Jib OS กับ DoctorEase เลือกอย่างไร
DoctorEase เป็นหนึ่งในโปรแกรมคลินิกบนคลาวด์ที่อยู่ในตลาดไทยมานาน และเป็นชื่อที่คลินิกมักเทียบกับ Jib OS บทความนี้แยกให้เห็นว่าสองระบบครอบคลุมอะไรบ้าง และคลินิกแบบไหนควรเลือกอะไร
หมายเหตุ ข้อมูลของ DoctorEase อ้างอิงจากหน้าเว็บของผู้ให้บริการ ณ เวลาที่เขียน ควรตรวจสอบราคาและฟีเจอร์ล่าสุดโดยตรงก่อนตัดสินใจ
สรุปสั้น
DoctorEase โดยบริษัทเอทิซ อินโนเวชั่น ให้บริการมาตั้งแต่ปี 2017 เป็นระบบบนคลาวด์ที่ใช้ผ่านเบราว์เซอร์โดยไม่ต้องติดตั้ง ครอบคลุมเวชระเบียนแบบไร้กระดาษ ระบบขายหน้าร้าน สต๊อก คอร์สและแพ็กเกจ ระบบสมาชิกและแต้ม การคำนวณค่ามือแพทย์ และรายงานธุรกิจ มีจุดเน้นด้าน CRM สำหรับคลินิกความงาม
Jib OS ครอบคลุมงานชุดเดียวกัน และเพิ่มงานฝั่งที่เกิดขึ้นก่อนคนไข้จะเข้ามาอยู่ในระบบ ทั้งช่องทางที่พาคนไข้ใหม่เข้ามา และการตอบแชททุกช่องทางหลายภาษา
เทียบตามขอบเขตงาน
| งาน | DoctorEase | Jib OS |
|---|---|---|
| เวชระเบียนไร้กระดาษ เขียนบนแท็บเล็ต | จุดแข็งหลัก | มี |
| ระบบขายหน้าร้านและคิดเงิน | จุดแข็งหลัก | มี |
| สต๊อกยาและวัสดุ | จุดแข็งหลัก | มี |
| คอร์สและแพ็กเกจ | จุดแข็งหลัก | มี |
| ระบบสมาชิกและแต้มสะสม | จุดแข็งหลัก | มี |
| คำนวณค่ามือแพทย์ (DF) | จุดแข็งหลัก | มี |
| รายงานธุรกิจ | จุดแข็งหลัก | มี |
| ตอบแชทด้วย AI ทุกช่องทาง | ไม่ใช่ขอบเขต | จุดแข็งหลัก |
| ตอบภาษาของคนไข้ต่างชาติ | ไม่ใช่ขอบเขต | จุดแข็งหลัก |
| ปุ่มจองบน Google และลิสต์บน HDmall | ไม่ใช่ขอบเขต | จุดแข็งหลัก |
| เว็บไซต์ที่ AI แนะนำได้ | ไม่ใช่ขอบเขต | จุดแข็งหลัก |
เจ็ดแถวแรกคือสิ่งที่ DoctorEase ทำมาตั้งแต่ปี 2017 ซึ่งเป็นเวลาที่นานพอจะเจอเคสแปลกๆ ของงานคลินิกไทยมาแล้วมาก คลินิกที่ให้น้ำหนักกับความสุกงอมของฟีเจอร์หลังบ้านควรนับข้อนี้เป็นข้อได้เปรียบจริง
เรื่องราคาและจำนวนผู้ใช้
DoctorEase เริ่มต้น 2,900 บาทต่อเดือน และแพ็กเกจถัดไป 5,900 บาทต่อเดือน โดยแพ็กเกจเริ่มต้นรองรับผู้ใช้สูงสุด 10 บัญชี พื้นที่เก็บข้อมูล 50GB และไม่จำกัดจำนวนเครื่อง
Jib OS คิด 6,000 บาทต่อเดือนต่อส่วน และมีทดลองใช้ฟรี 1 เดือน
ถ้าเทียบเฉพาะงานหลังบ้าน DoctorEase ถูกกว่า และเราแนะนำตามนั้นตรงๆ สำหรับคลินิกที่โจทย์คือเลิกใช้กระดาษ
สิ่งที่ต้องตรวจก่อนเทียบตัวเลขคือจำนวนคนในทีมที่ต้องเข้าระบบจริง เพราะเพดาน 10 บัญชีนับรวมทั้งแพทย์ พยาบาล ผู้ช่วย พนักงานต้อนรับ และฝ่ายบัญชี คลินิกที่มีทีมหน้าร้านหลายคนบวกแพทย์หลายท่านชนเพดานได้เร็วกว่าที่ประเมินไว้ตอนซื้อ และเมื่อชนแล้วราคาที่จ่ายจริงคือแพ็กเกจถัดไป ไม่ใช่ราคาเริ่มต้นที่เห็นตอนแรก
จุดที่ต้องแยกให้ชัด คำว่า CRM
DoctorEase มีทั้ง CRM Services และระบบจองออนไลน์ ซึ่งอาจทำให้เข้าใจว่าครอบคลุมงานการตลาดแล้ว
CRM ในความหมายของโปรแกรมคลินิกคือการทำงานกับลูกค้าที่มีอยู่แล้ว ระบบสมาชิก แต้มสะสม การรักษาฐานเดิม และการวิเคราะห์ยอดขาย ทั้งหมดอ้างอิงคนที่เคยมาแล้วและอยู่ในฐานข้อมูล
คนที่ยังไม่เคยมาไม่ได้อยู่ในฐานข้อมูลใด การทำให้เขาเจอคลินิกและได้คำตอบตอนที่เขาถาม เป็นงานที่ต้องอาศัยเครื่องมือคนละชุด
และมีกลุ่มที่อยู่ตรงกลางซึ่งมักถูกลืม คือคนที่เคยทักมาถามราคาแล้วเงียบไป คนกลุ่มนี้สนใจมากพอจะทัก แต่ไม่เคยจอง จึงไม่เคยกลายเป็นเวชระเบียน และไม่ปรากฏในระบบ CRM ของโปรแกรมคลินิกใดเลย ทั้งที่เป็นกลุ่มที่ใกล้จะเป็นคนไข้มากที่สุด
More patients, and a system that runs the day
Jib OS brings new patients in, answers every one of them, and keeps the day running. Built by HDmall.
