JERA Cloud กับ Cliniter ต่างกันอย่างไร
การเทียบสองเจ้านี้จริงๆ แล้วคือการเลือกระหว่าง จ่ายก้อนเดียวจบ กับ จ่ายรายเดือนแล้วเปลี่ยนใจได้
เราทำ Jib OS ซึ่งอยู่คนละกลุ่มกับทั้งสองเจ้า หน้านี้เขียนจากราคาที่แต่ละเจ้าประกาศไว้ และบอกไว้ตอนท้ายว่าเราต่างออกไปตรงไหน
เทียบโครงสร้างราคา
| JERA Cloud | Cliniter | |
|---|---|---|
| รูปแบบ | ซื้อขาดเป็นก้อน | รายเดือน แบ่งตามขนาดคลินิก |
| ราคาที่ประกาศไว้ | ~60,000–80,000 บาท | ~1,917–3,500 บาท/เดือน |
| จุดคุ้มทุนคร่าวๆ | — | ประมาณ 2–3 ปีเมื่อเทียบกัน |
| ความเสี่ยงถ้าไม่เข้ากับคลินิก | สูง จ่ายไปแล้ว | ต่ำ หยุดได้ |
| เหมาะเมื่อ | มั่นใจแล้วและตั้งใจใช้ยาว | ยังไม่แน่ใจ หรืองบจำกัด |
ราคาข้างต้นเป็นราคาที่ประกาศไว้ ณ ตอนที่เราตรวจสอบ ไม่ใช่ใบเสนอราคา และราคาของ Cliniter ที่ประกาศเป็นราคาเฉลี่ยต่อเดือนซึ่งมักมาจากการจ่ายเหมาเป็นก้อนรายปี ควรถามให้ชัดว่าคิดรายเดือนจริงหรือรายปี
ตัวเลขจุดคุ้มทุนไม่ใช่คำตอบทั้งหมด เพราะสมมติว่าคลินิกจะใช้ระบบนั้นต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นสมมติฐานที่คลินิกจำนวนมากพบว่าไม่จริงเมื่อผ่านไปสองปี
คำถามที่ควรตอบก่อนดูราคา
คลินิกเคยใช้ระบบมาก่อนหรือยัง
ถ้ายังไม่เคยใช้ระบบเลย ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดไม่ใช่ราคา แต่คือทีมไม่ใช้ระบบที่ซื้อมา ซึ่งเกิดบ่อยกว่าที่คิด การเริ่มด้วยรายเดือนทำให้ความผิดพลาดนี้ราคาถูกลงมาก
ถ้าเคยใช้ระบบมาแล้วและรู้ชัดว่าต้องการอะไร การซื้อขาดมีเหตุผลมากขึ้น
คลินิกจะโตไปทางไหนในสองปีข้างหน้า
ถ้าคิดจะเปิดสาขาที่สอง ให้ถามทั้งสองเจ้าว่าราคาเปลี่ยนอย่างไร เพราะโครงสร้างราคาแบบซื้อขาดกับแบบรายเดือนตอบคำถามนี้ต่างกันมาก
สิ่งที่ตัวเลขไม่บอก
ทั้งสองเจ้าทำงานเวชระเบียน ออกใบเสร็จ และจัดคิวได้ครบสำหรับคลินิกทั่วไป
จุดที่ต่างกันจริงคือความเร็วในการใช้งานประจำวัน ให้จับเวลางานที่ทำบ่อยที่สุดตอนทดลองใช้ เช่น รับคนไข้ใหม่หนึ่งราย บันทึกเคสหนึ่งเคส และออกใบเสร็จหนึ่งใบ
ความต่างสองคลิกในงานที่ทำวันละห้าสิบครั้ง สำคัญกว่าฟีเจอร์ที่ใช้ปีละครั้ง
และควรให้คนหน้าเคาน์เตอร์เป็นคนทดลอง ไม่ใช่เจ้าของคลินิก
สามคำถามที่คนมักลืมถาม
- ถ้าเลิกใช้ จะเอาข้อมูลออกได้อย่างไร และได้ไฟล์รูปแบบไหน ข้อนี้กำหนดว่าคลินิกจะเปลี่ยนใจได้หรือไม่
- แบบซื้อขาดมีค่าดูแลรายปีไหม และค่าอัปเกรดคิดอย่างไร ราคาก้อนแรกมักไม่ใช่ราคาทั้งหมด
- แบบรายเดือนขึ้นราคาได้สูงสุดเท่าไหร่ตอนต่ออายุ และแจ้งล่วงหน้ากี่วัน
More patients, and a system that runs the day
Jib OS brings new patients in, answers every one of them, and keeps the day running. Built by HDmall.
