ผ่าตัดและหัตถการ โหลดแอป
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

ผ่าตัดลำไส้อุดตัน

ผ่าตัดลำไส้อุดตัน (Bowel-obstruction surgery) คือการเปิดทางให้สิ่งที่ค้างอยู่ในลำไส้ผ่านไปได้ โดยอาจเลาะพังผืด แก้ลำไส้บิด ตัดก้อน หรือตัดลำไส้ส่วนที่เสียหายออก การผ่าตัดมักจำเป็นเมื่ออุดตันทั้งหมด ลำไส้ขาดเลือดหรือทะลุ หรือเมื่อการรักษาโดยไม่ผ่าตัดไม่ทำให้อาการดีขึ้น แต่ไม่ใช่ผู้ป่วยทุกคนที่ต้องผ่าตัดทันที

ประเด็นสำคัญ

  • ลำไส้อุดตันอาจเป็นภาวะฉุกเฉิน โดยเฉพาะเมื่อปวดท้องรุนแรงต่อเนื่อง ท้องบวม อาเจียนมาก ถ่ายหรือผายลมไม่ได้ มีไข้ หรือมีเลือดออก ควรไปห้องฉุกเฉิน ไม่ควรรอดูอาการเอง
  • การผ่าตัดไม่มีรูปแบบเดียว ศัลยแพทย์อาจเพียงเอาสิ่งอุดตันออก หรืออาจต้องตัดต่อลำไส้และทำทวารเทียม ขึ้นกับสาเหตุ ตำแหน่ง การขาดเลือด และสภาพร่างกาย
  • ภาวะอุดตันบางส่วนอาจดีขึ้นด้วยการงดอาหาร ให้น้ำทางหลอดเลือด และใส่สายระบายจากกระเพาะอาหาร จึงต้องประเมินจากอาการ ผลเลือด และภาพถ่ายก่อนตัดสินใจผ่าตัด

ผ่าตัดลำไส้อุดตัน คืออะไร

ภาวะลำไส้อุดตันหมายถึงมีสิ่งขวางทางเดินในลำไส้เล็กหรือลำไส้ใหญ่ ทำให้อาหาร น้ำย่อย แก๊ส และอุจจาระเคลื่อนผ่านได้ช้าลงหรือผ่านไม่ได้เลย การอุดตันอาจเป็นเพียงบางส่วนหรือทั้งหมด หากปล่อยไว้นาน ความดันภายในลำไส้จะเพิ่มขึ้น เลือดอาจไปเลี้ยงผนังลำไส้ไม่พอ จนเกิดเนื้อตาย รั่ว หรือทะลุได้ ([Cleveland Clinic)](https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/bowel-obstruction)

อาการที่พบได้ ได้แก่ ปวดท้องเป็นพักๆ หรือปวดต่อเนื่อง ท้องอืดหรือท้องบวม คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ท้องผูก และผายลมไม่ได้ แต่ผู้ที่อุดตันเพียงบางส่วนยังอาจถ่ายอุจจาระหรือมีท้องเสียได้ ดังนั้นการยังถ่ายได้ไม่ได้ตัดภาวะนี้ออก [](https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/bowel-obstruction)

สาเหตุที่พบบ่อยและมีผลต่อวิธีผ่าตัด ได้แก่

  • พังผืดในช่องท้อง เนื้อเยื่อแผลเป็นภายในที่เกิดหลังผ่าตัดหรือการอักเสบ อาจรัดหรือดึงลำไส้จนพับงอ
  • ไส้เลื่อน ลำไส้เคลื่อนเข้าไปติดในช่องหรือจุดอ่อนของผนังหน้าท้อง
  • เนื้องอกหรือมะเร็ง ทำให้ช่องลำไส้แคบหรือปิด
  • ลำไส้บิดตัว ทำให้ทางเดินอุดตันและอาจรบกวนเลือดที่ไปเลี้ยงลำไส้
  • ลำไส้กลืนกัน ลำไส้ส่วนหนึ่งมุดเข้าไปในอีกส่วน พบได้ในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่
  • ลำไส้ตีบจากการอักเสบหรือแผลเป็น เช่น หลังการอักเสบเรื้อรังหรือการฉายรังสี
  • อุจจาระก้อนแข็งหรือสิ่งแปลกปลอม ซึ่งอาจแก้ได้โดยวิธีอื่นในบางกรณี

แพทย์มักตรวจหน้าท้อง ประเมินภาวะขาดน้ำ และตรวจเลือด ภาพเอกซเรย์อาจช่วยพบลักษณะอุดตัน แต่บางรายต้องใช้เอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือ CT เพื่อดูตำแหน่ง สาเหตุ และสัญญาณว่าลำไส้ขาดเลือดหรือทะลุ ([Mayo Clinic)](https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/intestinal-obstruction/diagnosis-treatment/drc-20351465)

การผ่าตัดมีเป้าหมายเพื่อแก้จุดอุดตันและรักษาลำไส้ที่ยังดีอยู่ให้ได้มากที่สุด วิธีที่ใช้จริงจึงอาจต่างกันมาก ตั้งแต่ตัดพังผืดเพียงอย่างเดียว ไปจนถึงตัดลำไส้ส่วนที่เสียหายแล้วต่อปลายที่แข็งแรงเข้าหากัน หากต่อไม่ได้อย่างปลอดภัย ศัลยแพทย์อาจนำปลายลำไส้ออกทางหน้าท้องเป็นทวารเทียม [](https://medlineplus.gov/ency/article/002927.htm)

ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ

ผู้ที่มักต้องได้รับการผ่าตัด

แพทย์อาจแนะนำให้ผ่าตัดอย่างเร่งด่วนเมื่อพบหรือสงสัยว่า

  • ลำไส้อุดตันทั้งหมดและไม่มีสิ่งใดผ่านจุดอุดตันได้
  • ลำไส้ถูกบีบรัดหรือมีเลือดไปเลี้ยงไม่พอ
  • มีลำไส้เน่าตาย รั่ว หรือทะลุ
  • มีเยื่อบุช่องท้องอักเสบ เช่น หน้าท้องแข็ง กดเจ็บมาก หรือเจ็บเมื่อปล่อยมือ
  • ไส้เลื่อนติดค้างและดันกลับไม่ได้
  • ลำไส้บิดตัวหรือมีลักษณะอุดตันเป็นวงปิด ซึ่งเสี่ยงขาดเลือด
  • อาการและผลตรวจแย่ลงแม้ได้รับการรักษาในโรงพยาบาลแล้ว
  • จุดอุดตันเกิดจากก้อนที่ต้องเอาออก หรือไม่สามารถเปิดทางด้วยวิธีอื่นได้

ภาวะอุดตันทั้งหมดมักต้องผ่าตัด โดยวิธีที่เลือกขึ้นกับสาเหตุและตำแหน่ง หากมีลำไส้ที่ตายหรือเสียหาย แพทย์มักต้องตัดส่วนนั้นออกด้วย ([Mayo Clinic)](https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/intestinal-obstruction/diagnosis-treatment/drc-20351465)

การตัดสินใจอาจต้องทำรวดเร็ว เพราะการรอในผู้ที่ลำไส้ขาดเลือดเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรงและภาวะแทรกซ้อน อย่างไรก็ตาม ศัลยแพทย์จะพยายามอธิบายสิ่งที่คาดว่าจะทำ รวมถึงโอกาสที่อาจต้องตัดลำไส้หรือทำทวารเทียมก่อนขอความยินยอม หากสถานการณ์เอื้ออำนวย

ผู้ที่อาจยังไม่ต้องผ่าตัดทันที

ภาวะอุดตันบางส่วน โดยเฉพาะเมื่อยังไม่มีสัญญาณขาดเลือด ทะลุ หรือเยื่อบุช่องท้องอักเสบ อาจได้รับการรักษาในโรงพยาบาลก่อน เช่น งดอาหารและน้ำทางปาก ให้น้ำทางหลอดเลือด และใส่สายจากจมูกลงกระเพาะเพื่อระบายของเหลวกับแก๊ส หากอาการคลี่คลาย อาจไม่ต้องผ่าตัดในครั้งนั้น ([Mayo Clinic)](https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/intestinal-obstruction/diagnosis-treatment/drc-20351465)

ภาวะลำไส้หยุดเคลื่อนไหวชั่วคราวหรือ “ลำไส้อุดตันเทียม” ไม่มีสิ่งกีดขวางจริง การรักษามักเน้นแก้สาเหตุ เช่น ความผิดปกติของเกลือแร่ โรคที่กำลังเป็นอยู่ หรือยาที่ทำให้ลำไส้เคลื่อนไหวน้อยลง การผ่าตัดจึงไม่ใช่คำตอบแรก [](https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/intestinal-obstruction/diagnosis-treatment/drc-20351465)

คำว่า “ไม่ควรผ่าตัด” ไม่ได้มีรายชื่อข้อห้ามตายตัวในภาวะฉุกเฉิน หากไม่ผ่าตัดแล้วเสี่ยงเสียชีวิต แพทย์อาจต้องดำเนินการแม้ผู้ป่วยมีโรคประจำตัวมาก ในทางกลับกัน หากความเสี่ยงจากการผ่าตัดสูงและยังมีทางเปิดลำไส้แบบอื่น ทีมรักษาอาจเลือกวิธีชั่วคราวเพื่อให้ร่างกายคงที่ก่อน

เตรียมตัวก่อนผ่าตัด

ผู้ป่วยจำนวนมากเข้ารับการผ่าตัดจากห้องฉุกเฉิน จึงอาจไม่มีเวลาเตรียมตัวเหมือนการผ่าตัดตามนัด สิ่งสำคัญคือแจ้งข้อมูลให้ทีมรักษาทราบอย่างครบถ้วนและไม่รับประทานอาหารหรือดื่มน้ำเองจนกว่าจะได้รับอนุญาต

สิ่งที่ทีมรักษาอาจทำก่อนเข้าห้องผ่าตัด

  • ตรวจชีพจร ความดัน การหายใจ อุณหภูมิ และระดับออกซิเจน
  • ตรวจเลือดเพื่อดูภาวะขาดน้ำ เกลือแร่ การติดเชื้อ การแข็งตัวของเลือด และการทำงานของอวัยวะ
  • ให้น้ำและเกลือแร่ทางหลอดเลือด
  • ใส่สายจากจมูกลงกระเพาะอาหาร เพื่อดูดของเหลวและแก๊ส ลดอาการอาเจียนและท้องบวม
  • ใส่สายสวนปัสสาวะในบางราย เพื่อติดตามปริมาณปัสสาวะและภาวะไหลเวียนเลือด
  • ประเมินโดยวิสัญญีแพทย์หรือทีมระงับความรู้สึก
  • ให้ยาปฏิชีวนะเมื่อมีข้อบ่งชี้ เช่น สงสัยลำไส้ขาดเลือด ทะลุ หรือต้องตัดลำไส้

การให้น้ำทางหลอดเลือด การใส่สายระบายกระเพาะ และการติดตามปัสสาวะเป็นส่วนหนึ่งของการทำให้ผู้ป่วยคงที่ก่อนรักษา ([Mayo Clinic)](https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/intestinal-obstruction/diagnosis-treatment/drc-20351465)

