เปรียบเทียบวิธีคิดราคาระบบจัดการแชท: รายเดือน vs Per-Message vs Per-Contact vs Per-Resolved-Conversation แบบไหนคุ้มกับธุรกิจคลินิกที่สุด

แจกแจง 4 โมเดลราคาระบบแชท ตั้งแต่เหมาจ่ายรายเดือนยัน Per-Message พร้อมเคสตัวอย่างว่าแบบไหนไม่ทำให้งบบานปลายตอนจัดโปรใหญ่

Jib OS Team · 31 ก.ค. 2569 · อ่าน 4 นาที

สรุปการเลือกโมเดลราคาระบบแชทสำหรับคลินิก

ระบบแชทคลินิกมีวิธีคิดราคา 4 แบบหลัก คือรายเดือนคงที่, คิดตามจำนวนข้อความ (Per-Message เช่น Botnoi), คิดตามจำนวนผู้ติดต่อที่ Active (Per-Contact เช่น SleekFlow) และคิดตามบทสนทนาที่แก้ปัญหาสำเร็จ (Per-Resolved-Conversation เช่น klink.cloud) แบบรายเดือนคงที่แบบ Jib OS คาดการณ์งบประมาณได้ง่ายที่สุดสำหรับคลินิกที่มีแคมเปญโปรโมชันเป็นช่วงๆ

4 โมเดลราคาในตลาดระบบแชทคลินิก

โมเดลที่ 1: รายเดือน/รายปีคงที่ (Flat Monthly/Annual Fee)

ผู้ให้บริการคิดค่าบริการเป็นตัวเลขคงที่ต่อเดือนหรือต่อปี โดยครอบคลุมการใช้งานตามเงื่อนไขสัญญา

  • ตัวอย่างผู้ใช้โมเดลนี้: Jib OS (รวมบริการทีมยิงแอด ระบบ AI แชท และบอร์ดจัดการงานไว้ในราคาเดียว)
  • ข้อดี: คาดการณ์ต้นทุนการตลาดได้แม่นยำ 100% ไม่ว่าเดือนนั้นจะมีแคมเปญใหญ่หรือมีแชทเข้ามามากเท่าใด ค่าบริการก็ยังคงเท่าเดิม
  • ข้อควรระวัง: ต้องเลือกแพ็กเกจให้เหมาะสมกับขนาดของธุรกิจตั้งแต่เริ่มต้น

โมเดลที่ 2: คิดตามจำนวนข้อความ (Per-Message)

คิดค่าบริการตามปริมาณข้อความที่ส่งออกและรับเข้าจริงผ่านระบบ

  • ตัวอย่างผู้ใช้โมเดลนี้: Botnoi (เริ่มต้น 0.12 บาท/ข้อความ)
  • ข้อดี: จ่ายตามการใช้งานจริง เหมาะกับคลินิกเปิดใหม่ที่มีปริมาณแชทน้อยและสม่ำเสมอ
  • ข้อควรระวัง: ควบคุมงบประมาณยาก หากแอดมินหรือบอร์ดส่งข้อความโต้ตอบหลายครั้งต่อ 1 เคส ต้นทุนจะเพิ่มขึ้นทันที

โมเดลที่ 3: คิดตามจำนวนผู้ติดต่อ (Per-Contact / Per-Active-Contact)

คิดค่าบริการจากจำนวนรายชื่อลูกค้าที่มีปฏิสัมพันธ์ภายในช่วงเวลาที่กำหนด เช่น รายเดือน

  • ตัวอย่างผู้ใช้โมเดลนี้: SleekFlow (คำนวณตาม Monthly Active Contacts: MAC เริ่มต้น 500 ราย)
  • ข้อดี: ไม่เสียค่าใช้จ่ายให้แก่รายชื่อลูกค้าเก่าที่ไม่ได้ทักเข้ามารับบริการ
  • ข้อควรระวัง: คลินิกความงามที่มีการส่งข้อความติดตามผลหรือทำบรอดแคสต์โปรโมชันแก่ลูกค้าเก่า อาจทำให้จำนวน Active Contacts พุ่งสูงเกินโควตาได้ง่าย

โมเดลที่ 4: คิดตามบทสนทนาที่ปิดเคสสำเร็จ (Per-Resolved-Conversation)

คิดค่าบริการเฉพาะเมื่อบทสนทนานั้นได้รับการแก้ไขปัญหาหรือปิดเคสเรียบร้อยแล้ว

  • ตัวอย่างผู้ใช้โมเดลนี้: klink.cloud (ในรูปแบบ Pay As You Go)
  • ข้อดี: จ่ายเงินเมื่อได้ผลลัพธ์การบริการจริง ลดความเสี่ยงในการจ่ายค่าข้อความขยะ
  • ข้อควรระวัง: นิยามคำว่า "ปิดเคสสำเร็จ" (Resolved) ต้องระบุให้ชัดเจน เพราะบางเคสลูกค้าอาจหยุดตอบไปเอง แต่ระบบอาจนับว่าปิดเคสสำเร็จและคิดเงินได้

