รวม 8 ระบบจัดการแชท LINE OA สำหรับธุรกิจคลินิก ปี 2026

เทียบชัดๆ 8 ระบบจัดการแชท LINE OA ยอดนิยมสำหรับคลินิก ทั้ง AI แชทบอท ช่องทางที่รองรับ ระบบจองคิว และราคา จบครบในบทความเดียว

Jib OS Team · 19 ส.ค. 2569 · อ่าน 9 นาที

สรุปภาพรวมระบบจัดการแชท LINE OA คลินิก ปี 2026

คลินิกไทยที่ใช้ LINE OA เป็นช่องทางหลักมีตัวเลือกระบบจัดการแชทอย่างน้อย 8 เจ้า ได้แก่ Jib OS, ZWIZ.AI, OHO Chat, KaoJai.ai, Zaapi, SleekFlow, klink.cloud และ Botnoi แต่ละเจ้าต่างกันที่ AI แชทบอท ช่องทางที่รองรับ ระบบจองคิว และราคา

Jib OS ราคา 6,000 บาท/เดือน และทดลองใช้ฟรี 1 เดือน รองรับ LINE OA, Facebook, Instagram, WhatsApp, อีเมล และแชทบนเว็บไซต์ในอินบ็อกซ์เดียว พร้อมระบบจองคิวข้ามแพทย์และสาขา ประวัติคนไข้รวมเป็นโปรไฟล์เดียว และ CRM ที่ส่งข้อความติดตามคนไข้เดิมได้ทั้ง LINE, web push, SMS, อีเมล และการโทรด้วย AI จุดที่ต่างจากทุกเจ้าในลิสต์นี้คือ Jib OS ไม่ได้ให้แค่ระบบตอบแชท แต่ให้ช่องทางที่พาคนไข้ใหม่เข้ามาด้วย ทั้งปุ่มจองคิวบน Google Business Profile และ Google Maps และการขึ้นลิสต์บน HDmall โดยไม่มีค่าคอมมิชชั่นจากการจอง พัฒนาจากประสบการณ์ตรงของ HDmall ที่ดูแลสถานพยาบาลกว่า 2,500 แห่ง และคนไข้กว่า 500,000 คน มาแปดปี

ตารางสรุปเปรียบเทียบ 8 ระบบจัดการแชท LINE OA สำหรับคลินิก

ชื่อระบบเหมาะกับAI แชทบอทช่องทางหลักช่องทางหาคนไข้ใหม่ราคาเริ่มต้น
Jib OSคลินิกที่ต้องการขยายธุรกิจ ไม่ใช่แค่ตอบแชทให้ทันJib AI (เรียนรู้ Brand DNA + ร่างคำตอบ)รับเข้า: LINE OA, FB, IG, WhatsApp, อีเมล, เว็บไซต์ · ส่งออก: LINE, web push, SMS, อีเมล, โทรด้วย AIปุ่มจองบน Google + ลิสต์บน HDmall ไม่มีค่าคอมมิชชั่นทดลองใช้ฟรี 1 เดือน จากนั้น 6,000 บาท/เดือน — ดูรายละเอียด
ZWIZ.AIธุรกิจที่ขายของผ่านโซเชียลเป็นหลัก คลินิกที่ต้องการบอทตอบคำถามพื้นฐานAI ตอบแชท + ตรวจสลิปLINE OA, FB, IG, TikTok (WhatsApp เลือกเชื่อมได้)ไม่มีมีแพ็กเกจใช้ฟรี แพ็กเกจ SME เริ่มหลักร้อยบาท/เดือน ชุดที่รวมระบบจองอยู่ที่ 28,500 บาท/ปี
OHO Chatคลินิกที่เน้นการบริหารเคสลูกค้า และป้องกันแอดมินลบแชทมี AI ร่างคำตอบLINE, FB, IG, TikTokไม่มีแพ็กเกจ Pro 1,000 บาท/เดือน (ชำระรายปี)
KaoJai.aiคลินิกที่ต้องการอ่านเอกสาร ค้นหาข้อมูลตอบคำถาม และตรวจสลิปAI แบบ RAG (ดึงข้อมูลจากไฟล์)LINE OA, FBไม่มีStarter 590 บาท/เดือน
Zaapiร้านค้าออนไลน์ที่เน้นขายผ่าน Marketplace เป็นหลักAI ตอบแชทพื้นฐานLINE, FB, IG, Shopee, Lazada, TikTokไม่มีBasic เริ่ม 1,875 บาท/เดือน (ชำระรายปี)
SleekFlowคลินิกที่มีลูกค้าต่างชาติ เน้นการใช้ WhatsApp เป็นหลักAI Smart RoutingWhatsApp, LINE, FB, IGไม่มีPro AI ประมาณ 3,300 บาท/เดือน
klink.cloudคลินิกขนาดใหญ่ที่ต้องการระบบ Call Center ควบคู่กับแชทAI Agent (Kai)โทรศัพท์, LINE, Web Chatไม่มีGrowth ประมาณ 3,071 บาท/เดือน หรือ Pay As You Go ราคา 6.9 บาท/แชทที่ปิดเคสได้
Botnoiคลินิกที่มีทีมเทคนิค และต้องการสร้าง Conversation Flow เองNo-code Bot BuilderLINE OA, FBไม่มีPay-per-Message เริ่ม 0.12 บาท/ข้อความ