Or see what Jib OS is →สิ่งที่ทั้งสองเจ้าไม่ได้ทำ
ระบบเวชระเบียนเริ่มทำงานเมื่อคนไข้มาถึงคลินิกแล้ว
งานที่ทำให้คนไข้มาถึงเป็นงานคนละชุด ได้แก่ การตอบข้อความที่ทักเข้ามาทาง LINE, Facebook และ Instagram การยืนยันนัด และการติดตามคนที่ถามแล้วเงียบไป
Jib OS ทำส่วนนั้น คือรวมแชตทุกช่องทางไว้ที่เดียว ตอบด้วย AI ในเวลาที่ไม่มีคนว่าง จัดนัด และติดตามคนไข้ที่ยังไม่ยืนยัน ราคา 6,000 บาทต่อเดือนต่อส่วน
ไม่ใช่สิ่งทดแทนระบบเวชระเบียน และคลินิกจำนวนมากใช้ทั้งสองอย่างร่วมกัน
วิธีดูว่าควรลงทุนกับอะไรก่อน คือนับจริงว่าเดือนที่แล้วมีคนทักเข้ามากี่รายและไม่ได้ตอบกี่ราย (แบบบันทึกแชทที่ตกหล่น) และคนไข้ไม่มาตามนัดกี่เปอร์เซ็นต์ (คำนวณต้นทุนคนไข้ไม่มาตามนัด)
ข้อควรระวัง
ข้อมูลในหน้านี้มาจากราคาที่แต่ละเจ้าประกาศไว้ต่อสาธารณะ ณ ตอนที่เราตรวจสอบ ไม่ใช่ใบเสนอราคาและอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรติดต่อผู้ให้บริการโดยตรงเพื่อยืนยันเสมอ
เราเป็นผู้ให้บริการรายหนึ่งในตลาดนี้ จึงมีส่วนได้ส่วนเสีย และไม่ได้บอกว่าเจ้าไหนดีกว่า
เคล็ดลับบริหารคลินิก ส่งตรงถึงอีเมลคุณ
เจ้าของและผู้บริหารคลินิกกว่า 20,000 คน รับข่าวสารจากเราอยู่แล้ว
สำหรับเจ้าของคลินิกและผู้ที่กำลังจะเปิด — วิธีให้คนไข้ใหม่เจอคลินิกบน Google และให้ AI อย่าง ChatGPT และ Claude แนะนำคลินิกของคุณ วิธีลดงานหน้าเคาน์เตอร์และคนไข้ไม่มาตามนัด และเรื่องที่คลินิกอื่นเจอมาก่อน
ส่งสัปดาห์ละครั้ง · ไม่มีสแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ
คำถามที่พบบ่อย
JERA Cloud กับ Cliniter ต่างกันอย่างไร
ต่างกันที่โครงสร้างราคาเป็นหลัก JERA Cloud คิดแบบซื้อขาดเป็นก้อนในช่วงราว 60,000 ถึง 80,000 บาท ส่วน Cliniter คิดรายเดือนแบ่งตามขนาดคลินิกในช่วงราว 1,917 ถึง 3,500 บาทต่อเดือน งานหลักอย่างเวชระเบียนและการออกใบเสร็จทั้งสองเจ้าทำได้ครบสำหรับคลินิกทั่วไป
ซื้อขาดกับรายเดือน แบบไหนคุ้มกว่าสำหรับคลินิก
เมื่อคิดเป็นตัวเงินล้วน จุดคุ้มทุนอยู่ราวสองถึงสามปี แต่ตัวเลขนี้สมมติว่าคลินิกจะใช้ระบบเดิมต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งไม่เป็นจริงเสมอไป ถ้ายังไม่เคยใช้ระบบมาก่อน ความเสี่ยงที่ใหญ่กว่าคือทีมไม่ใช้ระบบที่ซื้อมา การเริ่มด้วยรายเดือนทำให้ความผิดพลาดนั้นราคาถูกลงมาก
คลินิกเล็กควรเลือกแบบไหน
คลินิกที่ยังไม่เคยใช้ระบบและมีงบจำกัด มักเริ่มด้วยแบบรายเดือนได้ปลอดภัยกว่า เพราะหยุดได้ถ้าไม่เข้ากับวิธีทำงาน ส่วนคลินิกที่เคยใช้ระบบมาแล้วและรู้ชัดว่าต้องการอะไร การซื้อขาดมีเหตุผลมากขึ้น ข้อที่ควรถามเพิ่มคือค่าดูแลรายปีของแบบซื้อขาด
ราคาของ Cliniter คิดรายเดือนจริงไหม
ราคาที่ประกาศเป็นราคาเฉลี่ยต่อเดือน ซึ่งมักมาจากการจ่ายเหมาเป็นก้อนรายปี จึงควรถามให้ชัดว่าจ่ายรายเดือนจริงได้หรือไม่ และถ้าจ่ายรายเดือนราคาต่างจากที่ประกาศเท่าไหร่ รวมถึงถามเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่มที่มักยังไม่รวมในราคาที่แสดง
เปิดสาขาที่สองแล้วราคาเปลี่ยนอย่างไร
ควรถามทั้งสองเจ้าตั้งแต่ก่อนตัดสินใจ เพราะระบบแบบซื้อขาดกับแบบรายเดือนตอบคำถามนี้ต่างกันมาก บางเจ้าคิดต่อสาขา บางเจ้าคิดต่อผู้ใช้ และบางเจ้าต้องซื้อไลเซนส์ใหม่ทั้งชุด ควรถามพร้อมกับเรื่องการแยกข้อมูลรายสาขาและสิทธิ์การเข้าถึง
Jib OS