ผ่าตัดและหัตถการ โหลดแอป
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

จี้เยื่อบุโพรงมดลูก

จี้เยื่อบุโพรงมดลูก (Endometrial ablation) คือการใช้พลังงาน ความร้อน หรือความเย็นทำลายเยื่อบุด้านในมดลูก เพื่อลดประจำเดือนที่ออกมากผิดปกติ โดยไม่ต้องตัดมดลูกออก การรักษานี้เหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการตั้งครรภ์ในอนาคต และมักพิจารณาหลังยา การคุมกำเนิดด้วยฮอร์โมน หรือวิธีที่ไม่ผ่าตัดยังควบคุมเลือดไม่ได้ แต่อาจไม่ได้ทำให้ประจำเดือนหยุดสนิททุกคน (ACOG, Cleveland Clinic)

ประเด็นสำคัญ

  • การจี้ทำลายเฉพาะเยื่อบุด้านในมดลูก เครื่องมือสอดผ่านช่องคลอดและปากมดลูก จึงมักไม่มีแผลผ่าตัดบนหน้าท้อง และไม่ใช่การตัดมดลูก (ACOG)
  • เป้าหมายคือทำให้ประจำเดือนน้อยลง ไม่ใช่รับประกันว่าจะหยุดทั้งหมด และอาจต้องใช้เวลาหลายเดือนจึงประเมินผลได้ชัดเจน
  • การจี้ไม่ใช่วิธีคุมกำเนิด แม้ตั้งครรภ์ได้ยากขึ้นแต่ยังเกิดขึ้นได้ และการตั้งครรภ์หลังทำมีความเสี่ยงสูง จึงต้องวางแผนคุมกำเนิดต่อเนื่องตามคำแนะนำของสูตินรีแพทย์ (ACOG)

จี้เยื่อบุโพรงมดลูก คืออะไร

เยื่อบุโพรงมดลูกคือเนื้อเยื่อที่บุผิวด้านในของมดลูก เนื้อเยื่อนี้หนาตัวขึ้นตามรอบเดือนและหลุดออกมาเป็นเลือดประจำเดือน การจี้ใช้เครื่องมือขนาดเล็กผ่านช่องคลอดและปากมดลูกเข้าไปในโพรงมดลูก จากนั้นปล่อยพลังงานหรือควบคุมอุณหภูมิเพื่อทำลายเยื่อบุบางส่วน

แพทย์อาจใช้คลื่นความถี่วิทยุ ของเหลวร้อน บอลลูนที่บรรจุของเหลวร้อน ความเย็นจัด หรือกระแสไฟฟ้า วิธีที่เหมาะสมขึ้นกับรูปร่างและขนาดโพรงมดลูก สาเหตุของเลือดออก เครื่องมือที่มี และดุลยพินิจของแพทย์ แต่ทุกวิธีมีเป้าหมายคล้ายกัน คือทำให้เยื่อบุเหลือน้อยลงและลดปริมาณเลือดประจำเดือน (ACOG, Mayo Clinic)

การทำหัตถการนี้ไม่ได้นำมดลูกออก และโดยตัวหัตถการไม่ได้มุ่งเปลี่ยนระดับฮอร์โมน รังไข่ยังคงทำงานตามธรรมชาติ คุณจึงอาจยังมีอาการตามรอบเดือน เช่น คัดเต้านมหรืออารมณ์เปลี่ยน แม้เลือดประจำเดือนจะลดลง (ACOG)

ผลที่เกิดขึ้นแตกต่างกัน บางคนมีประจำเดือนน้อยลง บางคนไม่มีเลือดประจำเดือน และบางคนอาจไม่เปลี่ยนแปลงมากเท่าที่คาดไว้ จึงควรมองว่าการจี้เป็นการรักษาเพื่อลดเลือดออก ไม่ใช่การรับประกันว่าจะไม่มีประจำเดือนอีก (Cleveland Clinic)

ก่อนตัดสินใจ แพทย์ต้องหาสาเหตุของเลือดออกผิดปกติก่อน เพราะเลือดออกมากอาจเกิดจากเนื้องอกมดลูก ติ่งเนื้อ ความผิดปกติของฮอร์โมน โรคไทรอยด์ ความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด หรือมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก การจี้ไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกสาเหตุ และอาจทำให้การตรวจเยื่อบุโพรงมดลูกในอนาคตยากขึ้นได้ (Cleveland Clinic, ACOG)

ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ

ใครอาจเหมาะกับการรักษานี้

แพทย์อาจพิจารณาการจี้ในผู้ที่มีประจำเดือนออกมากจนกระทบชีวิตประจำวัน เช่น ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อย มีเลือดออกยาวนาน เหนื่อยง่ายจากภาวะโลหิตจาง หรือต้องหยุดงานและงดกิจกรรมเพราะเลือดออก ทั้งนี้ต้องตรวจหาสาเหตุก่อน ไม่ควรตัดสินจากปริมาณเลือดเพียงอย่างเดียว (Cleveland Clinic)

ผู้ที่เหมาะมักมีลักษณะต่อไปนี้ร่วมกัน:

  • ประจำเดือนมากผิดปกติและรบกวนการใช้ชีวิต
  • ได้ลองยาหรือวิธีที่ไม่ผ่าตัดแล้ว แต่ควบคุมเลือดไม่ได้หรือมีเหตุที่ใช้วิธีนั้นไม่ได้
  • ไม่มีแผนตั้งครรภ์ในอนาคต
  • ผลตรวจไม่พบมะเร็งหรือเซลล์ผิดปกติของเยื่อบุโพรงมดลูก
  • รูปร่างและขนาดโพรงมดลูกเหมาะกับวิธีที่เลือก
  • เข้าใจว่าหลังจี้ยังต้องคุมกำเนิด และผลเรื่องปริมาณประจำเดือนอาจแตกต่างกันในแต่ละคน

