภูมิ
  • อายุไม่เกิน 26 ปี: HPV
  • อายุ 50 ปีขึ้นไป: งูสวัด
  • อายุ 65 ปีขึ้นไปหรือมีโรคประจำตัว: ปอดอักเสบ (นิวโมคอคคัส)
  • หญิงตั้งครรภ์: ไข้หวัดใหญ่ และ Tdap ทุกการตั้งครรภ์

ก่อนฉีดวัคซีนควรรู้

  • แจ้งแพทย์เรื่องโรคประจำตัว ยาที่ใช้ การตั้งครรภ์ และประวัติแพ้วัคซีน
  • หากมีไข้สูงหรือไม่สบายมาก ควรเลื่อนการฉีด
  • นำบันทึกการฉีดวัคซีนเดิมไปด้วย เพื่อไม่ให้ฉีดซ้ำโดยไม่จำเป็น

ดูเพิ่มเติม: คำนวณวันนัดฉีดวัคซีน HPV · วันนัดวัคซีนพิษสุนัขบ้า · ควรตรวจสุขภาพอะไรบ้าง

คำถามที่พบบ่อย

ผู้ใหญ่ควรฉีดวัคซีนอะไรบ้าง?
ผู้ใหญ่ทุกคนควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปี กระตุ้นบาดทะยัก-คอตีบทุก 10 ปี และฉีดตับอักเสบบีถ้ายังไม่มีภูมิ ส่วนวัคซีนอื่น เช่น HPV งูสวัด และปอดอักเสบ ขึ้นกับอายุและโรคประจำตัว
วัคซีนงูสวัดควรฉีดอายุเท่าไหร่?
แนะนำสำหรับผู้ที่อายุ 50 ปีขึ้นไป และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องอายุ 18 ปีขึ้นไป วัคซีนชนิดรีคอมบิแนนท์ฉีด 2 เข็มห่างกัน 2-6 เดือน แม้เคยเป็นงูสวัดมาแล้วก็ฉีดได้
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปีจำเป็นไหม?
จำเป็น เพราะเชื้อไข้หวัดใหญ่เปลี่ยนสายพันธุ์ทุกปี และภูมิคุ้มกันจากวัคซีนลดลงตามเวลา ในประเทศไทยควรฉีดก่อนฤดูฝน
รายการนี้เป็นแนวทางทั่วไปสำหรับผู้ใหญ่ ไม่ได้แทนการประเมินโดยแพทย์ ความเหมาะสมของวัคซีนแต่ละชนิดขึ้นกับประวัติสุขภาพและการฉีดวัคซีนของแต่ละคน