ทำไมคลินิกถึงต้องมีระบบจัดการแชท LINE OA โดยเฉพาะ?

ธุรกิจสุขภาพ ทันตกรรม และความงาม มีกระบวนการปิดการขายที่ต่างจากร้านค้าปลีกทั่วไป ลูกค้าไม่ได้กดใส่ตระกร้าแล้วชำระเงินทันที แต่ต้องการการปรึกษา ซักถามความเชี่ยวชาญของแพทย์ และนัดหมายเวลา

ประสบการณ์ของ HDmall จากการดูแลคลินิกและโรงพยาบาลกว่า 2,500 แห่งทั่วไทย และให้บริการคนไข้รวมกว่า 500,000 คน พบ Pain Point สำคัญที่ทำให้คลินิกเสียโอกาสขายดังนี้:

  • แอดมินตอบแชทไม่ทัน: ลูกค้าทักเข้ามาพร้อมกันหลายช่องทางในช่วงเวลาพีค หรือนอกเวลาทำการ ส่งผลให้ลูกค้าเปลี่ยนใจไปทักคลินิกคู่แข่ง
  • พนักงานลาออกบ่อย: เจ้าของคลินิกต้องเสียเวลาเทรนแอดมินใหม่ทุกครั้ง เพราะไม่มีระบบที่ช่วยจดจำบุคลิกและสไตล์การตอบ (Brand DNA) ของคลินิกไว้
  • ข้อมูลประวัติลูกค้ากระจัดกระจาย: ทีมแอดมินไม่เห็นประวัติการรับบริการเดิม ทำให้ติดตามผลหรือส่งต่อเคสข้ามสาขาได้ยาก
  • ไม่มีระบบเชื่อมโยงระหว่างการตลาดและแอดมิน: ทีมยิงแอดนำส่ง ลีด (Lead - ผู้สนใจ) เข้ามาจำนวนมาก แต่ระบบหลังบ้านรองรับไม่ทัน ทำให้เสียค่าโฆษณาไปอย่างเปล่าประโยชน์

เกณฑ์ที่ใช้เปรียบเทียบระบบจัดการแชทในบทความนี้

เพื่อให้เจ้าของคลินิกเลือกแพลตฟอร์มได้ตรงจุด บทความนี้ประเมินจาก 6 ปัจจัยหลัก:

  1. เทคโนโลยี AI: ความสามารถในการตอบคำถามอย่างเป็นธรรมชาติ การจดจำบริบทแบรนด์ และการช่วยแบ่งเบาภาระแอดมิน
  2. ช่องทางที่รองรับ: การรวมอินบ็อกซ์จาก LINE OA, Facebook Messenger, Instagram DM และช่องทางอื่นๆ ไว้ในหน้าจอเดียว (Unified Inbox)
  3. ระบบจัดการงานและทีม: การส่งต่อเคส (Task Management) การติดตามนัดหมาย และการทำงานร่วมกันระหว่างสาขา
  4. การหาลูกค้าใหม่ (Demand Generation): การสนับสนุนด้านการยิงแอดและการทำการตลาดเพื่อดึงดูดลูกค้าเข้าสู่แชท
  5. การติดตามคนไข้เดิม: ความสามารถในการส่งข้อความกลับไปหาคนไข้ที่เคยมาแล้ว ทั้งการเตือนนัด การเรียกกลับมาตรวจตามรอบ และการดึงคนไข้ที่หายไปกลับมา
  6. โครงสร้างราคา: ความชัดเจนและความคุ้มค่าของต้นทุนในระยะยาว

More patients, and a system that runs the day

Jib OS brings new patients in, answers every one of them, and keeps the day running. Built by HDmall.

