ผ่าตัดเปิดหน้าท้องขับถ่าย
ผ่าตัดเปิดหน้าท้องขับถ่าย หรือการผ่าตัดเปิดลำไส้ใหญ่ออกทางหน้าท้อง (Colostomy) คือการนำส่วนหนึ่งของลำไส้ใหญ่มาเปิดเป็นช่องที่ผนังหน้าท้อง เพื่อให้อุจจาระออกสู่ถุงรองรับแทนการออกทางทวารหนัก การผ่าตัดอาจเป็นแบบชั่วคราวเพื่อพักลำไส้ หรือเป็นแบบถาวรเมื่อไม่สามารถใช้ลำไส้ส่วนปลาย ทวารหนัก หรือหูรูดได้ตามเดิม
ประเด็นสำคัญ
- การมีช่องเปิดหน้าท้องไม่ได้แปลว่าจะต้องใช้ถุงขับถ่ายตลอดชีวิตเสมอไป บางคนทำชั่วคราวแล้วผ่าตัดต่อลำไส้กลับภายหลัง ส่วนบางคนจำเป็นต้องมีช่องเปิดถาวร ขึ้นกับโรค ตำแหน่งลำไส้ที่เหลือ และความปลอดภัยของการต่อลำไส้
- การผ่าตัดมักใช้เมื่ออุจจาระไม่สามารถผ่านทางเดิมได้อย่างปลอดภัย เช่น ลำไส้อุดตัน ลำไส้ทะลุ การติดเชื้อรุนแรง การบาดเจ็บ หรือหลังตัดลำไส้จากมะเร็ง แต่ไม่ใช่ผู้ป่วยโรคลำไส้ทุกคนต้องทำ
- หลังผ่าตัดต้องเรียนรู้การเทและเปลี่ยนถุง สังเกตผิวหนังรอบช่องเปิด และรู้สัญญาณของลำไส้อุดตันหรือขาดน้ำ ทีมรักษาจะช่วยเลือกตำแหน่งช่องเปิดและสอนการดูแลก่อนกลับบ้าน
ผ่าตัดเปิดหน้าท้องขับถ่าย คืออะไร
การผ่าตัดนี้เปลี่ยนเส้นทางที่อุจจาระออกจากร่างกาย ศัลยแพทย์จะนำลำไส้ใหญ่ส่วนที่ยังใช้งานได้ผ่านรูที่ผนังหน้าท้อง แล้วเย็บขอบลำไส้เข้ากับผิวหนัง ช่องที่เห็นบนหน้าท้องเรียกว่า สโตมา หรือช่องเปิดลำไส้ อุจจาระจะไหลออกทางช่องนี้และถูกรองรับด้วยถุงที่ติดกับผิวหนัง
สโตมาไม่มีหูรูดเหมือนทวารหนัก คุณจึงไม่สามารถกลั้นหรือกำหนดเวลาให้อุจจาระออกได้ตามปกติ ต้องใช้ถุงรองรับที่ปิดสนิทกับผิวหนัง ปริมาณและความข้นของอุจจาระแตกต่างกันตามตำแหน่งของลำไส้ที่นำมาเปิด อาหาร ยาที่ใช้ และการทำงานของลำไส้แต่ละคน
ถ้าช่องเปิดอยู่บริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย อุจจาระมักจับตัวมากกว่า เพราะผ่านลำไส้ใหญ่มาเป็นระยะทางยาวและถูกดูดน้ำไปมากแล้ว หากช่องเปิดอยู่ในลำไส้ใหญ่ส่วนต้น อุจจาระมักเหลวกว่าและอาจออกบ่อยกว่า Cleveland Clinic
รูปแบบที่พบบ่อย ได้แก่
| รูปแบบ | ลักษณะ | มักใช้เมื่อ |
| เปิดปลายลำไส้ | นำปลายลำไส้ด้านหนึ่งออกมาเป็นสโตมา ส่วนปลายอีกด้านถูกปิดหรือตัดออก | ตัดลำไส้ที่เป็นโรค หรือไม่สามารถต่อลำไส้ได้อย่างปลอดภัยในครั้งเดียว |
| เปิดลำไส้แบบห่วง | นำห่วงลำไส้ออกมาที่หน้าท้อง มักเห็นช่องสำหรับอุจจาระและช่องสำหรับมูกอยู่ใกล้กัน | ต้องการเบี่ยงอุจจาระเพื่อให้ลำไส้ส่วนปลายหรือรอยต่อลำไส้ได้พัก |
| เปิดลำไส้สองช่อง | แยกปลายลำไส้ออกเป็นสองช่อง ช่องหนึ่งระบายอุจจาระ อีกช่องอาจระบายมูก | ภาวะฉุกเฉินหรือกรณีที่ต้องพักลำไส้ส่วนหนึ่ง |
ช่องเปิดแบบชั่วคราวใช้เบี่ยงอุจจาระออกจากบริเวณที่กำลังอักเสบ บาดเจ็บ หรือเพิ่งได้รับการผ่าตัด เมื่อเนื้อเยื่อหายดีและสุขภาพเหมาะสม ศัลยแพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดปิดช่องเปิดและต่อลำไส้กลับ การปิดไม่ได้ทำได้ในทุกคน และมักต้องประเมินลำไส้ส่วนที่เหลือ โรคเดิม การควบคุมการขับถ่าย และความเสี่ยงจากการผ่าตัดอีกครั้ง
ช่องเปิดแบบถาวรอาจจำเป็นเมื่อทวารหนักหรือหูรูดถูกตัดออก ลำไส้ส่วนปลายเสียหายมาก หรือการต่อลำไส้กลับมีความเสี่ยงสูงเกินไป
ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ
ใครอาจได้รับการพิจารณาให้ทำ
ศัลยแพทย์อาจเสนอการผ่าตัดเมื่อการปล่อยให้อุจจาระผ่านทางเดิมไม่ปลอดภัย หรือจำเป็นต้องพักลำไส้ส่วนปลาย สถานการณ์ที่พบได้ ได้แก่