การมีเลือดออกมากไม่ได้แปลว่าคุณต้องจี้ทันที หากยังไม่เคยรักษาด้วยยา ห่วงอนามัยชนิดมีฮอร์โมน หรือวิธีอื่นที่เหมาะสม แพทย์มักพิจารณาทางเลือกเหล่านั้นก่อน (ACOG)

ใครไม่ควรทำ

การจี้ไม่เหมาะกับผู้ที่ยังต้องการตั้งครรภ์ เพราะเยื่อบุหลังถูกทำลายอาจไม่รองรับการฝังตัวของตัวอ่อนได้ตามปกติ แม้โอกาสตั้งครรภ์จะลดลง แต่ไม่ได้เป็นศูนย์ และหากตั้งครรภ์อาจเกิดการแท้ง การตั้งครรภ์นอกมดลูก หรือความผิดปกติของรกได้

โดยทั่วไปไม่ทำหัตถการในกรณีต่อไปนี้:

  • กำลังตั้งครรภ์หรืออาจตั้งครรภ์
  • ต้องการมีบุตรในอนาคต
  • สงสัยหรือพบมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก หรือมีเซลล์ผิดปกติที่ยังไม่ได้รักษา
  • มีการติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน มดลูก หรือปากมดลูกที่ยังไม่ได้รักษา
  • หมดประจำเดือนแล้วและมีเลือดออกผิดปกติ ซึ่งควรตรวจหาสาเหตุก่อน
  • มีความผิดปกติบางอย่างของมดลูกหรือเยื่อบุที่ทำให้เครื่องมือทำงานไม่ปลอดภัยหรือครอบคลุมไม่ทั่วถึง
  • มีห่วงอนามัยค้างอยู่ในมดลูก ณ เวลาทำหัตถการ โดยทั่วไปต้องนำออกก่อน
  • มีโรคประจำตัวหรือข้อจำกัดด้านการระงับความรู้สึกที่ยังควบคุมไม่ได้

ผู้ที่เคยผ่าตัดมดลูกบางชนิด มีผนังมดลูกบาง มีเนื้องอกที่ทำให้โพรงมดลูกบิดเบี้ยว หรือมีแผลเป็นในโพรงมดลูก อาจต้องตรวจเพิ่มเติม แพทย์จะพิจารณาจากอัลตราซาวนด์ การส่องกล้องโพรงมดลูก และประวัติการผ่าตัด ไม่ควรสรุปว่าเหมาะหรือไม่เหมาะจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเพียงอย่างเดียว

เตรียมตัวก่อนผ่าตัด

การเตรียมตัวมีเป้าหมายสำคัญสองเรื่อง คือยืนยันว่าไม่มีโรคร้ายแรงซ่อนอยู่ และเลือกวิธีจี้ที่เหมาะกับโพรงมดลูกของคุณ แพทย์จึงอาจซักถามรูปแบบประจำเดือน ประวัติการตั้งครรภ์ วิธีคุมกำเนิด โรคประจำตัว การผ่าตัดเดิม และยาทั้งหมดที่ใช้อยู่

การตรวจที่อาจต้องทำ

ก่อนทำหัตถการ แพทย์มักพิจารณาการตรวจต่อไปนี้ตามความจำเป็น:

  • ตรวจการตั้งครรภ์ เพราะไม่สามารถทำการจี้ขณะตั้งครรภ์ได้
  • เก็บตัวอย่างเยื่อบุโพรงมดลูก หรือการตัดชิ้นเนื้อ เพื่อค้นหาเซลล์ผิดปกติหรือมะเร็งก่อนทำลายเยื่อบุ
  • อัลตราซาวนด์อุ้งเชิงกราน เพื่อดูขนาด รูปร่าง และความผิดปกติของมดลูก
  • ส่องกล้องโพรงมดลูก โดยใช้กล้องขนาดเล็กดูภายในโพรงมดลูก หากต้องประเมินรอยโรคโดยตรง
  • ตรวจเลือด เช่น ภาวะโลหิตจาง การแข็งตัวของเลือด หรือการตรวจอื่นตามโรคประจำตัว
  • ตรวจหาสาเหตุอื่นของเลือดออก เมื่อประวัติชี้ไปที่ความผิดปกติของฮอร์โมน ต่อมไทรอยด์ หรือระบบเลือด

การเก็บตัวอย่างเยื่อบุมีความสำคัญ เพราะหลังจี้แล้วอาจเก็บตัวอย่างหรือประเมินเยื่อบุในอนาคตได้ยากขึ้น (ACOG)

หากใส่ห่วงอนามัยอยู่ ให้แจ้งแพทย์ตั้งแต่วันประเมิน โดยทั่วไปต้องนำห่วงออกก่อนหรือในวันทำหัตถการตามแผนรักษา ไม่ควรถอดเอง (Mayo Clinic)

ยาที่ใช้อยู่

นำรายชื่อยา วิตามิน สมุนไพร และอาหารเสริมทั้งหมดมาให้ทีมรักษาดู ยาบางกลุ่มอาจต้องหยุดหรือปรับก่อนทำ เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาเบาหวาน และอาหารเสริมบางชนิด แต่กำหนดเวลาไม่เหมือนกันในแต่ละคน