Or see what Jib OS is →

รีวิว 8 ระบบจัดการแชท LINE OA สำหรับธุรกิจคลินิก

1. Jib OS — ระบบตอบแชทที่มาพร้อมช่องทางหาคนไข้ใหม่

Jib OS คือระบบปฏิบัติการ AI ที่ออกแบบมาเพื่อคลินิกสุขภาพ ทันตกรรม ความงาม และสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ พัฒนาขึ้นจากประสบการณ์ 8 ปีของ HDmall ในการบริหารทีมแอดมินและทำการตลาดให้สถานพยาบาลกว่า 2,500 แห่ง จนสร้างยอดขายรวมกว่า 1,000 ล้านบาท

  • AI พนักงานต้อนรับ และกล่องข้อความรวมทุกช่องทาง: รวมแชทจาก LINE OA, Facebook, Instagram, WhatsApp, อีเมล และแชทบนเว็บไซต์คลินิกไว้ในอินบ็อกซ์เดียว Jib AI เรียนรู้ Brand DNA ของคลินิก ทำหน้าที่เป็น "ด่านแรก" ตอบคำถามและร่างคำตอบให้ แอดมินกดส่ง แก้ไข หรือเข้าไปคุยต่อเองได้ในคลิกเดียว และรับข้อความเสียงที่คนไข้ส่งเข้ามาได้ด้วย โดยตอบกลับเป็นข้อความ ซึ่งสำคัญกับคลินิกที่รับคนไข้ต่างชาติ เพราะคนไข้จากหลายภูมิภาคโดยเฉพาะตะวันออกกลางส่งเสียงมากกว่าพิมพ์
  • ระบบจองคิวและนัดหมาย: จองข้ามแพทย์ ห้อง และสาขาได้จากในแชท ไม่ต้องสลับไปอีกระบบ
  • เคสไม่ตกหล่นระหว่างทาง: บอร์ดจัดการงาน (Tasks Board) เชื่อมกับหน้าแชทโดยตรง แอดมินสร้างงาน ส่งต่อเคสข้ามสาขา และติดตามผลนัดหมายได้จากบทสนทนาเดิม ไม่ต้องจดใส่ที่อื่น
  • ประวัติคนไข้รวมเป็นโปรไฟล์เดียว: ทุกแชท ทุกการจอง และทุกครั้งที่เข้ารับบริการ ถูกรวมเป็นโปรไฟล์เดียวของคนไข้คนนั้น แอดมินคนใหม่หรือสาขาอื่นเปิดดูแล้วเห็นภาพเดิมทันที ไม่ต้องให้คนไข้เล่าซ้ำ
  • CRM สำหรับติดตามคนไข้เดิม: ส่งข้อความหาคนไข้ที่เคยมาแล้วได้จากที่เดียวกัน ทั้ง LINE, web push, SMS, อีเมล และการโทรด้วย AI ใช้กับงานอย่างการเตือนนัด การเรียกกลับมาตรวจตามรอบ โปรโมชันตามฤดูกาล และการดึงคนไข้ที่หายไปนานกลับมา โดยคำตอบที่คนไข้ตอบกลับเข้ามาอยู่ในอินบ็อกซ์เดิม ไม่แยกไปอีกระบบ
  • ช่องทางหาคนไข้ใหม่ที่ระบบแชททั่วไปให้ไม่ได้: คลินิกที่ใช้ Jib OS ได้ปุ่มจองคิวบน Google Business Profile และ Google Maps ซึ่งเป็นสิทธิ์เฉพาะลูกค้า Jib OS และคลินิกเปิดเองจากหน้าจัดการ Google ไม่ได้ พร้อมขึ้นลิสต์บนแอปและเว็บไซต์ HDmall ที่คนไข้เข้ามาเทียบราคาและจองอยู่แล้ว รวมอยู่ในค่าบริการและไม่มีการหักค่าคอมมิชชั่นจากการจอง การจองจากทั้งสองช่องทางเข้ามาที่อินบ็อกซ์เดียวกับแชทช่องทางอื่น
  • ช่องทางที่รองรับ: รับเข้า — LINE OA, Facebook Messenger, Instagram DM, WhatsApp, อีเมล และแชทบนเว็บไซต์ / ส่งออก — LINE, web push, SMS, อีเมล และการโทรด้วย AI
  • ราคา: ทดลองใช้ฟรี 1 เดือน สำหรับคลินิกที่ยังไม่เคยใช้ ไม่ต้องผูกบัตร ไม่มีข้อผูกมัด และหากไม่ใช้ต่อ ข้อมูลทั้งหมดส่งออกได้ จากนั้น 6,000 บาท/เดือน ทั้งนี้ SMS และการโทรเป็นช่องทางที่มีต้นทุนต่อข้อความและต่อสายตามปกติของช่องทางนั้น ควรสอบถามเงื่อนไขตามปริมาณการใช้งานกับทีมงาน ส่วนเว็บไซต์ AI-native และ Growth Marketing (ทีมยิงแอดชุดเดียวกับที่ดูแล HDmall) เป็นส่วนเสริมที่ซื้อแยกได้ ส่วนละ 6,000 บาท/เดือน หรือ 5,000 บาทเมื่อชำระล่วงหน้า 3 เดือน