- มะเร็งลำไส้ใหญ่หรือมะเร็งไส้ตรงที่ต้องตัดลำไส้บางส่วน
- ก้อนหรือพังผืดที่ทำให้ลำไส้อุดตัน
- ลำไส้ทะลุหรือฉีกขาด ทำให้อุจจาระรั่วเข้าสู่ช่องท้อง
- การติดเชื้อหรือการอักเสบรุนแรงของลำไส้
- ลำไส้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ
- โรคลำไส้อักเสบเรื้อรังที่เกิดภาวะแทรกซ้อน
- ความผิดปกติของลำไส้หรือทวารหนักที่เป็นมาตั้งแต่กำเนิด
- การควบคุมการขับถ่ายเสียอย่างรุนแรงและรักษาด้วยวิธีอื่นไม่ได้
- ต้องการเบี่ยงอุจจาระออกจากรอยต่อลำไส้ เพื่อช่วยให้บริเวณนั้นสมานตัว
- ภาวะฉุกเฉินที่ยังไม่ปลอดภัยพอจะต่อลำไส้กลับทันที
ข้อบ่งชี้เหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่มีโรคดังกล่าวต้องมีสโตมา การตัดสินใจขึ้นกับตำแหน่งและความรุนแรงของโรค สภาพลำไส้ การติดเชื้อ สุขภาพโดยรวม และความเป็นไปได้ที่จะต่อลำไส้โดยไม่รั่ว
ใครอาจยังไม่เหมาะกับการผ่าตัดตามแผน
ไม่มีรายชื่อข้อห้ามชุดเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะบางสถานการณ์เป็นเหตุฉุกเฉินและจำเป็นต้องผ่าตัดเพื่อช่วยชีวิต อย่างไรก็ตาม หากเป็นการผ่าตัดตามแผน แพทย์อาจต้องรักษาหรือควบคุมปัญหาต่อไปนี้ก่อน
- การติดเชื้อที่ยังควบคุมไม่ได้
- ภาวะขาดน้ำหรือเกลือแร่ผิดปกติ
- ภาวะขาดสารอาหารรุนแรง
- โรคหัวใจหรือโรคปอดที่ยังไม่คงที่
- ระดับน้ำตาลในเลือดที่ควบคุมได้ไม่ดี
- ปัญหาการแข็งตัวของเลือด
- การใช้ยาที่เพิ่มความเสี่ยงเลือดออกโดยยังไม่ได้วางแผนปรับยา
บางคนไม่จำเป็นต้องทำสโตมา หากตัดลำไส้แล้วสามารถต่อลำไส้กลับได้อย่างปลอดภัย หรือรักษาสาเหตุของการอุดตันและการอักเสบด้วยวิธีอื่นได้ ควรถามศัลยแพทย์ให้ชัดว่าเหตุใดจึงแนะนำให้เปิดลำไส้ เป็นแบบชั่วคราวหรือถาวร และหากไม่ทำในเวลานี้อาจเกิดอะไรขึ้น
เตรียมตัวก่อนผ่าตัด
การเตรียมตัวต่างกันมากระหว่างการผ่าตัดตามแผนกับการผ่าตัดฉุกเฉิน หากเป็นภาวะลำไส้ทะลุ อุดตันรุนแรง หรือมีการติดเชื้อในช่องท้อง ทีมรักษาอาจต้องตรวจและผ่าตัดโดยเร็ว จึงอาจไม่มีเวลาทำทุกขั้นตอนเหมือนการผ่าตัดที่นัดไว้
ประเมินสุขภาพและวางแผนการผ่าตัด
ก่อนผ่าตัด คุณอาจได้รับการตรวจเลือด ประเมินการทำงานของหัวใจและปอด และตรวจภาพลำไส้ตามสาเหตุของโรค ศัลยแพทย์จะอธิบายว่าอาจต้องตัดลำไส้ส่วนใด มีโอกาสสร้างสโตมาแบบใด และคาดว่าจะเป็นแบบชั่วคราวหรือถาวร
ในบางกรณี แพทย์ยังบอกไม่ได้แน่นอนก่อนเปิดช่องท้องว่าจะต่อลำไส้ได้หรือไม่ เพราะต้องดูการไหลเวียนเลือด ความสะอาดภายในช่องท้อง และสภาพเนื้อเยื่อจริงระหว่างผ่าตัด คุณควรทราบความเป็นไปได้นี้ก่อนลงนามยินยอม
เลือกตำแหน่งสโตมา
หากมีเวลา ทีมดูแลสโตมาจะประเมินหน้าท้องทั้งในท่ายืน นั่ง และนอน แล้วทำเครื่องหมายตำแหน่งที่เหมาะสม ตำแหน่งควรมองเห็นและเอื้อมถึงได้ ไม่ตรงกับรอยพับผิวหนัง แผลเป็น ขอบกางเกง หรือกระดูกสะโพกมากเกินไป อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งสุดท้ายอาจต้องเปลี่ยนตามสิ่งที่พบระหว่างผ่าตัด Mayo Clinic
บอกทีมรักษาหากคุณมองเห็นไม่ชัด เคลื่อนไหวมือไม่สะดวก ใช้รถเข็น มีหน้าท้องหย่อน หรือมีอาชีพและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเข็มขัดหรืออุปกรณ์รัดเอว ข้อมูลเหล่านี้มีผลต่อการเลือกตำแหน่งและชนิดถุง
อาหาร การล้างลำไส้ และการงดอาหาร
บางการผ่าตัดต้องปรับอาหารหรือล้างลำไส้ แต่ไม่ใช่ทุกกรณี โดยเฉพาะเมื่อมีการอุดตันหรือเป็นภาวะฉุกเฉิน อย่าซื้อยาระบายหรือสวนล้างลำไส้ใช้เอง เพราะอาจทำให้อาการอุดตัน ขาดน้ำ หรือเกลือแร่ผิดปกติรุนแรงขึ้น
