JERA Cloud กับ ProClinic ต่างกันอย่างไร

ทั้งสองเจ้าเป็นระบบเวชระเบียนและบริหารคลินิกที่คลินิกในไทยใช้กันมาก และมักถูกเทียบกันตอนคลินิกกำลังจะขึ้นระบบครั้งแรก

เราทำ Jib OS ซึ่งแก้ปัญหาคนละอย่างกับทั้งสองเจ้า จึงเขียนหน้านี้โดยพยายามให้ข้อมูลตามที่แต่ละเจ้าประกาศไว้ และบอกไว้ตอนท้ายว่า Jib OS ต่างออกไปตรงไหน

ต่างกันชัดที่สุดตรงโครงสร้างราคา

นี่คือจุดที่ต่างกันมากที่สุด และเป็นจุดที่ควรตัดสินใจก่อนเรื่องฟีเจอร์

JERA CloudProClinic
รูปแบบการคิดเงินซื้อขาดเป็นก้อนเป็นแพ็กเกจตามขนาด
ช่วงราคาที่ประกาศไว้~60,000–80,000 บาท~9,900–24,500 บาท
ค่าใช้จ่ายต่อเนื่องต้องถามเรื่องค่าดูแลรายปีขึ้นกับแพ็กเกจที่เลือก
เหมาะเมื่อตั้งใจใช้ยาวและอยากจบครั้งเดียวอยากเริ่มด้วยต้นทุนต่ำกว่า

ราคาข้างต้นเป็นราคาที่ประกาศไว้ ณ ตอนที่เราตรวจสอบ ไม่ใช่ใบเสนอราคา และโครงสร้างของทั้งสองเจ้าเปลี่ยนได้ ต้องขอใบเสนอราคาจริงเสมอ

คำถามที่ชี้ขาดกว่าตัวเลข คือคลินิกตั้งใจใช้ระบบนี้กี่ปี ถ้าคิดว่าจะใช้ยาวเกินสามถึงสี่ปี การซื้อขาดอาจถูกกว่าเมื่อคิดรวม แต่ถ้ายังไม่แน่ใจว่าระบบจะเข้ากับวิธีทำงานของคลินิกหรือไม่ การเริ่มด้วยแพ็กเกจรายปีมีความเสี่ยงต่ำกว่า

สิ่งที่ทั้งสองเจ้าทำได้เหมือนกัน

อย่าเลือกจากรายการฟีเจอร์ เพราะงานหลักเหมือนกันแทบทั้งหมด

ทั้งคู่ทำเวชระเบียนผู้ป่วยนอก บันทึกการรักษา ออกใบเสร็จ จัดคิว และทำรายงานพื้นฐานได้ คลินิกทั่วไปที่ต้องการเลิกใช้กระดาษ จะได้สิ่งที่ต้องการจากทั้งสองเจ้า

จุดที่ต่างกันจริงมักอยู่ที่การใช้งานหน้างาน เช่น กี่คลิกกว่าจะบันทึกเคสเสร็จ หน้าจอรับคนไข้ใหม่ใช้เวลานานแค่ไหน และทีมหน้าเคาน์เตอร์เรียนรู้ได้เร็วแค่ไหน สิ่งเหล่านี้ดูจากโบรชัวร์ไม่ได้

วิธีที่ใช้ได้คือขอทดลองใช้แล้วให้คนที่จะใช้จริงเป็นคนลอง ไม่ใช่เจ้าของคลินิกลองเอง เพราะคนที่ต้องกรอกทุกวันคือคนที่รู้ว่าอะไรช้า

คำถามที่ควรถามทั้งสองเจ้าด้วยชุดเดียวกัน

  1. ราคานี้รวมการติดตั้ง การอบรม และการย้ายข้อมูลเดิมหรือไม่
  2. ถ้าเพิ่มผู้ใช้อีกสองคน หรือเปิดสาขาที่สอง ราคาเปลี่ยนเท่าไหร่
  3. ถ้าเลิกใช้ จะเอาข้อมูลออกได้อย่างไร และได้เป็นไฟล์รูปแบบไหน
  4. ค่าดูแลรายปีและค่าอัปเกรดในอนาคตคิดอย่างไร
  5. ระบบล่มนอกเวลาทำการ ติดต่อใครได้ และตอบภายในกี่ชั่วโมง