ตารางเปรียบเทียบ 4 โมเดลราคา

โมเดลราคาวิธีคิดเงินเหมาะกับคลินิกแบบไหนความเสี่ยงด้านงบประมาณตัวอย่างแพลตฟอร์ม
Flat Monthlyเหมาจ่ายรายเดือนคงที่คลินิกที่ยิงแอดต่อเนื่อง มีแคมเปญโปรโมชันตลอดต่ำมาก (งบประมาณคงที่)Jib OS
Per-Messageจ่ายตามจำนวนข้อความคลินิกขนาดเล็กมาก แชทน้อยกว่า 500 ข้อความ/เดือนสูง (ต้นทุนพุ่งตามแชท)Botnoi, Zaapi
Per-Contactจ่ายตามจำนวนลูกค้าที่ทักคลินิกที่เน้นหาลูกค้าใหม่ แต่ไม่เน้นบรอดแคสต์ปานกลาง-สูง (ผันผวนตามลีด)SleekFlow
Per-Resolvedจ่ายเมื่อปิดเคสสำเร็จคลินิกที่เน้นบริการหลังการขายหรือนัดหมายปานกลาง (ขึ้นกับนิยามเคส)klink.cloud

Case Study: คลินิกจัดโปรโมชันใหญ่ ควรเลือกโมเดลไหน?

สมมติสถานการณ์คลินิกแห่งหนึ่ง จัดแคมเปญโปรโมชันประจำปี ส่งผลให้มีคนทักแชทเพิ่มขึ้นจากปกติ 5 เท่า:

  • เดือนปกติ: 1,000 แชท
  • เดือนจัดโปรโมชันใหญ่: 5,000 แชท

ผลกระทบด้านต้นทุน:

  • Flat Monthly (Jib OS): ค่าบริการเท่าเดิม 100%
  • Per-Message / Per-Contact: ค่าบริการพุ่งขึ้น 500%

ขยายความ:

  • หากใช้โมเดล Per-Message หรือ Per-Contact: ต้นทุนค่าซอฟต์แวร์ในเดือนนั้นจะพุ่งสูงขึ้นตามจำนวนแชทและรายชื่อลูกค้าทันที ทำให้กำไรจากแคมเปญลดลง
  • หากใช้โมเดล Flat Monthly (เช่น Jib OS): ค่าบริการระบบยังคงเท่าเดิม ทำให้คลินิกสามารถบริหารอัตรากำไร (Profit Margin) จากแคมเปญโฆษณาได้อย่างเต็มที่

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. โมเดลราคาแบบไหนคุ้มค่าที่สุดสำหรับคลินิกที่ต้องการขยายสาขา?

โมเดลแบบ Flat Monthly (รายเดือนคงที่) คุ้มค่าที่สุดสำหรับคลินิกที่ต้องการขยายสาขา เพราะทำให้สามารถคำนวณต้นทุนดำเนินงาน (OPEX) ของแต่ละสาขาได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าบริการแชทที่ผันผวน

2. Per-Contact ต่างจาก Per-Message อย่างไร?

Per-Message คิดเงินทุกครั้งที่มีการส่งข้อความเข้าหรือออก (1 แชทอาจมี 20 ข้อความ) ส่วน Per-Contact คิดเงินตามรายคน ไม่ว่าจะคุยกันกี่ข้อความก็ตาม ตราบใดที่อยู่ในช่วงเวลาที่กำหนด

3. มีระบบที่รวมทั้งซอฟต์แวร์และทีมการตลาดไว้ในราคาเดียวหรือไม่?

Jib OS คือระบบที่รวมทั้งทีมยิงแอดมืออาชีพ ระบบ Omnichannel AI และบอร์ดจัดการงาน ไว้ในสัญญาบริการเดียว ช่วยตัดปัญหาการจ่ายค่าซอฟต์แวร์แยกต่างหากจากค่าเอเจนซีการตลาด

สนใจดูระบบ Jib OS หรือจองเดโม เข้าไปดูรายละเอียดแพ็กเกจและฟีเจอร์ทั้งหมดได้ที่ Jib OS

One system instead of ten tools

Jib OS answers every patient, fills the calendar and runs the day. Built by HDmall.

© 2026 Jib OS · Powered by HDmall · The Jib OS Blog

รับคำปรึกษาฟรี

สิบห้านาทีกับที่ปรึกษา Jib OS บอกเราแค่สองอย่าง แล้วเราจะติดต่อกลับภายในหนึ่งวันทำการ