2. ZWIZ.AI — แชทบอทสายโซเชียลคอมเมิร์ซที่คนไทยรู้จักมากที่สุด

ZWIZ.AI เป็นสตาร์ทอัพไทยที่อยู่ในตลาดมาตั้งแต่ปี 2017 เป็นพาร์ตเนอร์ทางเทคโนโลยีของทั้ง LINE และ Meta และมีฐานผู้ใช้ธุรกิจหลักหมื่นราย ถ้าค้นหาคำว่าแชทบอทเป็นภาษาไทย นี่มักเป็นชื่อแรกที่เจอ จึงเป็นตัวเลือกที่คลินิกส่วนใหญ่เคยได้ยินก่อนเจ้าอื่น

  • จุดเด่น: แข็งที่สุดในกลุ่มงานขายผ่านโซเชียล ทั้งระบบตรวจสลิปโอนเงินที่เช็กกับธนาคารไทยและ TrueMoney เพื่อจับสลิปปลอม เครื่องมือดึงคนจากคอมเมนต์และ DM เข้าแชทอัตโนมัติ ระบบไลฟ์สดพร้อมตะกร้าสินค้า และริชเมนูบน LINE ตั้งค่าเองได้โดยไม่ต้องมีทีมเทคนิค และมีแพ็กเกจให้เริ่มแบบไม่เสียเงิน
  • ข้อจำกัดสำหรับคลินิก: ระบบจองนัดหมายไม่ได้อยู่ในตัวแชทบอท แต่เป็นสินค้าคนละตัว (Zerva) ที่ขายรวมเป็นชุด คลินิกที่ต้องการให้การจองผูกกับตารางแพทย์ ห้องตรวจ และคอร์สที่รักษาหลายครั้ง จึงต้องดูให้ดีว่าชุดที่ซื้อครอบคลุมแค่ไหน และควรถามเรื่องโควตาการใช้งานรายเดือนของแต่ละแพ็กเกจด้วย เพราะบางฟีเจอร์อย่างการตรวจสลิปคิดเป็นโควตาต่อเดือนและซื้อเพิ่มได้เมื่อใช้เกิน
  • ช่องทางที่รองรับ: LINE OA, Facebook Messenger, Instagram, TikTok และเลือกเชื่อมต่อ WhatsApp ได้
  • ราคา: มีแพ็กเกจเริ่มต้นแบบใช้ฟรี แพ็กเกจ SME แบบเสียเงินเริ่มที่หลักร้อยบาทต่อเดือน ส่วนชุดที่รวมระบบจองนัดหมาย (Zerva) อยู่ที่ 28,500 บาท/ปี และชุดที่รวมระบบสมาชิกสะสมแต้มอยู่ที่ 30,000 บาท/ปี ควรตรวจสอบราคาล่าสุดจากหน้าแพ็กเกจของผู้ให้บริการก่อนตัดสินใจ

