คู่มือฉีดวัคซีน HPV สำคัญอย่างไร ทำไมต้องฉีด?

โรคมะเร็งจัดเป็นภัยร้ายที่ไม่มีอยากให้เกิดขึ้นกับตนเองรวมถึงคนที่คุณรัก การฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันความเสี่ยงการเกิดโรคนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราทุกคนไม่ควรลืม และควรไปฉีดให้ครบเพื่อลดโอกาสเกิดโรคร้ายกับตนเอง

มีคำถามเกี่ยวกับ วัคซีนมะเร็งปากมดลูก? สอบถามฟรีทาง LINE รับคำตอบได้ทันที ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความสบายใจของคุณ

เชื้อไวรัส HPV คืออะไร?

เชื้อไวรัสเอชพีวี (Human Papilloma Virus: HPV) หรือที่มีอีกชื่อเรียกว่า “ไวรัสหูด” คือ เชื้อไวรัสที่เป็นตัวการก่อโรคบริเวณอวัยวะเพศ อวัยวะสืบพันธุ์ และทวารหนัก สามารถแพร่กระจายได้ผ่านการสัมผัสโดยตรงหรือการมีเพศสัมพันธ์เป็นหลัก

เชื้อไวรัส HPV มีมากกว่า 200 สายพันธุ์ โดยสามารถแบ่งประเภทของสายพันธุ์ได้ 2 กลุ่ม ดังนี้

  1. สายพันธุ์กลุ่มที่ความเสี่ยงเกิดโรคต่ำ แต่ก็สามารถก่อให้เกิดบางโรคได้ เช่น โรคหูดหงอนไก่ ตัวอย่างสายพันธุ์ในกลุ่มนี้จะได้แก่ กลุ่มสายพันธุ์ 6, 11, 40, 42, 43, 44, 54
  2. สายพันธุ์กลุ่มที่ความเสี่ยงเกิดโรคสูง โดยมีความรุนแรงในการเข้าไปเปลี่ยนเซลล์ที่ระบบสืบพันธุ์จนเกิดโรคมะเร็งได้หลายชนิด เช่น โรคมะเร็งปากมดลูก โรคมะเร็งช่องคลอด ตัวอย่างสายพันธุ์ในกลุ่มจะได้แก่ กลุ่มสายพันธุ์ 16, 18, 31, 33, 35, 39, 45

เชื้อไวรัส HPV ไม่ได้แพร่กระจายในกลุ่มผู้หญิงเพียงอย่างเดียว แต่สามารถต่อต่อกันผ่านการมีเพศสัมพันธ์ไปสู่เพศชายได้ด้วย และสามารถทำให้เกิดโรคมะเร็งในเพศชายได้ เช่น โรคมะเร็งองคชาต โรคมะเร็งช่องปากและลำคอ โรคมะเร็งทวารหนัก

วัคซีนมะเร็งปากมดลูกคืออะไร?

วัคซีนมะเร็งปากมดลูก หรือวัคซีน HPV คือ วัคซีนสำหรับฉีดเพื่อป้องกันโอกาสติดเชื้อไวรัส HPV ผ่านการเข้าไปสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อต่อต้านเชื้อไวรัสตัวนี้ในร่างกาย

วัคซีนมะเร็งปากมดลูกมีกี่ชนิด?

วัคซีนมะเร็งปากมดลูกสามารจำแนกชนิดได้ 3 รูปแบบ ได้แก่

  • วัคซีนชนิดป้องกันได้ 2 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ที่ 16 และ 18
  • วัคซีนชนิดป้องกันได้ 4 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ที่ 16, 18, 6 และ 11
  • วัคซีนชนิดป้องกันได้ 9 สายพันธุ์ ได้แก่ 6, 11, 16, 18, 31, 33, 45, 52, 58

ข้อเสียและความเสี่ยงของวัคซีนมะเร็งปากมดลูก

วัคซีนมะเร็งปากมดลูกเป็นวัคซีนที่ช่วยป้องกันโอกาสเกิดโรคมะเร็งหลายชนิดได้ และสามารถลดโอกาสเกิดโรคต่างๆ ได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม วัคซีนชนิดนี้ก็ยังมีข้อเสียที่ควรรู้ไว้ เพื่อจะได้ดูแลตนเองได้อย่างเหมาะสม