โรงพยาบาลจะแจ้งเวลาหยุดอาหารและเครื่องดื่มตามเวลาผ่าตัดและชนิดยาระงับความรู้สึก หากไม่แน่ใจว่าดื่มน้ำเปล่าได้ถึงเมื่อใด ให้โทรถามหน่วยผ่าตัดแทนการคาดเดา
ยาและอาหารเสริม
แจ้งรายการยาทั้งหมด รวมถึงยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาเบาหวาน ยาฉีดควบคุมน้ำตาล สมุนไพร และอาหารเสริม ยาบางชนิดต้องหยุดหรือปรับก่อนผ่าตัด แต่กำหนดเวลาไม่เหมือนกันในแต่ละคน ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะเป็นผู้บอกว่าควรใช้ยาตัวใดต่อและหยุดตัวใด
อย่าหยุดยาป้องกันลิ่มเลือดเอง การหยุดผิดเวลาอาจเพิ่มทั้งความเสี่ยงเลือดออกและความเสี่ยงหลอดเลือดอุดตัน
สิ่งที่ควรนำไปโรงพยาบาล
- บัตรประชาชน เอกสารสิทธิการรักษา และใบนัด
- รายการยาและประวัติแพ้ยา
- ผลตรวจหรือภาพถ่ายทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลขอ
- เสื้อผ้าหลวม ไม่รัดบริเวณหน้าท้อง
- แว่นตา เครื่องช่วยฟัง หรืออุปกรณ์ช่วยเดินที่จำเป็น
- ชื่อและเบอร์ติดต่อของผู้ดูแล
- อุปกรณ์สโตมาที่ใช้อยู่ หากเป็นผู้ที่มีสโตมาเดิมและเข้ารับการผ่าตัดเพิ่มเติม
จัดคนช่วยดูแลบ้าน การเดินทาง และงานในช่วงแรกหลังกลับบ้าน เพราะคุณอาจยังยกของหนัก ขับรถ หรือดูแลถุงได้ไม่คล่อง
ขั้นตอนการผ่าตัด
รายละเอียดจริงขึ้นกับสาเหตุของโรคและว่าต้องตัดลำไส้ออกด้วยหรือไม่ โดยทั่วไปมีลำดับดังนี้
- ให้ยาระงับความรู้สึก
การผ่าตัดช่องท้องส่วนใหญ่มักใช้ยาสลบ คุณจะไม่รู้สึกตัวระหว่างผ่าตัด ทีมวิสัญญีจะติดตามการหายใจ ความดันโลหิต และการทำงานของหัวใจตลอดเวลา
- เข้าถึงลำไส้
ศัลยแพทย์อาจผ่าตัดผ่านแผลเปิด หรือใช้แผลขนาดเล็กหลายตำแหน่งร่วมกับกล้อง วิธีที่เลือกขึ้นกับโรค การผ่าตัดเดิม พังผืด การติดเชื้อ และความเร่งด่วน การผ่าตัดแบบแผลเปิดอาจเหมาะกว่าในกรณีซับซ้อนหรือฉุกเฉิน
- ตรวจลำไส้และช่องท้อง
ศัลยแพทย์ตรวจหาบริเวณอุดตัน การรั่ว การติดเชื้อ เนื้อเยื่อที่เลือดไปเลี้ยงไม่พอ หรือก้อนผิดปกติ สิ่งที่พบอาจทำให้แผนต่างจากที่คาดไว้ก่อนผ่าตัด
- ตัดหรือแยกลำไส้ตามความจำเป็น
ถ้ามีส่วนที่เป็นโรคหรือเสียหาย ศัลยแพทย์อาจตัดส่วนนั้นออก หากยังไม่ปลอดภัยที่จะเชื่อมปลายลำไส้เข้าหากัน จะนำปลายหรือห่วงของลำไส้ออกมาทางหน้าท้อง
- สร้างช่องเปิดที่ผนังหน้าท้อง
ศัลยแพทย์ทำช่องผ่านผิวหนังและชั้นกล้ามเนื้อในตำแหน่งที่วางแผนไว้ แล้วนำลำไส้ผ่านออกมาโดยระวังไม่ให้บิดหรือตึงเกินไป
- เย็บลำไส้เข้ากับผิวหนัง
ขอบลำไส้ถูกพับและเย็บกับผิวหนังเพื่อสร้างสโตมา สโตมาที่เพิ่งทำมักบวมกว่าขนาดในระยะยาว และควรมีสีชมพูถึงแดงจากหลอดเลือดที่มาเลี้ยง
- ปิดแผลและติดถุงรองรับ
เมื่อควบคุมเลือดออกและตรวจความเรียบร้อยแล้ว ศัลยแพทย์ปิดแผลผ่าตัด ทีมรักษาจะติดถุงรองรับเหนือสโตมาและติดตามว่าเริ่มมีลมหรืออุจจาระออกหรือไม่
หากเป็นการผ่าตัดร่วมกับการตัดมะเร็ง การระบายฝี หรือการแก้ลำไส้ทะลุ ขั้นตอนจะมากกว่าการสร้างสโตมาเพียงอย่างเดียว ควรถามว่าชื่อการผ่าตัดเต็มคืออะไร เพราะมีผลต่อขนาดแผล ระยะพักฟื้น และความเป็นไปได้ในการต่อลำไส้กลับ
ใช้เวลานานแค่ไหน
การผ่าตัดนี้มักใช้เวลาหลายชั่วโมงมากกว่าการทำหัตถการสั้น แต่ไม่มีช่วงเวลาเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน ระยะเวลาขึ้นกับว่าทำเฉพาะช่องเปิดหรือต้องตัดลำไส้ร่วมด้วย ใช้วิธีแผลเปิดหรือผ่าตัดผ่านกล้อง มีพังผืดจากการผ่าตัดเดิมหรือไม่ และเป็นการผ่าตัดตามแผนหรือฉุกเฉิน