3. OHO Chat — ระบบแชทเน้น Case Management และ Anti-Delete

OHO Chat เป็นระบบ Omnichannel ที่เน้นกลุ่มธุรกิจ Health & Wellness โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของทีมแอดมินและการเก็บข้อมูลลูกค้าอย่างมีระเบียบ

  • จุดเด่น: มีฟีเจอร์ Anti-Delete ป้องกันแอดมินลบข้อความแชท มีระบบ Case Management ช่วยจัดหมวดหมู่สถานะลูกค้า และรองรับ Group Chat สำหรับดูแลลูกค้ารายกลุ่ม (ในแพ็กเกจ Corporate)
  • ช่องทางที่รองรับ: LINE OA, Facebook Messenger, Instagram DM, TikTok Shop
  • ราคา: แพ็กเกจ Pro เริ่มต้นประมาณ 1,000 บาท/เดือน (ชำระรายปี) มีบริการ Add-on แยกชำระเพิ่มเติมตามฟีเจอร์ที่เลือกใช้

4. KaoJai.ai — AI Chatbot อ่านเอกสารและตรวจสอบสลิป

KaoJai.ai โดดเด่นด้านการนำเทคโนโลยี AI แบบ RAG (Retrieval-Augmented Generation) มาช่วยตอบคำถามลูกค้าอย่างแม่นยำจากฐานข้อมูลของธุรกิจ

  • จุดเด่น: คลินิกสามารถอัปโหลดไฟล์เอกสาร รายการโปรโมชัน หรือคู่มือบริการเพื่อให้ AI ดึงข้อมูลมาตอบได้ มีระบบจองคิว (Booking) และฟีเจอร์ CheckSlip สำหรับตรวจสอบสลิปโอนเงินปลอมอัตโนมัติ
  • ช่องทางที่รองรับ: LINE OA, Facebook Messenger
  • ราคา: แพ็กเกจ Starter เริ่มต้นที่ 590 บาท/เดือน

5. Zaapi — แพลตฟอร์มรวมแชทเน้นธุรกิจ E-commerce

Zaapi ออกแบบมาเพื่อเน้นการเชื่อมต่อข้อมูลกับแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสเป็นหลัก เหมาะกับธุรกิจที่มีการขายสินค้าผ่านหน้าร้านออนไลน์หลายแห่ง

  • จุดเด่น: บริหารจัดการคำสั่งซื้อและสต็อกสินค้าจาก E-commerce Platform ได้ในหน้าจอเดียว มีระบบ AI ช่วยตอบคำถามพื้นฐาน
  • ช่องทางที่รองรับ: LINE OA, Facebook Messenger, Instagram DM, Shopee, Lazada, TikTok Shop
  • ราคา: Basic เริ่ม 1,875 บาท/เดือน (ชำระรายปี)

6. SleekFlow — ระบบ Omnichannel เน้นตลาดต่างประเทศและ WhatsApp

SleekFlow เป็นแพลตฟอร์มจากฮ่องกงที่แข็งแกร่งด้านการเชื่อมต่อ WhatsApp Business Platform ในฐานะ Official WhatsApp BSP

  • จุดเด่น: มีระบบ Automation Workflow ที่ซับซ้อน รองรับการส่งข้อความอัตโนมัติแบบกำหนดเงื่อนไข และมีระบบแบ่งสิทธิ์ผู้ใช้งาน (Role-based Access) ที่รัดกุม เหมาะกับคลินิกที่มีคนไข้ต่างชาติ
  • ช่องทางที่รองรับ: WhatsApp, LINE OA, Facebook Messenger, Instagram DM, WeChat
  • ราคา: แพ็กเกจ Pro AI ประมาณ 3,300 บาท/เดือน รองรับ 500 Monthly Active Contacts (MAC) และผู้ใช้งาน 3 บัญชี โดยคิดค่าบริการตามจำนวนผู้ติดต่อที่มีปฏิสัมพันธ์รายเดือน (Monthly Active Contacts: MAC)