ข้อสามเป็นข้อที่สำคัญที่สุดและถูกถามน้อยที่สุด เพราะเป็นข้อที่กำหนดว่าคลินิกจะเปลี่ยนใจได้หรือไม่ในอีกสามปีข้างหน้า

ทั้งสองเจ้าไม่ได้แก้ปัญหาเดียวกันทั้งหมด

มีปัญหาหนึ่งที่ระบบเวชระเบียนทั้งสองเจ้าไม่ได้ออกแบบมาเพื่อแก้

ปัญหาที่เกิดก่อนคนไข้เดินเข้าประตู คือข้อความที่ทักเข้ามาทาง LINE, Facebook และ Instagram แล้วไม่มีใครตอบ คนไข้ที่นัดแล้วไม่มา และคนที่ถามราคาแล้วเงียบไป

ระบบเวชระเบียนเริ่มทำงานตอนคนไข้มาถึงแล้ว ส่วนงานที่ทำให้คนไข้มาถึงเป็นงานคนละชุด

นี่คือสิ่งที่ Jib OS ทำ คือรวมแชตจากทุกช่องทางไว้ที่เดียว ตอบด้วย AI ในเวลาที่คนไม่ว่าง จัดนัด และติดตามคนไข้ที่ยังไม่ยืนยัน ราคา 6,000 บาทต่อเดือนต่อส่วน

คลินิกจำนวนมากใช้สองระบบร่วมกัน ระบบเวชระเบียนสำหรับงานในคลินิก และระบบหน้าร้านสำหรับงานก่อนคนไข้มาถึง

วิธีดูว่าคลินิกต้องการอันไหนก่อน คือนับดูว่าเดือนที่แล้วมีคนทักเข้ามากี่คนและไม่ได้ตอบกี่คน (แบบบันทึกแชทที่ตกหล่น)

More patients, and a system that runs the day

Jib OS brings new patients in, answers every one of them, and keeps the day running. Built by HDmall.

Or see what Jib OS is →

ข้อควรระวัง

ข้อมูลในหน้านี้มาจากราคาและรายละเอียดที่แต่ละเจ้าประกาศไว้ต่อสาธารณะ ณ ตอนที่เราตรวจสอบ ไม่ใช่ใบเสนอราคาและอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรติดต่อผู้ให้บริการโดยตรงเพื่อยืนยันเสมอ

เราเป็นผู้ให้บริการรายหนึ่งในตลาดนี้ จึงมีส่วนได้ส่วนเสีย เราไม่ได้บอกว่าเจ้าไหนดีกว่า และ Jib OS ก็ไม่ใช่สิ่งทดแทนระบบเวชระเบียน

เคล็ดลับบริหารคลินิก ส่งตรงถึงอีเมลคุณ

เจ้าของและผู้บริหารคลินิกกว่า 20,000 คน รับข่าวสารจากเราอยู่แล้ว

สำหรับเจ้าของคลินิกและผู้ที่กำลังจะเปิด — วิธีให้คนไข้ใหม่เจอคลินิกบน Google และให้ AI อย่าง ChatGPT และ Claude แนะนำคลินิกของคุณ วิธีลดงานหน้าเคาน์เตอร์และคนไข้ไม่มาตามนัด และเรื่องที่คลินิกอื่นเจอมาก่อน

