IPD กับ OPD ต่างกันอย่างไร และคลินิกต้องรู้อะไรบ้าง

OPD ย่อมาจาก Out-Patient Department คือผู้ป่วยนอก ที่มารับบริการแล้วกลับบ้านในวันเดียวกัน ส่วน IPD ย่อมาจาก In-Patient Department คือผู้ป่วยใน ที่ต้องนอนพักรักษาค้างคืน

สองคำนี้เจอบ่อยทั้งในเวชระเบียน ในกรมธรรม์ประกัน และในการส่งต่อคนไข้

ความต่างพื้นฐานคือคนไข้นอนค้างคืนหรือไม่

ความต่างในหนึ่งประโยค

OPD ย่อมาจาก Out-Patient Department หรือแผนกผู้ป่วยนอก คือคนไข้ที่มาตรวจแล้วกลับบ้านในวันเดียวกัน

IPD ย่อมาจาก In-Patient Department หรือแผนกผู้ป่วยใน คือคนไข้ที่ได้รับการรับไว้ในสถานพยาบาลและนอนค้างคืน

OPDIPD
คนไข้มาแล้วกลับนอนค้างคืน
บันทึกOPD card ต่อเนื่องหลายครั้งเวชระเบียนผู้ป่วยในต่อการนอนหนึ่งครั้ง
ระยะเวลาเป็นครั้งเป็นวัน
ค่าใช้จ่ายต่อครั้งต่อวันรวมค่าห้องและค่าพยาบาล
ประกันมักมีวงเงินต่อครั้งจำกัดคุ้มครองสูงกว่า

เส้นแบ่งไม่ได้อยู่ที่ความรุนแรงของโรค แต่อยู่ที่มีคำสั่งรับไว้เป็นผู้ป่วยในหรือไม่ หัตถการบางอย่างที่ฟังดูใหญ่ก็ทำแบบผู้ป่วยนอกได้ และบางกรณีที่ฟังดูไม่หนักก็ต้องรับไว้สังเกตอาการ

คลินิกเกี่ยวข้องกับ IPD ตรงไหน

คลินิกส่วนใหญ่ให้บริการเฉพาะ OPD เพราะการรับผู้ป่วยในต้องมีเตียง มีพยาบาลเวร และมีใบอนุญาตประเภทที่รองรับ

แต่คลินิกยังเจอเรื่อง IPD ในสามสถานการณ์

1. ส่งต่อคนไข้ไปโรงพยาบาล เมื่ออาการเกินขอบเขตที่คลินิกดูแลได้ ข้อมูลที่ส่งไปด้วยมีผลกับการรักษาต่อโดยตรง โดยเฉพาะประวัติแพ้ยาและยาที่ใช้ประจำ

2. คนไข้ถามเรื่องประกัน คำถามอย่าง "ทำที่นี่เบิกประกันได้ไหม" มักขึ้นอยู่กับว่านับเป็น OPD หรือ IPD ซึ่งคลินิกควรตอบอย่างระมัดระวังและแนะนำให้ตรวจสอบกับบริษัทประกัน

3. หัตถการที่คาบเส้น งานบางอย่างในคลินิกความงามหรือทันตกรรมอาจต้องสังเกตอาการต่อ ซึ่งควรมีขั้นตอนชัดเจนว่าเมื่อไหร่ต้องส่งต่อ

การบันทึกต่างกันอย่างไร

OPD card เป็นบันทึกต่อเนื่อง ใบเดียวใช้ได้หลายครั้ง เพิ่มบรรทัดทุกครั้งที่คนไข้มา ทำให้เห็นประวัติทั้งเส้นในแผ่นเดียว (OPD card คืออะไรและต้องเก็บนานแค่ไหน)

เวชระเบียนผู้ป่วยในเป็นชุดต่อการนอนหนึ่งครั้ง มีบันทึกรายวัน บันทึกพยาบาล บันทึกยา และสรุปการจำหน่าย ซึ่งมีรายละเอียดมากกว่ามาก

ทั้งสองแบบมีข้อกำหนดตามกฎหมายเรื่องระยะเวลาการเก็บรักษา และเป็นข้อมูลอ่อนไหวภายใต้ PDPA เหมือนกัน ควรตรวจสอบข้อกำหนดที่ใช้กับสถานพยาบาลของท่านกับผู้เชี่ยวชาญ

เคล็ดลับบริหารคลินิก ส่งตรงถึงอีเมลคุณ

เจ้าของและผู้บริหารคลินิกกว่า 20,000 คน รับข่าวสารจากเราอยู่แล้ว

สำหรับเจ้าของคลินิกและผู้ที่กำลังจะเปิด — วิธีให้คนไข้ใหม่เจอคลินิกบน Google และให้ AI อย่าง ChatGPT และ Claude แนะนำคลินิกของคุณ วิธีลดงานหน้าเคาน์เตอร์และคนไข้ไม่มาตามนัด และเรื่องที่คลินิกอื่นเจอมาก่อน