7. klink.cloud — Contact Center รวมระบบแชทและระบบโทรศัพท์

klink.cloud ให้บริการระบบศูนย์บริการลูกค้า (Contact Center) ครบวงจรที่ครอบคลุมทั้งช่องทางพิมพ์คุยและช่องทางเสียง

  • จุดเด่น: มี AI Agent ชื่อ Kai ช่วยคัดกรองเบื้องต้น มีระบบนัดหมาย (Appointment Booking) และสามารถสลับการทำงานระหว่างแชทกับการโทรศัพท์ได้ในระบบเดียว
  • ช่องทางที่รองรับ: ระบบโทรศัพท์ (Voice Call), LINE OA, Web Chat, Facebook Messenger
  • ราคา: มีรูปแบบจ่ายตามที่ใช้จริง (Pay as you go) ราคา 6.9 บาท/แชทที่ปิดเคสได้ และแพ็กเกจ Growth เริ่มประมาณ 3,071 บาท

8. Botnoi — ระบบแชทบอท No-code สัญชาติไทย

Botnoi เป็นผู้ให้บริการพัฒนาแชทบอทภาษาไทยยุคแรกๆ ที่เปิดให้ผู้ใช้สามารถออกแบบขั้นตอนการสนทนา (Conversation Flow) ได้เอง

  • จุดเด่น: มีเครื่องมือสร้างแชทบอทแบบ No-code ที่ปรับแต่งได้อย่างอิสระ รองรับการประมวลผลภาษาไทย (NLP) และเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลภายนอกผ่าน API ได้
  • ช่องทางที่รองรับ: LINE OA, Facebook Messenger, Website
  • ราคา: คิดราคาตามการใช้งานจริง (Pay-per-message) โดยเฉลี่ย 1 ข้อความ = 0.12 บาท

สรุป — คลินิกควรเลือกระบบจัดการแชทไหนดี?

  • หากต้องการคนไข้ใหม่เพิ่ม ไม่ใช่แค่ตอบแชทที่มีอยู่ให้ทัน: เลือก Jib OS เพราะเป็นเจ้าเดียวในลิสต์นี้ที่มาพร้อมช่องทางพาคนไข้เข้ามา ทั้งปุ่มจองบน Google และลิสต์บน HDmall นอกเหนือจาก AI ที่ตอบแชทตาม Brand DNA และระบบจองคิวข้ามสาขา เริ่มด้วยการทดลองใช้ฟรี 1 เดือนก่อนตัดสินใจได้
  • หากคลินิกขายสินค้าผ่านโซเชียลควบคู่ไปด้วย หรืออยากเริ่มจากงบน้อยที่สุด: พิจารณา ZWIZ.AI ที่แข็งเรื่องเครื่องมือขายผ่านโซเชียลและมีแพ็กเกจให้เริ่มแบบไม่เสียเงิน แต่ควรเช็กก่อนว่าระบบจองนัดหมายรวมอยู่ในชุดที่ซื้อหรือไม่
  • หากต้องการเน้นการบริหารเคสลูกค้า และป้องกันแอดมินลบแชท: พิจารณา OHO Chat สำหรับฟีเจอร์ Anti-Delete และ Case Management
  • หากมีคู่มือการบริการเป็นไฟล์เอกสารเยอะ และต้องการ AI ช่วยตอบ: เลือก KaoJai.ai เพื่อใช้เทคโนโลยี RAG ช่วยอ่านไฟล์เอกสาร
  • หากเน้นกลุ่มคนไข้ต่างชาติที่ใช้ WhatsApp เป็นหลัก: เลือก SleekFlow ที่เป็น Partner โดยตรงกับ Meta/WhatsApp
  • หากต้องการระบบสายด่วนโทรศัพท์ควบคู่กับแชท: เลือก klink.cloud เพื่อบริหาร Contact Center แบบครบวงจร

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. คลินิกเปิดใหม่ เพิ่งเริ่มใช้ LINE OA ควรเลือกระบบแบบไหน?