เรื่องอาหาร น้ำ และยา

แพทย์จะสั่งงดอาหารและน้ำ เนื่องจากต้องใช้ยาระงับความรู้สึกทั่วไปและลำไส้กำลังอุดตัน หากเป็นการผ่าตัดฉุกเฉิน ให้บอกทีมรักษาตรงๆ ว่ากินหรือดื่มครั้งสุดท้ายเมื่อใด อย่าปกปิดเพราะกังวลว่าการผ่าตัดจะถูกเลื่อน ข้อมูลนี้ช่วยให้วิสัญญีแพทย์ลดความเสี่ยงจากการสำลัก

แจ้งยาทุกชนิดที่ใช้ รวมถึง

  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด
  • ยารักษาเบาหวาน รวมถึงยาฉีด
  • ยาความดัน ยาหัวใจ และยาขับปัสสาวะ
  • สเตียรอยด์หรือยากดภูมิคุ้มกัน
  • สมุนไพร วิตามิน และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
  • ประวัติแพ้ยา แพ้ยาง หรือเคยมีปัญหาจากการดมยาสลบ

อย่าหยุดหรือปรับยาเอง ศัลยแพทย์และวิสัญญีแพทย์จะเป็นผู้กำหนดว่าควรงดยาชนิดใดและเมื่อใด โดยชั่งระหว่างความเสี่ยงเลือดออก ลิ่มเลือด น้ำตาลผิดปกติ และความเร่งด่วนของการผ่าตัด

สิ่งที่ควรนำมาและข้อมูลที่ควรแจ้ง

หากมีเวลาหรือมีญาติช่วยเตรียม ให้นำบัตรประจำตัว เอกสารสิทธิการรักษา รายการยา ผลตรวจเดิม และข้อมูลการผ่าตัดช่องท้องที่ผ่านมา แจ้งแพทย์หากมีโรคหัวใจ โรคปอด โรคไต โรคตับ เบาหวาน ตั้งครรภ์ หรือเคยมีลิ่มเลือด

ก่อนลงนามยินยอม คุณควรทราบว่าแพทย์คาดว่าสาเหตุคืออะไร ตั้งใจผ่าตัดแบบเปิดหรือส่องกล้อง มีโอกาสตัดลำไส้หรือไม่ และอาจต้องทำทวารเทียมหรือไม่ ในภาวะฉุกเฉิน สิ่งที่พบจริงอาจต่างจากภาพถ่าย แผนจึงอาจต้องเปลี่ยนระหว่างผ่าตัดเพื่อรักษาชีวิตและลำไส้ที่ยังแข็งแรง

ขั้นตอนการผ่าตัด

การผ่าตัดแต่ละรายไม่เหมือนกัน แต่ลำดับหลักมักเป็นดังนี้

1. ให้ยาระงับความรู้สึกทั่วไป

ผู้ป่วยจะหลับและไม่รู้สึกเจ็บระหว่างผ่าตัด มีการใส่ท่อช่วยหายใจและเฝ้าระวังชีพจร ความดัน ออกซิเจน และการทำงานของร่างกายตลอดการผ่าตัด ([MedlinePlus (U.S. National Library of Medicine))](https://medlineplus.gov/ency/article/002927.htm)

2. เข้าสู่ช่องท้อง

ศัลยแพทย์อาจเลือกวิธีส่องกล้องผ่านแผลขนาดเล็กหลายตำแหน่ง หรือผ่าตัดแบบเปิดผ่านแผลที่หน้าท้อง วิธีส่องกล้องอาจเหมาะกับผู้ป่วยบางราย แต่ท้องที่บวมมาก พังผืดซับซ้อน การขาดเลือด หรือภาวะไม่คงที่อาจทำให้ต้องเลือกผ่าตัดเปิด

แม้เริ่มด้วยการส่องกล้อง ศัลยแพทย์อาจเปลี่ยนเป็นผ่าตัดเปิดหากมองเห็นไม่ชัด ลำไส้เปราะ มีพังผืดมาก หรือจำเป็นต้องจัดการความเสียหายอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนวิธีไม่จำเป็นต้องหมายถึงเกิดความผิดพลาด แต่เป็นการเลือกทางที่ปลอดภัยกว่าเมื่อเห็นสภาพจริง

3. หาตำแหน่งและสาเหตุของการอุดตัน

ศัลยแพทย์ตรวจลำไส้เพื่อหาจุดที่ขยายและจุดที่แฟบลง ประเมินสี การไหลเวียนเลือด การรั่วหรือทะลุ และตรวจบริเวณอื่นที่เกี่ยวข้อง จากนั้นแก้ตามสาเหตุ เช่น

  • ตัดหรือเลาะพังผืดที่รัดลำไส้
  • คลายลำไส้ที่บิดตัว
  • นำลำไส้ออกจากไส้เลื่อนและซ่อมจุดบกพร่อง
  • เอาก้อนหรือสิ่งอุดตันออก
  • ตัดลำไส้ส่วนที่มีเนื้องอก ตีบรุนแรง หรือเสียหาย

4. ประเมินว่าต้องตัดลำไส้หรือไม่

หากลำไส้ยังมีเลือดมาเลี้ยงและฟื้นตัวหลังคลายการรัด อาจไม่ต้องตัดออก แต่ถ้าผนังลำไส้ตาย ทะลุ หรือเสียหายจนซ่อมไม่ได้ ต้องตัดส่วนนั้นออก การปล่อยลำไส้ที่ตายไว้เพิ่มความเสี่ยงต่อการรั่วและติดเชื้อรุนแรง ([MedlinePlus (U.S. National Library of Medicine))](https://medlineplus.gov/ency/article/002927.htm)

5. ต่อลำไส้หรือทำทวารเทียม

หลังตัดลำไส้ ศัลยแพทย์อาจต่อปลายที่แข็งแรงเข้าหากันด้วยไหมเย็บหรือเครื่องเย็บ การต่อลำไส้ทำได้เมื่อเลือดมาเลี้ยงดี เนื้อเยื่อแข็งแรง และสภาพผู้ป่วยเหมาะสม