อย่าหยุดยาเอง โดยเฉพาะยาป้องกันลิ่มเลือด เพราะการหยุดผิดเวลาอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก หลอดเลือดอุดตัน หรือโรคเดิมกำเริบ ศัลยแพทย์และวิสัญญีแพทย์จะกำหนดว่าตัวใดใช้ต่อ ตัวใดต้องปรับ และเริ่มกลับเมื่อใดตามโรคประจำตัวกับวิธีระงับความรู้สึก

แพทย์บางรายอาจวางแผนให้เยื่อบุบางลงก่อนจี้ด้วยยา หรือทำหัตถการเอาเนื้อเยื่อส่วนเกินออกก่อน วิธีนี้ไม่ได้จำเป็นกับทุกคนและขึ้นกับชนิดเครื่องมือกับลักษณะเยื่อบุ

การงดอาหารและน้ำ

หากใช้ยาชาเฉพาะที่อย่างเดียว การงดอาหารอาจต่างจากกรณีใช้ยานอนหลับหรือยาสลบ โรงพยาบาลจะบอกเวลาเริ่มงดอาหาร น้ำ และเครื่องดื่มตามวิธีระงับความรู้สึกของคุณ ให้ทำตามคำสั่งเฉพาะที่ได้รับ ไม่ควรใช้กำหนดเวลาของผู้ป่วยคนอื่นแทน

หากมีไข้ ไอมาก หายใจลำบาก ตกขาวผิดปกติ มีกลิ่นเหม็น ปวดท้องน้อย หรือสงสัยตั้งครรภ์ก่อนวันนัด ให้แจ้งทีมรักษา เพราะอาจต้องตรวจเพิ่มเติมหรือเลื่อนหัตถการ

สิ่งที่ควรนำไปโรงพยาบาล

  • บัตรประจำตัวและเอกสารสิทธิรักษา
  • ผลตรวจ รายงานอัลตราซาวนด์ หรือประวัติการรักษาที่มี
  • รายชื่อยาและข้อมูลการแพ้ยา
  • ผ้าอนามัยสำหรับใช้หลังทำ
  • เสื้อผ้าที่ใส่สบาย
  • ผู้ดูแลหรือผู้พากลับบ้าน หากได้รับยานอนหลับหรือยาสลบ

หลังได้รับยาที่ทำให้ง่วง ไม่ควรขับรถหรือเดินทางกลับคนเดียว โรงพยาบาลจะบอกข้อจำกัดตามยาที่ใช้และอาการหลังทำ

ขั้นตอนการผ่าตัด

รายละเอียดแตกต่างตามเทคนิค แต่ลำดับโดยทั่วไปเป็นดังนี้:

  • ตรวจยืนยันก่อนทำ

ทีมรักษาตรวจชื่อ ประวัติแพ้ยา ผลตรวจการตั้งครรภ์ ยาที่ใช้ และเอกสารยินยอม แพทย์จะทบทวนเป้าหมาย ความเสี่ยง และแผนคุมกำเนิดหลังทำ

  • ให้ยาระงับปวดหรือระงับความรู้สึก

อาจใช้ยาชาบริเวณปากมดลูก ยาคลายกังวลหรือยานอนหลับ หรือยาสลบ ขึ้นกับวิธีจี้ ความซับซ้อน สุขภาพของคุณ และสถานพยาบาล (ACOG)

  • จัดท่าเหมือนการตรวจภายใน

แพทย์ใส่เครื่องมือถ่างช่องคลอดเพื่อมองเห็นปากมดลูก จากนั้นทำความสะอาดบริเวณที่จะทำหัตถการ

  • เปิดปากมดลูกหากจำเป็น

ปากมดลูกอาจถูกขยายอย่างค่อยเป็นค่อยไปด้วยยาหรือเครื่องมือ เพื่อให้สอดอุปกรณ์เข้าโพรงมดลูกได้ วิธีที่ใช้ขึ้นกับขนาดปากมดลูกและอุปกรณ์ (ACOG)

  • ประเมินโพรงมดลูก

แพทย์อาจวัดความลึกของมดลูก หรือใช้กล้องขนาดเล็กตรวจภายใน เพื่อยืนยันตำแหน่งและลดความเสี่ยงต่อผนังมดลูก

  • สอดอุปกรณ์จี้ผ่านปากมดลูก

ไม่มีการกรีดหน้าท้องในวิธีมาตรฐาน อุปกรณ์จะสัมผัสหรือส่งพลังงานไปยังเยื่อบุโพรงมดลูก (ACOG)

  • ทำลายเยื่อบุด้วยวิธีที่เลือก

วิธีที่พบได้ ได้แก่ คลื่นความถี่วิทยุ ของเหลวร้อน บอลลูนร้อน ความเย็นจัด หรือกระแสไฟฟ้าผ่านกล้อง แต่ละวิธีมีรูปแบบการทำงานและข้อจำกัดต่างกัน แพทย์ควรอธิบายว่าคุณจะใช้วิธีใดและเพราะเหตุใด

  • นำอุปกรณ์ออกและเฝ้าดูอาการ

หลังเสร็จ ทีมรักษาจะตรวจเลือดออก ชีพจร ความดัน อาการปวด คลื่นไส้ และความพร้อมก่อนกลับบ้านหรือย้ายไปหอผู้ป่วย

คุณอาจรู้สึกปวดบีบคล้ายปวดประจำเดือนระหว่างหรือหลังทำ ระดับความรู้สึกขึ้นกับวิธีระงับความรู้สึกและเทคนิคที่ใช้ หากไม่ได้ดมยาสลบและรู้สึกเจ็บมาก ควรบอกทีมรักษาทันทีเพื่อประเมินและปรับการระงับปวด