Or see what Jib OS is →เรื่องการย้ายเข้า ย้ายออก และทีมที่ช่วยตั้งระบบให้
เจ้าของคลินิกส่วนใหญ่ไม่ได้ลังเลเพราะไม่เห็นประโยชน์ของระบบ แต่ลังเลเพราะกลัวช่วงเปลี่ยนผ่าน กลัวว่าต้องมานั่งเรียนเอง กลัวว่าทีมจะใช้ไม่เป็น และกลัวว่าย้ายเข้าไปแล้วจะออกไม่ได้
ทีมงาน Jib OS ช่วยย้ายข้อมูลเข้าให้ ไม่ใช่ส่งคู่มือให้แล้วปล่อยให้คลินิกจัดการเอง ตั้งแต่ดึงข้อมูลจากระบบเดิม ตั้งค่าบริการและราคา ไปจนถึงสอนทีมหน้าร้านให้ใช้งานได้จริง
และช่วยส่งออกข้อมูลให้ด้วยถ้าจะเลิกใช้ ทั้งกรณีเลิกหลังหมดช่วงทดลองใช้ฟรี และกรณีเลิกกลางทาง ข้อมูลคนไข้เป็นของคลินิก ไม่ใช่ของผู้ให้บริการระบบ และไม่ควรถูกใช้เป็นเหตุผลให้คลินิกต้องอยู่ต่อทั้งที่ไม่อยากอยู่
ข้อหลังสำคัญกว่าที่คิด เพราะคำถามที่ควรถามผู้ให้บริการทุกเจ้าคือ "ถ้าวันหนึ่งจะย้ายออก ข้อมูลส่งออกในรูปแบบใด และใครเป็นคนทำให้" เป็นคำถามที่คนถามน้อยที่สุดตอนซื้อ และเสียใจที่ไม่ได้ถามมากที่สุดตอนจะย้าย
สำหรับโรงพยาบาลและเครือคลินิกขนาดใหญ่ ที่มีระบบเดิมและกระบวนการทำงานเฉพาะของตัวเองอยู่แล้ว Jib OS มีบริการปรับระบบให้เข้ากับการทำงานจริง โดยส่งทีมวิศวกรเข้าไปทำงานร่วมกับทีมของลูกค้าเพื่อเชื่อมระบบและปรับกระบวนการให้ตรงกัน แทนที่จะให้ลูกค้าปรับวิธีทำงานตามซอฟต์แวร์
คลินิกแบบไหนควรเลือกอะไร
เลือก DoctorEase ถ้า โจทย์คือเลิกใช้กระดาษ คิดเงินให้เป็นระบบ และจัดการคอร์สกับสต๊อกให้เรียบร้อย ทีมมีขนาดพอดีกับเพดานผู้ใช้ และคิวค่อนข้างเต็มอยู่แล้ว
เลือก Jib OS ถ้า โจทย์รวมถึงจำนวนคนไข้ที่เข้ามา มีข้อความตกหล่นนอกเวลาทำการ มีคนไข้ต่างชาติที่ตอบไม่ได้ หรือคนหาคลินิกไม่เจอตั้งแต่แรก
เคล็ดลับบริหารคลินิก ส่งตรงถึงอีเมลคุณ
เจ้าของและผู้บริหารคลินิกกว่า 20,000 คน รับข่าวสารจากเราอยู่แล้ว
สำหรับเจ้าของคลินิกและผู้ที่กำลังจะเปิด — วิธีให้คนไข้ใหม่เจอคลินิกบน Google และให้ AI อย่าง ChatGPT และ Claude แนะนำคลินิกของคุณ วิธีลดงานหน้าเคาน์เตอร์และคนไข้ไม่มาตามนัด และเรื่องที่คลินิกอื่นเจอมาก่อน
ส่งสัปดาห์ละครั้ง · ไม่มีสแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ
คำถามที่พบบ่อย
ถ้าใช้แล้วไม่เวิร์ค ย้ายข้อมูลออกได้ไหม
ได้ และทีมงานช่วยส่งออกให้ ทั้งกรณีเลิกใช้หลังหมดช่วงทดลองใช้ฟรี 1 เดือน และกรณีเลิกกลางทาง ข้อมูลคนไข้เป็นของคลินิก ไม่ใช่ของผู้ให้บริการระบบ คำถามนี้ควรถามกับทุกเจ้าที่กำลังพิจารณา ไม่ใช่แค่เจ้าเดียว เพราะเป็นข้อที่คนถามน้อยที่สุดตอนซื้อและสำคัญที่สุดตอนจะย้าย