หากช่องท้องปนเปื้อนมาก ปลายลำไส้ไม่เหมาะต่อการต่อ หรือผู้ป่วยไม่คงที่ แพทย์อาจนำปลายลำไส้ออกมาที่ผิวหน้าท้อง เรียกว่า ทวารเทียม หรือ สโตมา เพื่อให้อุจจาระออกสู่ถุงรองรับ ทวารเทียมอาจเป็นชั่วคราวหรือถาวร ขึ้นกับตำแหน่งของโรค ปริมาณลำไส้ที่เหลือ และโอกาสผ่าตัดต่อกลับในอนาคต [](https://medlineplus.gov/ency/article/002927.htm)

6. ล้าง ตรวจ และปิดแผล

ทีมผ่าตัดตรวจเลือดออก จุดรั่ว และสภาพลำไส้ อาจล้างช่องท้องหรือวางสายระบายเมื่อจำเป็น จากนั้นปิดแผล ผู้ป่วยจะถูกส่งไปห้องพักฟื้น หรือหอผู้ป่วยวิกฤตหากต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด

ใช้เวลานานแค่ไหน

ไม่มีช่วงเวลาเดียวที่ใช้ได้กับผู้ป่วยทุกคน การเลาะพังผืดเฉพาะจุดอาจใช้เวลาน้อยกว่าการตัดต่อลำไส้หลายตำแหน่งหรือการผ่าตัดเมื่อมีลำไส้ทะลุ เวลาขึ้นกับวิธีส่องกล้องหรือผ่าตัดเปิด จำนวนพังผืด ตำแหน่งอุดตัน ความเสียหายของลำไส้ และความคงที่ของผู้ป่วย

การผ่าตัดนี้ใช้ยาระงับความรู้สึกทั่วไป ([MedlinePlus (U.S. National Library of Medicine))](https://medlineplus.gov/ency/article/002927.htm) หลังผ่าตัด ผู้ป่วยมักต้องนอนโรงพยาบาล ไม่ใช่การผ่าตัดที่กลับบ้านในวันเดียว เพราะต้องรอดูว่าการไหลเวียนเลือดคงที่หรือไม่ อาการปวดควบคุมได้หรือไม่ ลำไส้เริ่มทำงานหรือยัง และมีการติดเชื้อหรือรั่วหรือไม่

ผู้ที่ผ่าตัดไม่ซับซ้อนอาจพักโรงพยาบาลเพียงหลายวัน ส่วนผู้ที่ต้องตัดลำไส้ มีช่องท้องปนเปื้อน ต้องดูแลทวารเทียม หรือมีโรคประจำตัวมาก อาจอยู่นานกว่านั้น ระยะจริงต้องประเมินหลังเห็นสิ่งที่ทำในการผ่าตัดและการตอบสนองในช่วงแรก

พักฟื้นนานแค่ไหน

การพักฟื้นมีสองส่วน คือระยะที่ลำไส้และแผลเริ่มทำงานจนกลับบ้านได้ กับระยะที่กำลังและการขับถ่ายค่อยๆ เข้าที่ ซึ่งอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ขึ้นกับว่าผ่าตัดแบบใด ตัดลำไส้มากน้อยเพียงใด มีทวารเทียมหรือไม่ อายุ สุขภาพเดิม และภาวะแทรกซ้อน

ช่วงพักฟื้นสิ่งที่มักเกิดขึ้นสิ่งที่ทีมรักษาประเมิน
ช่วงแรกหลังผ่าตัดเจ็บแผล อ่อนเพลีย อาจมีสายให้น้ำ สายสวนปัสสาวะ หรือสายระบายกระเพาะชีพจร ความดัน ปัสสาวะ เลือดออก การติดเชื้อ และอาการปวด
ก่อนเริ่มกินลำไส้อาจยังเคลื่อนไหวน้อย ท้องอืด และยังไม่ผายลมฟังเสียงลำไส้ ดูท้องบวม คลื่นไส้ อาเจียน และการผายลม
ก่อนกลับบ้านเริ่มดื่มหรือกินได้ เดินได้ แผลไม่มีปัญหารุนแรงการขับถ่าย การควบคุมอาการปวด และความพร้อมดูแลแผลหรือทวารเทียม
หลายสัปดาห์แรกเหนื่อยง่าย ความอยากอาหารลดลง รูปแบบการขับถ่ายอาจเปลี่ยนน้ำหนัก ภาวะขาดน้ำ แผล และการปรับอาหาร
หลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนกำลังและการทำงานของลำไส้ค่อยๆ คงที่การกลับไปทำงาน ออกกำลัง และผลรักษาสาเหตุเดิม

หลังผ่าตัดลำไส้ การผายลมมักเป็นสัญญาณแรกว่าลำไส้เริ่มเคลื่อนไหว จากนั้นจึงเริ่มถ่าย อุจจาระอาจเหลว ถี่ หรือคาดเดาเวลาได้ยากในช่วงแรก บางคนกลับไปใกล้รูปแบบเดิม แต่บางคนมีรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะเมื่อมีการตัดลำไส้ออก ([NHS)](https://www.mkuh.nhs.uk/patient-information-leaflet/discharge-advice-following-bowel-surgery)

ทีมรักษาจะให้เริ่มดื่มและกินตามความพร้อมของลำไส้ อาจเริ่มด้วยปริมาณน้อยและเพิ่มทีละขั้น หลังกลับบ้าน หลายคนกินมื้อเล็กแต่บ่อยได้ง่ายกว่ามื้อใหญ่ อาหารที่เหมาะขึ้นกับส่วนของลำไส้ที่ผ่าตัดและการมีทวารเทียม จึงควรทำตามแผนเฉพาะของทีมผ่าตัด ไม่ควรเพิ่มหรือลดใยอาหารอย่างสุดโต่งเอง