โดยทั่วไปใช้ยาสลบ หลังผ่าตัดคุณจะถูกดูแลในห้องพักฟื้นก่อนย้ายเข้าหอผู้ป่วย ผู้ที่มีการติดเชื้อรุนแรง เสียเลือดมาก หรือมีโรคประจำตัวซับซ้อนอาจต้องได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิดกว่าปกติ
การผ่าตัดสร้างสโตมามักต้องนอนโรงพยาบาล ไม่ใช่การกลับบ้านทันทีในวันเดียว ระยะนอนโรงพยาบาลขึ้นกับการฟื้นตัวของลำไส้ การควบคุมปวด ความสามารถในการรับประทานอาหาร การเดิน และการดูแลถุงได้อย่างปลอดภัย โรงพยาบาลในไทยแต่ละแห่งอาจมีแนวทางต่างกัน ศัลยแพทย์จะให้ช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกับกรณีของคุณหลังทราบแผนผ่าตัดทั้งหมด
พักฟื้นนานแค่ไหน
การฟื้นตัวจากการสร้างสโตมาเป็นทั้งการฟื้นจากแผลช่องท้องและการเรียนรู้วิธีขับถ่ายแบบใหม่ ระยะเวลาจึงขึ้นกับขนาดการผ่าตัด อายุ ภาวะโภชนาการ โรคประจำตัว ภาวะแทรกซ้อน และว่าผ่าตัดฉุกเฉินหรือไม่
| ช่วงการฟื้นตัว | สิ่งที่มักเกิดขึ้น | เป้าหมายสำคัญ |
| ช่วงแรกหลังผ่าตัด | ปวดแผล สโตมาบวม ลำไส้อาจยังทำงานช้า มีสายน้ำเกลือหรือสายระบายตามความจำเป็น | ลุกนั่งและเดินตามที่ทีมรักษาอนุญาต ควบคุมปวด และเฝ้าดูการทำงานของลำไส้ |
| ก่อนกลับบ้าน | เริ่มมีลมหรืออุจจาระออกทางถุง ปรับอาหารและน้ำดื่มตามอาการ | ฝึกเทและเปลี่ยนถุง วัดขนาดสโตมา และสังเกตผิวหนัง |
| ช่วงแรกที่บ้าน | เหนื่อยง่ายกว่าปกติ รูปแบบอุจจาระยังเปลี่ยนแปลง และต้องลองหาอุปกรณ์ที่พอดี | เดินเพิ่มทีละน้อย รักษาแผลให้สะอาด และบันทึกปัญหาการรั่วหรือผิวหนัง |
| ระยะกลับสู่กิจวัตร | กำลังและความมั่นใจค่อย ๆ ดีขึ้น | กลับไปทำงาน ขับรถ ออกกำลังกาย และทำกิจกรรมตามที่ศัลยแพทย์อนุญาต |
ผู้ที่ทำงานนั่งโต๊ะอาจกลับไปทำงานได้เร็วกว่าผู้ที่ต้องยกของ ใช้แรง หรือทำงานไกลห้องน้ำ อย่าใช้วันที่แผลดูแห้งเป็นเกณฑ์เดียว เพราะชั้นกล้ามเนื้อหน้าท้องยังต้องใช้เวลาสมานตัว ศัลยแพทย์จะกำหนดช่วงกลับไปยกของและออกกำลังกายตามแผลและชนิดการผ่าตัด
ก่อนกลับบ้าน คุณควรทำสิ่งต่อไปนี้ได้ หรือมีผู้ดูแลที่ทำแทนได้
- เทถุงโดยไม่ทำให้อุจจาระสัมผัสผิวหนังนาน
- ถอดและติดถุงใหม่
- วัดช่องเปิดของแผ่นติดให้พอดีกับสโตมา
- สังเกตสี ขนาด และความบวมของสโตมา
- รู้ว่าอุจจาระและลมแบบใดเป็นลักษณะปกติของตนเอง
- รู้ว่าเมื่อใดควรติดต่อทีมรักษา
สโตมามักเปลี่ยนขนาดเมื่ออาการบวมหลังผ่าตัดลดลง จึงต้องวัดและปรับรูของแผ่นติดในช่วงแรก หากรูใหญ่เกินไป อุจจาระจะสัมผัสผิวหนังและทำให้แสบหรือเป็นแผล หากเล็กเกินไป แผ่นอาจกดสโตมาและติดไม่สนิท
อาหารไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกคน ช่วงแรกทีมรักษาอาจแนะนำให้เริ่มจากอาหารย่อยง่าย เคี้ยวให้ละเอียด และค่อย ๆ ทดลองอาหารแต่ละชนิด การเปลี่ยนอาหารควรดูร่วมกับความข้นของอุจจาระ ลมในถุง และโรคประจำตัว หากอุจจาระออกมากหรือเหลวผิดปกติ ควรแจ้งทีมรักษา เพราะอาจทำให้ขาดน้ำได้
ส่วนการปิดสโตมาชั่วคราวมักพิจารณาหลังลำไส้ส่วนปลายสมานตัว ซึ่งอาจใช้เวลาหลายเดือน แต่ไม่มีกำหนดเดียวสำหรับทุกคน ก่อนผ่าตัดปิด ศัลยแพทย์อาจตรวจรอยต่อลำไส้และประเมินว่ากล้ามเนื้อหูรูดทำงานเพียงพอหรือไม่ Mayo Clinic
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน
การผ่าตัดอาจช่วยแก้การอุดตัน ควบคุมการปนเปื้อนในช่องท้อง หรือช่วยให้ลำไส้ส่วนอื่นได้พัก แต่ยังมีความเสี่ยงจากทั้งการผ่าตัดใหญ่และตัวสโตมา ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ประเมินทุกคนได้ เพราะความเสี่ยงต่างกันตามความเร่งด่วน โรคเดิม โภชนาการ และขอบเขตการตัดลำไส้