ทีมคลินิกไม่ถนัดเทคโนโลยี จะใช้ไหวไหม
ทีมงาน Jib OS ช่วยตั้งระบบและย้ายข้อมูลเข้าให้ ตั้งแต่ดึงข้อมูลจากระบบเดิม ตั้งค่าบริการและราคา ไปจนถึงสอนทีมหน้าร้านให้ใช้งานได้จริง จึงไม่ต้องเริ่มจากหน้าจอเปล่าและคู่มือ ส่วนโรงพยาบาลและเครือคลินิกขนาดใหญ่ที่มีระบบเดิมอยู่แล้ว มีบริการส่งทีมวิศวกรเข้าไปเชื่อมระบบและปรับให้เข้ากับกระบวนการทำงานเดิม
Jib OS ใช้แทน DoctorEase ได้ไหม
ได้ในแง่ขอบเขตงาน เพราะ Jib OS ครอบคลุมเวชระเบียน คิดเงิน สต๊อก คอร์สและแพ็กเกจ ระบบสมาชิก และการคำนวณค่ามือแพทย์เช่นเดียวกัน ทั้งนี้ DoctorEase ให้บริการมาตั้งแต่ปี 2017 จึงมีความสุกงอมของฟีเจอร์หลังบ้านที่คลินิกควรไล่ตรวจทีละข้อกับงานที่ใช้จริง ก่อนตัดสินใจย้าย
อันไหนถูกกว่ากัน
DoctorEase ถูกกว่าเมื่อดูเฉพาะงานหลังบ้าน โดยเริ่มที่ 2,900 บาทต่อเดือนและแพ็กเกจถัดไป 5,900 บาท ส่วน Jib OS คิด 6,000 บาทต่อเดือนต่อส่วน สิ่งที่ต้องดูควบคู่คือเพดาน 10 บัญชีผู้ใช้ในแพ็กเกจเริ่มต้นของ DoctorEase เพราะคลินิกที่ทีมใหญ่กว่านั้นจะต้องขึ้นแพ็กเกจ ทำให้ราคาที่จ่ายจริงต่างจากราคาที่เห็นตอนแรก
DoctorEase มีระบบจองออนไลน์อยู่แล้ว ยังต้องมี Jib OS ไหม
ต่างกันที่จุดเริ่มของการจอง ระบบจองออนไลน์ทำงานเมื่อคนไข้มาถึงหน้าจองแล้ว ส่วน Jib OS ทำงานตั้งแต่ก่อนหน้านั้น คือทำให้คนไข้เจอคลินิกผ่านปุ่มจองบน Google และลิสต์บน HDmall และตอบคำถามที่ค้างอยู่ก่อนที่เขาจะยอมกดจอง ซึ่งคำถามเรื่องราคาและความเหมาะกับอาการมักเป็นด่านจริง ไม่ใช่ตัวหน้าจอง
คนที่ทักมาถามแล้วไม่จอง อยู่ในระบบไหน
ไม่อยู่ในระบบเวชระเบียนหรือ CRM ของโปรแกรมคลินิกใด เพราะไม่เคยเป็นคนไข้ ข้อมูลของคนกลุ่มนี้อยู่ในกล่องแชทของแต่ละช่องทาง กระจายและค้นย้อนหลังไม่ได้ Jib OS เก็บกลุ่มนี้ไว้ในระบบเดียวกับคนไข้จริง จึงส่งข้อความติดตามภายหลังได้ ซึ่งมักเป็นกลุ่มที่ใกล้จะจองมากที่สุดในบรรดาคนที่ยังไม่ได้จอง
ใช้ DoctorEase อยู่แล้ว ต้องเลิกใช้ก่อนไหม
ไม่ต้อง คลินิกจำนวนหนึ่งใช้ทั้งสองระบบในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยให้ Jib OS ดูงานฝั่งแชทและการหาคนไข้ก่อน ข้อควรระวังคือข้อมูลคนไข้จะอยู่สองที่ ซึ่งยอมรับได้ในระยะสั้นแต่จะกลายเป็นงานคีย์ซ้ำถ้าปล่อยไว้นาน ควรกำหนดตั้งแต่ต้นว่าจะรวมเป็นระบบเดียวเมื่อไหร่
Jib OS