การเดินระยะสั้นตั้งแต่ระยะแรกช่วยให้ร่างกายฟื้นและลดผลเสียจากการนอนนาน แต่ควรเพิ่มกิจกรรมทีละน้อย ผู้ป่วยที่ผ่าตัดลำไส้อาจรู้สึกอ่อนเพลียต่อเนื่องประมาณ 2-3 เดือน และการกลับไปทำงานมักอยู่ในช่วงหลายสัปดาห์ โดยขึ้นกับขนาดแผล ภาวะแทรกซ้อน และลักษณะงาน ([NHS)](https://www.mkuh.nhs.uk/patient-information-leaflet/discharge-advice-following-bowel-surgery) ช่วงดังกล่าวมาจากแนวทางของโรงพยาบาลต่างประเทศ จึงไม่ใช่กำหนดตายตัวสำหรับการรักษาในไทย

งานนั่งโต๊ะอาจกลับได้เร็วกว่างานที่ต้องยกของ เดินมาก หรือใช้แรงหน้าท้อง ก่อนขับรถ คุณต้องหยุดรถฉุกเฉินได้โดยไม่เจ็บหรือเคลื่อนไหวติดขัด ไม่ง่วงจากยา และได้รับอนุญาตตามแผนของทีมรักษา

หากมีทวารเทียม พยาบาลหรือทีมดูแลทวารเทียมจะสอนการเปลี่ยนถุง สังเกตผิวหนัง และติดตามปริมาณสิ่งขับออกก่อนกลับบ้าน อย่าตีความคำว่า “ชั่วคราว” ว่าจะต่อกลับได้แน่นอน การต่อกลับต้องประเมินการหายของลำไส้ สาเหตุเดิม สุขภาพโดยรวม และความเสี่ยงจากการผ่าตัดครั้งถัดไป

ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

การผ่าตัดอาจช่วยแก้การอุดตันและป้องกันลำไส้เสียหายมากขึ้น แต่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะเมื่อทำในภาวะฉุกเฉินหรือมีลำไส้ขาดเลือดอยู่แล้ว ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงอาจรวมถึงการติดเชื้อในกระแสเลือด อวัยวะล้มเหลว ต้องรักษาในหอผู้ป่วยวิกฤต ผ่าตัดซ้ำ และเสียชีวิต โดยความเสี่ยงแตกต่างกันมากตามความรุนแรงของโรค สุขภาพเดิม และสิ่งที่พบระหว่างผ่าตัด ความเสี่ยงเฉพาะบุคคลขึ้นกับอายุ โรคประจำตัว สาเหตุของการอุดตัน การปนเปื้อนในช่องท้อง และชนิดการผ่าตัด

ความเสี่ยงระหว่างและหลังผ่าตัดระยะแรก

  • เลือดออกหรือจำเป็นต้องให้เลือด
  • แผลหรือช่องท้องติดเชื้อ
  • ปอดอักเสบหรือหายใจลำบาก
  • ลิ่มเลือดที่ขาหรือเคลื่อนไปปอด
  • ปัญหาจากยาระงับความรู้สึก
  • ไตทำงานแย่ลงจากการขาดน้ำ การติดเชื้อ หรือภาวะไหลเวียนเลือดผิดปกติ
  • บาดเจ็บต่ออวัยวะข้างเคียงระหว่างเลาะพังผืด
  • ลำไส้หยุดเคลื่อนไหวนานกว่าที่คาด ทำให้ท้องอืด อาเจียน และกินไม่ได้

ความเสี่ยงทั่วไปดังกล่าว รวมถึงเลือดออก ลิ่มเลือด การติดเชื้อ และอวัยวะข้างเคียงบาดเจ็บ เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้ในการผ่าตัดแก้ลำไส้อุดตัน ([MedlinePlus (U.S. National Library of Medicine))](https://medlineplus.gov/ency/article/002927.htm)

รอยต่อลำไส้รั่ว

หากมีการต่อลำไส้ จุดต่ออาจรั่ว ทำให้ของในลำไส้เข้าสู่ช่องท้องและเกิดการติดเชื้อรุนแรง อาการอาจเป็นปวดท้องมากขึ้น ไข้ ชีพจรเร็ว ท้องบวม อ่อนเพลีย หรือความดันต่ำ การรักษาอาจต้องใช้ยาปฏิชีวนะ การระบายหนอง หรือผ่าตัดซ้ำ รวมถึงทำทวารเทียมในบางราย ([MedlinePlus (U.S. National Library of Medicine))](https://medlineplus.gov/ency/article/002927.htm)

ลำไส้อุดตันซ้ำและพังผืด

การผ่าตัดแก้พังผืดอาจทำให้เกิดพังผืดใหม่ได้ ผู้ที่เคยผ่าตัดช่องท้องหลายครั้งจึงมีโอกาสเกิดการอุดตันซ้ำในอนาคต [](https://medlineplus.gov/ency/article/002927.htm) ไม่ได้หมายความว่าทุกอาการปวดท้องหลังผ่าตัดคือการอุดตัน แต่ควรแจ้งประวัติผ่าตัดทุกครั้งเมื่อเข้ารับการรักษา

ปัญหาจากทวารเทียม

อาจเกิดผิวหนังรอบทวารระคายเคือง ทวารบวม ตีบ จม ยื่นยาว เลือดออก หรือมีไส้เลื่อนรอบทวาร หากสิ่งขับออกมากอาจทำให้ขาดน้ำและเกลือแร่ โดยเฉพาะทวารจากลำไส้เล็ก ทีมดูแลจะบอกลักษณะที่คาดได้และอาการผิดปกติที่ต้องติดต่อโรงพยาบาล