ความเสี่ยงจากการผ่าตัดและยาสลบ
- เลือดออก
- แผลติดเชื้อหรือมีการติดเชื้อในช่องท้อง
- ปอดอักเสบหรือหายใจลำบากหลังผ่าตัด
- ลิ่มเลือดอุดตันที่ขาหรือปอด
- ปฏิกิริยาต่อยาสลบ
- บาดเจ็บต่ออวัยวะหรือเนื้อเยื่อข้างเคียง
- ลำไส้ทำงานช้าหรือหยุดชั่วคราว
- พังผืดในช่องท้อง ซึ่งอาจทำให้ลำไส้อุดตันภายหลัง
- หากมีการต่อลำไส้หรือปิดปลายลำไส้ไว้ในช่องท้อง อาจเกิดรอยต่อหรือปลายลำไส้รั่ว ทำให้ติดเชื้อในช่องท้องหรืออุ้งเชิงกราน ติดเชื้อในกระแสเลือด และอาจต้องระบายหนองหรือผ่าตัดซ้ำ ความเสี่ยงแตกต่างตามชนิดการผ่าตัดและสภาพผู้ป่วย
ปัญหาที่เกี่ยวกับสโตมา
- ผิวหนังรอบสโตมาอักเสบ: มักสัมพันธ์กับอุจจาระรั่วใต้แผ่นติด รูของแผ่นไม่พอดี หรือการลอกแผ่นบ่อย
- สโตมายุบ: ช่องเปิดจมต่ำกว่าระดับผิวหนัง ทำให้ติดถุงยากและรั่วง่าย
- สโตมายื่น: ลำไส้ยื่นออกมาจากหน้าท้องมากกว่าปกติ อาจทำให้ถุงไม่พอดีหรือเกิดการบวม
- สโตมาตีบ: ช่องเปิดแคบลง ทำให้อุจจาระออกยาก
- ไส้เลื่อนข้างสโตมา: เห็นเป็นก้อนนูนรอบช่องเปิด โดยเฉพาะเวลาไอหรือออกแรง
- เลือดไปเลี้ยงสโตมาไม่เพียงพอ: สีของสโตมาอาจคล้ำ ม่วง เทา หรือดำ เป็นภาวะที่ต้องรีบประเมิน
- สโตมาแยกจากผิวหนัง: รอยเย็บระหว่างลำไส้กับผิวหนังเปิดออก
- เลือดออก: การสัมผัสสโตมาอาจทำให้มีเลือดซึมเล็กน้อยได้ แต่เลือดที่ออกมาก ต่อเนื่อง หรือไหลเข้าถุงไม่ถือว่าปกติ
- ลำไส้อุดตัน: อาจเกิดจากพังผืด ไส้เลื่อน อาหารอุดตัน หรือการตีบของช่องเปิด
- ขาดน้ำ: เสี่ยงมากขึ้นเมื่ออุจจาระเหลวหรือออกมากผิดปกติ โดยเฉพาะในช่วงที่ร่างกายยังปรับตัว
แหล่งข้อมูลอ้างอิงระบุว่าปัญหาสำคัญที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่ การติดเชื้อ การอุดตัน ภาวะขาดน้ำ ไส้เลื่อน สโตมายุบหรือยื่น และผิวหนังรอบสโตมาเสียหาย NHS การเลือกถุงที่พอดีและแก้การรั่วตั้งแต่ต้นช่วยลดปัญหาผิวหนังได้ แต่ไม่สามารถป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้ทั้งหมด
การปรับตัวด้านอารมณ์ก็สำคัญ บางคนกังวลเรื่องกลิ่น เสียงจากถุง เสื้อผ้า การออกจากบ้าน การทำงาน หรือความสัมพันธ์ใกล้ชิด ความกังวลเหล่านี้พบได้และควรพูดกับทีมรักษาอย่างตรงไปตรงมา ปัญหาหลายอย่างแก้ได้ด้วยการปรับชนิดถุง ตำแหน่งการติด หรือการวางแผนกิจวัตร ไม่จำเป็นต้องรอจนกระทบชีวิตประจำวันมากแล้วจึงขอความช่วยเหลือ
สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที
หากมีอาการต่อไปนี้แม้เพียงข้อเดียว ให้ติดต่อทีมผ่าตัดหรือโรงพยาบาลทันทีตามระดับความเร่งด่วนที่ระบุ หากติดต่อไม่ได้ อาการรุนแรง หรืออาการแย่ลง ให้ไปห้องฉุกเฉิน
| อาการ | สิ่งที่อาจต้องตรวจ |
| ไม่มีอุจจาระหรือลมออกนานกว่ารูปแบบปกติ ร่วมกับปวดบิด ท้องอืด หรือคลื่นไส้ | ลำไส้อุดตัน ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที |
| อาเจียนซ้ำ หรืออาเจียนเป็นสีเขียว | การอุดตันหรือการทำงานของลำไส้ผิดปกติ ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที |
| อุจจาระเหลวหรือออกมากผิดปกติ ร่วมกับปากแห้ง อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ หรือปัสสาวะน้อย | ภาวะขาดน้ำ ให้ติดต่อทีมผ่าตัดหรือโรงพยาบาลทันที หากอาการรุนแรงหรือแย่ลง ให้ไปห้องฉุกเฉิน |
| สโตมาเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ ม่วง เทา หรือดำ | เลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที |
| มีเลือดออกมาก ไหลต่อเนื่อง หรือเลือดจำนวนมากอยู่ในถุง | เลือดออกจากสโตมาหรือลำไส้ ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที |
| ไข้ ปวดท้องมากขึ้น ท้องอืด ชีพจรเร็ว ซึม หรืออาการทรุด | อาจมีรอยต่อหรือปลายลำไส้รั่วและการติดเชื้อในช่องท้องหรืออุ้งเชิงกราน ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที |
| ไข้สูง หนาวสั่น แผลบวมแดง มีหนอง หรือปวดท้องมากขึ้น | การติดเชื้อ ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที |
| สโตมายื่นออกมามากทันที บวมมาก หรือดันกลับไม่ได้ | สโตมายื่นหรือมีการรัดลำไส้ ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที |
| ปวดและมีก้อนนูนรอบสโตมา พร้อมอุจจาระออกลดลง | ไส้เลื่อนหรือการอุดตัน ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที |
| ถุงรั่วซ้ำจนผิวหนังถลอก แสบ มีแผล หรือมีน้ำเหลือง | ผิวหนังเสียหายและอุปกรณ์ไม่พอดี ให้ติดต่อทีมผ่าตัดหรือโรงพยาบาลทันที |
| หายใจไม่อิ่ม เจ็บหน้าอก ขาบวมข้างเดียว หรือหมดสติ | ภาวะแทรกซ้อนจากลิ่มเลือดหรือหัวใจและปอด ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที |
หากอุจจาระหยุดออกพร้อมปวดบิด คลื่นไส้ หรือหน้าท้องบวม อย่าสอดอุปกรณ์เข้าไปในสโตมาและอย่ากินยาระบายเอง การอุดตันอาจรุนแรงจนลำไส้แตกและต้องรักษาเร่งด่วน NHS
ทางเลือกอื่น
ทางเลือกขึ้นกับเหตุผลที่เสนอให้ผ่าตัด ในภาวะลำไส้ทะลุ ขาดเลือด หรืออุดตันรุนแรง การรอรักษาโดยไม่ผ่าตัดอาจไม่ปลอดภัย แต่ในผู้ป่วยที่อาการคงที่ อาจมีทางเลือกดังนี้
รักษาสาเหตุโดยไม่สร้างสโตมา
- ใช้ยาและการปรับอาหารเพื่อควบคุมโรคลำไส้อักเสบ หากยังไม่มีภาวะแทรกซ้อนที่ต้องผ่าตัด
- รักษาการติดเชื้อหรือฝีด้วยยาและการระบายตามความเหมาะสม
- แก้ท้องผูกหรือปัญหาการขับถ่ายด้วยอาหาร ยา และการฝึกการทำงานของอุ้งเชิงกราน
- ประคับประคองการอุดตันบางชนิดด้วยการงดอาหาร ให้สารน้ำ หรือระบายทางสาย ตามสาเหตุและความรุนแรง
- ใส่อุปกรณ์ถ่างบริเวณตีบในผู้ป่วยบางราย เพื่อเปิดทางอุจจาระชั่วคราวหรือใช้เป็นสะพานไปสู่การรักษาขั้นต่อไป
วิธีเหล่านี้ไม่เหมาะกับทุกคน โดยเฉพาะเมื่อมีลำไส้ทะลุ เยื่อบุช่องท้องอักเสบ เนื้อเยื่อตาย หรือการอุดตันที่ไม่ดีขึ้น
ตัดลำไส้แล้วต่อลำไส้กลับทันที
ถ้าปลายลำไส้แข็งแรง เลือดมาเลี้ยงดี ช่องท้องไม่มีการปนเปื้อนรุนแรง และความเสี่ยงรอยต่อรั่วอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ศัลยแพทย์อาจตัดส่วนที่เป็นโรคแล้วเชื่อมลำไส้เข้าหากันโดยไม่สร้างสโตมา
อย่างไรก็ตาม หากรอยต่อรั่ว อาจเกิดการติดเชื้อรุนแรงและต้องผ่าตัดซ้ำ การทำสโตมาชั่วคราวจึงอาจเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าในบางสถานการณ์ แม้จะต้องดูแลถุงและอาจต้องผ่าตัดปิดในภายหลัง
เปิดลำไส้เล็กแทนลำไส้ใหญ่
บางกรณีศัลยแพทย์อาจเลือกนำลำไส้เล็กมาเปิดที่หน้าท้อง โดยเฉพาะเมื่อต้องการป้องกันรอยต่อลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย อุจจาระจากลำไส้เล็กมักเหลวกว่าและอาจทำให้สูญเสียน้ำมากกว่า จึงมีวิธีดูแลต่างกัน การเลือกชนิดของช่องเปิดขึ้นกับตำแหน่งโรคและแผนการผ่าตัด ไม่ใช่ความชอบเพียงอย่างเดียว
ก่อนตัดสินใจ คุณอาจถามศัลยแพทย์ว่า
- สามารถต่อลำไส้ได้โดยไม่สร้างสโตมาหรือไม่
- ถ้าต่อทันที ความเสี่ยงสำคัญคืออะไร