ส่งสัปดาห์ละครั้ง · ไม่มีสแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ

คำถามที่พบบ่อย

IPD กับ OPD ต่างกันอย่างไร

OPD ย่อมาจาก Out-Patient Department คือผู้ป่วยนอกที่มาตรวจแล้วกลับบ้านในวันเดียวกัน ส่วน IPD ย่อมาจาก In-Patient Department คือผู้ป่วยในที่ได้รับการรับไว้และนอนค้างคืนในสถานพยาบาล เส้นแบ่งไม่ได้อยู่ที่ความรุนแรงของโรค แต่อยู่ที่มีคำสั่งรับไว้เป็นผู้ป่วยในหรือไม่

OPD ย่อมาจากอะไร

ย่อมาจาก Out-Patient Department หรือแผนกผู้ป่วยนอก หมายถึงการให้บริการคนไข้ที่มารับการตรวจรักษาแล้วกลับบ้านในวันเดียวกัน ไม่ได้นอนค้างคืนในสถานพยาบาล คลินิกส่วนใหญ่ให้บริการเฉพาะ OPD

คลินิกรับผู้ป่วยในได้ไหม

โดยทั่วไปไม่ได้ เพราะการรับผู้ป่วยในต้องมีเตียง มีพยาบาลเวร และมีใบอนุญาตประเภทที่รองรับ คลินิกส่วนใหญ่จึงให้บริการเฉพาะผู้ป่วยนอก และเมื่ออาการเกินขอบเขตที่ดูแลได้ก็ส่งต่อไปโรงพยาบาล ควรตรวจสอบขอบเขตที่ใบอนุญาตของสถานพยาบาลท่านครอบคลุมกับหน่วยงานที่กำกับดูแล

ประกันคุ้มครอง OPD กับ IPD ต่างกันอย่างไร

โดยทั่วไปกรมธรรม์มักมีวงเงิน OPD จำกัดต่อครั้งและต่อปี ส่วน IPD มักคุ้มครองสูงกว่าเพราะรวมค่าห้อง ค่าพยาบาล และค่ารักษาระหว่างนอน แต่เงื่อนไขต่างกันมากในแต่ละกรมธรรม์ คลินิกจึงควรตอบคำถามนี้อย่างระมัดระวังและแนะนำให้คนไข้ตรวจสอบกับบริษัทประกันโดยตรง

บันทึก OPD กับ IPD ต่างกันอย่างไร

OPD card เป็นบันทึกต่อเนื่อง ใบเดียวใช้ได้หลายครั้งโดยเพิ่มบรรทัดทุกครั้งที่คนไข้มา ทำให้เห็นประวัติทั้งเส้นในแผ่นเดียว ส่วนเวชระเบียนผู้ป่วยในเป็นชุดเอกสารต่อการนอนหนึ่งครั้ง มีบันทึกรายวัน บันทึกพยาบาล บันทึกยา และสรุปการจำหน่าย ซึ่งมีรายละเอียดมากกว่า

ส่งต่อคนไข้ไปโรงพยาบาลควรส่งข้อมูลอะไรไปด้วย

อย่างน้อยควรมีข้อมูลระบุตัวตน ประวัติแพ้ยาและแพ้สาร ยาที่ใช้ประจำ โรคประจำตัว อาการและการตรวจที่ทำไปแล้ว รวมถึงการรักษาที่ให้ไป ประวัติแพ้ยาเป็นข้อมูลที่สำคัญที่สุดเพราะเป็นสิ่งที่ผิดพลาดแล้วเสียหายมากที่สุด และควรอยู่ในตำแหน่งที่ผู้รับเห็นได้ทันที

อ่านต่อ

More patients, and a system that runs the day

Jib OS brings new patients in, answers every one of them, and keeps the day running. Built by HDmall.

Or see what Jib OS is →
© 2026 Jib OS · Powered by HDmall · คลังบทความทั้งหมด

เริ่มทดลองใช้ฟรี

ทดลองใช้ Jib OS ฟรี 1 เดือน บอกเราสองอย่าง แล้วเราจะติดต่อกลับและตั้งค่าให้พร้อมใช้งานภายในไม่กี่วัน

ทดลองใช้ฟรี 1 เดือน และเราตั้งค่าให้ทั้งหมด ไม่ต้องผูกบัตร ไม่มีข้อผูกมัดต้องใช้ต่อ หยุดเมื่อครบเดือนได้ และข้อมูลคนไข้ บทสนทนา และการจองทั้งหมดส่งออกไปกับคุณได้