ผลระยะยาวต่อการกินและการขับถ่าย

ผู้ที่ตัดลำไส้ออกไม่มากอาจปรับตัวได้ดี แต่การตัดออกมากหรืออยู่ในตำแหน่งสำคัญอาจทำให้ถ่ายถี่ ดูดซึมน้ำหรือสารอาหารได้น้อย และต้องติดตามด้านโภชนาการ หากจำเป็นต้องตัดลำไส้ออกเป็นบริเวณกว้าง อาจเกิดภาวะลำไส้สั้นหรือภาวะลำไส้ล้มเหลว ทำให้ขาดน้ำและสารอาหาร และบางรายต้องได้รับสารน้ำหรือโภชนาการทางหลอดเลือดระยะยาว บางรายมีอาการปวดหรือแน่นท้องเป็นช่วงๆ การฟื้นตัวและผลระยะยาวจึงขึ้นกับสิ่งที่พบและปริมาณลำไส้ที่เหลือ ไม่ควรเปรียบเทียบจากผู้ป่วยรายอื่นโดยตรง

สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที

หลังกลับบ้าน ให้ไปห้องฉุกเฉินหรือกลับโรงพยาบาลทันทีเมื่อมีอาการต่อไปนี้ ไม่ควรรอถึงวันนัด

อาการเหตุผลที่ต้องประเมินเร็ว
ปวดท้องรุนแรงขึ้นหรือปวดต่อเนื่องอาจมีการรั่ว ติดเชื้อ หรืออุดตันซ้ำ
ท้องบวมขึ้นร่วมกับอาเจียนอาจบ่งว่าลำไส้ไม่ทำงานหรืออุดตัน
กินหรือดื่มไม่ได้ อาเจียนซ้ำเสี่ยงขาดน้ำและเกลือแร่
ไข้ หนาวสั่น ใจเต้นเร็ว หรืออ่อนเพลียผิดปกติอาจมีการติดเชื้อ
แผลแดง บวม ร้อน ปวดมาก มีหนอง หรือแผลแยกอาจเป็นแผลติดเชื้อหรือแผลมีปัญหา
มีเลือดออกมากทางแผล ทวารเทียม หรือทวารหนักต้องหาตำแหน่งและประเมินการเสียเลือด
หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ไอเป็นเลือด หรือเป็นลมอาจเกี่ยวกับลิ่มเลือดหรือภาวะหัวใจและปอด
ขาข้างหนึ่งบวม แดง ร้อน หรือเจ็บอาจเป็นลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำ
ปัสสาวะน้อยมาก ปากแห้ง เวียนศีรษะอาจขาดน้ำหรือไตทำงานผิดปกติ
ทวารเทียมเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ ดำ ซีดมาก หรือไม่มีสิ่งขับออกร่วมกับปวดบวมอาจมีเลือดมาเลี้ยงไม่พอหรือเกิดการอุดตัน

อาการชาหรือคันเล็กน้อยรอบแผล รวมถึงก้อนแข็งใต้แผล อาจเกิดระหว่างแผลหายได้ แต่แผลที่แดงอักเสบหรือมีหนองควรได้รับการประเมิน ([NHS)](https://www.mkuh.nhs.uk/patient-information-leaflet/discharge-advice-following-bowel-surgery)

ทางเลือกอื่น

การผ่าตัดไม่ใช่คำตอบสำหรับลำไส้อุดตันทุกชนิด ทางเลือกขึ้นกับว่ามีการอุดตันจริงหรือไม่ อุดตันบางส่วนหรือทั้งหมด และลำไส้ยังมีเลือดมาเลี้ยงดีหรือไม่

รักษาประคับประคองในโรงพยาบาล

ผู้ที่อุดตันบางส่วนและไม่มีสัญญาณลำไส้ขาดเลือดอาจได้รับการงดอาหาร ให้น้ำและเกลือแร่ทางหลอดเลือด ใส่สายระบายกระเพาะ และติดตามอาการใกล้ชิด หากอาการและผลตรวจดีขึ้น อาจหลีกเลี่ยงการผ่าตัดครั้งนั้นได้ แต่หากปวดมากขึ้น มีไข้ ผลเลือดแย่ลง หรือการอุดตันไม่คลี่คลาย แผนอาจเปลี่ยนเป็นผ่าตัด ([Mayo Clinic)](https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/intestinal-obstruction/diagnosis-treatment/drc-20351465)

รักษาสาเหตุของลำไส้ไม่เคลื่อนไหว

หากไม่มีสิ่งกีดขวางจริง แพทย์จะหาสาเหตุของลำไส้หยุดทำงาน เช่น การติดเชื้อ ความผิดปกติของเกลือแร่ หรือผลจากยา แล้วแก้สาเหตุนั้น บางรายอาจต้องระบายลำไส้ด้วยการส่องกล้อง การผ่าตัดใช้เมื่อวิธีอื่นไม่เหมาะหรือเกิดภาวะแทรกซ้อน ([Mayo Clinic)](https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/intestinal-obstruction/diagnosis-treatment/drc-20351465)

การเปิดทางด้วยกล้องหรือขดลวด

การอุดตันของลำไส้ใหญ่บางกรณี โดยเฉพาะจากก้อน อาจเปิดทางด้วยขดลวดตาข่ายที่ขยายตัวเองผ่านกล้อง วิธีนี้อาจใช้เป็นสะพานก่อนผ่าตัดเมื่อผู้ป่วยยังไม่พร้อม หรือใช้บรรเทาการอุดตันในบางสถานการณ์ แต่ไม่ได้เหมาะกับทุกตำแหน่ง และผู้ป่วยบางรายยังต้องผ่าตัดภายหลัง [](https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/intestinal-obstruction/diagnosis-treatment/drc-20351465)