ใช้เวลานานแค่ไหน

ตัวหัตถการมักใช้เวลาไม่นาน แต่ไม่มีเวลาตายตัว เพราะขึ้นกับวิธีที่ใช้ การเปิดปากมดลูก รูปร่างโพรงมดลูก การส่องกล้องร่วมด้วย และความจำเป็นต้องเก็บหรือนำเนื้อเยื่อออกก่อนจี้ เทคนิคบางชนิดปล่อยพลังงานเพียงไม่กี่นาที แต่เวลารวมตั้งแต่เตรียมตัว ให้ยาระงับความรู้สึก ทำหัตถการ และสังเกตอาการยาวกว่านั้น (Mayo Clinic)

การระงับความรู้สึกอาจเป็น:

วิธีคุณอาจรู้สึกอย่างไรมักพิจารณาเมื่อ
ยาชาเฉพาะที่ตื่นอยู่ อาจรู้สึกกดหรือปวดบีบเทคนิคที่ทำได้โดยไม่ต้องหลับ
ยาชาร่วมกับยานอนหลับง่วง ผ่อนคลาย และจำเหตุการณ์ได้น้อยลงต้องการลดความกังวลหรือความไม่สบาย
ยาสลบหลับระหว่างทำวิธีที่ซับซ้อนกว่า หรือแพทย์เห็นว่าเหมาะสม

แหล่งอ้างอิงระบุว่าการพักสังเกตหลังทำอาจอยู่ราวสองชั่วโมง แต่เวลาในประเทศไทยอาจต่างกันตามยา อาการ และระเบียบของสถานพยาบาล (ACOG) จึงควรเผื่อเวลาสำหรับการเตรียมและพักฟื้น ไม่ควรวางแผนเฉพาะตามเวลาที่เครื่องมือทำงาน

หลายกรณีกลับบ้านได้ในวันเดียว หากสัญญาณชีพคงที่ ปวดและคลื่นไส้ควบคุมได้ ปัสสาวะได้ และไม่มีเลือดออกผิดปกติ บางคนอาจต้องอยู่สังเกตนานขึ้นหรือพักค้างคืนตามสุขภาพ วิธีระงับความรู้สึก หรือเหตุการณ์ระหว่างทำ

พักฟื้นนานแค่ไหน

คนส่วนใหญ่มักกลับไปทำกิจวัตรและงานเบาได้ภายในประมาณ 1–2 วัน แต่อาจต้องนานกว่านี้หากใช้ยาสลบ งานต้องออกแรงมาก มีอาการปวดมาก หรือมีโรคประจำตัว (ACOG) แพทย์ผู้ทำหัตถการจะกำหนดเวลาที่เหมาะกับงานและผลหลังทำของคุณ

ช่วงวันแรกถึงสองวัน

อาการปวดบีบคล้ายประจำเดือนพบได้ในช่วงประมาณ 1–2 วัน คุณอาจง่วง คลื่นไส้ หรือมึนจากยาระงับความรู้สึก ควรพักและหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้สมาธิ หากได้รับยาที่ทำให้ง่วง (ACOG)

อาจปัสสาวะบ่อยขึ้นในช่วงวันแรก และมีเลือดออกเล็กน้อยหรือตกขาวใสปนเลือด อาการเหล่านี้มักค่อย ๆ ลดลง (ACOG)

ใช้ยาแก้ปวดตามแผนที่แพทย์ให้ ไม่เพิ่มยาเอง และไม่ใช้ยาของผู้อื่น หากมียาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาโรคประจำตัวที่ถูกหยุดไว้ ให้เริ่มกลับเฉพาะตามกำหนดของทีมรักษา

ช่วงสัปดาห์แรก

ตกขาวแบบใสหรือปนเลือดอาจมากในช่วงแรก แล้วค่อยลดลง ควรใช้ผ้าอนามัยแทนการสอดสิ่งใดเข้าไปในช่องคลอดจนกว่าแพทย์จะอนุญาต แหล่งอ้างอิงระบุว่าตกขาวอาจต่อเนื่องได้นานหลายสัปดาห์ ขึ้นกับเทคนิคและการฟื้นตัว (ACOG)

การเดินเบา ๆ มักทำได้เมื่อไม่เวียนศีรษะ แต่การออกกำลังกายหนัก ยกของหนัก ว่ายน้ำ มีเพศสัมพันธ์ และใช้ผ้าอนามัยแบบสอดควรรอคำแนะนำเฉพาะจากแพทย์ เพราะข้อจำกัดต่างกันตามวิธีที่ใช้และอาการหลังทำ

การกลับไปทำงาน

ผู้ที่ทำงานโต๊ะและอาการไม่มากมักกลับไปทำงานภายในประมาณ 1–2 วันตามข้อมูลอ้างอิง แต่ผู้ที่ต้องยกของ ยืนนาน ขับรถเป็นอาชีพ หรือทำงานกับเครื่องจักรอาจต้องพักนานกว่า (ACOG)

อย่าขับรถจนกว่าฤทธิ์ยาระงับความรู้สึกหมด ไม่มีอาการมึน และสามารถเหยียบเบรกฉุกเฉินได้โดยไม่เจ็บ โรงพยาบาลจะให้คำแนะนำตามยาที่คุณได้รับ

เมื่อไรจะรู้ผล

อย่าประเมินผลจากประจำเดือนรอบแรกเพียงรอบเดียว เยื่อบุและมดลูกต้องใช้เวลาฟื้น และอาจมีตกขาวปะปนกับเลือดได้ ผลเรื่องปริมาณประจำเดือนอาจชัดขึ้นในช่วงหลายเดือนหลังทำ (Mayo Clinic)