ส่งสัปดาห์ละครั้ง · ไม่มีสแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ

คำถามที่พบบ่อย

JERA Cloud กับ ProClinic ต่างกันอย่างไร

จุดที่ต่างชัดที่สุดคือโครงสร้างราคา JERA Cloud คิดแบบซื้อขาดเป็นก้อนในช่วงราว 60,000 ถึง 80,000 บาท ส่วน ProClinic คิดเป็นแพ็กเกจตามขนาดในช่วงราว 9,900 ถึง 24,500 บาท ส่วนงานหลักอย่างเวชระเบียน การออกใบเสร็จ และการจัดคิว ทั้งสองเจ้าทำได้เหมือนกัน จึงควรเลือกจากโครงสร้างราคาและความถนัดของทีมมากกว่ารายการฟีเจอร์

JERA Cloud กับ ProClinic เจ้าไหนถูกกว่า

ถ้าดูเฉพาะเงินก้อนแรก ProClinic เริ่มต้นต่ำกว่า แต่การเทียบที่ถูกต้องต้องคิดรวมหลายปี เพราะ JERA Cloud เป็นการจ่ายครั้งเดียวขณะที่แพ็กเกจรายปีจ่ายต่อเนื่อง ควรถามเพิ่มเรื่องค่าดูแลรายปี ค่าอัปเกรด และค่าเพิ่มผู้ใช้ ซึ่งมักไม่รวมอยู่ในราคาที่ประกาศ

ควรเลือกแบบซื้อขาดหรือรายปี

ขึ้นกับว่าคลินิกมั่นใจแค่ไหนว่าระบบจะเข้ากับวิธีทำงานของตัวเอง ถ้าตั้งใจใช้ยาวเกินสามถึงสี่ปีและได้ทดลองใช้จนแน่ใจแล้ว การซื้อขาดอาจถูกกว่าเมื่อคิดรวม แต่ถ้ายังไม่แน่ใจ การเริ่มด้วยแพ็กเกจรายปีมีความเสี่ยงต่ำกว่าเพราะเปลี่ยนใจได้

ทดลองใช้อย่างไรให้รู้ว่าเจ้าไหนเหมาะกว่า

ให้คนที่ต้องใช้จริงทุกวันเป็นคนทดลอง ไม่ใช่เจ้าของคลินิก แล้วจับเวลางานที่ทำบ่อยที่สุด เช่น รับคนไข้ใหม่หนึ่งราย บันทึกเคสหนึ่งเคส และออกใบเสร็จหนึ่งใบ ความต่างของจำนวนคลิกในงานที่ทำวันละหลายสิบครั้ง สำคัญกว่าฟีเจอร์ที่ใช้ปีละครั้ง

ใช้ระบบเวชระเบียนแล้วยังต้องมีระบบตอบแชตอีกไหม

ขึ้นกับว่าปัญหาของคลินิกอยู่ตรงไหน ระบบเวชระเบียนเริ่มทำงานเมื่อคนไข้มาถึงคลินิกแล้ว ส่วนข้อความที่ทักเข้ามาทาง LINE หรือ Facebook แล้วไม่มีใครตอบ เป็นปัญหาที่เกิดก่อนหน้านั้น วิธีตรวจสอบคือนับดูว่าเดือนที่แล้วมีคนทักเข้ามากี่รายและไม่ได้ตอบกี่ราย

อ่านต่อ

More patients, and a system that runs the day

Jib OS brings new patients in, answers every one of them, and keeps the day running. Built by HDmall.

Or see what Jib OS is →
© 2026 Jib OS · Powered by HDmall · คลังบทความทั้งหมด

เริ่มทดลองใช้ฟรี

ทดลองใช้ Jib OS ฟรี 1 เดือน บอกเราสองอย่าง แล้วเราจะติดต่อกลับและตั้งค่าให้พร้อมใช้งานภายในไม่กี่วัน

ทดลองใช้ฟรี 1 เดือน และเราตั้งค่าให้ทั้งหมด ไม่ต้องผูกบัตร ไม่มีข้อผูกมัดต้องใช้ต่อ หยุดเมื่อครบเดือนได้ และข้อมูลคนไข้ บทสนทนา และการจองทั้งหมดส่งออกไปกับคุณได้