วิธีเฉพาะในเด็ก

เด็กที่ลำไส้กลืนกันบางรายอาจรักษาด้วยการสวนลมหรือสารทึบรังสี ซึ่งช่วยทั้งวินิจฉัยและดันลำไส้กลับเข้าที่ หากสำเร็จอาจไม่ต้องผ่าตัด แต่ถ้าลำไส้ทะลุ ขาดเลือด หรือสวนไม่สำเร็จ ต้องพิจารณาผ่าตัด [](https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/intestinal-obstruction/diagnosis-treatment/drc-20351465)

การเปลี่ยนอาหารอย่างเดียวไม่สามารถแก้การอุดตันทั้งหมดหรือภาวะลำไส้ขาดเลือดได้ อาหารกากน้อยอาจใช้ในผู้ป่วยบางรายที่มีทางเดินตีบและยังมีสิ่งผ่านได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้แผนของแพทย์ ไม่ควรใช้แทนการไปโรงพยาบาลเมื่อมีอาการฉุกเฉิน

สิทธิการรักษา

ภาวะลำไส้อุดตันอาจเป็นเหตุฉุกเฉิน หากปวดท้องรุนแรง อาเจียนมาก ท้องบวม หรือถ่ายและผายลมไม่ได้ ให้ไปโรงพยาบาลเพื่อประเมินก่อน อย่าชะลอการรักษาเพราะยังไม่แน่ใจเรื่องสิทธิ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบสิทธิและประสานการส่งต่อเมื่อผู้ป่วยปลอดภัยพอ

บัตรทอง

โดยทั่วไป การตรวจและรักษาตามข้อบ่งชี้อยู่ภายใต้หน่วยบริการตามสิทธิและระบบส่งต่อ หากเป็นเหตุฉุกเฉินสามารถเข้ารับการประเมินที่สถานพยาบาลใกล้ที่สุดได้ ส่วนการรักษาต่อเนื่อง การผ่าตัดตามแผน และอุปกรณ์เกี่ยวกับทวารเทียมควรถามหน่วยบริการว่าต้องใช้ใบส่งตัวหรือเอกสารใด

ประกันสังคม

ผู้ประกันตนควรเข้ารับบริการที่สถานพยาบาลตามสิทธิ เว้นแต่เป็นกรณีฉุกเฉินที่ต้องรักษาทันที หลังพ้นภาวะเร่งด่วน โรงพยาบาลอาจประสานย้ายกลับสถานพยาบาลตามสิทธิเมื่อเหมาะสม ควรถามว่าใครเป็นผู้ดำเนินการส่งต่อและต้องส่งเอกสารภายในเวลาใด

ประกันสุขภาพเอกชน

ความคุ้มครองขึ้นกับกรมธรรม์ เช่น ระยะรอคอย โรคหรืออาการที่มีมาก่อน วงเงินห้องพัก การผ่าตัดฉุกเฉิน การดูแลผู้ป่วยวิกฤต และอุปกรณ์ทวารเทียม หากสถานการณ์ไม่ฉุกเฉิน ควรให้โรงพยาบาลขออนุมัติก่อนรักษา แต่ในภาวะฉุกเฉินควรรักษาก่อนแล้วให้ญาติหรือเจ้าหน้าที่ติดต่อบริษัทประกันโดยเร็ว

ไม่ว่าสิทธิใด ควรถามโรงพยาบาลให้ชัดว่า

  • การตรวจ ภาพถ่าย การผ่าตัด และหอผู้ป่วยอยู่ในสิทธิหรือไม่
  • ต้องมีใบส่งตัวหรือการอนุมัติล่วงหน้าหรือไม่
  • หากต้องทำทวารเทียม ถุงและอุปกรณ์ต่อเนื่องเบิกผ่านช่องทางใด
  • การติดตามแผล ผลชิ้นเนื้อ และการผ่าตัดต่อทวารกลับต้องใช้สิทธิอย่างไร
  • หากต้องย้ายโรงพยาบาล ใครเป็นผู้ประสานและข้อมูลทางการแพทย์จะส่งต่ออย่างไร

จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน

หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare

คำถามที่พบบ่อย

ลำไส้อุดตันต้องผ่าตัดทุกคนไหม

ไม่ทุกคน ภาวะอุดตันบางส่วนที่ไม่มีสัญญาณขาดเลือดหรือทะลุอาจดีขึ้นจากการงดอาหาร ให้น้ำทางหลอดเลือด และระบายกระเพาะ แต่การอุดตันทั้งหมดหรือมีลำไส้เสียหายมักต้องผ่าตัด

ผ่าตัดลำไส้อุดตันเป็นการผ่าตัดฉุกเฉินไหม

หลายกรณีเป็นการผ่าตัดฉุกเฉิน โดยเฉพาะเมื่อสงสัยลำไส้ถูกบีบรัด ขาดเลือด ทะลุ หรือมีเยื่อบุช่องท้องอักเสบ ส่วนรายที่อุดตันบางส่วนอาจมีเวลารักษาประคับประคองและประเมินซ้ำ

ยังถ่ายอุจจาระได้ แปลว่าไม่มีลำไส้อุดตันใช่ไหม

ไม่ใช่ ผู้ที่อุดตันบางส่วนยังอาจถ่ายหรือมีท้องเสียได้ และอุจจาระที่อยู่ต่ำกว่าจุดอุดตันอาจยังออกมาในระยะแรก ([Cleveland Clinic)](https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/bowel-obstruction)

ผ่าตัดแล้วต้องตัดลำไส้ทุกครั้งไหม

ไม่จำเป็น หากแก้พังผืดหรือคลายจุดบีบรัดแล้วลำไส้ยังแข็งแรง ศัลยแพทย์อาจไม่ต้องตัดลำไส้ การตัดจำเป็นเมื่อมีส่วนที่ตาย ทะลุ เสียหาย หรือมีรอยโรคที่ต้องเอาออก