  • วัคซีนจะออกฤทธิ์ได้ดีที่สุดในผู้ที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อน ส่วนผู้ที่เคยมีเพศสัมพันธ์มาแล้วและมาฉีดวัคซีนในภายหลังก็จะได้รับภูมิกระตุ้นสำหรับป้องกันโรคเช่นเดียวกัน แต่มักมีระดับที่น้อยกว่า
  • วัคซีนป้องกันโอกาสเกิดโรคได้ 90% เท่านั้น คุณยังต้องใช้ถุงยางอนามัยในการมีเพศสัมพันธ์ทุกครั้ง ไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย หรืองดพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อยู่
  • ต้องมาฉีดหลายครั้ง โดยต้องฉีดให้ครบ 3 เข็มในผู้ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป จึงจะได้รับภูมิคุ้มกันอย่างเต็มที่

วัคซีนมะเร็งปากมดลูกเหมาะกับใคร?

วัคซีนมะเร็งปากมดลูกเป็นวัคซีนที่จำเป็นต่อประชาชนทุกคนและทุกเพศอย่างไม่มีข้อยกเว้น โดยมีจำนวนเข็มและความถี่ในการฉีดดังต่อไปนี้

  • เด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายทุกคนที่อายุ 9-15 ปี ให้ฉีดเพียง 2 เข็มก็พอ โดยห่างกันเข็มละ 6-12 เดือน
  • ผู้ที่อายุมากกว่า 15 ปี ให้ฉีดทั้งหมด 3 เข็มได้เลย โดยระยะห่างเข็มที่หนึ่งไปเข็มที่สองจะอยู่ที่ 1-2 เดือน และเข็มที่สองไปเข็มที่สามจะอยู่ที่ 6 เดือน

ใครไม่ควรฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก?

ผู้ที่มีเงื่อนไขตรงกับข้อดังต่อไปนี้ ควรปรึกษาแพทย์ถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมในการรับวัคซีนอย่างละเอียดเสียก่อน

มีคำถามเกี่ยวกับ วัคซีนมะเร็งปากมดลูก? สอบถามฟรีทาง LINE รับคำตอบได้ทันที ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความสบายใจของคุณ

  • หญิงตั้งครรภ์
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้วัคซีน
  • ผู้ที่ภาวะเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันที่ไวต่อสารประกอบในวัคซีน

การเตรียมตัวก่อนฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก

ก่อนฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก คุณไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวเป็นพิเศษ เพียงพักผ่อนให้พอ และแจ้งโรคประจำตัวที่มีกับแพทย์ก่อนรับบริการเท่านั้น นอกจากนี้หากคุณกังวลเกี่ยวกับอาการข้างเคียงหลังฉีดวัคซีน ก็อาจลางานหรือเตรียมเวลาพักผ่อนหลังฉีดไว้ประมาณ 1-2 วัน แต่โดยทั่วไปอาการที่เกิดขึ้นจะไม่รุนแรงจนส่งผลต่อชีวิตประจำวัน

การปฏิบัติตัวหลังฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก

อย่างที่กล่าวไปในข้างต้นว่า วัคซีนมะเร็งปากมดลูกช่วยป้องกันโอกาสเกิดโรคมะเร็งได้ 70% เท่านั้น คุณยังจำเป็นต้องดูแลตนเองอย่างระมัดระวังภายหลังจากรับวัคซีนครบแล้วด้วย เพราะความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ ก็ยังมีอยู่ เช่น

  • คุณหรือคู่นอนต้องสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
  • งดการใช้สิ่งของร่วมกัน เช่น กางเกงชั้นใน
  • ทำความสะอาดอวัยวะเพศให้สะอาดอยู่เสมอ
  • หลีกเลี่ยงการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ เพราะจะทำให้ภูมิคุ้มกันลดต่ำลง
  • ไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย

ผลข้างเคียงและอาการแพ้วัคซีนมะเร็งปากมดลูก

หลังจากฉีดวัคซีน คุณอาจเผชิญอาการข้างเคียงบางอย่างได้ ซึ่งโดยปกติจะอยู่ในระดับที่ไม่รุนแรง เช่น

  • ผิวบวมบริเวณที่ฉีดยา
  • ปวดศีรษะ
  • เป็นไข้
  • ปวดเมื่อยตามตัว
  • อ่อนเพลีย
  • คลื่นไส้อาเจียน

อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มผู้ที่รับวัคซีนบางคนก็มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงเหล่านี้อย่างรุนแรงขึ้นได้ หากคุณรู้สึกรับมือกับอาการข้างเคียงเหล่านี้ไม่ไหว หรืออาการรุนแรงจนกระทบชีวิตประจำวัน ให้กลับมาปรึกษาแพทย์โดยทันที

นอกจากอาการข้างเคียงที่พบได้ทั่วไป ผู้เข้ารับบริการบางท่านอาจเผชิญอาการแพ้วัคซีนซึ่งจะต้องรีบกลับไปพบแพทย์โดยด่วน มิฉะนั้นอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ โดยอาการหลักๆ ที่สังเกตเห็นได้ เช่น หายใจลำบากหรือหายใจไม่ออก ผิวหน้าและลำคอบวมขึ้น มีผื่นลมพิษขึ้นตามตัว

ควรมาฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกอีกไหม?

ควรมาฉีด เพราะวัคซีนจะช่วยป้องโอกาสติดเชื้อไวรัส HPV สายพันธุ์อื่นๆ ได้อีก รวมถึงป้องกันเชื้อไวรัสสายพันธุ์เดิมที่คุณเคยติดเชื้อด้วย

วัคซีนมะเร็งปากมดลูก ป้องกันโรคได้นานไหม?

จากผลวิจัยขององค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า วัคซีนมะเร็งปากมดลูกสามารถป้องกันโอกาสติดเชื้อ HPV ได้ยาวนานอย่างน้อย 6-11 ปีขึ้นไป

เคยฉีดวัคซีนแบบ 2 หรือ 4 สายพันธุ์แล้ว ฉีด 9 สายพันธุ์ได้ไหม?

คุณยังสามารถฉีดวัคซีนแบบ 9 สายพันธุ์ได้อีก แม้จะเคยฉีดวัคซีนแบบ 2 หรือ 4 สายพันธุ์มาแล้ว แต่จำเป็นต้องเว้ยระยะห่างในการรับวัคซีนประมาณ 1 ปีจึงจะสามารถฉีดแบบ 9 สายพันธุ์ได้ หรือแพทย์อาจเป็นผู้กำหนดระยะห่างในการรับวัคซีนให้ครบทั้ง 3 รูปแบบเอง

ฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกแล้วต้องตรวจมะเร็งปากมดลูกไหม?

คุณยังต้องมีการตรวจสุขภาพ รวมถึงตรวจความเสี่ยงมะเร็งปากมดลูกอยู่เสมอภายหลังจากรับวัคซีนไปแล้ว โดยอาจตรวจทุกๆ 1-3 ปี ขึ้นอยู่กับระดับภูมิคุ้มกันหรือตามคำแนะนำของแพทย์


แพ็กเกจฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก

มีคำถามเกี่ยวกับ วัคซีนมะเร็งปากมดลูก? สอบถามฟรีทาง LINE รับคำตอบได้ทันที ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความสบายใจของคุณ

หากคุณติดตั้ง LINE บนคอมพิวเตอร์ของคุณแล้ว ระบบจะเปิดบัญชีทางการ LINE ของ Jib AI ผู้ช่วยสุขภาพ โดยอัตโนมัติ

หากคุณยังไม่ได้ติดตั้ง LINE บนเดสก์ท็อป โปรดสแกน QR โค้ดด้วย LINE บนโทรศัพท์มือถือของคุณเพื่อเริ่มแชทกับ Jib AI ผู้ช่วยสุขภาพ