- ถ้าสร้างสโตมา คาดว่าเป็นแบบชั่วคราวหรือถาวร
- มีปัจจัยใดที่อาจทำให้ปิดสโตมาไม่ได้ในภายหลัง
- หากยังไม่ผ่าตัดตอนนี้ มีความเสี่ยงเกิดการอุดตัน ทะลุ หรือติดเชื้อมากเพียงใด
สิทธิการรักษา
ความคุ้มครองขึ้นกับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ โรงพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ และเงื่อนไขของแต่ละกองทุน ควรตรวจสอบก่อนวันผ่าตัดหากไม่ใช่ภาวะฉุกเฉิน
ประกันสังคม
เริ่มติดต่อโรงพยาบาลที่ลงทะเบียนไว้ แจ้งว่ามีแผนผ่าตัดลำไส้และอาจต้องสร้างสโตมา ถามเรื่องขั้นตอนส่งต่อ การอนุมัติ และอุปกรณ์ถุงรองรับหลังกลับบ้าน หากเข้ารักษาฉุกเฉินนอกโรงพยาบาลตามสิทธิ ให้เก็บเอกสารการรักษาและติดต่อหน่วยสิทธิของโรงพยาบาลโดยเร็ว
บัตรทอง
โดยทั่วไปควรเริ่มจากหน่วยบริการประจำหรือโรงพยาบาลตามสิทธิ เพื่อรับการประเมินและใบส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่มีศัลยแพทย์และทีมดูแลสโตมา ถามให้ชัดว่าสิทธิครอบคลุมการผ่าตัด การนอนโรงพยาบาล การติดตามผล และอุปกรณ์ที่ต้องใช้ต่อเนื่องอย่างไร
กรณีฉุกเฉิน เช่น สงสัยลำไส้ทะลุ อุดตันรุนแรง หรือมีการติดเชื้อในช่องท้อง ควรไปโรงพยาบาลทันที ไม่ควรรอจัดการเอกสารจนทำให้การรักษาล่าช้า
ประกันสุขภาพเอกชน
ตรวจเงื่อนไขเกี่ยวกับโรคที่เป็นมาก่อน ระยะรอ วงเงินค่าผ่าตัด ห้องพัก อุปกรณ์ทางการแพทย์ และการอนุมัติก่อนรักษา ควรส่งชื่อการผ่าตัดเต็ม รายงานแพทย์ และแผนว่าจะสร้างสโตมาชั่วคราวหรือถาวรให้บริษัทพิจารณา
ถามเพิ่มเติมว่าคุ้มครองการผ่าตัดปิดสโตมาในอนาคตหรือไม่ และถุงรองรับกับอุปกรณ์ดูแลผิวหนังหลังออกจากโรงพยาบาลอยู่ภายใต้เงื่อนไขใด การอนุมัติการผ่าตัดครั้งแรกไม่ได้แปลว่าการรักษาครั้งต่อไปจะได้รับอนุมัติโดยอัตโนมัติ
ไม่ว่าสิทธิใด ควรถามโรงพยาบาลว่าเอกสารใดต้องใช้ ใครเป็นผู้ประสานสิทธิ และจะรับอุปกรณ์สโตมาหลังกลับบ้านจากที่ใด เพราะการดูแลไม่ได้สิ้นสุดในวันที่ออกจากโรงพยาบาล
จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน
หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare
คำถามที่พบบ่อย
ผ่าตัดเปิดหน้าท้องแล้วต้องใส่ถุงตลอดชีวิตไหม
ไม่จำเป็นทุกคน เพราะสโตมาบางชนิดทำไว้ชั่วคราวเพื่อพักลำไส้ แล้วจึงประเมินการผ่าตัดปิดภายหลัง ส่วนสโตมาถาวรมักใช้เมื่อทวารหนักหรือหูรูดถูกตัดออก ลำไส้ส่วนปลายเสียหายมาก หรือการต่อลำไส้กลับไม่ปลอดภัย
สโตมาเจ็บไหม
ตัวสโตมาเองมักไม่รับความเจ็บปวดแบบผิวหนัง แต่แผลผ่าตัดและผิวหนังรอบสโตมาอาจเจ็บได้ หากมีอาการปวดใหม่ ปวดมากขึ้น ผิวหนังถลอก หรือสโตมาบวมและเปลี่ยนสี ควรให้ทีมรักษาตรวจหาสาเหตุ
ยังถ่ายทางทวารหนักได้หรือไม่
บางคนยังมีมูกออกทางทวารหนักได้ แม้อุจจาระส่วนใหญ่จะออกทางสโตมา เพราะลำไส้ส่วนที่ไม่ได้รับอุจจาระยังสร้างมูกตามธรรมชาติ หากมีเลือดสด หนอง กลิ่นผิดปกติ ปวดมาก หรือมีอุจจาระออกผิดจากแผนที่ศัลยแพทย์อธิบาย ควรแจ้งทีมรักษา
ถุงมีกลิ่นตลอดเวลาหรือไม่
ถุงที่ปิดสนิทและติดพอดีไม่ควรมีกลิ่นออกมาตลอดเวลา กลิ่นมักเกิดตอนเทหรือเปลี่ยนถุง หรือเมื่อมีการรั่ว หากมีกลิ่นขณะปิดถุง ควรตรวจรอยรั่ว แผ่นติด และตัวกรองของถุง
อาบน้ำได้ไหม
โดยทั่วไปสามารถอาบน้ำได้เมื่อทีมรักษาอนุญาต และถุงส่วนมากออกแบบให้สัมผัสน้ำได้ คุณอาจอาบโดยติดถุงไว้หรือถอดตามคำแนะนำ แต่ต้องคำนึงถึงแผลผ่าตัดและความถี่ที่อุจจาระออกของตนเอง
กินอาหารได้เหมือนเดิมหรือไม่