ควรเลือกระบบที่มี AI ช่วยตอบคำถามพื้นฐาน และใช้งานง่าย ไม่ต้องตั้งค่าซับซ้อน หากคลินิกยังไม่มีทีมการตลาด การเลือกระบบที่มีบริการช่วยบริหารโฆษณาอย่าง Jib OS จะช่วยให้ได้ลีดลูกค้าใหม่เข้ามาเร็วขึ้น

2. ระบบจัดการแชทต่างจากแชทบอททั่วไปอย่างไร?

แชทบอททั่วไปเน้นการตอบคำถามอัตโนมัติแบบสำเร็จรูป แต่ระบบจัดการแชท (Omnichannel Platform) รวมอินบ็อกซ์จากหลายช่องทาง มีระบบส่งต่อเคสให้แอดมิน มีประวัติลูกค้า และมักใช้ AI ที่เรียนรู้บริบทของแบรนด์เพื่อช่วยปิดการขาย

3. คลินิกที่มีหลายสาขา ควรพิจารณาฟีเจอร์อะไรเป็นพิเศษ?

ควรพิจารณาระบบจัดการงาน (Tasks Board) ที่สามารถกระจายงานข้ามสาขาได้ มีการจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลตามบทบาท และแสดงผลรายงาน (Report) รวมในหน้าจอเดียว เพื่อให้ผู้บริหารเห็นภาพรวมของทุกสาขา

4. ระบบไหนให้ทดลองใช้ฟรีก่อนตัดสินใจบ้าง

Jib OS ให้คลินิกที่ยังไม่เคยใช้ทดลองใช้ฟรี 1 เดือน ครอบคลุม AI พนักงานต้อนรับ กล่องข้อความรวมทุกช่องทาง และระบบจองคิว ไม่ต้องผูกบัตรและไม่มีข้อผูกมัดต้องใช้ต่อ หากไม่ใช้ต่อ ข้อมูลทั้งหมดส่งออกได้ ส่วนเว็บไซต์ AI-native และ Growth Marketing ไม่รวมอยู่ในช่วงทดลอง เจ้าอื่นส่วนใหญ่ให้ทดลองในระดับ 7–14 วัน หรือให้เดโมพร้อมทีมขาย ซึ่งควรสอบถามเงื่อนไขล่าสุดโดยตรงกับผู้ให้บริการ

5. ระบบจัดการแชทช่วยให้คลินิกมีคนไข้ใหม่เพิ่มด้วยไหม

โดยทั่วไปไม่ ระบบจัดการแชทส่วนใหญ่ทำให้คลินิกตอบคนที่ทักเข้ามาแล้วได้ดีขึ้น แต่ไม่ได้เพิ่มจำนวนคนที่ทักเข้ามา ประสิทธิภาพจึงถูกจำกัดด้วยจำนวนคนที่รู้จักคลินิกอยู่แล้ว ข้อแตกต่างของ Jib OS คือมีช่องทางกระจายมาให้ด้วย ทั้งปุ่มจองคิวบนโปรไฟล์ Google และ Google Maps ซึ่งเป็นสิทธิ์เฉพาะลูกค้า Jib OS และการขึ้นลิสต์บน HDmall โดยไม่มีค่าคอมมิชชั่นจากการจอง

สนใจดูระบบ Jib OS หรือทดลองใช้ฟรี 1 เดือน เข้าไปดูรายละเอียดแพ็กเกจและฟีเจอร์ทั้งหมดได้ที่ Jib OS

More patients, and a system that runs the day

Jib OS brings new patients in, answers every one of them, and keeps the day running. Built by HDmall.

Or see what Jib OS is →
© 2026 Jib OS · Powered by HDmall · The Jib OS Blog

เริ่มทดลองใช้ฟรี

ทดลองใช้ Jib OS ฟรี 1 เดือน บอกเราสองอย่าง แล้วเราจะติดต่อกลับและตั้งค่าให้พร้อมใช้งานภายในไม่กี่วัน

ทดลองใช้ฟรี 1 เดือน และเราตั้งค่าให้ทั้งหมด ไม่ต้องผูกบัตร ไม่มีข้อผูกมัดต้องใช้ต่อ หยุดเมื่อครบเดือนได้ และข้อมูลคนไข้ บทสนทนา และการจองทั้งหมดส่งออกไปกับคุณได้