จะรู้ก่อนผ่าตัดไหมว่าต้องทำทวารเทียม

บางครั้งคาดได้จากภาพถ่ายและสาเหตุ แต่ยืนยันล่วงหน้าไม่ได้เสมอ ศัลยแพทย์ต้องดูความแข็งแรงของลำไส้ การปนเปื้อน และความคงที่ของร่างกายระหว่างผ่าตัดก่อนตัดสินใจ

ทวารเทียมจะอยู่ตลอดชีวิตหรือไม่

อาจเป็นชั่วคราวหรือถาวร ขึ้นกับตำแหน่งและปริมาณลำไส้ที่ตัด สาเหตุของโรค คุณภาพของปลายลำไส้ และความพร้อมสำหรับการผ่าตัดต่อกลับในอนาคต

หลังผ่าตัดจะเริ่มกินอาหารเมื่อใด

ทีมรักษาจะให้เริ่มเมื่อประเมินว่าปลอดภัย โดยดูอาการท้องบวม คลื่นไส้ อาเจียน การผายลม และชนิดของการผ่าตัด บางรายเริ่มได้เร็ว ขณะที่รายซับซ้อนอาจต้องรอนานกว่า

ต้องนอนโรงพยาบาลกี่วัน

มักต้องนอนหลายวันและอาจนานกว่านั้นหากต้องตัดลำไส้ มีการติดเชื้อ ต้องดูแลทวารเทียม หรือเกิดภาวะแทรกซ้อน ระยะจริงขึ้นกับการทำงานของลำไส้ การกิน การเดิน และสภาพแผล

จะกลับไปทำงานได้เมื่อใด

โดยทั่วไปใช้เวลาหลายสัปดาห์ แต่ขึ้นกับการผ่าตัดแบบเปิดหรือส่องกล้อง ภาวะแทรกซ้อน และลักษณะงาน งานใช้แรงหรือยกของต้องรอนานกว่างานเบา และควรยึดกำหนดจากทีมผ่าตัดของคุณ

ลำไส้อุดตันกลับมาเป็นซ้ำได้ไหม

เป็นซ้ำได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีพังผืดหรือเคยผ่าตัดช่องท้องหลายครั้ง การผ่าตัดเองอาจก่อพังผืดใหม่ จึงควรรีบประเมินหากกลับมาปวดบิด ท้องบวม อาเจียน หรือหยุดผายลม

หลังผ่าตัดถ่ายเหลวหรือถ่ายบ่อยผิดปกติไหม

พบได้ในช่วงแรก เพราะลำไส้กำลังปรับตัวและรูปแบบการกินเปลี่ยนไป การขับถ่ายอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนจึงคงที่ [](https://www.mkuh.nhs.uk/patient-information-leaflet/discharge-advice-following-bowel-surgery) แต่ถ่ายมากจนเวียนศีรษะ ปัสสาวะน้อย หรืออ่อนเพลีย ควรติดต่อโรงพยาบาล

ปวดแผลแบบใดที่ควรกังวล

อาการปวดควรค่อยๆ ดีขึ้น หากปวดมากขึ้นอย่างชัดเจน ปวดท้องลึกต่อเนื่อง ท้องแข็งหรือบวม ร่วมกับไข้ อาเจียน ใจเต้นเร็ว หรือแผลมีหนอง ควรกลับโรงพยาบาลทันที

หากสงสัยลำไส้อุดตันควรกินยาระบายไหม

ไม่ควรกินยาระบายหรือสวนอุจจาระเองเมื่อมีอาการปวดท้องรุนแรง ท้องบวม อาเจียน หรือหยุดผายลม เพราะอาจมีการอุดตันทั้งหมดหรือภาวะที่ต้องรักษาเร่งด่วน ให้ไปโรงพยาบาลเพื่อหาสาเหตุก่อน

ก่อนผ่าตัดต้องหยุดยาละลายลิ่มเลือดเองหรือไม่

ไม่ควรหยุดเอง ให้แจ้งชื่อยาและเวลาที่รับประทานครั้งล่าสุดแก่ศัลยแพทย์กับวิสัญญีแพทย์ ทีมรักษาจะกำหนดการปรับยาตามความเร่งด่วน ความเสี่ยงเลือดออก และเหตุผลที่คุณต้องใช้ยา

หลังผ่าตัดต้องติดตามอะไรบ้าง

มักติดตามแผล การกิน การขับถ่าย ภาวะขาดน้ำ น้ำหนัก และปัญหาจากทวารเทียม หากตัดก้อนหรือเนื้อเยื่อออก แพทย์อาจนัดฟังผลตรวจชิ้นเนื้อและวางแผนรักษาสาเหตุต่อไป.

ข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

HDcare ช่วยคุณหาแพทย์และโรงพยาบาลที่เหมาะกับการผ่าตัดที่ต้องการ

ทีมงานช่วยประสานงานนัดหมาย เตรียมเอกสาร และติดตามผลหลังผ่าตัด

HDcare เป็นผู้ให้บริการประสานงาน ไม่ใช่สถานพยาบาล และไม่ได้ให้การรักษาโดยตรง

ภาพแพทย์และพยาบาลในหน้านี้เป็นภาพประกอบที่สร้างด้วย AI ไม่ใช่บุคลากรจริงของ HDcare หรือโรงพยาบาลในเครือข่าย

© 2026 HDmall · HDcare เป็นผู้ให้บริการประสานงาน ไม่ใช่สถานพยาบาล

ภาพประกอบสร้างด้วย AIภาพประกอบ AI
ปรึกษาทีม HDcare ทางไลน์

HDcare ช่วยประสานงานนัดหมาย เปรียบเทียบทางเลือก และดูแลตลอดการรักษาช่วยนัดหมาย เทียบทางเลือก และดูแลตลอดการรักษาช่วยนัดหมาย และดูแลตลอดการรักษา