บางคนมีเลือดลดลงมาก บางคนยังมีประจำเดือนแต่เบาลง และบางคนอาจไม่ตอบสนองเพียงพอ หากยังมีเลือดออกมาก แพทย์จะประเมินว่าสาเหตุเดิมยังอยู่หรือมีสาเหตุอื่น และหารือเรื่องยา การทำหัตถการซ้ำ หรือการรักษาแบบอื่นโดยไม่รับประกันว่าจะใช้วิธีใดได้ทุกคน

ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

การจี้เป็นหัตถการที่ไม่ต้องเปิดแผลหน้าท้องในกรณีทั่วไป แต่ยังมีความเสี่ยง ไม่มีวิธีใดปลอดความเสี่ยงทั้งหมด ความเสี่ยงเฉพาะบุคคลขึ้นกับรูปร่างมดลูก โรคประจำตัว ประวัติผ่าตัด เทคนิคที่ใช้ และการระงับความรู้สึก

อาการที่พบได้และมักค่อย ๆ ดีขึ้น

  • ปวดบีบคล้ายปวดประจำเดือน
  • เลือดออกเล็กน้อย
  • ตกขาวใสหรือปนเลือดนานหลายวันถึงหลายสัปดาห์
  • ปัสสาวะบ่อยในช่วงแรก
  • คลื่นไส้ ง่วง หรือเวียนศีรษะจากยา

อาการเหล่านี้ควรมีแนวโน้มลดลง หากรุนแรงขึ้นหรือร่วมกับไข้ กลิ่นผิดปกติ หรือปวดมาก ควรติดต่อโรงพยาบาล

ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องเฝ้าระวัง

  • ติดเชื้อในมดลูกหรืออุ้งเชิงกราน อาจมีไข้ ปวดท้องน้อย ตกขาวมีกลิ่น หรือรู้สึกป่วยมาก
  • เลือดออกมากผิดปกติ ซึ่งอาจต้องตรวจและรักษาเพิ่มเติม
  • ผนังมดลูกทะลุ จากเครื่องมือผ่านผนังมดลูก อาจต้องสังเกตอาการหรือผ่าตัดเพิ่มเติมตามความรุนแรง
  • บาดเจ็บต่ออวัยวะใกล้เคียง เช่น ลำไส้หรือกระเพาะปัสสาวะ โดยเฉพาะหากพลังงาน ความร้อน หรือความเย็นผ่านนอกผนังมดลูก
  • ภาวะแทรกซ้อนจากสารน้ำ ในเทคนิคที่ใช้ของเหลวภายในโพรงมดลูก
  • แพ้ยาหรือภาวะแทรกซ้อนจากยาระงับความรู้สึก
  • ปวดท้องน้อยเรื้อรังหรือเลือดค้างในมดลูก หากมีแผลเป็นปิดกั้นทางออกของเลือด
  • ผลการรักษาไม่เพียงพอหรือเลือดกลับมามากอีก จนอาจต้องรักษาเพิ่มเติม

แหล่งอ้างอิงระบุว่าการทะลุของผนังมดลูกและการบาดเจ็บจากความร้อนหรือความเย็นเป็นภาวะแทรกซ้อนที่เป็นไปได้ แต่ไม่ได้ให้ตัวเลขที่เหมาะจะนำมาใช้เป็นอัตราสำหรับผู้ป่วยในประเทศไทย (Mayo Clinic) แพทย์จึงควรอธิบายความเสี่ยงจากเทคนิคที่จะใช้จริงกับคุณ

ความเสี่ยงเกี่ยวกับการตั้งครรภ์

การจี้ไม่ใช่การทำหมัน การตั้งครรภ์ยังเกิดขึ้นได้แต่มีความเสี่ยงสูง เช่น แท้ง ตั้งครรภ์นอกมดลูก หรือรกฝังผิดปกติ จึงต้องใช้วิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสมต่อเนื่องจนหมดประจำเดือน เว้นแต่แพทย์วางแผนอย่างอื่น (ACOG, Mayo Clinic)

หากประจำเดือนขาดหรือมีอาการสงสัยตั้งครรภ์หลังจี้ ควรตรวจและพบแพทย์โดยเร็ว ไม่ควรคิดว่าตั้งครรภ์ไม่ได้เพราะเคยทำหัตถการนี้

การตรวจมะเร็งในอนาคต

หลังเยื่อบุถูกทำลายและเกิดแผลเป็น การเก็บตัวอย่างเยื่อบุในอนาคตอาจทำได้ยากขึ้น จึงต้องตรวจหาความผิดปกติก่อนทำอย่างเหมาะสม (ACOG) หลังทำ หากมีเลือดออกผิดปกติ โดยเฉพาะหลังหมดประจำเดือน ต้องเข้ารับการประเมิน ไม่ควรถือว่าเป็นผลเดิมของการจี้โดยอัตโนมัติ

สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที

ติดต่อโรงพยาบาลหรือไปห้องฉุกเฉินเมื่อมีอาการต่อไปนี้:

อาการเหตุผลที่ต้องรีบประเมิน
เลือดออกมากขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือชุ่มผ้าอนามัยต่อเนื่องอาจมีเลือดออกผิดปกติ
ปวดท้องน้อยรุนแรง ปวดมากขึ้น หรือยาแก้ปวดตามแผนเอาไม่อยู่อาจมีการติดเชื้อ เลือดค้าง หรือการบาดเจ็บ
มีไข้ หนาวสั่น หรือรู้สึกป่วยมากอาจเป็นการติดเชื้อ
ตกขาวมีกลิ่นเหม็น สีผิดปกติ หรือมีหนองอาจมีการติดเชื้อในมดลูก
หน้ามืด เป็นลม ใจสั่น หรืออ่อนเพลียผิดปกติอาจเกี่ยวกับเลือดออกหรือความดันผิดปกติ
ท้องบวมมาก อาเจียนต่อเนื่อง หรือรับประทานน้ำไม่ได้ต้องหาสาเหตุและป้องกันภาวะขาดน้ำ
ปัสสาวะไม่ออก ปวดขณะปัสสาวะมาก หรือมีเลือดในปัสสาวะอาจมีปัญหาทางเดินปัสสาวะ
หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หรือขาบวมข้างเดียวอาจเป็นภาวะฉุกเฉินจากหัวใจ ปอด หรือลิ่มเลือด
ประจำเดือนขาดร่วมกับปวดท้องหรือมีเลือดออกกะปริดกะปรอยต้อง排除การตั้งครรภ์ รวมถึงการตั้งครรภ์นอกมดลูก

หากไม่แน่ใจว่าเลือดหรือตกขาวอยู่ในระดับปกติ ให้ดูแนวโน้มเป็นหลัก อาการที่ค่อย ๆ ลดลงมักน่ากังวลน้อยกว่าอาการที่มากขึ้นอย่างชัดเจน โรงพยาบาลควรให้ช่องทางติดต่อหลังทำและคำแนะนำว่าเมื่อใดต้องไปฉุกเฉิน

ทางเลือกอื่น

การจี้ไม่ใช่ทางเลือกแรกหรือทางเลือกเดียวสำหรับประจำเดือนมาก วิธีรักษาต้องอิงสาเหตุ ความรุนแรง ภาวะโลหิตจาง อายุ แผนมีบุตร และความต้องการเก็บมดลูกไว้

การรักษาโดยไม่ผ่าตัด

แพทย์อาจพิจารณา:

  • ยาที่ช่วยลดเลือดออกระหว่างมีประจำเดือน
  • ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมน
  • ห่วงอนามัยชนิดมีฮอร์โมน
  • การรักษาภาวะโลหิตจางและการขาดธาตุเหล็ก
  • การรักษาโรคต้นเหตุ เช่น ความผิดปกติของไทรอยด์
  • การเฝ้าดูอาการ หากเลือดออกไม่รุนแรงและผลตรวจไม่พบภาวะอันตราย

ACOG ระบุว่าโดยทั่วไปมักลองรักษาด้วยยาก่อน และพิจารณาการจี้เมื่อควบคุมเลือดไม่ได้ (ACOG) ผู้ที่ยังต้องการตั้งครรภ์ควรหารือวิธีที่รักษาสาเหตุโดยรักษาโพรงมดลูกและความสามารถในการมีบุตรไว้ แทนการจี้เยื่อบุ

หัตถการหรือการผ่าตัดแบบอื่น

ทางเลือกเหมาะกับสถานการณ์ใดจุดที่ควรรู้
ส่องกล้องตัดติ่งเนื้อมีติ่งเนื้อในโพรงมดลูกรักษารอยโรคเฉพาะจุด
ผ่าตัดเนื้องอกมดลูกเนื้องอกเป็นสาเหตุสำคัญและต้องการเก็บมดลูกวิธีผ่าตัดขึ้นกับตำแหน่งและขนาด
ขูดมดลูกใช้วินิจฉัยหรือควบคุมเลือดบางสถานการณ์ผลลดเลือดอาจไม่ถาวร
อุดหลอดเลือดที่เลี้ยงมดลูกเลือดออกสัมพันธ์กับเนื้องอกบางชนิดต้องประเมินแผนมีบุตรและความเหมาะสม
ตัดมดลูกอาการรุนแรง รักษาวิธีอื่นไม่ได้ หรือมีโรคที่ต้องตัดมดลูกเป็นการผ่าตัดใหญ่กว่าและพักฟื้นนานกว่า

การตัดมดลูกแก้ปัญหาเลือดประจำเดือนจากมดลูกได้โดยนำอวัยวะออก แต่มีขอบเขตการผ่าตัดและการพักฟื้นมากกว่าการจี้ จึงไม่ควรเปรียบเทียบจากผลเรื่องเลือดออกเพียงอย่างเดียว แพทย์จะชั่งน้ำหนักสาเหตุ โรคร่วม ความต้องการมีบุตร และความเสี่ยงของแต่ละวิธี

ก่อนเลือกการจี้ คุณควรได้รับคำตอบอย่างน้อยว่าเลือดออกเกิดจากอะไร มีโอกาสที่ยาหรือห่วงอนามัยจะช่วยได้หรือไม่ วิธีจี้ที่เสนอเหมาะกับโพรงมดลูกอย่างไร และหากเลือดยังมากหลังทำจะมีแผนต่อไปอย่างไร

สิทธิการรักษา

การใช้สิทธิขึ้นกับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ สถานพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ และรายการรักษาที่หน่วยบริการจัดให้ ควรตรวจสอบก่อนนัดทำ เพราะการอนุมัติให้ตรวจหรือรักษาไม่ได้แปลว่าจะเลือกสถานพยาบาลหรือเทคนิคได้ทุกแบบ

สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

ผู้มีสิทธิบัตรทองควรเริ่มที่หน่วยบริการประจำหรือหน่วยบริการที่ระบุในระบบ แพทย์จะประเมินสาเหตุของเลือดออกและออกใบส่งต่อเมื่อจำเป็น การได้รับหัตถการขึ้นกับข้อบ่งชี้ ความพร้อมของสถานพยาบาล และแนวทางส่งต่อในพื้นที่

ควรถามหน่วยบริการว่า:

  • ต้องมีใบส่งต่อหรือไม่
  • ต้องนำผลตรวจเดิมอะไรไปบ้าง
  • สถานพยาบาลปลายทางทำเทคนิคใด
  • การตรวจชิ้นเนื้อและการติดตามหลังทำรวมอยู่ในแผนเดียวกันหรือไม่

สิทธิประกันสังคม

ผู้ประกันตนควรติดต่อโรงพยาบาลตามสิทธิให้สูตินรีแพทย์ประเมินก่อน หากโรงพยาบาลไม่มีเครื่องมือหรือผู้รักษาที่เหมาะสม อาจต้องเข้าสู่ระบบส่งต่อ การครอบคลุมขึ้นกับข้อบ่งชี้และกระบวนการของโรงพยาบาล ไม่ควรนัดทำที่อื่นก่อนยืนยันสิทธิ เพราะอาจใช้สิทธิย้อนหลังไม่ได้

ให้สอบถามเรื่องเอกสารส่งต่อ การตรวจที่ต้องทำก่อน ระยะรอนัด และการติดตามหากเกิดอาการหลังกลับบ้าน

ประกันสุขภาพเอกชน

ประกันอาจพิจารณาว่าเป็นการรักษาที่จำเป็นทางการแพทย์หรือเป็นภาวะที่มีมาก่อนเริ่มความคุ้มครอง ควรให้โรงพยาบาลส่งข้อมูลขออนุมัติก่อน โดยเอกสารที่มักมีประโยชน์ ได้แก่ รายงานแพทย์ ผลอัลตราซาวนด์ ผลชิ้นเนื้อ ประวัติการรักษาด้วยยา และเหตุผลที่เลือกการจี้

ควรถามบริษัทประกันว่า:

  • ต้องอนุมัติก่อนทำหรือไม่
  • คุ้มครองแบบผู้ป่วยนอกหรือผู้ป่วยในตามแผนใด
  • ครอบคลุมค่าวิสัญญี การตรวจชิ้นเนื้อ และการติดตามหรือไม่
  • มีข้อยกเว้นเรื่องภาวะเดิมหรือระยะรอคอยหรือไม่
  • หากเปลี่ยนวิธีรักษาระหว่างทำ ต้องแจ้งอนุมัติเพิ่มอย่างไร

อย่าตัดสินสิทธิจากคำว่า “ผ่าตัด” เพียงอย่างเดียว เพราะสถานะผู้ป่วยนอกหรือผู้ป่วยใน และรายการที่คุ้มครองอาจต่างกันตามกรมธรรม์และรูปแบบการรักษาจริง

จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน

หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare

คำถามที่พบบ่อย

จี้เยื่อบุโพรงมดลูกเจ็บไหม

ระหว่างทำไม่ควรรู้สึกเจ็บรุนแรง เพราะแพทย์จะเลือกระหว่างยาชา ยานอนหลับ หรือยาสลบตามเทคนิคและความเหมาะสม หลังทำมักปวดบีบคล้ายประจำเดือนประมาณ 1–2 วัน แต่ระดับอาการต่างกันในแต่ละคน (ACOG)

หลังจี้แล้วประจำเดือนจะหยุดเลยหรือไม่

ไม่จำเป็นต้องหยุดทุกคน เพราะเป้าหมายหลักคือทำให้เลือดลดลง บางคนไม่มีประจำเดือน บางคนยังมีแต่เบาลง และบางคนอาจเปลี่ยนแปลงไม่มาก (Cleveland Clinic)

จี้แล้วตั้งครรภ์ได้ไหม

ยังตั้งครรภ์ได้แต่มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนสูง จึงไม่ควรใช้การจี้เป็นวิธีคุมกำเนิด หากประจำเดือนขาดหลังทำควรตรวจการตั้งครรภ์และพบแพทย์ โดยเฉพาะเมื่อมีปวดท้องหรือเลือดออก

ต้องคุมกำเนิดหลังทำหรือไม่

ต้องคุมกำเนิดต่อเนื่องตามวิธีที่สูตินรีแพทย์เห็นว่าเหมาะสม เพราะการจี้ไม่ได้ทำให้เป็นหมัน แพทย์อาจหารือวิธีคุมกำเนิดระยะยาวหรือถาวรตามสุขภาพและความต้องการของคุณ (ACOG)

จี้เยื่อบุโพรงมดลูกเหมือนการขูดมดลูกหรือไม่

ไม่เหมือนกัน การจี้มุ่งทำลายเยื่อบุเพื่อลดเลือดในระยะต่อมา ส่วนการขูดมดลูกเป็นการนำเนื้อเยื่อออกเพื่อวินิจฉัยหรือรักษาบางสถานการณ์ แพทย์อาจใช้ทั้งสองวิธีร่วมกันในบางราย แต่มีวัตถุประสงค์ต่างกัน

ต้องตัดมดลูกด้วยหรือไม่

ไม่ต้องตัดมดลูกในการจี้มาตรฐาน เพราะเครื่องมือผ่านช่องคลอดและปากมดลูกโดยไม่มีแผลหน้าท้อง อย่างไรก็ตาม หากพบโรคที่การจี้ไม่เหมาะหรือเลือดยังรุนแรง แพทย์อาจหารือการตัดมดลูกเป็นอีกทางเลือก (ACOG)

กลับบ้านวันเดียวได้ไหม

หลายกรณีกลับบ้านได้ในวันเดียว หากอาการคงที่และไม่มีภาวะแทรกซ้อน แต่บางคนต้องสังเกตอาการนานขึ้นหรือพักค้างคืนตามชนิดยาระงับความรู้สึก โรคประจำตัว และเหตุการณ์ระหว่างทำ

กลับไปทำงานเมื่อไร

งานเบามักกลับได้ภายในประมาณ 1–2 วันตามข้อมูลอ้างอิง หากไม่มีอาการผิดปกติ งานใช้แรง ยกของหนัก ขับรถ หรือควบคุมเครื่องจักรอาจต้องรอนานกว่า (ACOG)

ตกขาวหลังจี้นานแค่ไหน

ตกขาวใสหรือปนเลือดอาจต่อเนื่องได้หลายสัปดาห์ โดยมักมากในช่วงแรกแล้วค่อยลดลง (ACOG) หากมีกลิ่นเหม็น มีไข้ ปวดมาก หรือเลือดออกเพิ่มขึ้น ควรกลับไปพบแพทย์

มีเพศสัมพันธ์ได้เมื่อไร

ควรรอจนแพทย์อนุญาต เพราะต้องให้ปากมดลูกและเยื่อบุฟื้นตัว และลดความเสี่ยงติดเชื้อ ระยะเวลาขึ้นกับเทคนิค อาการเลือดออก และผลตรวจหลังทำ ไม่ควรใช้กำหนดของผู้อื่นแทนคำแนะนำของแพทย์ผู้ทำหัตถการ

หากจี้แล้วเลือดยังออกมากทำอย่างไร

ควรกลับไปประเมินสาเหตุ ไม่ควรรอจนเกิดภาวะโลหิตจาง แพทย์อาจตรวจว่ามีเนื้องอก ติ่งเนื้อ เยื่อบุที่ยังทำงาน หรือสาเหตุอื่น และพิจารณายา หัตถการเพิ่มเติม หรือการผ่าตัดชนิดอื่นตามผลตรวจ

คนหมดประจำเดือนแล้วทำได้ไหม

โดยทั่วไปไม่แนะนำให้ใช้การจี้รักษาเลือดออกหลังหมดประจำเดือน เพราะต้องตรวจหามะเร็งหรือความผิดปกติของเยื่อบุก่อน (ACOG) หากมีเลือดออกหลังหมดประจำเดือนควรเข้ารับการตรวจ ไม่ควรคิดว่าเป็นประจำเดือนกลับมาเอง

จำเป็นต้องตัดชิ้นเนื้อก่อนทำหรือไม่

ก่อนจี้ต้องประเมินเยื่อบุโพรงมดลูกและมีผลยืนยันว่าไม่มีเยื่อบุผิดปกติก่อนมะเร็งหรือมะเร็ง โดยทั่วไปใช้การเก็บตัวอย่างเยื่อบุโพรงมดลูก ส่วนวิธีเก็บตัวอย่างหรือการตรวจเพิ่มเติมให้แพทย์เลือกตามอาการ ลักษณะโพรงมดลูก และความเหมาะสมของแต่ละคน

ผลของการจี้อยู่ถาวรหรือไม่

เยื่อบุที่ถูกทำลายไม่ควรถูกมองว่าจะหายไปทั้งหมดอย่างถาวรในทุกคน เพราะอาจมีเยื่อบุเหลืออยู่หรือกลับมาทำงานบางส่วน ผลจึงแตกต่างกัน และบางคนอาจมีเลือดมากขึ้นอีกในอนาคตจนต้องรักษาเพิ่มเติม

ควรถามแพทย์อะไรบ้างก่อนตัดสินใจ

ควรถามว่าสาเหตุของเลือดออกคืออะไร ได้ตรวจมะเร็งหรือความผิดปกติของเยื่อบุแล้วหรือยัง มีทางเลือกที่ไม่ผ่าตัดหรือไม่ จะใช้วิธีจี้ชนิดใด ต้องระงับความรู้สึกแบบไหน และหากเลือดยังมากหลังทำจะมีแผนรักษาต่ออย่างไร นอกจากนี้ควรยืนยันแผนคุมกำเนิดและข้อจำกัดระหว่างพักฟื้นให้ชัดเจนก่อนวันทำหัตถการ

ข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

HDcare ช่วยคุณหาแพทย์และโรงพยาบาลที่เหมาะกับการผ่าตัดที่ต้องการ

ทีมงานช่วยประสานงานนัดหมาย เตรียมเอกสาร และติดตามผลหลังผ่าตัด

HDcare เป็นผู้ให้บริการประสานงาน ไม่ใช่สถานพยาบาล และไม่ได้ให้การรักษาโดยตรง

ภาพแพทย์และพยาบาลในหน้านี้เป็นภาพประกอบที่สร้างด้วย AI ไม่ใช่บุคลากรจริงของ HDcare หรือโรงพยาบาลในเครือข่าย

© 2026 HDmall · HDcare เป็นผู้ให้บริการประสานงาน ไม่ใช่สถานพยาบาล

ภาพประกอบสร้างด้วย AIภาพประกอบ AI
ปรึกษาทีม HDcare ทางไลน์

HDcare ช่วยประสานงานนัดหมาย เปรียบเทียบทางเลือก และดูแลตลอดการรักษาช่วยนัดหมาย เทียบทางเลือก และดูแลตลอดการรักษาช่วยนัดหมาย และดูแลตลอดการรักษา