คนจำนวนมากค่อย ๆ กลับไปกินอาหารได้หลากหลาย แต่ช่วงแรกควรเพิ่มอาหารทีละชนิด เคี้ยวให้ละเอียด และสังเกตว่าอาหารใดทำให้ลมมาก อุจจาระเหลว หรือขับถ่ายยาก ผู้ที่มีโรคไต เบาหวาน หรือข้อจำกัดด้านอาหารควรใช้คำแนะนำเฉพาะจากทีมรักษา
ทำไมถุงรั่วบ่อย
สาเหตุที่พบบ่อยคือรูของแผ่นติดไม่พอดี สโตมาเปลี่ยนขนาด ผิวหนังมีรอยพับ หน้าท้องเปลี่ยนรูป หรือถุงเต็มเกินไป การเปลี่ยนถุงบ่อยโดยไม่แก้สาเหตุอาจทำให้ผิวหนังเสีย ควรให้ทีมดูแลสโตมาประเมินรูปร่างหน้าท้องและการติดอุปกรณ์
สโตมามีเลือดซึมเล็กน้อยอันตรายไหม
สโตมามีหลอดเลือดมาก จึงอาจมีเลือดซึมเล็กน้อยเมื่อเช็ดหรือเปลี่ยนถุง แต่เลือดที่ออกมาก ไม่หยุด ไหลเข้าถุง หรือเกิดพร้อมกับอาการหน้ามืดไม่ถือว่าปกติและต้องได้รับการประเมิน
กลับไปทำงานได้เมื่อใด
กลับไปทำงานได้เมื่อแผลและกำลังร่างกายฟื้นเพียงพอ รวมทั้งสามารถจัดการถุงได้มั่นใจ งานนั่งโต๊ะมักกลับได้เร็วกว่างานยกของหรือใช้แรง กำหนดที่เหมาะสมขึ้นกับขนาดการผ่าตัดและภาวะแทรกซ้อน ศัลยแพทย์จะประเมินจากแผลและลักษณะงานของคุณ
ออกกำลังกายหรือยกของได้ไหม
หลังฟื้นตัวสามารถกลับไปเคลื่อนไหวและออกกำลังกายได้หลายรูปแบบ แต่ควรเพิ่มระดับทีละน้อยและหลีกเลี่ยงการออกแรงหน้าท้องหนักจนกว่าศัลยแพทย์จะอนุญาต เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงไส้เลื่อนข้างสโตมา
ขับรถได้เมื่อใด
ควรรอจนไม่ใช้ยาที่ทำให้ง่วง สามารถหมุนตัว เหยียบเบรกฉุกเฉิน และคาดเข็มขัดได้โดยไม่เจ็บมาก รวมถึงได้รับอนุญาตจากศัลยแพทย์ หากยังเคลื่อนไหวช้า ปวดแผล หรือมีถุงรั่วบ่อย ยังไม่ควรขับรถเอง
มีเพศสัมพันธ์ได้หรือไม่
กลับมามีเพศสัมพันธ์ได้เมื่อแผลหายดี ไม่มีอาการปวด และรู้สึกพร้อม สโตมาไม่ได้ห้ามการมีเพศสัมพันธ์ แต่การผ่าตัดอุ้งเชิงกรานบางชนิดอาจกระทบเส้นประสาท การแข็งตัว ช่องคลอด หรือความมั่นใจ หากมีปัญหาให้แจ้งศัลยแพทย์ เพราะอาจมีวิธีประเมินและช่วยเหลือ
สโตมาชั่วคราวปิดได้เมื่อใด
ปิดได้เมื่อโรคเดิมได้รับการควบคุม ลำไส้ส่วนปลายและรอยต่อหายดี สุขภาพพร้อมรับการผ่าตัด และคาดว่าจะขับถ่ายทางเดิมได้อย่างเหมาะสม กระบวนการนี้มักใช้เวลาหลายเดือน แต่บางคนต้องรอนานกว่านั้นหรือไม่สามารถปิดได้ ขึ้นกับผลตรวจและการรักษาอื่นที่ต้องทำร่วมกัน
ถ้าไม่ยอมผ่าตัดจะเกิดอะไรขึ้น
ผลขึ้นกับสาเหตุที่แพทย์แนะนำให้ผ่าตัด หากเป็นลำไส้อุดตัน ทะลุ ขาดเลือด หรือติดเชื้อรุนแรง การชะลออาจทำให้ลำไส้แตก ติดเชื้อในกระแสเลือด หรือจำเป็นต้องผ่าตัดใหญ่ขึ้น แต่หากเป็นการวางแผนป้องกันรอยต่อลำไส้ คุณอาจมีทางเลือกอื่น ควรถามศัลยแพทย์ถึงความเสี่ยงของการทำและไม่ทำในกรณีของคุณโดยตรง
ก่อนตัดสินใจควรถามศัลยแพทย์เรื่องใดบ้าง
ควรถามว่าทำไมจึงต้องสร้างสโตมา เป็นแบบชั่วคราวหรือถาวร มีโอกาสเปลี่ยนแผนระหว่างผ่าตัดหรือไม่ และต้องทำอะไรจึงจะปิดได้ในอนาคต นอกจากนี้ควรถามเรื่องตำแหน่งสโตมา วิธีดูแลถุง ระยะพักฟื้นตามลักษณะงาน และผู้ที่ต้องติดต่อเมื่อเกิดปัญหาหลังกลับบ้าน
ข้อมูลอ้างอิง
- Cleveland Clinic: Colostomy: What It Is, Bags, Surgery, Types & Care — เกี่ยวกับ Colostomy — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- NHS: Complications of a colostomy — เกี่ยวกับ Colostomy — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- Mayo Clinic: Colostomy: Surgery, Bags and Stoma Care — เกี่ยวกับ Colostomy — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที


